ยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย

ทัศนัย ขันตยาภรณ์
ที่ปรึกษามูลนิธิแพธทูเฮลท์ (path2health)

“ไม่มีวิธีคุมกำเนิดวิธีไหนที่สามารถป้องกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์” ฉบับนี้เรายังอยู่กับ คุณทัศนัย ขันตยาภรณ์ หรือ พี่ติ๊ก เพื่อพูดคุยให้ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับผู้หญิง ขอย้ำชัดๆ อีกครั้งว่าทั้งเราและแขกรับเชิญไม่ได้สนับสนุนการทำแท้ง เพียงแต่ร่วมเสนอวิธีแก้ไขที่ส่งผลกระทบต่อผู้หญิงทั้งร่างกายและจิตใจน้อยที่สุด
หลังจากที่พี่ติ๊กได้เล่าให้เราฟังถึงภาพรวมของปัญหา สิทธิขั้นพื้นฐานที่ผู้หญิงควรรู้หากเกิดการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ รวมถึงหน่วยงานที่คอยให้ความช่วยเหลืออย่าง สายด่วนปรึกษาท้องไม่พร้อม 1663 และเว็บไซต์ www.lovecarestation.com ไปในฉบับที่แล้ว

ระหว่างพักดื่มน้ำเย็นๆ เราก็ไปสะดุดกับประโยคจากหนังสือคู่มือที่พี่ติ๊กถือมาด้วย ในนั้นมีข้อความตัวโตเขียนว่า ‘เมนส์ไม่มาให้รีบโทร’ ซึ่งเป็นสโลแกนจากสวยด่วน 1663

“ผู้หญิงเวลาที่ท้องก็คือเมนส์ไม่มาใช่ไหมคะ ในรอบหนึ่งที่เมนส์ไม่มา การตั้งครรภ์อาจจะประมาณเดือนครึ่งแล้วการนับอายุครรภ์เขาไม่ได้นับจากวันที่เรามีเพศสัมพันธ์ไม่ปลอดภัยนะ เขานับจากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย

สมมติว่าเมื่อคืนเราไปมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย ผ่านมาสัปดาห์หนึ่ง เราคิดว่าเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัยนั้นอาจจะทำให้ตั้งครรภ์ได้ เราไม่ได้นับว่าเราตั้งครรภ์ 7 วันนะ เราจะนับว่าเราตั้งครรภ์โดยที่นับประจำเดือนครั้งล่าสุดวันแรกค่ะ

ทีนี้ก็จะมีประเด็นอีกว่า แต่ถ้าเรามีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย แล้วเราต้องการรู้ว่าตั้งครรภ์หรือเปล่า วิธีการก็คือซื้อชุดตรวจการตั้งครรภ์ แต่ว่าถ้าเรามีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย แล้วเราไปตรวจ สมมติเมื่อคืนไม่ปลอดภัย ตื่นเช้าขึ้นมาจะไปตรวจ วันนี้ตรวจไม่เจอนะ ต้อง 14 วันหลังจากมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย

เพราะฉะนั้น 14 วันหลังมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย แต่เมนส์เรามาก่อนหน้านั้น เรานับวันแรกของการมีประจำเดือน ก็อาจจะประมาณเกือบเดือนหนึ่งแล้ว... และเป็นไปได้ว่าผู้หญิงจำนวนมากลังเล บอกว่า โอ๊ย ปกติเราก็เมนส์ไม่ค่อยมาสม่ำเสมออยู่แล้ว รอให้ไม่มาสัก 3 รอบก่อนแล้วค่อยไปตรวจ แบบนี้ก็มี”

เมื่อทราบการนับอายุครรภ์แล้วทำให้เราสงสัยว่าหากมีความจำเป็นจะต้องยุติการตั้งครรภ์จริงๆ จะมีวิธีไหนที่ปลอดภัยบ้าง “ปัจจุบันยาจะใช้ได้ดีและปลอดภัยในอายุครรภ์ต่ำกว่า 9 สัปดาห์หรือเดือนครึ่ง ก็คือรอบเมนส์ไม่มาแค่รอบเดียว เพราะฉะนั้นถ้าผู้หญิงไม่รู้จักเนื้อตัวร่างกายของตัวเอง เขาก็อาจจะเพิกเฉยไป

ในอายุครรภ์ที่ต่ำกว่า 9 สัปดาห์ สามารถใช้เครื่องดูดได้ ใช้ยาก็ได้และได้ผลดีด้วย ตัวอ่อนจะออกมาแค่ประมาณเท่าปลายนิ้วก้อยนี้เอง เป็นก้อนเนื้อเล็กๆ เหมือนกับที่เราเป็นเมนส์แล้วปวดท้องออกมาเป็นก้อนอย่างนั้นค่ะ แค่นั้นเอง

ถ้าต่ำกว่า 12 สัปดาห์ก็ยังใช้ยาหรือเครื่องดูดก็ได้ แต่สูตรยายังไม่ชัดเจน คือสูตรยาที่ต่ำกว่า 9 สัปดาห์นี่ชัดเจน แต่สูตรยาที่ 10 สัปดาห์ขึ้นไปถึงอายุครรภ์มากๆ จะต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของหมอด้วย เพราะว่ายังไม่มีการวิจัยสูตรยาที่ชัดเจนออกมา

จริงๆ ประเทศไทยเข้าสู่งานวิจัยแล้วแหละ แต่ว่าผลการศึกษายังไม่ออกมา แต่ในโรงพยาบาลหลายแห่งถ้าหมอมีความเชี่ยวชาญก็ใช้ได้ ฉะนั้นโดยทั่วไปเราก็จะแนะนำว่าถ้าต่ำกว่า 12 สัปดาห์ ไม่น่าจะใช้ยา แต่ให้ใช้เครื่องดูด และเครื่องดูดใช้ได้ถึงแค่ 12 สัปดาห์” พี่ติ๊กยังบอกอีกว่าเทคโนโลยีที่ปลอดภัยและมีการนำมาใช้นั้นจะมีกรอบเวลาอยู่คือ หากต่ำกว่า 9 สัปดาห์ ใช้ยาจะได้ผลดีมาก ต่ำกว่า 12 สัปดาห์ควรใช้เครื่องดูด

“ทั้ง 2 อย่างนี้สามารถทำในระดับคลินิกได้ แต่ตราบใดที่อายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์ขึ้นไปต้องเป็นโรงพยาบาลเท่านั้นค่ะ
ปัญหาของเครือข่ายที่มีอยู่ก็คือหน่วยงานที่รับทำตั้งแต่อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไปมีน้อยมาก นับได้เลยในประเทศไทย มีไม่เกิน 10 แห่ง ฉะนั้นผู้หญิงจึงจำเป็นต้อง ‘รู้เร็ว’ และตัดสินใจเร็วค่ะ

ในขณะที่มีคนจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย เว็บไซต์ที่ขายยาเถื่อนจะโกหกว่าทำได้ทุกอายุครรภ์ ก็เลยทำให้ผู้หญิงเชื่ออันนั้นมากกว่า แล้วก็ไปใช้บริการนั้นมากกว่า...” พี่ติ๊กเล่าถึงที่มาของสโลแกนอย่าง ‘เมนส์ไม่มาให้รีบโทร’ ของสายด่วน 1663 ให้เราฟัง

ฟังมาถึงตรงนี้ เราก็เริ่มสงสัยว่าหากพลั้งเผลอไปมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัยแล้ว ผู้หญิงควรจะปฏิบัติตัวอย่างไร “อันดับแรกถ้ารู้ว่ามีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัยให้กินยาคุมฉุกเฉินภายใน 3 – 5 วัน ซึ่งยาคุมฉุกเฉินโดยตัวมันเองประสิทธิภาพต่ำ คุมกำเนิดแค่ 85 เปอร์เซ็นต์ นี่คือใช้แบบเป๊ะๆ นะ ในขณะที่ถุงยางอนามัยหรือยาคุมมีประสิทธิภาพ 90 เปอร์เซ็นต์ยังพลาดได้


มีอีกวิธีการหนึ่งแต่ว่าคนทั่วไปไม่ค่อยนิยมใช้คือ หลังจากที่มีเพศสัมพันธ์ไม่ป้องกัน ภายใน 5 วันให้ไปใส่ห่วงอนามัย ปลอดภัยแต่ว่าผู้หญิงคนหนึ่ง จู่ๆ จะไปหาหมอเพื่อขึ้นขาหยั่งให้เขาใส่ห่วงอนามัยนี่มันยาก

หลังจากนี้ถ้า 14 วันหลังจากมีเพศสัมพันธ์ไม่ปลอดภัยให้ไปตรวจการตั้งครรภ์ ขีดเดียวแปลว่าไม่ท้อง 2 ขีดแปลว่าท้อง ถ้าตรวจแล้วขึ้น 2 ขีด แล้วยังไม่ชัวร์อีก หรือขึ้นขีดเดียวจางๆ อีก 7 วันให้ตรวจซ้ำอีกรอบหนึ่ง พอตรวจซ้ำอีกรอบหนึ่งถ้าสรุปว่าตั้งครรภ์แน่นอน ณ ขณะนั้นมันก็จะผ่านไปประมาณเกือบจะ 9 สัปดาห์เข้าไปแล้ว
จะเห็นว่าตามที่พี่พูด กว่าจะรู้ก็เกือบ 9 สัปดาห์ โอกาสที่ต่ำกว่า 9 สัปดาห์จึงมีน้อย แต่ก็เป็นที่น่าสนใจว่าเคสที่โทรเข้า 1663 เราพบอายุครรภ์ต่ำกว่า 9 สัปดาห์เยอะมาก เป็นส่วนใหญ่ด้วย เพราะว่าเขาอาจจะโทรมาหาเราตั้งแต่กังวลว่าจะตั้งครรภ์ไง

เราก็จะบอกว่า น้อง ไปตรวจการตั้งครรภ์ น้องใช้วิธีนี้ เขาจะพูดแบบที่พี่พูด ถ้าน้องกังวล น้องไปกินยาคุมฉุกเฉินก่อน หรือถ้าน้องไม่ชัวร์ หลังจากนั้นให้น้องไปตรวจการตั้งครรภ์ แล้วถ้ามันขึ้น 2 ขีด โทรมาปรึกษาพี่อีกทีนะ แล้วเราก็จะให้คำปรึกษา แล้วน้องคิดอย่างไรกับการตั้งครรภ์ครั้งนี้ น้องตัดสินใจแบบไหน มีคนใกล้ตัวรู้ไหม แฟนคิดอย่างไร”

พี่ติ๊กอธิบายให้เราฟังอย่างละเอียดและเข้าใจง่าย สามารถใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติได้จริง นอกจากนี้พี่ติ๊กยังเสริมอีกประเด็นที่น่าสนใจ “มีปัจจัยที่ทำให้ผู้หญิง Delay Abortion (การแท้งที่ล่าช้า) คือรู้ว่าตั้งครรภ์แน่ แล้วต้องเลือก แต่ยังไม่เลือก

อันดับแรกคือพอไปคุยกับแฟน แฟนบอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวผมรับผิดชอบเอง แล้วสักพักหนึ่งก็ขาดการติดต่อไป แล้วก็หายจ้อยไปเลย กลับมาเมื่ออายุครรภ์สัก 20 สัปดาห์ไปแล้ว แบบนี้เราเจอเยอะมาก

แบบที่สองก็คือ เขาตัดสินใจว่าเขาจะยุติแล้ว แต่เขาไปซื้อยาตามอินเตอร์เน็ต แล้วได้ยาปลอมมา หรือยาด้อยคุณภาพ เราไม่รู้ว่ายาที่ได้มันเป็นอะไร ใช้ไปไม่เกิดอะไรขึ้น บางทีเขาอาจจะส่งพารามาก็ได้ หือเป็นยาแป้งอะไรก็ไม่รู้ แล้วราคาสูงมาก ผู้หญิงใช้เงินไปกับตรงนี้เยอะมาก

พอรู้ว่ามีบริการอื่นที่เกี่ยวข้อง เขาก็ไม่มีเงินเหลือพอไปเข้าบริการอื่น เพราะว่าราคาต่อคอร์ส 6 – 7 พันละ บางที่เขาขาย 500 ซึ่งอย่างที่พี่บอกว่ามันคือยาแก้โรคกระเพาะ ต้นทุนเม็ดละ 17 บาท ผู้หญิงเมื่อไม่มีทางเลือกก็เชื่อ เชื่อเสร็จก็ไปซื้อ พอไปซื้อมันเป็นยาด้อยคุณภาพ หรือบางรายใช้แล้วตกเลือดก็เข้าโรงพยาบาลเพราะใช้เกินขนาด เราเจอเคสแบบนี้เยอะมาก

ส่วนหนึ่งของการดีเลย์คือ หนึ่งรอคนรอบข้างตัดสินใจ แฟนทิ้งกลางคัน สองไปซื้อยาด้อยคุณภาพ สามเขาไม่เข้าใจว่าอายุครรภ์ที่มากขึ้น ค่าใช้จ่ายจะเยอะขึ้น หรือหาที่ทำได้ยากขึ้น

สมมติว่าเขารู้แหล่งแล้ว ค้นเข้าไปในเว็บไซต์แล้วเห็น โทรเข้าไป มีค่าใช้จ่ายทั้งหมด 4,000 บาท ก็เก็บตังค์ อีกสัก 3 เดือนน่าจะเก็บได้ แล้วผลปรากฏว่าอีก 3 เดือนกว่าจะเก็บได้ ตอนเริ่มโทรเข้าไปอายุครรภ์ 2 เดือนก็เป็น 5 เดือน ใช้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น หรือบางคนเกิน 24 สัปดาห์ก็ต้องตั้งครรภ์ต่อ

มีหลายปัจจัยแต่สิ่งที่สำคัญคือเขาไม่รู้จะคุยกับใคร พอไม่รู้จัคุยกับใคร เขาก็จะเก็บสิ่งเหล่านี้ไว้กับตัวเอง โดยที่ปล่อยให้อายุครรภ์เกินค่ะ คือถ้ายังต่ำกว่า 12 สัปดาห์มักจะมีทางออกเสมอ แต่พอมากกว่านี้หาสถานที่ทำยาก”

สุดท้ายนี้พี่ติ๊กยังฝากความห่วงใยไว้ให้กับผู้หญิงทุกคน “รักตัวเองมากๆ ถ้าเรารักตัวเองมากๆ เราจะรักชีวิตของเรา แล้วเราจะให้โอกาสตัวเรา อยากให้รู้สึกเสมอว่าชีวิตยังมีทางเลือก

การพลาดของเราเป็นแค่การพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ มันมีทางออก แต่อย่าเก็บเอาไว้คนเดียวต้องหาที่ปรึกษา ปัจจุบันมีทั้งสายด่วน ทั้งเว็บไซต์ อยากให้เข้าถึงแต่เนิ่นๆ อย่าเก็บปัญหาไว้คนเดียว

ต้องมีความเชื่ออย่างหนึ่งว่าชีวิตคนเราจะไปในทิศทางที่ประสบความสำเร็จได้นั้น ไม่ใช่เจอแต่สิ่งที่ดีๆ สิ่งที่ร้ายๆ ก็สามารถทำให้เราเรียนรู้และประสบความสำเร็จได้เหมือนกันค่ะ”

 www.lovecarestation.com ‘เลิฟแคร์ บริการปรึกษาออนไลน์และการส่งต่อบริการที่เป็นมิตร’

Facebook : lovecarestation

1663 สายด่วนปรึกษาเรื่องเอดส์และท้องไม่พร้อม
Facebook : 1663 สายด่วนปรึกษาเรื่องเอดส์และท้องไม่พร้อม
โทร. 1663 (09.00 – 21.00 น. ทุกวัน)