รู้จักความรัก : อยากแย่งสามีจากเมียน้อย
  
  
ColumDetail
08
รู้จักความรัก : อยากแย่งสามีจากเมียน้อย
 
 

HUG ปี 8 เล่ม 12 // ฮอทไลน์สายด่วน

 แม่ลำเอียง!

แม่ลำเอียง!

     ที่บ้านทำกิจกรรมในครอบครัวหลายอย่างเป็นอาชีพ ดิฉันช่วยแม่ทำงานทุกอย่าง ช่วยประหยัดตั้งแต่เด็กจนตอนนี้อายุ 39 ปี แต่ก็มีเรื่องเถียงกันบ่อยๆ แม่มีลูก 2 คน คนโตเป็นชายอายุ 43 ปี มีครอบครัวแล้ว แต่ยังอยู่ด้วยกัน พี่ชายมีลูกชายคนหนึ่ง แม่เค้ารักหลานมาก ส่งเรียนมหาวิทยาลัย ตอนนี้เรียนอยู่ปี 2 อยู่หอ นอนห้องแอร์อย่างดี ตู้เย็น ไมโครเวฟ เครื่องใช้ไฟฟ้าครบ ใช้ไอโฟน S6 แม่ขยันซื้อของกิน ขนมและผลไม้ไปให้บ่อย และให้เงินไว้ใช้อีกจำนวนหนึ่ง
    แต่ที่บ้านที่เราอยู่ แม่ไม่ค่อยซื้ออะไร ประหยัดมาก และบอกให้ดิฉันทำงานเร็วๆ จะได้เงินเยอะๆ แต่แม่ให้ดิฉันเดือนละ 2,600 บาท ไว้ใช้ พอดิฉันบอกน้อย แม่ก็โวยวายว่า “แล้วแกจะเอาเท่าไหร่ ข้าวก็กินที่บ้าน ให้ได้เท่านี้ก็เยอะแล้ว” ดิฉันบอกแม่ว่าหลานมันใช้เงินเปลือง แม่ก็ว่าดิฉันขี้อิจฉา ดิฉันช่วยแม่ทำงานมาแต่เด็ก แต่เวลาเถียงกันแม่จะด่าว่า “แกหรือช่วยทำงาน ที่ทำฉันก็ให้เงินไปแล้วไง ยังจะมาเอาอะไรอีก”
    ตั้งแต่นั้นมา ดิฉันรู้สึกกำลังใจมันหายไปหมด เสียใจน้อยใจ ไม่คิดว่าแม่เราจะพูดแบบนี้ จนเดี๋ยวนี้ไม่อยากจะพูดอะไรแล้ว และก็ทำงานน้อยลงกว่าเมื่อก่อนมาก เพราะตอนที่ทำงานเยอะก็อดหลับอดนอนร่างกายก็ทรุดโทรม แต่มีกำลังใจเพราะทำเพื่อแม่ แต่พอเรารู้ว่าแม่เขาคิดแบบนี้ แรงเราหายไปเยอะค่ะ จะทำอย่างไรให้มีกำลังใจใช้ชีวิตต่อไปคะ
    เมื่อสมัยที่ผู้เขียนเป็นเด็ก คุณพ่อคุณแม่มีลูกสามคน มีพี่สาว ตัวผู้เขียน และน้องชาย เราอายุไล่ๆ กันห่างกันคนละสองปี เราจึงเป็นทั้งพี่น้องและเพื่อนของกันและกัน และแน่นอนที่จะต้องมีการทะเลาะโต้เถียงต่อสู้กันบ้างเป็นธรรมดา จำได้ว่า เวลาตัวเรามีเรื่องทะเลาะโต้เถียงกับพี่สาว แม่จะเรียกไปดุทั้งสองคน แต่กับเราแม่จะบอกว่า “หนูเป็นน้องไม่ควรโต้เถียงพี่เขา เขาเป็นพี่ หนูต้องให้ความเคารพนะลูก” เราก็จะพยักหน้ารับ เพราะเราก็เห็นด้วยตาที่พี่สาวเป็นเด็กหญิงผอมบางร่างเล็ก ในขณะที่ตัวเราเป็นเด็กหญิงอ้วนกลมท่าทางแข็งแรงคล่องแคล่วไม่ยอมใคร กับน้องชายก็เช่นกัน บางครั้งเรากับเขาก็มีการทะเลาะต่อสู้ผลักกันและกัน น้องชายก็จะร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่ แม่ก็จะเรียกเราไปดุและบอกว่า “หนูเป็นพี่ไม่ควรรังแกน้อง น้องเขายังเล็กอยู่ต้องคอยดูแลเขานะ!” จำได้ว่าตัวเรายืนอ้าปากค้างตะลึงกับคำพูดของแม่ และก็พร้อมจะอ้าปากเถียง เพราะไม่เข้าใจว่า “ทำไมจึงมีแต่พี่กับน้อง แล้วตัวเราอยู่ตรงไหน”
    ด้วยความเยาว์วัยและเป็นเด็กอ่อนไหว เรารู้สึกว่าตัวเองบาดเจ็บมากกับคำพูดของคุณแม่ตอนนั้น ไม่ได้โต้ตอบเพราะเป็นคนรุ่นเก่า ถูกสอนไม่ให้โต้เถียงผู้ใหญ่ ได้แต่กล้ำกลืนความเจ็บปวดไว้ภายใน พยายามมองหาเหตุผลมาจนโต ต่อมาครอบครัวเรามีน้องเพิ่มอีกสามคน เหมือนเป็นอีกรุ่นหนึ่งที่อายุไล่ๆ กันทั้งสามคนเช่นกัน ในช่วงที่น้องทั้งสามคนโตขึ้นมานั้น เราสามคนพี่น้องรุ่นโตเรียนจบมหาวิทยาลัยกันแล้ว ฐานะทางครอบครัวดีขึ้นมาก น้องๆ เข้าสู่ช่วงวัยรุ่น
    เราเริ่มสังเกตเห็นว่า คุณแม่จะให้ความสำคัญกับลูกสาวคนเล็กมากกว่าใครๆ ตั้งแต่เล็กๆ น้องคนนี้ไม่เคยถูกดุว่าหรือถูกตี อยากจะได้อะไรแม่จะหาให้หมด ดูจะมีอภิสิทธิ์เหนือใครๆ หรือเมื่อทำตัวไม่สมควร แม่ก็จะไม่ (กล้า) ดุว่า จนหลายครั้งผู้เขียนต้องค่อยๆ พูดกับคุณแม่ตรงๆ ว่า “น้องทำตัวไม่เหมาะสมนะแม่ แม่ต้องเตือน!”
    จำได้ว่าแม่มีดวงตาที่แดงเรื่อ แม่ไม่กล้าสบตาเรา ตัวเราเองรู้สึกว่าแม่ก็คงทุกข์ใจ แต่ไม่อยากพูดอะไรเพราะความรักลูก แต่ช่วงเวลานั้นดูเหมือนจะเป็นครั้งแรกที่เราแม่ลูกจะได้พูดถึงความรู้สึกในใจของกันและกัน ผู้เขียนได้บอกคุณแม่ว่า ไม่เข้าใจทำไมแม่จึงรักและปกป้องน้องคนเล็กมาก แม่ตามใจจนอาจทำให้น้องเสียนิสัย ที่สำคัญคุณแม่ทำให้ลูกๆ คนอื่นรู้สึกว่าแม่ลำเอียงรักลูกไม่เท่ากัน
และวันนั้นที่แม่เปิดใจ ทำให้เราได้ตระหนักถึงหัวอกของคนเป็นแม่ “แม่รักลูกเท่าๆ กันไม่มีลำเอียง แต่แม่ปฏิบัติต่อลูกแต่ละคนต่างกัน ลูกคนโตแม่มักเกรงใจมากกว่าลูกคนไหน เพราะเขาเกิดก่อนใคร โตกว่าใคร เขาเป็นเพื่อน เป็นผู้ช่วยของแม่ในการดูแลน้องๆ ช่วยเหลืองานบ้าน สมัยที่ลูกๆ รุ่นแรกยังเล็ก ฐานะครอบครัวยังไม่ดี แม่รู้ว่าลูกต้องการอะไร ลูกๆ ควรได้อะไร แต่เพราะฐานะคนรุ่นเก่าไม่มีมากพอจะซื้อหาความสุขความพรั่งพร้อมให้ลูกๆ ได้ อยากให้ลูกมี ลูกเป็นเท่าๆ กับลูกบ้านอื่น
เมื่อทำไม่ได้ แม่ก็กล้ำกลืนความรู้สึกไว้ ครั้นลูกรุ่นแรกโตเรียนจบ ฐานะทางครอบครัวดีขึ้น ลูกที่ยังเล็กอยู่จึงเป็นมีโอกาสมากกว่าพี่ๆ จึงดูเหมือนแม่ลำเอียงรักลูกไม่เท่ากัน เพราะสถานการณ์ต่างกันไป ที่สำคัญแม่อยากให้ลูกได้ตระหนักว่า แม่มีลูกถึงหกคน คนโตๆ ก็นับว่าได้มีโอกาสอยู่กับแม่มานาน แต่กับลูกคนเล็ก แม่รู้ว่าวันเวลาที่แม่จะได้อยู่ดูแลลูกคนเล็กนั้นสั้น เมื่อยังมีโอกาสจะให้การดูแลสนับสนุนเขาได้แม่ก็พยายามทำ เพื่อชดเชยวันเวลาที่แม่อาจอยู่กับเขาสั้นกว่าลูกคนโตๆ!
สำหรับในกรณีที่ปรึกษามาข้างบนนี้ ที่อาจต่างกันไปก็คงเป็นเรื่องที่พ่อแม่รุ่นเก่า อาจยังให้ความสำคัญกับลูกชายลูกหญิงไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นความเชื่อที่ถ่ายทอดกันมา ถ้าลูกคนแรกเป็นชาย ครอบครัวจะได้รับการยอมรับ เพราะลูกชายจะเป็นผู้สืบถอดสกุลหรือทำให้พ่อแม่สบายมีหน้ามีตา แต่คุณผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เอ่ยถึงความขัดแย้งระหว่างเธอกับพี่ชาย แสดงว่าลูกชายก็คงจะช่วยแม่ทำงานเหมือนๆ กับเธอ
    และบนเส้นทางของการเจริญเติบโตที่อาจมีทั้งสุขและทุกข์ทั้งเธอและพี่ชายก็คงได้เผชิญคล้ายๆ กัน เธอจึงไม่เห็นความแตกต่างระหว่างเธอกับพี่ชาย นอกจากนั้นด้วยความรักและซาบซึ้งในความเหนื่อยยากของแม่ ทำให้เธอทุ่มเทกำลังกายกำลังใจในการทำงานช่วยแม่เพื่อความสุขสบายของทุกคนในครอบครัวและด้วยความหวังว่า แม่จะเห็นถึงความเหนื่อยยากของเธอและให้ความยุติธรรมกับเธอบ้าง นั่นคือสถานการณ์ทางการเงินของครอบครัวดีขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตประจำวันสูงมากขึ้นกว่าในอดีต แม่ก็น่าจะเข้าใจเห็นใจและให้เงินเดือนเธออย่างเหมาะสม
    โดยที่เธอไม่ได้สนใจที่จะเปรียบเทียบตัวเองกับพี่ชายพี่สะใภ้ แต่สิ่งที่เธอมองเห็นตรงหน้าคือ แม่รักใคร่เอาใจหลานชายคนเดียวของครอบครัวมาก มากจนเธอมองว่า ในขณะที่ตัวเธอและคนในครอบครัว รวมทั้งแม่ต้องใช้ชีวิตอย่างขัดสน เพราะแม่ตระหนี่ถี่เหนียวจนเกินไป แต่แม่กลับไปใส่ใจให้ความสะดวกสบายจนเหมือนจะกลายเป็นความฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยกับหลานชายคนเดียวของครอบครัว
    และถึงแม้เธอจะไม่ได้มีจิตริษยาหลานชาย เพียงอยากท้วงติงบ้างอย่างที่เห็น แต่เพราะต้องการจะปกป้องหลานรัก ประกอบกับสื่อสารไม่เป็น จึงเหมือนแม่กลับจะสื่อคำพูดของเธอเป็นความอิจฉา และพยายามจะปกป้องตนเองว่าไม่ได้เอาเปรียบลูกสาว คำพูดของแม่ที่กล่าวปกป้องหลานชายและตนเองจึงกลายเป็นคำพูดที่ไม่คำนึงถึงความรู้สึกบาดเจ็บเสียใจของลูกสาวคู่ทุกข์คู่ยาก จนเธอไม่อยากจะทำงานหนักเพื่อแม่หรือเพื่อใครต่อไป
    ขณะเดียวกันหากเธอปล่อยตัวเองให้จมอยู่กับความเศร้าสร้อยเสียใจต่อไป ย่อมส่งผลกระทบต่อสุขภาพใจและสุขภาพกายของเธอ ที่สำคัญ คนที่แม่ของเธอรักเสียนักหนาก็ไม่ใช่ใคร เป็นหลานชายของเธอเช่นกัน และถึงแม้ในอดีต ทั้งเธอ พี่ชายและพ่อแม่จะต้องลำบากเพราะฐานะยากจน การที่หลานชายเกิดมายามที่ฐานะครอบครัวมีมากกว่าเดิม แม่มีเวลาคิดถึงความจำเป็นค่าใช้จ่ายของหลานมาก ทั้งที่ผ่านมาหัวอกแม่ก็คงคิดอยากจะให้สิ่งดีๆ โอกาสดีๆ กับลูกๆ แต่เมื่อไม่มีมาถึงตอนนี้ หลานจึงได้รับการชดเชยความรักเป็นความสะดวกสบายจากย่าแทน
    จริงอยู่ที่คุณผู้หญิงคนนี้ อาจคิดว่ามันไม่ยุติธรรมตลอดระยะเวลาของความลำบากเธอไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย เพียงอยากทำให้แม่ ช่วยแม่และช่วยให้ทุกคนในครอบครัวมีความสุข หากแม่ไม่ให้ก็คงไม่เป็นไร แต่คำพูดที่แม่เอ่ยออกมาโดยไม่ได้กลั่นกรอง ทำให้เธอเสียใจและหมดกำลังใจ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาทุกคนในครอบครัวต่างพยายามทำความดีตลอดมาด้วยความอดทนขยันขันแข็ง เพื่อให้ทุกชีวิตในครอบครัวผ่านพ้นความทุกข์ยากขัดสนไปให้ได้
    และวันที่เคยรอคอยก็ได้มาถึงแล้ว คือฐานะครอบครัวดีขึ้น เพียงแต่ลูกสาวแม่คนนี้รู้สึกว่า ตัวเธอเองไม่ได้เป็นที่รัก ที่ภาคภูมิใจหรือเป็นที่เมตตาของแม่ อย่างที่เธอรักบูชาแม่และอยากให้แม่เห็นความสำคัญของเธอมากเช่นกัน แต่กลับพบว่าแม่ให้ความสำคัญกับหลานชายคนเดียวของครอบครัวมากจนเหมือนหลงลืมเธอ ไม่ได้ให้ความยุติธรรมกับเธอในฐานะที่เป็นลูก ที่ช่วยทำงานเคียงข้างแม่มา
    แน่นอน... หากจะมองว่าเป็นความบาดเจ็บ ความเจ็บปวดนี้ย่อมยากแก่การเยียวยา แต่หากจะมองว่า ‘แม่ไม่ได้เจตนาจะทำให้เสียใจ เพียงเพราะแม่สื่อสารไม่เป็น’ ในฐานะของลูกที่จะต้องดำเนินชีวิตต่อไปอีกนาน ในขณะที่วันเวลาของแม่สั้นลงเรื่อยๆ ความสุขที่ท่านจะได้รับอาจมีไม่มากไม่นาน เพียงลูกสาวให้อภัย ไม่ถือสา ให้โอกาสแม่เป็นและทำอย่างที่เธอต้องการ ช่วงวันเวลาแห่งความทุกข์ยากในชีวิตของทุกคนก็จะผ่านไปโดยไม่มีบาดแผล ‘การให้อภัย’ คือยาขนานวิเศษในการเยียวยาความบาดเจ็บและขัดแย้งของชีวิต!

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);