เด่นชัย & วัลภา

34 ปี ดวงใจรักของยอดลิเก

‘เด่นชัย ศิษย์หอมหวล’ หรือ ‘อาจารย์ เด่นชัย อเนกลาภ’ นายกสมาคมลิเกประเทศไทย เจ้าของคณะเด่นชัย ลิเกคนดังแห่งประเทศไทย ล่าสุดเพิ่งจัดมหกรรมลิเกการกุศลครั้งที่ 22 เรื่อง ‘บุเรงนองทิ้งทวน’ แน่นอนว่ารวบรวมสายเลือดลิเกคนดังกันจนล้นเวที จนเหล่าแม่ยกต้องบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาดูกันให้ได้ คนดูแลทุกอย่างไม่ใช่ใครที่ไหน ‘แม่แอ๊ว - วัลภา อเนกลาภ’ ภรรยาคู่ใจประจำกายของพ่อเด่นชัย วันนี้ฮักเลยมาเปิดม่านเบิกโรงกัน ถึงลิเกตอนสำคัญของพระเอกยอดลิเกคนดังที่มีต่อนางเอกสาวคนสวยคนนี้ กับการฝ่าฟันทุกอุปสรรคเพื่อยอดรักคนงาม รับรองเลยว่าเรื่องราวอันแสนเข้มข้นจะทำให้ผู้ชมนั่งกันไม่ติด ขอเชิญรับชมกันได้เลยค่ะ 

แรกพบสบตา

คุณเด่นชัย : ผมมาเป็นพระเอกลิเกให้กับคณะเกียรตินิยม ซึ่งคุณพ่อของแอ๊วเป็นหัวหน้าคณะ มาเล่นให้ช่อง 5

คุณวัลภา : ตอนนั้นกำลังเรียนอยู่วิทยาลัยครูสวนสุนันทา แล้วมาช่วยคุณพ่อเรื่องประสานงาน เราไม่เป็นเรื่องลิเกเลย เวลาเขาไปเล่นลิเกสดข้างนอก เราก็มีหน้าที่ตามไปเก็บค่าตัว รับจากเจ้าภาพที่จ่ายให้ศิลปิน คุณพ่อจะให้เบี้ยเลี้ยงค่าขนมเป็นรายได้ของเรา


พระพรหมแผลงศร

คุณเด่นชัย : พอได้เจอกันได้คุยกันนิดหน่อย ปกติผมไม่ค่อยคุยอะไรเพราะเป็นคนเฉยๆ เลยแอบมองแทน

คุณวัลภา : ตอนแรกไม่ได้รู้ตัวว่ามีคนแอบมอง แต่น้องชายคนเล็กทักว่าพระเอกคนนี้แอบมองพี่สาวเรื่อยๆ น้องชายเริ่มสงสัย เราไม่คิดอะไรเพราะพี่เด่นอายุมากกว่า ห่างกัน 13 ปี แล้วตัวเราไม่คิดสนใจศิลปินลิเก แต่พอได้สนิท รู้ว่านิสัยใจคอเป็นโอบอ้อมอารีย์ เหมือนโบราณว่า รักแล้วรักทั้งครอบครัว รักเราก็รักน้องเราด้วย ไม่รู้ว่าเริ่มใจอ่อนตั้งแต่เมื่อไร (หันไปถามสามี) เคยบอกว่ามองผู้หญิง ต้องมองอะไรก่อนนะ

คุณเด่นชัย : ชอบผู้หญิงที่เท้าสะอาด (คุณวัลภาหัวเราะ)

คุณวัลภา : เป็นคนให้เท้าเลอะไม่ได้ โรงลิเกไม่ให้ใส่รองเท้า แต่พอเลอะจะต้องล้างเท้าแล้วเช็ดให้สะอาด เวลาเท้าเลอะแล้วรู้สึกเหมือนหน้าไม่สะอาด


อุปสรรคครั้งใหญ่ที่โหมมา

คุณเด่นชัย : จริงๆ ไม่น่าจะได้รักกัน เพราะแตกต่างกันมาก ป.สี่ผมก็ยังไม่จบ แต่เขาเรียนปริญญา ผมเก่งแต่เรื่องลิเก พ่อแม่ของแอ๊วก็ไม่เห็นด้วย

คุณวัลภา : ตอนมาขอ คุณพ่อพูดเลยว่า ชาติวุฒิ วัยวุฒิ คุณวุฒิ มันเทียบไม่ได้เลย มีดีตรงไหน แก่กว่าตั้ง 13 ปี

คุณเด่นชัย : ผมมีพี่น้อง 11 คน ผมเป็นคนสุดท้อง พี่ชายเป็นสจ. มีเป็นกำนัน พ่อตาก็พูดว่าไม่เหมาะสมกันเลย พี่น้องก็เริ่มอารมณ์เสีย ประวัติเมื่อก่อนเป็นนักพนันตัวยง แล้วแม่ยกลิเกก็เยอะ กลัวจะมีปัญหา

คุณวัลภา : มีค่านิยมว่า รถไฟ เรือเมล์ ลิเก ตำรวจ จะเจ้าชู้ แล้วเราเป็นคนใจร้อน อยู่ในครอบครัวที่ตามใจ คุณพ่อจะรักลูกสาว เลยยิ่งห่วง

คุณเด่นชัย : จะนัดเจอกันตรงคันกั้นน้ำคลองประปา แถวประชาชื่น ยืนอยู่กันคนละฝั่ง ผมจะยกธงให้รู้ว่ามาแล้ว (หัวเราะทั้งคู่) โทรเข้าบ้านเดี๋ยวพ่อเขารับขึ้นมา เลยถือธงขาวโบกให้รู้ว่ามาแล้วนะ ตอนนั้นผมใส่ทองหนัก 20 บาท ไปยืนรอมืดๆ ก็มีคนหลายคนเดินมาดูท่าเอาเรื่อง ใจก็กลัวว่าจะถูกฆ่าตาย แต่ก็อยากเจอ

คุณวัลภา : แอบเจอกันแต่อยู่ในกรอบนะ เพราะคุณแม่รู้ คุณแม่ตามใจ น้องชายตามมาเป็นเพื่อนด้วย คือคุณแม่เคยถาม ตอนนั้นยังไม่ได้คิดอะไร เราก็ตอบแม่ว่านิสัยดีนะ แต่ไม่ได้ชอบ แค่สงสาร คุณแม่บอกว่าระวังนะ ความสงสารจะหนักกว่าความรัก ระหว่างนั้นมีอีกคนมาจีบ เป็นเพื่อนพี่ชาย เป็นเจ้าของโรงงาน เราคิดว่าเป็นเพื่อนมากกว่า เพื่อนพี่ชายก็เหมือนเพื่อนเรา วัยไม่ห่างกันมาก ไม่ชอบคนวัยไล่เลี่ยกัน

คุณเด่นชัย : ตอนจีบก็แต่งเพลงให้แอ๊ว สาเหตุที่แต่งเพลงจะได้คุยกันได้ง่าย ชื่อเพลง ‘ปราสาทรักบาสะลอง’

คุณวัลภา : เป็นเพลงที่ชอบมาก พี่เด่นแต่งแล้วเอาไปใช้ในการแสดงด้วย เป็นเรื่องที่แรงบันดาลใจมาจากคู่ของเรา เนื้อเรื่องพระเอกกับนางเอกรักกัน แต่ถูกกีดกัน ต้องเสียสละ เลยประทับใจเพลงนี้ (ยิ้ม)

คุณเด่นชัย : ผมก็คิดว่า ผมกับเขามันไม่เหมาะกัน แต่ก็คิดจะลองดู ว่าได้แค่ไหนก็แค่นั้น ถ้าแอ๊วไม่เอาเราจริงๆ ก็ไม่ว่าอะไร แต่พอเขามีใจกับผมขึ้นมา ก็จะถูกส่งไปเรียนต่อต่างประเทศ ยิ่งกว่าหนังอีก

คุณวัลภา : ตอนแรกคุณพ่อไม่ให้ไปเรียนปริญญาโทที่ต่างประเทศ แต่พอรู้ว่าพี่เด่นชัยมาชอบ เลยให้ไป ตั้งใจจะแยกคู่เรา เลยแอบไปโทรศัพท์หยอดตู้ บอกว่าเราจะต้องไปแล้วนะ ไม่ได้อยู่ด้วยแล้ว เหมือนต้องเลิกกัน ร้องไห้กันทั้งสองฝ่าย


เมื่อตัดสินใจสู้อีกสักครั้ง

คุณวัลภา : วันนั้นคุณพ่อเอารูปรับปริญญาของเราที่อัดใส่กรอบไว้โยนทิ้งแล้วเอารูปมาเผา คุณแม่ต้องไปหยิบออกมาจนมือพอง น้องชายก็ไล่เราขึ้นบนบ้าน ให้ล็อคประตู บอกป๋าโกรธแล้ว เราอยากจะคุยด้วยเหตุผล แต่คุยไม่ได้ น้องชายบอกให้หนีไปเลย เก็บเสื้อผ้าซะ จะช่วยเอง แต่พอคุณพ่อสงบอารมณ์ ออกไปนอกบ้านแล้วคุณแม่มาคุยว่า ถ้าคิดจะแต่งงานก็ไม่ต้องหนี เดี๋ยวแม่จะจัดการให้ เป็นอันว่าไม่ต้องไปต่างประเทศ เราก็ไม่อยากหนี อยากแต่งงานอย่างถูกต้อง

   คุณพ่อเคยถามว่าเราหัวสูงทำไมมาคิดเอาผัวลิเก เขาไม่พอใจมาก แต่คุณแม่แย้งให้ว่า เพราะลูกเขารักกัน อย่ามาทำแบบคู่เรา คือคุณแม่ห่างกับคุณพ่อ 11 ปี ไม่ได้รัก โดนบังคับแต่ง (หัวเราะ) แต่งเพราะผู้ใหญ่คิดว่าแต่งกับคนนี้แล้วจะสบาย แต่คุณพ่อก็เจ้าชู้ คุณแม่เลยคิดว่าลูกรักกันจริงให้ปล่อยไป สรุปคุณแม่จัดการให้หมด พี่เด่นก็พาผู้ใหญ่มาขอ แต่คุณพ่อก็ยังพูดแรง วันแต่งงาน คุณพ่อหนีไปบวช เสียใจนะ เหมือนเราทำผิดกับคุณพ่อ แต่เราโตกันแล้ว จะให้ไปแต่งกับคนที่ไม่รักก็ไม่ได้

คุณเด่นชัย : เขาย้ำเลยว่า เหมาะสมกันตรงไหน ฉันรักแกนะ รักในเรื่องการแสดงลิเกของแก แต่ไม่ได้รักให้มาเป็นลูกเขย แกมีดีตรงไหน ไม่มีอะไรเทียบได้เลย มีอยู่อย่างเดียว คือความดีกับคนบ้านเดียวกัน และเล่นลิเกดี

คุณวัลภา : พี่เด่นเคยมีเมียมีลูก แต่ไม่ได้แต่งงานกัน มันเป็นอดีต ตัวเราหัวสมัยใหม่ก็ไม่มองอดีต อดีตเป็นไงช่างคุณ แต่ถ้าหลังแต่งงานกันแล้วคุณมีคนอื่นก็เชิญไปเลย ถือว่าไม่ให้เกียรติ แต่ตั้งแต่แต่งงานกันมา 34 ปี พี่เด่นไม่เคยนอกลู่นอกทาง


เมื่อลิเกดังแต่งงาน

คุณเด่นชัย : วันแต่งงานต้องหาพี่น้องมาช่วยกันดูแล แบ่งเป็นกลุ่มๆ ใช้คนยี่สิบกว่าคนยืนล้อมๆ กัน กลัวแม่ยกจะมาถล่ม (หัวเราะ) ส่งคนไปตามจุดต่างๆ กัน

คุณวัลภา : ตอนนั้นพี่เด่นดังมาก ต้องยกเลิกงานเลี้ยงกลางคืน ตอนเช้ามีแห่ขันหมาก มีกินเลี้ยง มีทุกอย่าง ทำพิธีเช้า เลี้ยงกลางวัน ยกเลิกงานเย็น แล้วตอนเย็นพี่เด่นก็ไปทำงานต่อ วันนั้นเป็นวันที่ทั้งดีใจและเสียใจ ที่คุณพ่อหนีไปบวช คุณแม่บอกว่าอย่าร้องไห้นะ ในเมื่อเลือกเอง แล้วที่บ้านเปิดร้านทำแอร์ตู้เย็น คุณพ่อไม่ให้ลูกน้องหยุดมาช่วยงาน ชื่อร้านแต่ก่อนเป็นชื่อเรา ก็ให้เซ็นออกจากความเป็นเจ้าของกิจการ เรายอมเพราะเลือกแล้ว ญาติๆ คนอื่นชอบพี่เด่นเพราะเป็นคนดี หลังแต่งงานแล้วพวกเราไปขอขมาในโบสถ์ อีกปีมีลูก พอเห็นหลานก็รัก แล้วกลายเป็นรักลูกเขยมากกว่าลูกสาวอีก (หัวเราะทั้งคู่) ถ้าไปเล่นแถวอยุธยา คุณพ่อเป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิผักไห่ ก็บอกว่าอ้าว มาเล่นแถวนี้ มานอนกับป๋าสิ แล้วไม่นอนเลยนะ นั่งคุยยันตี 4 – 5 บอกว่านอนเถอะ คุณพ่อบอกแกก็นอนสิ เดี๋ยวป๋าคุยกับเด่นก่อน (ยิ้ม)

คุณเด่นชัย : ตอนหลังเขารักเรา และรักลูก ใช้ความดีเข้าสู้ ที่จริงเขาก็เอ็นดูอยู่แล้ว

คุณวัลภา : สาเหตุมันมาจากที่มีคนพูดไว้กับคุณพ่อว่า พี่เด่นไปได้กับลูกสาวเขา สมัยวัยรุ่น เป็นความพลั้งเผลอจนมีลูก แต่ไม่เคยทิ้งกัน ยังไปงานบวชให้เลย แต่ตอนนั้นทำให้คุณพ่อทิฐิขึ้น รับไม่ได้ แล้วก็ไม่คิดว่าลูกสาวหัวสูงจะเลือกคนอื่น ซึ่งคนทั่วไปมองลิเกแบบนั้นจริงๆ เลยพยายามทำให้ลิเกสูงขึ้น ไม่อยากให้คนมาดูถูกอาชีพสามีเรา แล้วลิเกผิดตรงไหน ศิลปะพื้นบ้าน เราอนุรักษ์ เล่นด้วยใจรัก ถึงจะจนไม่มีกินก็ยังไม่ทิ้ง คืออาชีพสุจริต เลยมาช่วยผลักดัน จนกลายเป็นสมาคมลิเกแห่งประเทศไทย แล้วพี่เด่นได้รับเลือกเป็นนายกสมาคม

คุณเด่นชัย : สมาคมไม่ใช่ว่าใครจะมาตั้งได้ กระทรวงเป็นคนตั้ง ลิเกทั่วประเทศมาเลือกตั้งที่กรุงเทพ ยิ่งกว่าสส.อีก ภาคภูมิใจว่าตอนนี้เหลือผมคนเดียวที่อายุเท่านี้ยังเล่นอยู่


ยอดลิเกกับเหล่าแม่ยก

คุณวัลภา : ตอนนั้นขอสัญญากับพี่เด่น ว่าเมื่อคุณพ่อโจมตีเรื่องการพนัน ก็ขอให้หยุดได้ไหม และเรื่องเจ้าชู้ เพราะเมื่อฉันเลือกเธอแล้ว ต้องฟันฝ่าทุกอย่าง แม้กระทั่งพ่อที่ไม่เคยขัดใจเลย รักพ่อมากกว่าแม่ ต้องมาผิดใจกันเพราะเรื่องคู่ครอง เลยขอได้ไหมว่าให้รักเราคนเดียว ถ้าคุณมีคนอื่นเมื่อไร แสดงว่าหมดรักเราแล้ว ซึ่งเราก็ไม่สนนะที่ถ้ามีลูกมีสามีแล้วจะเลิกกันไม่ได้ ตั้งแต่นั้นมาก็อยู่กันเรื่อยมา มีความสุข ไม่มีอะไรมาทำให้เป็นปัญหา
เรารู้ว่านัดแม่ยกก็ไม่เคยไปตาม รู้ว่านั่นคือผู้อุปถัมธ์ พี่เด่นไม่เคยคิดเกินเลยกับแม่ยก ไม่เคยขูดรีดเอาเงินมา มีแต่ให้โดยเสน่หาหน้าเวที หลังแต่งงานบางทีไปคอยพี่เด่นเล่นลิเก เล่นจบแม่ยกจะให้ไปส่ง เขาก็ไม่ไปถือว่าเมียรออยู่ ต้องกลับด้วยกัน จึงไม่มีอะไรที่ทำให้เจ็บช้ำใจ มีแค่ช่วงแรกที่คิดไปเอง เพราะตารางชีวิตมันขัดกัน เคยคิดว่าไปร้องเพลงดีไหมจะได้เวลาทำงานเดียวกัน พี่เด่นก็หึง (หัวเราะ) เลยต้องเลิก ไปสอนหนังสือ ต้องนอนกลางคืน เช้าไปทำงาน ส่วนพี่เด่นเช้ากลับมานอน กลางคืนออกไปทำงาน สลับกัน จนคนเข้าใจว่าเป็นเมียน้อย

คุณเด่นชัย : ผมเป็นคนพูดตรงๆ จะบอกทุกคนเลยว่าผมมีเมียแล้ว เมื่อก่อนลิเกจะปิดบังกัน แต่ผมเป็นคนเปิดเผย รู้ว่าแม่ยกชื่นชอบเรื่องการแสดง เพราะเราแสดงดี

คุณวัลภา : แม่ยกที่ชื่นชอบพี่เด่น หลังจากมีครอบครัวก็รักทั้งครอบครัวเช่นกัน ทุกวันนี้ยังส่งของมาให้กินกันทั้งบ้าน สมัยหนุ่มๆ มีผู้หญิงขับรถบีเอ็มมาดูว่าทำไมพี่เด่นเลือกเรา ตอนนั้นเพิ่งจะคลอดลูก ซึ่งผู้หญิงคนนี้สงสัยว่าทำไมพี่เด่นไม่สนใจเขา ทั้งที่เขาเอาจะให้เงินนะ เลยอยากมาดู แต่ตัวเราไม่รู้เรื่องเลย จนพี่เด่นมาบอกทีหลัง

คุณเด่นชัย : ผมบอกไปว่าแต่งงาน มีลูก มีเมียแล้ว เขาก็เข้าใจ ถอยห่างไปติดพันคนอื่นแทน มีอยู่ครั้ง ไปเล่นลิเกที่ต่างจังหวัด ผู้หญิงคนนี้สวยหน้าตาดี เห็นผมเล่นดีเลยมาให้รางวัล มาชอบ นัดไปดูหนังสกาล่า ตอนนั้นผมยังไม่กล้าบอกแอ๊ว คิดว่าไปแค่หนเดียว ดูหนังแล้วก็กลับเลย เขาก็ซื้อผ้ายกมาให้นุ่งเล่นลิเก คนรู้จักของผม มาบอกทีหลังว่า เด่นชัย คนที่ไปดูหนังด้วยน่ะ ผัวเขาตาบอดสองข้างขายหมากฝรั่ง เป็นหัวหน้าวงดนตรีอยู่ นับจากนั้นผมก็ไม่ไปยุ่งอีกเลย

คุณวัลภา : คุณพ่อพี่เด่นเป็นคนดีประจำตำบล จะคอยสอนลูกเสมอว่า อย่าไปหลอกเงินใคร มันบาปกรรม ทำให้บ้านแตกสาแหรกขาด เมียมาชอบ ผัวไม่รู้ ก็เอาเงินครอบครัวมาให้

คุณเด่นชัย : มีคนมาชอบด้วยเสน่หาแบบนี้ เราต้องมีธรรมะในใจ ให้ยุติธรรมกับผู้หญิง อย่าไปเอาเปรียบเขา ถ้าโสดทั้งคู่อยู่ก็โอเค แต่ถ้าไม่ได้รักชอบก็อย่าไปหลอกเขาเลย จะมีหายนะ อย่าหลอกลวงกัน อยากให้หนุ่มสาวยุคใหม่ใคร่ครวญให้ถ่องแท้ว่ารักกันจริงหรือเปล่า ควรจะคบกันแบบไหน ถ้ารักในการแสดงก็ว่ากันไป ไม่อยากทำให้ครอบครัวเดือดร้อน

คุณวัลภา : มันเป็นธรรมชาติของการแสดงลิเก หรือนักร้องที่ต้องมีคนอุปถัมธ์ช่วยเหลือ แต่ก็ต้องมีขอบเขต ผู้หญิงจะให้ก็ให้แค่พอมี ไม่ใช่ให้จนเดือดร้อน คนรับก็มีจิตใจเป็นธรรม มีเมตตา ไม่ใช่ให้มาเท่าไรก็จะกอบโกยหมด


วิธีรับมือของภรรยาลิเก

คุณวัลภา : ต้องอยู่บนความเข้าใจกันและกัน และต้องหยิ่งในตัวเองว่าเรามีดี เป็นคนที่เขาเลือกมาเป็นภรรยา เป็นแม่ของลูก ศึกษานิสัยกันว่าเขาเป็นคนแบบไหน ยอมรับว่าใหม่ๆ ทะเลาะกัน เพราะไปกับแม่ยกจนถึงตี 4 บอกไปทานข้าว เราไม่เคยเที่ยวกลางคืนไม่รู้ว่า หลังทานอาหารก็ไปเที่ยวฟังเพลงกันต่อ เราไม่ได้นอนเลย เวลาทะเลาะจะไม่ให้ลูกรู้ ให้ลูกไปนอนก่อน ช่วงแรกเป็นปัญหาเพราะยังเด็กอยู่ อายุแค่ 25 ไม่เคยอยู่ในสถานะครอบครัวที่สามีต้องออกไปทำงานกลางคืนแล้วเราอยู่บ้านกับลูก ดีที่พี่เด่นเป็นคนใจเย็น พอเราเริ่มอายุมากขึ้น มีความคิดล่ะ รู้ว่าเขารักเรานะ รักลูก หลงลูก ไปไหนถ้าพาไปได้ก็จะพาลูกไปด้วยตลอด กาลเวลาช่วยให้เรารู้สึกมั่นใจในตัวเขามากขึ้น ตอนหลังกลุ่มนี้ก็มารักเรา รักลูกเรา เวลามีกิจกรรมก็จะมาดึงไปร่วมด้วย พวกเขารักพี่เด่นเหมือนน้องชายแต่แรก เรื่องที่เคยหึงหวง เคยเครียดก็หายไป ได้รู้ว่า อ้อ เขาไปเที่ยวกันแบบนี้นะ เลยไม่มีประเด็นอะไรที่ให้ทะเลาะกัน


เคล็ดวิชาแก้ปัญหาชีวิตคู่

คุณเด่นชัย : ผมเงียบ เดี๋ยวค่อยคุยกัน ช่วงอารมณ์ร้อน ต้องรอให้หยุด สักครึ่งชม.หรือ 1 ชม. เดินไปนั่นนี่แล้วมาขอโทษขอโพยกัน ที่พูดไม่ดีไปขอโทษนะ ให้อภัยกัน ไม่ใช่ทะเลาะแล้วต่างคนแยกกันไป อีกคนก็จะคิดแล้วว่าหายไปไหน มีเรื่องอะไรอย่าข้ามวัน ย้ำเลยนะ

คุณวัลภา : ขอโทษจะดีที่สุด บอกว่ายังรักกันนะ เพียงแต่อาจพูดอะไรไม่ทันคิดไปตะกี้ เรื่องเล็กน้อยพูดไม่เข้าหู บางเรื่องน้ำผึ้งหยดเดียวมันมองข้ามไปก็ได้ ลูกก็ไม่เครียด เดี๋ยวนี้ใจเย็นลงเยอะ แต่เวลาโกรธจะไปซื้อเสื้อผ้า หมดเงินไปหลายพัน

คุณเด่นชัย : เลยไม่กล้าทะเลาะด้วยแล้ว (หัวเราะ) เดี๋ยวนี้มีแบบสั่งผ่านออนไลน์ได้ด้วย


ร่วมทุกข์ร่วมสุข

คุณวัลภา : สมัยนี้มันเป็นความรักที่ไม่มีพื้นฐานจากความเข้าใจซึ่งกันและกัน มันเลยไม่แน่น ไม่มั่นคง ล้มกันง่าย ตอนแรกบอกรักกันจังเลย พออีกคนมีปัญหาก็ไม่รักกันแล้ว คู่เรา คุณพ่อเลี้ยงเรามาเหมือนเป็นคุณหนู มีคนใช้ดูแล เสื้อผ้าไม่ต้องซัก ล้างชามไม่ต้องทำ ที่นอนมีคนทำให้ แต่พอแต่งงานเริ่มจากศูนย์จริงๆ เป็นอาจารย์ก็หาอาชีพเสริมเป็นแม่ค้าขายข้าวแกง เคยเปิดท้ายขายของกับลูกสาว เขาอยากทานสัปประรดชิ้นละ 10 บาท บอกให้ไปซื้อก็ไม่เอา รอให้แม่เปิดบิลได้ก่อน เราน้ำตาร่วงเลย เคยมีนะที่อยากจะเลิก หรือเสียใจที่ชีวิตลำบากอยากฆ่าตัวตาย แต่พอเห็นหน้าลูกก็ทำไม่ได้ มันแค่อารมณ์ชั่ววูบนิดเดียว บ้านเก่าถูกฟ้องล้มละลายมาก่อน เครียดมาก อายด้วย เหมือนยึดติดในตอนนั้น แต่ตอนนี้คิดได้ ช่างมันเถอะ มาสร้างกันใหม่ ตอนนี้ดีขึ้น เพราะความอดทน ความรัก และความอบอุ่นเข้าใจ ส่วนลูกจะรู้คุณค่าของเงิน เป็นแอร์ฯ ก็รับจ้างแต่งหน้าทำผม ลูกทำงานมาหลายอย่าง เล่นละคร ถ่ายแบบ โฆษณา ขยันหารายได้ เรียนจบสามปีครึ่ง ครอบครัวเราอบอุ่น พี่เด่นได้พ่อตัวอย่างแห่งชาติปี 2551 เราได้แม่ดีเด่นแห่งชาติปี 2553

คุณเด่นชัย : เมื่อก่อนลำบาก แต่ก็ดิ้นรนกันพออยู่ได้ ตอนนี้สบายขึ้นเยอะ แต่คนยุคนี้ไม่มีความอดทน เลิกกันง่าย


ก้าวต่อไปของสองพระนาง

คุณเด่นชัย : เราอยู่กันมาตั้งนานแล้ว ก็ต้องอยู่กันต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดอายุขัย (ยิ้มมองภรรยา) ผมไม่มีใครนะ แต่แอ๊วอ่อนกว่าผม 13 ปี ไม่เป็นไร ผมไม่ยึดติด (หัวเราะทั้งคู่) ก็รักตลอดไป อยู่กันมาตั้งนาน มันมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยกันและกัน ให้ความรักมาตลอด อยากได้อะไรผมให้ได้

คุณวัลภา : ด้วยอาชีพของเขา ไม่เคยคิดว่าจะมาจริงจัง เราเด็กกว่าเยอะ คงเป็นทางผ่าน แต่พอใกล้ชิด เลยรู้ว่าพี่เด่นมีความรัก มีความจริงใจ ซื่อสัตย์ ขอบคุณมาก ที่จริงใจกับผู้หญิงคนนี้ และทำทุกอย่างให้ครอบครัวมีความสุข ร่วมหัวจมท้ายกันมาไม่เคยนอกลู่นอกทาง ไม่เคยทรยศเรา เมียขออะไรอยากทำอะไร พี่เด่นก็ให้ได้เท่าที่ผู้ชายคนนี้จะมีให้ กระทั่งชีวิต เขาก็ให้เราได้ (ยิ้มมองสามี)


กลอนพิเศษจากยอดรัก

คุณเด่นชัย : เขินนะเนี่ย (หัวเราะ) ‘34 ปีมีความหมายสำหรับเด่นชัยกับวัลภา ซึ่งให้ความรักความเมตตา ต่างคนก็จะไม่หนีไปไหน นอกจากน้องแล้วหนอก็จะไม่ขอรักใคร’

คุณวัลภา : นี่เขาเขินจริงจังเลย พี่เด่นอัจฉริยะ แต่งอะไรเป็นกลอนได้ ส่วนสำหรับเรา ‘รักชั่วนิรันดร์’ (ยิ้ม)

ความรักที่เข้มข้นมาจากการพยายามสู้ไปด้วยกัน ทำให้คุ้มค่ายามลิ้มรสชาติหวานชื่นด้วยกัน แน่นอนว่าลิเกบทนี้ยังไม่มีฉากจบ แต่จะขอปิดม่านในวันนี้ลง เพื่อให้สองพระนางได้ไปพักผ่อน ไปหวานชื่นกันต่อตามประสา วันนี้จึงขอลาโรง ปิดม่านกันก่อนนะท่านผู้ชม สวัสดี