รักข้ามฟ้า Shayna

รักข้ามฟ้า Shayna 

  ความรักไม่มีขีดจำกัดบางครั้งมันก็พาตัวเองข้ามน้ำข้ามทะเลมาเจอกัน ต่อให้ไกลสุดฟ้าหรือลึกสุดดินก็หากันจนเจอ บางทีอยู่ดีๆ ก็มาหาถึงที่อย่างไม่ทันตั้งตัว เหมือนที่นักเขียนคนสวย Shayna ของสำนักพิมพ์สถาพร เจ้าของผลงานดังที่ได้ทำละครมาหลายเรื่อง ทั้ง เสน่หาสัญญาแค้น, หงส์ และ ลูบคมกามเทพ โดยล่าสุดเปิดตัว ‘วาระซ่อนเร้น’ นิยายเรื่องใหม่ที่ทำสาวๆ จิกหมอนกระจุยอยากเป็นนางเอกเหลือเกิน แต่รู้ไหมว่าความรักของนักเขียนคนนี้ หรือ ‘เรนนี่ - รัชฎาพร แม็คเคว็ด’ กับหนุ่มหล่อ ‘แพทริก แม็คเคว็ด’ มีความน่าจิกหมอนไม่ใช่น้อย จนแอบคิดว่านี่กำลังอ่านนิยายรักอีกเรื่องใช่ไหม ไม่เชื่อลองพิสูจน์ได้จากสาวน้อย ‘คลีโอ แม็คเคว็ด’ ที่เป็นโซ่ทองคล้องใจซะก่อน น่ารักขนาดนี้ รู้เลยว่ามามี้ แดดดี๊ต้องรักกันขนาดไหน 

เมื่อคนละฟ้ามาพบกัน

คุณเรนนี่ : เราพบกันออนไลน์ผ่านเว็บหาคู่ ไม่ได้ตั้งใจจะหาแฟนจริงจัง แรกๆ ก็ไม่ได้คิดอะไรกับเขาเลย เพราะไม่ชอบคนอเมริกัน ไม่เคยคิดจะเดตหนุ่มสัญชาตินี้ ชอบหนุ่มทางยุโรปมากกว่า (ขำ) แต่เพราะเขาไม่ได้แสดงท่าทางเจ้าชู้ แต่ขยันส่งข้อความมาทักทายทุกวันว่า เฮ้ วันนี้ยูเป็นไงบ้าง ยูทำอะไร พี่แอบคิดว่า หมอนี่หน้าด้านหน้าทนมาก เราไม่ตอบเป็นอาทิตย์ยังจะส่งข้อความมาหาอยู่ได้ สุดท้ายก็เลยคุยก็คุย ถือว่าคุยแก้เหงาละกัน

คุณแพทริก : ผมทำงานกะกลางคืนเป็นบุรุษพยาบาลในโรงพยาบาล สมัยนั้นทำงานหนักมาก ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาออกเดตเลยเริ่มใช้บริการเว็บหาคู่ แล้ววันหนึ่งก็เจอเขา ซึ่งตอนแรกผมเห็นในรูปแล้วรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ยิ้มสวยมากๆ เลยลองทักดู ผมไม่ได้คาดหวังอะไรมาก คิดแค่ว่ารู้จักไว้ไม่เสียหลาย ซึ่งก่อนหน้านี้ ผมกับแฟนเก่าเคยมีแพลนจะบินไปเที่ยวเมืองไทยกันอยู่แล้ว แต่ก็ยกเลิกเพราะเลิกกัน ผมเลยคิดว่าวันหนึ่งอาจบินไปเที่ยวเมืองไทยบ้าง


จังหวะที่ต้องตัดสินใจ

คุณเรนนี่ : เราคุยแบบเพื่อนช่วงแรกๆ ค่ะ แต่พอเล่าให้ฟังว่าอาทิตย์ที่ผ่านมา ฉันไปเดตกับคนนั้นคนนี้มานะ สักพักเขาก็เริ่มพูดว่าเลิกพูดได้ไหม ไม่อยากฟัง เลิกเดตได้ไหม ไม่อยากให้ไปแล้ว ก็บอกว่ายูไม่มีสิทธิ์จะมาพูดแบบนี้กับไอ เพราะยูไม่ใช่แฟนของไอ แค่นั้นแหละ เขาถามเบอร์โทร ซึ่งพี่ให้แค่เบอร์โทรศัพท์บริษัทที่ทำงาน ไม่ยอมให้เบอร์มือถือ แล้วเขาโทรเข้าเบอร์บริษัททันที พอรับสาย สิ่งที่เขาถามเป็นประโยคแรกคือ เป็นแฟนกันนะ เลยบอกว่า บ้าเหรอ ฉันไม่เสียสติถึงขนาดจะออกปากตกลงเป็นแฟนกับผู้ชายที่ไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้าหรือออกเดตด้วยสักครั้งหรอก เขาตอบกลับมาว่า งั้นปลายเดือนหน้าเจอกัน แล้วก็วางสายไปเลย ตอนนั้นเจ้านายกับหลายๆ คนที่รอลุ้นผลกรี๊ดลั่นบริษัทเลย (ขำ)

คุณแพทริก : เราคุยกันแทบทุกวัน จนถึงจุดที่ผมรู้สึกว่าอยากหาคำตอบให้ตัวเองว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่ใช่เหมือนอย่างที่คิดหรือเปล่า ผมเลยตัดสินใจบินไปเอาคำตอบ เพราะถ้าหากเจอกันแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่ ผมไม่อยากเสียเวลาที่จะคุยกันแบบนี้แล้ว ส่วนถ้าเจอแล้วยังคิดว่าใช่ ผมก็อยากพัฒนาความสัมพันธ์ไปอีกขั้น

คุณเรนนี่ : สมัยจีบจะส่งข้อความทางแมสเซนเจอร์ของเว็บหาคู่ค่ะ แล้วก็มีส่งอีเมล มีวันหนึ่งเขาส่งอีเมลหาถึงสี่ร้อยครั้ง จนฮอตเมล์บล็อกเพราะคิดว่าเขาเป็นสแปม (ขำ) เขาไม่ได้จีบแบบหวานเว่อร์ แต่จะชวนคุยเรื่องงาน เรื่องอนาคต คุยว่าเรากับเขาชอบหรือไม่ชอบอะไร พอถึงจุดหนึ่งก็โทรหากัน ซึ่งบางครั้งเขาทำงาน 16 ชั่วโมงแล้วโทรหา คุยกันไปมารู้ตัวอีกทีเขาหลับไปแล้ว (ยิ้ม)


เมื่อมีคู่แข่งปรากฏ

คุณเรนนี่ : ตอนนั้นพี่เพิ่งอายุ 24 เขาอายุ 37 ในขณะที่หนุ่มอีกคนอายุ 42 นิสัยของพวกเขาก็น่ารักพอๆ กัน อีกคนหน้าที่การงานดีมากๆ แถมโรแมนติกขนาดแต่งเพลงและเล่นกีตาร์ให้ด้วย แต่พี่บอกตัวเองว่าหาแฟน ไม่ใช่หาพ่อ แล้วแพทริกก็ปาดหน้าคู่แข่งด้วยการจองตั๋วบินมาก่อนหนึ่งอาทิตย์ สมัยนั้นเขาก็มีหุ่นที่ฟิตเปรี๊ยะมากๆ ก็เลยยกเครดิตทั้งหมดทั้งมวลให้เขา (ขำ) ก็บอกอีกคนไปตรงๆ ว่าฉันตกลงคบคนนี้แล้วนะ ทางนั้นก็โอเคเข้าใจ ไม่บินมาไทยล่ะ


ครั้งแรกที่รักคนละฟ้ามาพบกัน

คุณเรนนี่ : เขาเดินมาตอนกำลังก้มหน้าก้มตาพิมพ์มือถือพอดี ก็เห็นเลยว่า เท้าใหญ่โตมาก (ขำ) คือมาหยุดยืนตรงหน้า พอเงยมอง เขาก็ทักว่าใช่เรนนี่ไหม พี่ตกใจเลย เขาตัวโตมาก

คุณแพทริก : ส่วนผมคิดว่าเรนนี่ตัวเล็กกว่าที่คิด แต่น่ารักเหมือนในรูป


เมื่อรักเจอกันแล้วต้องตัดสินใจ

คุณเรนนี่ : ต้องเรียกว่าเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง ต้องบอกว่าก่อนหน้านี้เคยคบหากับหนุ่มคนหนึ่งแบบจริงๆ จังๆ จนหมั้นกัน คุยเรื่องแต่งงานกันดิบดี แต่สุดท้ายไปกันไม่รอด จริงๆ ตัวพี่ก็รู้แหละว่าคงไปกันไม่รอดเพราะตอนคบกันขัดแย้งหลายเรื่องมากๆ ต่างคนต่างไม่ยอมเปลี่ยนตัวเอง ไม่มีคำว่าพบกันครึ่งทางอะไรทั้งสิ้น แต่ฝืนคบกันเพราะคิดว่าความรักอย่างเดียวคงเพียงพอ เอาเข้าจริงๆ มันไม่ใช่ พอมาเริ่มคบหากับแพทริก เลยเปลี่ยนมุมมองการคบหา จะบอกเขาไปตรงๆ ว่าพี่นิสัยอย่างนี้นะ ชอบอย่างนี้ ไม่ชอบอย่างนี้ ถ้าคุณรับได้ก็โอเค รับไม่ได้ก็อย่าเสียเวลา เพราะการฝืนคบ มันมักจะจบที่คำว่าเลิกกัน เจ็บปวดและเสียเวลาทั้งคู่เสมอ แพทริกทำให้รู้ว่าคนที่เขารักเราจริงๆ เขาจะรักในสิ่งที่เราเป็น เขายอมรับในความเป็นเรา ถึงแม้จะบ้าๆ บ๊องๆ หน่อยเขาก็ยังรัก

คุณแพทริก : เราสองคนอาจรู้จักกันไม่กี่เดือนก็ตกลงเป็นแฟน แถมคบไม่กี่เดือนก็ขอหมั้น หมั้นไม่ถึงปีก็แต่ง แต่ผมรู้สึกเหมือนรู้จักกันมานานมาก ถึงไม่ได้เดตกันบ่อย แต่เราคุยกันเยอะ แพลนอนาคตด้วยกัน คุยว่าอยากไปเที่ยวไหน เรนนี่เป็นทั้งเพื่อนสนิทและคนรักของผม พอยิ่งคุยยิ่งใช่ ยิ่งคบยิ่งถูกใจ ผมไม่อยากเสียเวลาอยู่ไกลจากเขาแล้ว (ยิ้ม)

คุณเรนนี่ : เพื่อนสนิทและทางบ้านค่อนข้างห่วง กลัวโดนหลอกไปขาย (ขำ) เพราะความสัมพันธ์ของเรามันไปไวมาก เริ่มคุยกันสิงหาฯ ปลายตุลาฯ แพทริกบินมาหา เดตกัน 5 วัน มกราฯ บินมาขอหมั้น และกันยาฯ ก็แต่งงานกันเลย ทุกคนเลยว่าบ้าที่จะแต่งกับคนที่รู้จักกันไม่กี่เดือน ตอนบินมาขอหมั้นเลยให้ไปเจอกับทางบ้าน แพทริกก็ถามนะว่าทำอย่างไรถึงจะให้ทางบ้านเธอเข้าใจและพอใจ ก็บอกแค่ว่าทำตัวเป็นตัวของตัวเองแหละดีแล้ว ซึ่งมันก็ได้ผล

คุณแพทริก : ตอนนั้นผมไม่ได้บอกแม่ว่าจะไปขอเรนนี่ กลัวแม่จะช็อกและอยากให้แม่เซอร์ไพร้ส์มากกว่า คนที่รู้เรื่องมีแค่พี่ชายคนรอง ซึ่งเขายืนยันว่าจะบินไปด้วย เพราะกลัวผมจะโดนปอกลอก พอไปถึงได้เจอกัน เรนนี่พาเราไปกินข้าว ยืนยันที่จะเป็นคนจ่ายเอง ทั้งที่ถ้าเทียบค่าเงินแล้ว รายได้เขาน้อยกว่าพวกผม แล้วได้คุยกัน พี่ชายของผมประทับใจมากและบอกว่า คนนี้แหละใช่ เก็บรักษาไว้ให้ดี ผมกับพี่ชายเลยส่งโปสการ์ดจากเมืองไทยมาให้แม่ และบอกว่าสิ่งดีๆ กำลังจะตามมา

คุณเรนนี่ : ใครๆ ก็อยากเป็นเจ้าสาวของหนุ่มหล่อ รวย ฮอต แบบพระเอกนิยายทั้งนั้นแหละ แต่ในโลกของความเป็นจริง ต้องเลือกเอาสิ่งที่คิดว่าเหมาะกับตัวเองที่สุด ไม่ต้องเป็นคนรวยก็ได้ แต่ต้องเป็นคนดี ขยันขันแข็ง มีความรู้ในระดับหนึ่ง เป็นคนใช้เงินเป็น รู้จักวางแผนอนาคต ไม่ใช่สนุกไปวันๆ นิสัยใจคอต้องเข้ากันได้ ถึงแต่งงานกับคนต่างชาติ พี่คิดว่ายังต้องทำงาน ช่วยกันก่อร่างสร้างตัวอยู่ดี เพราะไม่รู้ว่าชีวิตแต่งงานในอนาคตจะเป็นอย่างไร ยิ่งช่วยเหลือตัวเองในเรื่องการเงินได้มากขนาดไหน อนาคตของเราก็ยิ่งมั่นคงขึ้นเท่านั้น


บททดสอบ & กำลังใจ

คุณเรนนี่ : ปีแรกคือสวรรค์ชั้นเจ็ด (ขำ) อย่าคิดลึกกันนะคะ ที่พูดแบบนี้เพราะปีแรกเรามีแต่เที่ยว ออกเดต แคมปิ้ง ดูหนัง ฟังเพลง อยู่กันกะหนุงกะหนิงตามประสาคนรัก ปีที่ 2 – 4 เริ่มลงเรียนภาษาเพิ่มเติม พร้อมกับทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านอาหารไทยกับร้านขายของเด็กเล่น เริ่มเครียดมากๆ ร้องไห้บ่อย ไม่ใช่โดนทำร้ายจิตใจหรือร่างกาย แต่เพราะผิดหวังในตัวเอง ช่วงนั้นถึงสามีจะทำบัตรเครดิตการ์ดให้ ทำบัตรเอทีเอ็มให้ แต่พี่ไม่กล้ารูด ไม่กล้าใช้อะไรเลย ต้องรอให้เขาพาไปถึงจะกล้าซื้อ เพราะคิดอยู่เสมอว่าช่วยหาไม่ได้ ก็ไม่ควรใช้เงินเขา พี่คาดหวังกับตัวเองไว้สูง คิดว่าอยู่เมืองไทย ฉันเป็นคนเก่งนะ ทำไมมาอยู่นี่ฉันเหมือนเด็กที่เพิ่งหัดเดิน กลายเป็นคนมีปัญหากับโรคซึมเศร้า แต่แพทริกก็คอยให้กำลังใจว่าทุกอย่างจะลงตัว ให้อดทนต่ออีกหน่อย (ยิ้ม)


เมื่อโหมดนักเขียนทำงาน

คุณเรนนี่ : แพทริกมีความสุขที่เห็นพี่ได้ทำในสิ่งที่พี่หลงใหลใฝ่ฝัน พอนิยายได้ตีพิมพ์นี่ดีใจมากๆ เราออกไปฉลองกันนอกบ้าน (ยิ้ม) เขาให้การสนับสนุนเต็มที่ หรือเห็นพี่หมกมุ่นไม่ยอมลุกไปไหน ก็จะมาลากไปเดินเล่นข้างนอก บอกว่ายืดเส้นยืดสายหน่อย แต่บางทีมีมากวนๆ คือตอนเขียนนิยาย พี่จะอินมาก มีนั่งร้องไห้ ครั้งแรกที่เขาเห็นพี่ร้องไห้สะอึกสะอื้น ก็ตกใจใหญ่ ถามว่าเป็นอะไร หรือว่าเขาทำอะไรให้ไม่พอใจ พอรู้ก็ระเบิดขำใหญ่ หลังๆ เห็นร้องไห้ เขาจะแกล้งเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาโยนลงบนตักและบอกว่าเอาไว้ซับน้ำตาซะ แล้วล่าสุดเห็นพี่นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด มาถามว่าเป็นอะไร พี่ตอบไปว่า คิดเลิฟซีนไม่ออก พอจะสร้างแรงบันดาลใจให้ได้ไหม เขาก็ขำ คว้าโน้ตบุ๊กไปทำอะไรแป๊บหนึ่ง แล้วก็ส่งกลับ ไอ้ที่อยู่หน้าจอคือเว็บโป๊ (ขำร่วนทั้งคู่) พอได้ทำละคร เขาก็ไปเปิดยูทูปกับกูเกิลให้ทั้งแผนกที่ทำงานเห็น แล้วเจ้านายหรือไม่ก็พวกคุณหมอจะเดินมาตบไหล่แสดงความยินดี ตอนนั้นพี่ที่ทำงานเป็นผู้ช่วยไอทีที่โรงพยาบาลจะงงๆ พอถามว่ารู้ได้ไงก็บอกว่าสามียูบอก


ต้นกำเนิดวาระซ่อนเร้น

คุณเรนนี่ : ซีรี่ย์ Hidden Agendas ประกอบด้วยนิยายทั้งหมด 4 เรื่อง ‘วาระซ่อนเร้น’ คือเรื่องแรก แรงบันดาลใจรู้สึกจะมาจากการเห็นการหาเสียงของประธานาธิบดีทรัมป์ และเห็นลูกชายหล่อๆ ของเขาค่ะ (ยิ้ม) จากนั้นลองอ่านประวัติของครอบครัวนี้ดู ชอบแนวคิดที่เอาเงินให้ลูกชายมาลงทุนสร้างธุรกิจเอง เลยคิดให้พ่อของพระเอกในซีรี่ย์นี้มีลูกชาย 4 คน เอาเงินให้ไปสร้างธุรกิจ ขณะที่ตัวเองนั่งรอดูความสำเร็จของลูกๆ แต่ละคนว่าสุดท้ายจะเป็นอย่างไร เคล็ดลับในการหาแรงบันดาลใจของพี่ มาจากการเป็นคนที่ชอบดูข่าว สารคดี ชอบอ่าน ชอบสังเกต และชอบถามค่ะ


เคล็ดในการทำให้ชีวิตคู่ราบรื่น

คุณแพทริก : คนเป็นสามี ถ้ายอมได้ก็ยอม ยอมไม่ได้ก็เงียบ แต่ถ้าผิดให้รีบขอโทษ

คุณเรนนี่ : ส่วนภรรยา ถ้าผิดก็ต้องยอมรับผิด ห้ามแถต่อ แต่ถ้ารู้สึกว่าต่างฝ่ายต่างไม่ยอม ก็ขับรถออกไปกินลมชมวิว สงบสติอารมณ์ แล้วค่อยกลับมาคุยกัน พี่จะเป็นคนเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่เก็บงำ ไม่งอนข้ามคืน และก็เมื่อก่อนเป็นอย่างไร ปัจจุบันก็ต้องเป็นอย่างนั้นค่ะ ทำทุกวันเหมือนวันแรกที่เจอกัน

คุณแพทริก : เรามีอะไรก็พูดตรงๆ เปิดอกคุยกัน ให้เกียรติ สนับสนุนในสิ่งที่อีกฝ่ายทำ และก็เสมอต้นเสมอปลายเอาไว้


ความประทับใจที่มีให้แก่กัน

คุณเรนนี่ : แพทริกเป็นคนที่เสมอต้นเสมอปลายมาก แรกเจอเป็นคนยังไง แต่งงานมา 13 ปีก็ยังเป็นอย่างนั้น ยกตัวอย่างง่ายๆ เขามักจะขับรถออกไปเติมน้ำมันให้เสมอในช่วงหน้าหนาว จะไม่ยอมให้เข็มน้ำมันรถพี่ต่ำลงไปกว่าครึ่งถัง นอกจากนั้นก็มีสัญชาติญาณของการเป็นผู้ปกป้อง ห่วงเรื่องสวัสดิภาพของพี่มากๆ หน้าหนาวจะเช็กตลอดเวลาตอนขับรถออกไปทำงาน ว่าถึงที่ทำงานหรือกลับมาถึงบ้านอย่างปลอดภัยไหม เพราะถนนมันจะลื่น พอมีลูกก็จะห่วงและดูแลมาก ไม่ให้คลาดสายตา (ยิ้ม)

คุณแพทริก : เรนนี่เป็นคนมีชีวิตชีวา เป็นคนดี เป็นผู้หญิงเก่ง น่ารัก อ่อนหวาน บางทีก็เหมือนเด็กๆ แคร์คนรอบข้าง คิดอะไรก็พูดออกมาตรงๆ เราเข้ากันได้ดีทุกเรื่อง แทบจะไม่เคยทะเลาะกันเลย (ยิ้ม)


นิยายเฉพาะของครอบครัวแม็กเคว็ด

คุณเรนนี่ : ถ้าเป็นนิยายก็ค่อนข้างน่าเบื่อนะคะ ไม่ได้มีอุปสรรคมากมายแบบนิยายทั่วไป (ขำ) รสชาติก็คงออกกลมกล่อมไปทางหวานๆ ชื่อเรื่อง Back at One ละกันค่ะ ใครอยากรู้ความหมายก็ลองหาเนื้อเพลงนี้ของ ไบรอัน อดัมส์ ฟังดูคะ

คุณแพทริก : A Happy Life (ยิ้ม)


คำสุดท้ายที่อยากมอบให้

คุณเรนนี่ : ขอบคุณที่ยังรักกันจนถึงวันนี้ ขอบคุณที่อดทนเวลาเราทำตัวงี่เง่าแบบเด็กๆ ขอบคุณที่ดูแลเรากับลูกมาเป็นอย่างดี (ยิ้มมองสามี)

คุณแพทริก : ผมภูมิใจในตัวเขา และก็มีความสุขมากที่เราสร้างครอบครัวเล็กๆ ขึ้นมาด้วยกัน (ยิ้ม)


รักข้ามฟ้ามีอยู่จริง

คุณเรนนี่ : ความรักเป็นสิ่งที่สวยงามค่ะ แต่เมื่อใดก็ตามที่คิดจะมีความรัก ต้องอย่าหลอกตัวเอง ถ้าเริ่มคบคนหนึ่ง ไม่ชอบนิสัยบางอย่างของเขา อาทิ เขาสูบบุหรี่ ติดเพื่อน ติดเหล้า หรือซกมก เชื่อขนมกินได้เลยว่าถึงตอนนี้คุณจะปล่อยผ่าน แต่หากคบหาและอยู่ด้วยกันไปอีก 5 – 10 ปี เรื่องพวกนี้จะกลายเป็นปัญหาระดับชาติเลย การซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเองเป็นสิ่งสำคัญมาก แต่ถ้าเจอคนที่คุยด้วย อยู่ด้วยแล้วเราและเขาไม่ต้องฝืน สบายใจ ต่างเป็นตัวของตัวเอง จงรู้ไว้เถอะว่า อีก 10 ปี คุณยังจะรู้สึกแบบนั้นอยู่

     ถ้าคิดจะเดตหนุ่มออนไลน์ ต้องเชื่อเพียงครึ่งเดียวในสิ่งที่เขาเขียนให้เราอ่าน เพราะเราหรือเขาจะเขียนให้ตัวเองดูเลิศเลอเพอร์เฟ็กต์แค่ไหนก็ได้ สำคัญคือตัวจริงของเขาเหมือนกับที่เขียนมาหรือเปล่า หากตัดสินใจแต่งงานและย้ายไปอยู่ต่างบ้านต่างเมือง เราต้องขวนขวายหาความรู้ หาอาชีพ หาความมั่นคงให้ตัวเอง เพราะอนาคตเป็นเรื่องไม่แน่นอน ถ้าสามารถยัดยืนด้วยลำแข้งของเราได้ในทุกสถานการณ์ แสดงว่าเรารักตัวเองมากพอที่จะสร้างเกราะคุ้มกัน เผื่อบังเอิญโชคร้าย เกิดชีวิตคู่ล้มเหลวจะได้ไม่รู้สึกว่าโลกทั้งโลกพังทลาย ขอให้ทุกคนโชคดีทั้งเรื่องความรักและเรื่องหน้าที่การงาน ขอให้ได้ทำในสิ่งที่รักและประสบความสำเร็จกันค่ะ


พระเอกนิยายคนต่อไป ปรากฏตัว

คุณเรนนี่ : เพิ่งลงมือเขียนได้ไม่กี่หน้าเอง ‘วาระซ่อนร้าย’ เป็นภาคต่อของ ‘วาระซ่อนเร้น’ พระเอกชื่อ แพทริก ฮู้เร้!!! (ขำ) เหมือนแค่ชื่อนะ ยังไงก็ลองติดตามดูค่ะ