ชีวิตความรักกับจักรวาล : เมื่อรักหวานเปลี่ยนเป็นขม?
  
  
ColumDetail
15
ชีวิตความรักกับจักรวาล : เมื่อรักหวานเปลี่ยนเป็นขม?
 
 

HUG ปี 8 เล่ม 11 /
ชีวิตความรักกับจักรวาล


เมื่อรักหวานเปลี่ยนเป็นขม?

เมื่อรักหวานเปลี่ยนเป็นขม?

    ทำอย่างไร เมื่อรักหวานเปลี่ยนเป็นขม? วิทยาศาสตร์ช่วยได้หรือไม่
    คำตอบตรงๆ คือ ช่วยได้! แต่จะช่วยได้แค่ไหน? ขึ้นอยู่กับอะไร?
    ความรักเป็นความงดงาม เป็นน้ำทิพย์ เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนปรารถนา สำหรับความรู้สึกของคนสองคน จะยิ่งกว่าได้ทรัพย์สมบัติล้ำค่ามหาศาลที่มีอยู่ทั้งหมดในโลก นี่คือความจริง...
    แต่ก็มีความจริงที่น่าเศร้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกปัจุบัน ที่ความรักซึ่งเริ่มต้นและน่าจะจบลงด้วยความสุขอย่างยั่งยืนของคนสองคน ต้องจบลงด้วยความเศร้า นี่คือความจริง...
    แต่ก็มีความจริงที่น่าเศร้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกปัจจุบัน ที่ความรักซึ่งเริ่มต้นและก็น่าจะจบลงด้วยความสุขอย่างยั่งยืนของคนสองคน ต้องจบลงด้วยความเศร้าในอัตราที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
    ทำไมจึงเป็นโลกปัจจุบัน ในอดีตไม่เป็นเช่นนี้หรือ?
    ความจริงที่ปรากฏก็คือ ในอดีต ความรักที่เริ่มต้นและจบลงขั้นต้นด้วยความหวาน เกิดเป็นการเริ่มชีวิตคู่อย่างเป็นทางการคือ การแต่งงาน แต่ในที่สุด ฉากสุดท้ายของชีวิตคู่กลับกลายเป็นความล่มสลาย ก็เป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่มีอยู่จริง แต่ไม่เกิดขึ้นมากเท่ากับที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน
    กล่าวง่ายๆ ก็คือ ในอดีตรักหวานก็เปลี่ยนเป็นขมได้เช่นกัน แต่ไม่มากเท่ายุคปัจจุบัน
    สาเหตุของความเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ คือ ความเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคม ที่ในอดีตทัศนคติเรื่องชีวิตคู่ จะยึดมั่นในจารีตประเพณี ความศักดิ์สิทธิ์ของสถาบันที่เริ่มจาก ‘การแต่งงาน’
    เมื่อหญิงชายแต่งงานกันแล้ว ก็ต้องรักษาชีวิตการแต่งานให้ดีที่สุด
    ถ้าเกิดการล่มสลาย ก็จะเป็นเรื่องใหญ่มิใช่เฉพาะแค่คนสองคน ที่จะ ‘รู้สึกผิด’ หากทุกคนในครอบครัว (พ่อ – แม่ – พี่ – น้อง) ก็จะรู้สึกผิดไปด้วย ทำให้คู่สามี – ภรรยาต้องพยายามรักษาชีวิตคู่เอาไว้ จะเรียกว่า ‘อย่างสุดชีวิต’ ก็ได้
    มาถึงยุคปัจจุบัน สภาพการณ์เกี่ยวกับ ‘สถาบันการแต่งงาน’ หรือ ‘ชีวิตคู่’ เปลี่ยนไปแล้วอย่างมากซึ่งส่วนหนึ่งก็เกิดจากความเปลี่ยนแปลงของสังคม ที่เปิดโอกาสให้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายมีโอกาสพบกันมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางฝ่ายผู้หญิงที่มีโอกาสพบเพื่อนต่างเพศได้มากกว่าในอดีต ทั้งในชีวิตประตำวันและการทำงาน เพราะในปัจจุบันผู้หญิงก็ออกจากบ้านไปทำงานมากพอๆ กับผู้ชาย ไม่เหมือนในอดีตที่ผู้หญิงมักจะเป็นฝ่ายอยู่กับบ้าน ผู้ชายเป็นฝ่ายมีโอกาสที่จะไป ‘พบ’ ผู้หญิงที่สนใจที่บ้านของผู้หญิง ซึ่งผู้ชายจำนวนมาก ก็จะมีโอกาสไป ‘พบ’ ผู้หญิงมากกว่าเพียงหนึ่งคน
    แต่ถ้าถามหาสาเหตุสำคัญที่สุดที่เป็น ‘วิทยาศาสตร์’ ในการปลดปล่อยให้ผู้หญิงมีอิสระในการเลือกผู้ชาย ได้มากกว่าในอดีต คำตอบก็คือ ‘การคุมกำเนิด’ เพราะทำให้ผู้หญิงหลุดพ้นจากพันธนาการสังคมยิ่งใหญ่คือ การตั้งครรภ์ ที่ผู้หญิงเลือกไม่ได้มาก่อน
    การคุมกำเนิด ยังทำให้ผู้หญิงมีอิสระในการเลือกดำเนินชีวิตของตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำงาน การออกสู่สังคมนอกบ้าน แล้วก็แน่นอน การเลือกคู่
    วันนี้ผู้หญิงและผู้ชาย จึงมีโอกาสเกือบจะพอๆ กันในการเลือกคู่
    ในด้านดี ก็ทำให้โอกาสที่คู่หญิงชายจะเริ่มต้นชีวิตด้วย ‘ความรักที่หวาน’ มากกว่าในอดีต เพราะเป็นการร่วมชีวิตคู่ด้วยความรู้สึกตรงกันของทั้งสองคน มิใช่เพียงฝ่ายใดเป็นสำคัญ
    แต่ในขณะเดียวกัน เรื่องของการเลือกคู่ชีวิต และโอกาสที่ดีเกือบจะพอๆ กันทั้งหญิงชาย ก็เหมือนกับมีดสองคม ที่มีทั้งด้านเป็นคุณและเป็นโทษ เพราะหมายความว่าสถาบันการแต่งงาน ก็มีความเปราะบางมากขึ้น ทำไมหรือ?
    อย่างหนึ่งคือ ธรรมชาติของความเป็นตัวตนของมนุษย์แต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง โดยเฉพาะฝ่ายหญิง ที่จะมีความเป็นตัวตนอิสระของตนเอง ได้มากพอๆ กับผู้ชาย
    อีกอย่างหนึ่งคือ การยอมรับของสังคมยุคปัจจุบัน ที่มองเรื่องการหย่าร้างในสังคมว่า มิใช่ความล้มเหลวหรือความผิดพลาดร้ายแรงของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
    ทั้งหมดนี้ ก็จึงนำมาถึงประเด็นหลักของเราวันนี้คือ เรื่องของความรัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชีวิตคู่ ทีเรื่องต้นจากความหวาน แต่กลับต้องจบลงด้วยความขื่นขม เพราะสภาพปัจจุบัน คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เรื่อง ‘รักหวานที่เปลี่ยนเป็นรักขม’ จึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่าย และมากในสังคมไทยปัจจุบัน
    อย่างไรก็ตาม โดยพื้นฐานของมนุษย์แต่ละคน ก็ยังต้องการที่จะมีรักหวานอันยั่งยืน
    วิทยาศาสตร์จะช่วยได้อย่างไร?
    อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ การแก้ปัญหาใดๆ รวมทั้งปัญหาของมนุษย์ในสังคมด้วย หัวใจสำคัญคือ ต้องแก้ด้วยความเข้าใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น ล้วนเป็นผลซึ่งมีสาเหตุที่มา มิได้เกิดขึ้นจากการกำหนดโดยอำนาจเหนือธรรมชาติใดๆ
    การแก้ปัญหารักหวานที่เปลี่ยนมาเป็นขมจึงต้องแก้ด้วยการค้นหาสาเหตุให้ได้ว่า อะไรเป็นต้นเหตุของการเปลี่ยนแปลง   
    วิธีการมองหาสาเหตุความเปลี่ยนแปลงของรักหวานที่เปลี่ยนมาเป็นขม ดีที่สุดวิธีหนึ่งคือ ให้ตั้งสติ แล้วแยกตนเองออกไปจากสถานการณ์ เหมือนเป็นบุคคลที่สามที่มองกลับเข้ามาในชีวิตคู่ที่กำลังเปลี่ยนเป็นขม เหมือนกับการไปปรึกษา ‘ผู้รู้’ ที่มีข้อมูล มีความเข้าใจในสถานการณ์อย่างลึกซึ้ง แล้วก็จะได้คำตอบที่ดีที่สุดจริง
    อย่างแน่นอน ปัญหารักหวานที่เปลี่ยนมาเป็นขมของแต่ละชีวิตคู่ ย่อมแตกต่างกัน แต่ผู้เขียนเชื่อ (อย่างเป็นวิทยาศาสตร์) ว่าเมื่อตั้งสิต วิเคราะห์ปัญหาอย่างชัดเจนแล้ว ก็จะพบต้นเหตุของปัญหาว่า เกิดขึ้นจากอะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘ใคร!’
    เมื่อทำใจให้ว่างและอย่างมีสติก็จะพบว่า ‘ใคร’ สำหรับเรื่องรักหวานที่เปลี่ยนมาเป็นขม หมายถึงคนสองคนหรือ ‘คนอื่น’ กับ ‘ตนเอง’
    ส่วนใหญ่แล้ว คนเรามักจะมองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากคนอื่น ซึ่งในกรณีของเรานี้ก็คือ คู่ชีวิตอีกคนหนึ่งของเรา แต่มักจะมองไม่เห็นปัญหาที่เกิดจากตนเอง
    นั่นคือ มักจะโทษว่า ที่รักหวานที่เปลี่ยนมาเป็นขม ก็เพราะอีกคนหนึ่งเป็นต้นเหตุ โดยจริงๆ แล้ว คนที่เป็นต้นเหตุอย่างแท้จริงหรือเป็นต้นเหตุใหญ่กว่า อาจจะเป็นตนเอง
    ถ้าทำได้เช่นนี้ ปัญหาก็จะแก้ได้ตรงจุด เพราะรักหวานที่เปลี่ยนมาเป็นขม ก็สามารถจะกลับมาหวานใหม่ได้ หรืออย่างน้อยก็จะลดความขมลงได้
    วิทยาศาสตร์ไม่มีสูตรสำเร็จสำหรับการแก้ปัญหาเกี่ยวกับชีวิต แต่วิทยาศาสตร์สามารถจะช่วยแก้ปัญหาได้จริง อย่างน้อย ก็ลดความรุนแรงของปัญหาได้จริง สำหรับคนที่เข้าใจ
    แล้วรักหวานที่เปลี่ยนมาเป็นขม ก็สามารถจะเปลี่ยนเป็นหวานมากกว่าเดิมได้อีกด้วย!
 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);