มารู้จัก ‘ป๊อป’ โรคฮิตของผู้หญิงกันเถอะ

เรียน คุณหมอชัญวลี ดิฉันขอปรึกษาปัญหาสุขภาพของคุณแม่ค่ะ ท่านอายุ 73 ปีแล้ว วันหนึ่งนั่งซักผ้าบนเก้าอี้ทรงเตี้ย มีจังหวะหนึ่งที่ขยับตัว มดลูกก็หลุดออกมาภายนอก คุณแม่ตกใจแต่ก็รีบดันกลับเข้าไป ไม่ทราบว่าจะเป็นอันตรายไหมคะ และมีวิธีปฏิบัติตัวอย่างไร รบกวนขอคำแนะนำด้วยค่ะ

     หากให้ระบุว่ามีอะไรหลุดออกมาภายนอกแล้วดันกลับ คนส่วนใหญ่ต้องคิดว่าเป็นมดลูกหย่อน ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกับมดลูกต่ำ หากเป็นมากถึงกับหลุดออกมา เรียก ‘มดลูกไหล’ ‘มดลูกปลิ้น’ แต่อันที่จริง ควรต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจยืนยันว่าเป็นมดลูกหย่อนหรือไม่นะคะ

     เหตุผลที่ต้องพบแพทย์เพื่อยืนยัน เนื่องจากอวัยวะที่ยื่นโผล่พ้นปากช่องคลอด อาจไม่ใช่มดลูกก็ได้ ภาษาอังกฤษเรียกภาวะที่มีอวัยวะในอุ้งเชิงกรานยื่นพ้นจากปากช่องคลอดว่า POP ย่อมาจาก pelvic organ prolapse ภาษาไทยเรียก ‘ภาวะอวัยวะในอุ้งเชิงกรานหย่อน’

     ป๊อปจึงไม่ได้มีแต่ปากมดลูกหรือมดลูกที่ยื่นออกมา แต่มีอวัยวะอื่นๆ ภายในอุ้งเชิงกรานด้วย เมื่อมีก้อนยื่นออกมาจากช่องคลอด จึงอาจเป็นได้หลายชนิด และอาจเกิดเดี่ยวหรือเกิดร่วมกันก็ได้


ป๊อปมีหกชนิด ได้แก่


     1. กะบังลมส่วนหน้าหย่อน (cystocele) เกิดจากเนื้อเยื่อระหว่างกระเพาะปัสสาวะกับช่องคลอดอ่อนแอ กระเพาะปัสสาวะส่วนหนึ่งนูนเข้าไปในช่องคลอด กลายเป็นก้อนยื่นออกมาด้านหน้า

     2. กะบังลมส่วนหลังหย่อน (rectocele) เกิดจากเนื้อเยื่อระหว่างทวารหนักกับช่องคลอดอ่อนแอ ทวารหนักส่วนหนึ่งนูนเข้าไปในช่องคลอด กลายเป็นก้อนยื่นออกมาจากช่องคลอดด้านหลัง

     3. ลำไส้เล็กหย่อน (enterocele) เกิดจากเนื้อเยื่อที่พยุงช่องคลอดส่วนบนอ่อนแอ ลำไส้เล็กหย่อนผ่านผนังช่องคลอดด้านบน เป็นก้อนตุง ยื่นออกมาจากปากช่องคลอด

     4. มดลูกหย่อน (prolapsed uterus) ตามปกติมดลูกอยู่เหนือช่องคลอด และปากมดลูกยื่นเข้ามาในยอดช่องคลอด ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร หากมดลูกหย่อนจนปากมดลูกต่ำลงมาเกินครึ่งของความยาวช่องคลอด เรียก ‘มดลูกหย่อน’

     5. มดลูกไหล หรือมดลูกปลิ้น (procidentia uteri) เป็นมดลูกหย่อนที่เป็นมาก จนมดลูกและปากมดลูกหลุดออกมาจากปากช่องคลอด

     6. ยอดช่องคลอดปลิ้น (apical prolapse) เกิดหลังจากตัดมดลูก เนื้อเยื่อพยุงอ่อนแอ ยอดช่องคลอดจึงปลิ้นออกมาจากปากช่องคลอด
ดังนั้น เมื่อมีก้อนโผล่พ้นปากช่องคลอด แม้ดันกลับเข้าไปแล้ว ก็ควรไปพบแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัย


สถิติผู้มีอาการป๊อป

จากผลการสำรวจในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยใช้แบบสอบถาม ผู้หญิงอายุ 20-80 ปี จำนวน 1,961 คน ตีพิมพ์ใน JAMA 2008 พบป๊อปที่มีอาการ เช่น มีก้อนยื่น จุก ปวดช่องคลอด ร้อยละ 2.9


ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดป๊อป


1. มีลูก แม้คนไม่มีลูกก็เป็นได้ แต่เป็นได้น้อยกว่า ความเสี่ยงจะมากขึ้นถ้ามีลูกหลายคน อายุแม่ที่คลอดท้องแรกต่ำกว่า 25 ปี

2. คลอดเองตามธรรมชาติ แม้การผ่าตัดคลอดก็อาจเกิดป็อปได้ แต่เกิดได้น้อย ความเสี่ยงจะมากขึ้นหากคลอดหลายครั้ง ลูกตัวโต คลอดยาก เบ่งคลอดนาน มีการฉีกขาดของฝีเย็บมากจนถึงชั้นหูรูดทวารหนัก

3. อายุมาก ป๊อปเป็นโรคของคนสูงวัย อายุที่เพิ่มมากขึ้นทุก 10 ปี โอกาสเป็นป๊อปเพิ่มขึ้นร้อยละ 40 โดยเฉพาะอาการมดลูกหย่อน คนไข้ที่มาหาหมอมากที่สุดอยู่ในช่วงอายุ 60-70 ปี การผ่าตัดแก้ไขมดลูกหย่อนเป็นการผ่าตัดทางนรีเวชที่ทำมากที่สุดในสตรีอายุ 70 ปี

4. อ้วน ผู้หญิงที่มีดัชนีมวลกาย 25 และ 29.9 กิโลกรัมต่อตารางเมตรขึ้นไป มีความเสี่ยงต่อการเกิดป๊อปมากกว่าคนน้ำหนักปกติ ร้อยละ 40 และร้อยละ 50

5. ตัดมดลูก คนที่เคยตัดมดลูก มีความเสี่ยงต่อการเกิดป๊อปชนิดยอดช่องคลอดปลิ้นมากกว่าคนทั่วไป

6. มีแรงดันในช่องอกและช่องท้องสูง เช่น ไอเรื้อรัง เป็นโรคปอด โรคหัวใจ ท้องผูก ยกของหนัก

7. พันธุกรรม บางเชื้อชาติเกิดมากกว่า บางครอบครัวเกิดมากกว่าเพราะมีพันธุกรรมที่ทำให้เนื้อเยื่อไม่แข็งแรง


อาการที่พบบ่อย


1. ถ่วงท้องน้อย ถ่วงช่องคลอด มีก้อนจุกตุง คล้ายมีอะไรจะหล่นออกจากช่องคลอด

2. มีปัญหาเรื่องปัสสาวะเล็ด ปัสสาวะลำบาก ท้องผูก เพราะกระเพาะปัสสาวะและทวารหนักหย่อน

3. มีปัญหาเพศสัมพันธ์ การมีก้อนยื่นออกมาทำให้ไม่สะดวกและเจ็บปวดเวลามีเพศสัมพันธ์
ส่วนความเชื่อที่ว่าหากมดลูกหย่อนจะทำให้มีลูกยาก ปวดหลังปวดเอว งานวิจัยพบว่าไม่เกี่ยวข้องกัน


การรักษา


1. เฝ้าดูอาการ คนที่ไม่มีอาการผิดปกติ มีแต่ก้อนยื่น แนะนำให้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ลดความอ้วน ไม่ยกของหนัก หมั่นขมิบช่องคลอด ซึ่งหากทำถูกวิธี ช่วยลดการเกิดป๊อปได้ถึง 3 เท่า

2. ใช้ฮอร์โมน เพื่อทำให้เนื้อเยื่อช่องคลอดแข็งแรง ลดการหย่อนของอวัยวะในอุ้งเชิงกรานได้

3. ใช้ยาตามอาการ คนที่เป็นป๊อปมักเครียด ซึมเศร้า วิตกกังวล นอนไม่หลับ ท้องผูก ปัสสาวะบ่อย แพทย์อาจเลือกใช้ยารักษาตามอาการที่เป็น

4. ใช้อุปกรณ์พยุงมดลูก (pessary) ทำจากซิลิโคน มีหลายชนิด หลายขนาด ใส่เข้าไปในช่องคลอดเพื่อดันมดลูกให้เข้าที่ นิยมใช้ในกรณีที่มดลูกหย่อน บางชนิดใช้รักษาอาการปัสสาวะเล็ดได้อีกด้วย ข้อเสียคือ ต้องนำออกมาล้างทำความสะอาด เป็นประจำ

5. ผ่าตัด ร้อยละ 50 ของคนไข้มักเลือกรักษาวิธีนี้ เพราะทำครั้งเดียว มักหายขาด ป๊อปไม่กลับคืนมา