ชีวิต ความรักกับจักรวาล : ผลผิดไม่จิตตก
  
  
ColumDetail
08
ชีวิต ความรักกับจักรวาล : ผลผิดไม่จิตตก
 
 

HUG Magazine ปีที่ 8 ฉบับที่ 12
ชีวิต ความรักกับจักรวาล


 ผลผิดไม่จิตตก (อกหักไม่หนักอก ภาควิทยาศาสตร์)

ผลผิดไม่จิตตก
(อกหักไม่หนักอก ภาควิทยาศาสตร์)

    งานหลักพื้นฐานที่สุดของนักวิทยาศาสตร์ คือการแสวงหาที่สุดของความรู้จริง!
    วิธีการแสวงหาที่สุดของความรู้จริง คือการวิจัย
    ผลการวิจัยมีทั้งที่ออกมาแล้ว ถูก และที่ ผิด
    ถ้าผลการวิจัยออกมาแล้วถูก ผู้ทำการวิจัยก็จะมีความสุข ความภาคภูมิใจ และผลานวิจัยที่สำคัญ ก็จะมีบทบาทต่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์โลก ถึงขั้นเกิดการก้าวกระโดดของวิทยาศาสตร์ได้
    แต่ถ้าผลการวิจัยออกมาแล้วผิดล่ะ? ผลกระทบที่เกิดขึ้น จะไม่เป็นแบบตรงๆ เหมือนผลการวิจัยที่ออกมาแล้วถูก เพราะมีประเด็นปัญหาว่า ที่ผิดนั้น ผิดอย่างไร? ผิดจริงหรือไม่?
    ที่สำคัญ  นักวิทยาศาสตร์คนดังคนมีชื่อเสียงระดับโลกบางคน ให้ความสำคัญของผลการวิจัยที่ผิด  หรือดูเหมือนผิดมากเป็นพิเศษ
    ตัวอย่างชัดเจน และเป็นนักวิทยาศาสตร์คนดังที่ผู้เขียนได้มีโอกาสพบปะพูดคุยด้วยอย่างใกล้ชิดแบบจับเข่าคุยกันเลยทีเดียว คือไอแซก อาซิมอฟ (Isaac Asimov : ค.ศ. 1920 – 1992)
    ชื่อของไอแซก อาซิมอฟเป็นที่รู้จักกันมากเป็นพิเศษในวงการนิยายวิทยาศาสตร์โลก ได้ชื่อเป็นยักษ์ใหญ่นิยายวิทยาศาสตร์โลก คู่กับอาเทอร์ ซี. คลาร์ก (Arthur C. Clarke) แต่ไอแซก อาซิมอฟ ก็เป็นนักวิทยาศาสตร์มืออาชีพอีกด้วย จบการศึกษาระดับปริญญาเอกเคมีจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย
    ผลงานด้านนิยายวิทยาศาสตร์ของไอแซก อาซิมอฟเด่นที่สุด คือชุด Robot ดังเช่น The Bicentennial Man (มนุษย์สองร้อยปี) และชุด Foundation (สถาบันสถาปนา) ส่วนผลงานด้านวิทยาศาสตร์โดยตรง มีทั้งที่เป็นตำราและหนังสือวิทยาศาสตร์สำหรับคนอ่านทั่วไป
    นอกเหนือจากงานทางด้านนิยายวิทยาศาสตร์และทางด้านวิทยาศาสตร์โดยตรงแล้ว ไอแซก อาซิมอฟเขียนหนังสือเด่นเป็นพิเศษหลายเล่ม เจาะลึกเรื่องที่มาของการค้นพบสำคัญต่อความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์ จนกระทั่งมีคำกล่าวอันโด่งดังของไอแซก อาซิมอฟว่า...
    วลีน่าตื่นเต้นที่สุดในวิทยาศาสตร์ บ่งบอกถึงการค้นพบใหม่ มิใช่ ‘ยูเรก้า’ หากเป็น ‘นั่นมันแปลกนะ...’
    แล้วคำกล่าวของไอแซก อาซิมอฟนี้ มีความหมายอย่างไรต่อเรื่องของเราวันนี้? คำตอบอยู่ที่ความหมายของคำถามว่า ผลงานวิจัยที่ออกมาผิดนั้น ผิดอย่างไร? ผิดจริงหรือไม่? ผู้เขียนขอนำท่านผู้อ่าน ไปสำรวจศึกษาประเด็นเรื่องนี้สองตัวอย่าง
    ตัวอย่างแรก เกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นศตวรรษที่ยี่สิบ เกี่ยวกับนักวิทยาศาสตร์คนดังที่สุดของโลกตลอดกาล คือไอน์สไตน์ ซึ่งตั้งทฤษฎีสัมพันธภาพภาคทั่วไปขึ้นมาเมื่อปี ค.ศ. 1915 แล้วต่อมา ก็ทดลองใช้ทฤษฎีสัมพันธภาพภาคทั่วไปของตนเอง เพื่อดูว่าจะสอดคล้องกับสภาพของจักรวาลหรือไม่
    ผลออกมา ปรากฏว่า ไม่สอดคล้องกับสภาพของจักรวาลตามที่วงการวิทยาศาสตร์เชื่อกันในขณะนั้น กล่าวคือ ไอน์สไตน์พบว่า จักรวาลกำลังขยายตัว แต่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ยึดกันในขณะนั้น เชื่อว่าจักรวาลมีสภาพคงที่
    ไอน์สไตน์ก็เชื่อตามเช่นนั้นว่า จักรวาลมีสภาพคงที่ ผลการทดลองใช้ทฤษฎีของตนเองของไอน์สไตน์ จึงปรากฏในครั้งแรกว่า ผิด!
    ไอน์สไตน์ตกใจหรือไม่? อย่างแน่นอน ในตอนแรกไอน์สไตน์ก็ตกใจ เพราะคิดว่าทฤษฎีสัมพันธภาพภาคทั่วไปของตนนั้น ผิด
    แต่ไอน์สไตน์ก็มั่นใจในทฤษฎีของตนเองมาก จึงไม่ยอมแพ้ และตั้งสติ ดูว่าทฤษฎีของตนนั้นผิดอย่างไร ในที่สุดไอน์สไตน์ก็คิดใหม่ โดยสร้างเงื่อนไขสำหรับผลการใช้ทฤษฎีของตนว่าจะต้องปรับปรุงหรือทำอย่างไร
    ผลที่ออกมาคือไอน์สไตน์สร้างค่าคงที่สำหรับผลจากทฤษฎีของตน เรียก ‘ค่านิจจักรวาล’ (Cosmological Constant) ซึ่งทำให้ทฤษฎีสัมพันธภาพภาคทั่วไป ให้ผลสอดคล้องกับสภาพจักรวาลแบบคงที่
    จนกระทั่งเมื่อเอ็ดวิน ฮับเบิล (Edwin Hubble) ได้ใช้กล้องโทรทรรศ์ใหม่ ส่องศึกษาจักรวาลได้ละเอียดกว่าที่เคยทำได้มาก่อน และพบ (ปี ค.ศ. 1927) ว่าจักรวาลจริงๆ แล้ว กำลังขยายตัว สอดคล้องกับทฤษฎีสัมพันธภาพภาคทั่วไปของไอน์สไตน์โดยไม่ต้องใช้ค่านิจจักรวาล
    อย่างแน่นอน ไอน์สไตน์จึงโล่งใจ ไม่ต้องแก้ไขทฤษฎีสัมพันธภาพภาคทั่วไป อย่างไรก็ตาม ไอน์สไตน์ก็ยอมรับต่อมาว่า การสร้างค่านิจจักรวาล เป็นความผิดพลาดของไอน์สไตน์เองที่ไม่จำเป็น และค่านิจจักรวาลก็ดูจะหายไปจากโลกวิทยาศาสตร์...
    แต่จนกระทั่งถึงปลายศตวรรษที่ยี่สิบต่อเนื่องกับต้นศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด เรื่องค่านิจจักรวาลของไอน์สไตน์ก็กลับมามีบทบาทต่อโลกวิทยาศาสตร์ ในตัวอย่างที่สองของเรา
    ตัวอย่างที่สอง เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1998 จากนักวิทยาศาสตร์สองคณะ คณะหนึ่งนำโดยซอล เพิร์ลมัตเตอร์ (Saul Perlmutter) ห้องปฏิบัติการแห่งชาติลอว์เรนซ์ เบิร์คลีย์ในสหรัฐอเมริกา อีกคณะหนึ่งนำโดยไบรอัน ชมิดต์ (Brian Schmidt) มหาวิทยาลัยแห่งชาติกรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย
    ทั้งสองคณะ มีโจทย์วิจัยเหมือนกัน แต่ต่างคณะต่างทำคือ ต้องการศึกษาอัตราการขยายตัวของจักรวาลตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันอย่างละเอียดกว่าที่เคยทำได้มาก่อน โดยอาศัยแสงจากซูเปอร์โนวา แต่ได้ผลออกมาเหมือนกัน โดยที่ในตอนแรก ต่างก็ตกใจเพราะได้ผลออกมาที่ดูผิด คือไม่เป็นดังที่คาดเอาไว้
    กล่าวคือ ต่างก็คาดว่าจักรวาลที่กำเนิดจากบิ๊กแบง และขยายตัวอย่างรวดเร็วมาตั้งแต่ต้นถึงปัจจุบันก็กำลังขยายตัวช้าลงและเป้าหมายก็เพื่อหาว่า  ช้าลงเท่าใด ด้วยแหล่งอ้างอิงคือแสงจากซูเปอร์โนวาที่จะทำให้ผลละเอียดถูกต้องกว่าที่เข้าใจกันอยู่ก่อน
    อย่างไรก็ตาม ต่อมา เมื่อนักวิทยาศาสตร์ทั้งสองคณะพบว่า ต่างก็ได้ผลออกมาเหมือนกัน และมีผลการตรวจสอบซ้ำโดยคณะนักวิทยาศาสตร์อื่นๆ ออกมาตรงกันด้วย ก็ทำให้ตั้งสติได้ใหม่ว่า ผลที่ได้ออกมาเหมือนผิดนั้นจริงๆ แล้ว ไม่ผิด
    จักรวาลกำลังขยายตัวเร็วขึ้นจริงๆ
    นี่เป็นความรู้ใหม่ที่วงการวิทยาศาสตร์ไม่คาดคิดมาก่อน และเรื่องนี้ก็กลายเป็นโจทย์ใหญ่โจทย์ใหม่ของวงการวิทยาศาสตร์ว่าจะอธิบายได้อย่างไร
    คำอธิบายอย่างหนึ่งที่ได้รับการเสนอขึ้นมา เกี่ยวกับสิ่งแปลกใหม่ที่กลายเป็นหนึ่งในสิ่งแปลกประหลาดชวนพิศวงอย่างที่สุดของวิทยาศาสตร์ต้นศตวรรษยี่สิบเอ็ด คือ ‘Dark Energy’ หรือ ‘พลังงานมืด’
    แล้วพลังงานมืดคืออะไร? เกิดขึ้นจากอะไร? และก็เป็นเพราะเรื่องของพลังงานมืดนี้เอง ที่ทำให้สิ่งที่ไอน์สไตน์เคยเสนอเอาไว้ คือค่านิจจักรวาล มีชีวิตขึ้นมาอีกว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับพลังงานมืดก็ได้
    ทั้งสองตัวอย่างนี้ สำหรับผู้เขียน มองว่าสะท้อนสิ่งที่เป็นคำกล่าวของไอแซก อาซิมอฟ ถึงคำอุทานบ่งบอกถึงการค้นพบสำคัญยิ่งใหญ่ว่า มิใช่ ‘ยูเรก้า’ หากเป็น ‘นั่นมันแปลกนะ...’
    การตั้งสติ เมื่อผลที่ออกมาดูผิด แล้วก็ไม่รีบด่วนถอดใจ หากสำรวจตรวจสอบและคิดใหม่ ก็อาจจะได้ค้นพบสิ่งใหม่ที่ทำให้เกิดการก้าวกระโดดเข้าใกล้ ‘ที่สุดของความรู้จริง’ อีกก้าวหนึ่ง
    แล้วจะเปรียบกับเรื่องของชีวิตกับความรักได้หรือไม่?
    คนอกหักแล้วจะทำอย่างไร มิให้หนักอก?
    ผู้เขียนเชื่อว่าได้ โดยก็ยอมรับว่า เรื่องของชีวิตกับความรัก ซับซ้อนกว่าเรื่องของการแก้ปัญหาแก้โจทย์วิทยาศาสตร์ แต่ทุกโจทย์ ทุกปัญหา ไม่ว่าจะเป็นโจทย์วิทยาศาสตร์หรือความรัก ก็ล้วนแต่มีคำตอบสำหรับผู้แสวงหาคำตอบอย่างใช้ปัญญาและสติ!
 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);