แขกรับเชิญ : สีสันในโลกของเด็ก ศาสตราจารย์ศรียา นิยมธรรม
  
  
ColumDetail
08
แขกรับเชิญ : สีสันในโลกของเด็ก ศาสตราจารย์ศรียา นิยมธรรม
 
 

HUG ปี 8 เล่ม 12 
แขกรับเชิญ


สีสันในโลกของเด็ก ศาสตราจารย์ศรียา นิยมธรรม

สีสันในโลกของเด็ก
ศาสตราจารย์ศรียา นิยมธรรม

    ถึงแม้ว่าละอองความเศร้ายังปกคลุม และความคิดถึงพ่อหลวงยังไม่จางไปจากหัวใจ แต่อย่างไรชีวิตก็ยังคงต้องดำเนินต่อ ในขณะที่ออกจากบ้านเดินทางไปทำงานหรือส่งลูกไปโรงเรียน จะพบว่าผู้คนยังคงสวมชุดดำเพื่อแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้ง เราเองก็เช่นกัน
    สำหรับคนที่พบเห็นโลกมามากคงเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นดี แต่กับเด็กเล็กๆ เราพบว่ามีเด็กหลายคนตกอยู่ในสภาวะเครียด หดหู่ และไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับโลกสีสดใสของเขา มองไปทางไหนก็เจอแต่ความอึมครึมของตึกรามบ้านช่องหรือแม้กระทั่งในจอทีวี เราเริ่มตระหนักว่าความเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลต่อเด็กเล็กๆ มากแค่ไหน และเพื่อให้มีความเข้าใจในเรื่องนี้มากขึ้น เราจึงเชิญ ศาสตราจารย์ศรียา นิยมธรรม ประธานมูลนิธิส่งเสริมเด็กปัญญาเลิศ มาร่วมให้ความรู้เกี่ยวกับอิทธิพลของสีที่ส่งผลต่อเด็ก เรื่องเล็กๆ ที่ผู้ใหญ่หลายคนมองข้ามไป

อิทธิพลของสีในชีวิตประจำวัน
    พบว่าสีแดงทำให้คึกคัก สีเหลืองทำให้ระบบประสาททำงานดี สีเขียวทำให้เย็นตา  ทำให้สมองผ่อนคลาย เพราะฉะนั้นในห้องผ่าตัด เขาจะใช้สีเขียวทำนองนี้ค่ะ สีจึงมีความหมายทั้งนั้น
อย่างทนาย ทำไมแต่งสีดำตลอด เพราะดูน่าเชื่อถือ ดูเคร่งขรึม ครูยังเคยแหย่ลูกสาวที่เป็นนักกฎหมายว่าเป็นแม่มดเหรอ ใส่สีดำตลอด หรือว่าทางตะวันตก เวลาเขาไปดูคอนเสิร์ต ฟังดนตรีที่แกรนด์ๆ เขาจะใส่ชุดดำไป ถ้าเราทะเล่อทะล่าใส่ชุดแดงไปนะ เด่นอย่าบอกใครเชียว ก็ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมค่ะ
    ทางตะวันออกจะเชื่อในเรื่องการใช้สีค่อนข้างเยอะ แม้แต่อาหารบางทีจะต้องมีสีเขียว สีส้ม ปักตกแต่งนี่นั่นโน่น คือสีจะมีอิทธิพลต่อความเป็นอยู่ค่อนข้างเยอะ ช่วงหลังทางตะวันตกก็มาศึกษาเหมือนกัน ศึกษาดูข้ามวัฒนธรรมนะคะว่า เขาคิดอย่างไร เราคิดอย่างไร
    ตอนหลังสีก็ถูกนำมาใช้ในวงการสถาปัตยกรรม ทางการก่อสร้างด้วย เช่น เราพูดง่ายๆ ว่าสีแบ่งเป็นสีโทนเย็นกับโทนร้อนละกันนะคะ อย่างในร้านอาหาร ส่วนใหญ่เขาจะใช้สีสดใส ใช้สีส้ม สีเขียวสีที่ให้อารมณ์คึกคัก สนุกๆ ทำให้อยากกิน แต่สถานที่ไหนที่ต้องการความสงบ เราก็จะใช้สีนวลๆ สีขาว สีฟ้า สีอ่อนๆ ซึ่งให้ความสงบ ร่มเย็น

สีในความเชื่อ
    สีกับแสงจะมาด้วยกัน มีการศึกษาเรื่องสีที่มีกับแสง ตัวอย่างเช่น ทำไมคนอียิปต์ถึงบูชาพระอาทิตย์ เพราะมีความเชื่อว่าแสงสีแดงแสงนี้จะทำให้เกิดพลัง ถ้าไม่มีแสงอาทิตย์ก็จะไม่มีชีวิต เขาจึงบูชาพระอาทิตย์กัน อันนี้ก็จะเป็นสีที่เป็นสัญลักษณ์รวมกันไปด้วย แล้วต่อมานักวิทยาศาสตร์ก็มาศึกษาว่าแสงมีคลื่น มีพลัง ทำนองเดียวกัน เขาคิดว่าสีก็มีพลังของมันเหมือนกัน
    อย่างในประเทศจีนก็มีให้เห็นถึงการศึกษาเครื่องประดับเพชรนิลจินดา ว่าสีไหน ให้พลังอะไร ในทางจิตวิทยาก็คือ ‘การวางเงื่อนไข’ เช่น ทำไมเวลาหมั้น เราถึงให้แหวนเพชรล่ะ บางคนอาจจะชอบนิล แต่ไม่เราไม่เคยเอาแหวนนิลไปหมั้นใคร เพราะเราเชื่อว่าเพชรมันบริสุทธิ์ ที่จริงมันก็เป็นคาร์บอนนะ นี่คือการวางเงื่อนไข แล้วเราเรียนรู้จากสิ่งนี้ คล้ายๆ เป็นสัญลักษณ์ เป็นตัวแทนค่ะ

ทำไมไว้ทุกข์ต้องสีดำ
    เรื่องของการไว้ทุกข์ เป็นเรื่องของการวางเงื่อนไข บางชาติในสมัยก่อนเขาจะใช้สีขาว บางชาติใช้สีม่วง ก็แล้วแต่ค่ะ เป็นสัญลักษณ์นะคะ ต่อมาก็เปลี่ยนไปตามวัฒนธรรมและความเชื่อของแต่ละที่

สีที่ถูกนำมาใช้ในเด็ก
    สีที่นำมาใช้ในเด็กเริ่มตั้งแต่การออกแบบของเล่นนะคะ อย่างสมมติว่า เขาจะศึกษาพัฒนาการเด็กว่าการรับรู้ทางสายตาของเด็กมีการรับรู้สีอะไรได้ก่อน แยกสีได้ไหม อย่างไร แล้วก็มีการทดลองว่าถ้าให้เด็กเล่นตัวต่อที่มีสีแดงอย่างเดียว เด็กจะเป็นอย่างไร ก็มีงานวิจัยออกมาว่าเด็กจะก้าวร้าวมากขึ้น นี่ก็เป็นตัวอย่างอิทธิพลของสีที่เขาศึกษาค่ะ
    เด็กวัยไหนควรใช้สีอะไร ไปจนถึงการแต่งห้อง สีเสื้อผ้า ต่างๆ เหล่านี้ ก็เป็นเรื่องของการดำเนินชีวิตนะคะ อย่างคนที่ซึมเศร้า เราจะต้องใช้สีห้องที่ให้กำลังใจ ทำให้รู้สึกคึกคัก นอกจากนั้นสีก็ยังถูกพูดถึงในแง่การจัดระเบียบชีวิตของคน เช่น ไฟเขียว ไฟแดง

สีสันในโลกของเด็ก ศาสตราจารย์ศรียา นิยมธรรม

สีส่งผลต่อความรู้สึกของเด็กมากแค่ไหน
    ในด้านอารมณ์ก็มีอิทธิพลมาก สมมติว่า ครูเข้ามาสอนเด็กแล้วแต่งตัวเฉิดฉาย เสื้อสี ลายทาง เด็กบางคนจะเวียนหัวมากเลย เรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง หรือถ้าครูแต่งตัวสีทึมมาก เด็กก็เฉา ยิ่งในยุคนี้ที่สีมันแฟนซีมาก
    ในเรื่องของอารมณ์เขาศึกษากันว่าสีไหน ทำให้เกิดความรู้สึกอย่างไร สีมีอิทธิพลในหลายเรื่องๆ ทีนี้ในการเลี้ยงดูเด็กคือ นอกจากห้องเด็กจะต้องสะอาดแล้ว ควรใช้โทนสีเย็น เพราะจะทำให้เด็กอารมณ์ดี ไม่คึกจนเอาไม่อยู่ หรือถ้าเด็กคนไหนซึมเศร้าก็จะนำสีอื่นเข้ามาช่วย รวมถึงการจัดชั้นเรียน การออกแบบหนังสือเรียนด้วย
    เมื่อต้นเดือนตุลาที่ผ่านมา มีงานมหกรรมของครูทั่วประเทศ เป็นงานใหญ่มาก มีสถาปนิกท่านหนึ่งมาสาธิตการบำบัดความเครียดและช่วยเหลือเด็กสมาธิสั้น ท่านอาจารย์ท่านนี้วันหนึ่งได้รับเชิญให้ไปออกแบบห้องคนไข้ที่สถาบันมะเร็ง ระหว่างที่ไปท่านสังเกตเห็นว่าคนไข้มะเร็งเฉา
ท่านก็มาคิดว่าหาอะไรให้คนไข้เล่นดีกว่า จึงนำนิตยสารเก่ามาตัดตามยาวกว้าง 1 เซนติเมตร แล้วก็เลือกโทนสี จากนั้นนำมาพับม้วนทำเป็นรูปต่างๆ เช่น ทำเป็นรูปปู ปูนี่เป็นสัญลักษณ์มะเร็งนะ อาจารย์พบว่าคนไข้มีความสุข เพลินที่จะทำอย่างนี้ ทีนี้ครูก็คิดว่า เอ้อ ลองนำมาใช้กับเด็กสมาธิสั้นซิ จะอยู่ไหม
    อาจารย์ท่านก็บอกว่าทำได้หลายแบบ ใช้ได้กับเด็กหลากหลายเลย แล้วครูก็บอกว่าถ้าอย่างนั้นอาจารย์ไม่ต้องมานั่งตัดกระดาษ เดี๋ยวครูไปขอโรงพิมพ์มาดีไหม พวกเศษกระดาษที่เขาตัดขอบ อาจารย์บอก ไม่เอา เป็นสีขาวล้วนไม่เอา เพราะว่าสีนั้นมีความหมาย เวลานำมาพับ มาทำเป็นรูปต่างๆ มันจะมีลวดลาย ทำให้คิดอะไรต่อไปได้
    เด็กบางคนที่เขาได้รับอุบัติเหตุหรือว่าอยู่ในสถานการณ์ที่น่าตกใจ สมมติว่าเห็นพ่อแม่ถูกฆ่าตาย เลือดเต็ม แบบนี้บางคนจะกลัวสีแดงมาก พอเห็นสีแดงปุ๊บ ช็อค เกร็ง เราก็จะต้องวางเงื่อนไขในการรักษาให้เขาเลิกกลัว ซึ่งต้องใช้เวลานาน แต่ว่าเด็กปกติทั่วๆ ไป เขาก็จะมีสีที่เขาชอบ และสีที่ไม่ชอบ มีงานวิจัยบางอันพบว่าสีรุ้งก็มีอิทธิพลต่อเด็กอีกแบบหนึ่ง


การบำบัดด้วยสี

    สมมติเด็กก้าวร้าวมาก เราก็จะให้เขาทำกิจกรรมที่ใช้สีอ่อน หรือจัดห้องด้วยสีอ่อน เพื่อให้เขาสงบลง อย่างเช่น มีกิจกรรมหนึ่งใช้อุปกรณ์คล้ายๆ กระดาษลอกลายเป็นแผ่นสีดำ ข้างใต้ก็จะมีลาย แล้วก็มีไม้คล้ายไม้ลูกชิ้นให้ พอเด็กวาดลงไปสีก็จะขึ้นมา
    นำมาใช้ฝึกเด็กได้ดีมากเลย ไม่ว่าจะเด็กสมาธิสั้นหรือออทิสติก แต่ก็จะมีกระบวนการอะไรนิดหน่อยนะ ตอนแรกครูไม่เชื่อ ก็นำมาทำวิจัยที่โรงเรียนสาธิตฯ กับเด็กสมาธิสั้น เด็กออทิสติก พบว่า อืม ใช้ได้ แต่ก็ไม่ใช่เป็นคำตอบเดียวที่ใช้กับทุกคน

ในยุคก่อนสีมีอิทธิพลต่อเด็กมากแค่ไหน
    ในสมัยหนึ่งที่ทีวียังไม่มีสี หนังสือเรียนก็ไม่มีสีสันแบบนี้ สีสัญลักษณ์น้ำเงิน ขาว แปลว่าครูอะไรอย่างนี้ ถามว่าเด็กยุคนั้นเฉาไหม เนื่องจากไม่ได้เห็นสีอื่นก็ไม่ได้รู้สึกว่าได้รับผลกระทบมาก เขาก็หาเล่นอย่างอื่น เช่น เล่นดอกไม้ วาดรูประบายสี ซึ่งก็มักจะใช้สีธรรมชาติค่ะ สมัยก่อนสีเหลืองเขาจะใช้รง ลักษณะเป็นก้อนๆ จิ้มๆ ก็จะได้สีเหลืองมาระบาย บางทีก็มาแต้มกับสีเปลือกไม้
    ตอนนั้นสียังไม่ได้มีขายอะร้าอร่ามอย่างสมัยนี้ แต่ก็สนุกดี บางคนก็จะไปเล่นสีกับการร้อยมาลัย เช่น นำใบโกสนสีต่างๆ ใบแก้วสีเขียวจัดมาตัด ร้อย แล้วทำให้เป็นเกลียวมันก็จะเป็นสีสวย อาจนำดอกพุดหรือดอกไม้ต่างๆ มาแซมบ้างก็ประเทืองอารมณ์ค่ะ
    เด็กสมัยใหม่มีตัวเลือกเยอะ เพราะเขาเจอสีเยอะมาก มีทั้งสีโทนร้อน โทนเย็น มีบ่อบอลให้เล่น มีสิ่งต่างๆ ให้เล่นเยอะ ก็จะเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง ทีนี้ส่วนใหญ่ก็จะขึ้นกับ ‘การวางเงื่อนไข’ นั่นแหละ ว่าเรานำสีนี้ไปโยงกับอะไร เขาก็จะเกิดความรู้สึกอย่างนั้น

สีสันในโลกของเด็ก ศาสตราจารย์ศรียา นิยมธรรมสีกับเสื้อผ้าเด็ก
    ก็จะมีการศึกษาในบางวัฒนธรรมว่าสีไหนมีพลังอย่างไร แล้วแต่งตัวตามสีนั้น เขาจะมีสีที่ตัดกัน สีที่ตรงข้ามกัน สีที่ไปด้วยกัน ถ้าใครดูเรื่องสี่แผ่นดิน จะเห็นที่แม่ของแม่พลอยสอนว่าถ้านุ่งสีนี้จะต้องห่มสีนี้ สิ่งนั้นก็เป็นความนิยมหรือความเชื่อค่ะว่าแต่งแบบนี้เรียกว่าสวย ถ้าไม่แต่งแบบนี้แปลว่าไม่สวย เด๋อ เอ๋อ
    และสังเกตไหมว่าของใช้เด็กจะเป็นสีอ่อนๆ หมดเลย เพราะว่าส่งผลถึงอารมณ์ดีได้ เราจะไม่เห็นผ้าอ้อมสีแดงแจ๊ด สีเขียวปั๊ด เพราะสีอ่อนจะส่งผลให้มีอารมณ์ละมุนละไม เด็กตื่นขึ้นมาก็จะไม่อารมณ์เสีย ถ้าใช้สีที่เร่าร้อน หรืออยู่ในห้องที่มีสีเร่าร้อน เด็กก็จะกรี๊ดกร๊าดทำนองนั้น แล้วต่อมาที่คนพยายามจะบอกว่าสีฟ้าเด็กผู้ชาย สีชมพูเด็กผู้หญิง นั่นก็เป็นการวางเงื่อนไขเหมือนกันว่าสีนี้เป็นสัญลักษณ์ของสิ่งนี้
    สมัยก่อนผู้ชายจะไม่ใส่เสื้อสีเยอะๆ แบบนี้ จะใส่เสื้อสีขาว สีนวล อย่างมากก็สีฟ้าอ่อน ลายจุดลายดอกอะไรเขาจะไม่ใส่กัน เขาว่าไม่ใช่สีของผู้ชาย แต่เดี๋ยวนี้ก็ใส่ได้ทุกสีค่ะ เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ก็แล้วแต่ว่าสังคมให้ความนิยมอย่างไร สีทางเอเชียจะเป็นสีสดใส ตามบรรยากาศของต้นไม้ ใบไม้ มีอิทธิพลส่งต่อมา ต่างประเทศก็เหมือนกัน พอฤดูใบไม้ผลิปุ๊บ คนจะใส่เสื้อสีทันทีเลย ตามสีของดอกไม้

คำแนะนำไม่ให้เด็กหดหู่ในช่วงไว้อาลัย

    จริงๆ แล้วขึ้นอยู่กับการแสดงสีหน้า ท่าทางของผู้ปกครองด้วยนะ ไม่เฉพาะสีอย่างเดียว เด็กเขารับรู้อารมณ์ตรงนั้นได้ เราอาจจะวางเงื่อนไขอย่างอื่นให้เขา บอกว่าเรารักในหลวง ในหลวงไปอยู่บนฟ้า เราแต่งสีดำเพื่อจะบอกในหลวงว่า ‘เราคิดถึงพระองค์ท่าน’ แล้วก็บอกกับเขาว่า นำดอกไม้ไปกราบท่านอะไรแบบนี้
    ก็ต้องบอกเขาว่าชีวิตมันเป็นอย่างนี้แหละลูก ใครเกิดมาก็ต้องจากไปเป็นธรรมดา เห็นไหม แม่ของในหลวง พี่ของในหลวง เราไม่อยากให้เกิด ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่ก็เกิด สมมติว่าท่านเป็นเทพมาช่วยเรา ตอนนี้ท่านจะกลับบ้านท่านบ้าง เราต้องยินดีที่ท่านไป แล้วท่านก็จะมองเราอยู่
ท่านก็อยู่กับเรา
    เราแสดงสัญลักษณ์ว่าเราคิดถึงท่าน เราอาลัยท่าน เรารักท่านนะ เราถึงใส่สีดำ เพราะว่าเรามีจิตผูกพันกับท่านแบบนี้ ขึ้นอยู่ที่สีหน้า แววตา ท่าทางของบุคคลที่จะสื่อด้วยค่ะ ถ้าร้องไห้ หดหู่ เด็กก็จะรู้ เด็กก็จะเก็บความรู้สึกนั้นเอาไว้
    เราก็อาจจะแนะนำผู้ปกครองว่า ให้กิจกรรมกับเขา วันนี้หนูจะวาดรูปอะไรให้พ่อหลวง หนูจะใช้สีอะไรก็ได้นะ วาดเสร็จแล้วก็ไปติดไว้ พรุ่งนี้หนูจะทำความดีอะไรอีก เรามักพูดว่าจะทำความดีถวายในหลวงใช่ไหม แล้วท่านสอนอะไรบ้าง ถ้าเด็กเล็กๆ อาจจะเลือกมาสัก 4 – 5 อย่าง หนูจะทำข้อไหนก่อน แล้วเราก็ถามวันนี้หนูทำความดีหรือยัง หนูทำความดีอะไร ไปเขียนหรือวาดซิ ใช้สีหรือข้อความอะไรก็ได้ เช่น วันนี้หนูกินข้าวหมดจานไหม หนูช่วยแม่เก็บจานหรือเปล่า
    เราทุกคนเสียใจในการจากพรากแต่ว่าในหลวงไม่ต้องการให้เราล้มแล้วไม่ลุก เราต้องลุกขึ้นมาเป็นคนเก่ง เป็นคนดี เป็นคนที่ทำได้เหมือนที่ท่านทำ ทำตามที่ท่านสอน อยู่ที่การวางเงื่อนไขค่ะ ถ้าเขาถามว่าทำไมคนต้องใส่สีดำก็อาจจะบอกว่าเพราะคนอื่นเขายังคิดถึงในหลวง หรือถ้าเขาไม่อยากใส่อาจจะไม่ให้เด็กใส่ชุดดำทั้งชุดก็ได้ ใส่สีขาว หรือลวดลายออกเทาๆ ก็ได้ค่ะ

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);