สุขภาพสุขเพศ : ประจำเดือนมามากเป็นเรื่องดีหรือเรื่องแย่
  
  
ColumDetail
13
สุขภาพสุขเพศ : ประจำเดือนมามากเป็นเรื่องดีหรือเรื่องแย่
 
 

HUG Magazine ปีที่ 8 ฉบับที่ 10 
สุขภาพสุขเพศ


ประจำเดือนมามากเป็นเรื่องดีหรือเรื่องแย่

ประจำเดือนมามากเป็นเรื่องดีหรือเรื่องแย่

    ปกติประจำเดือนแต่ละเดือนจะมาประมาณ 3 – 4 วัน พอวันที่ 4 ก็จะเริ่มหมดแล้ว มาแค่นิดๆ หน่อยๆ ค่ะ และปวดท้องทุกเดือน บางเดือนทนไม่ไหวก็จะกินยาค่ะ แต่เดือนที่ผ่านมา ประจำเดือนมาเยอะมากค่ะ เป็นสิบวันเลย และมาเยอะทุกวัน สีเลือดออกสีแดงเข้ม แล้วก็ไม่ปวดท้องเหมือนทุกที ประมาณวันที่ 8 มีลิ่มเลือดมาด้วยค่ะ ช่วงนั้นรู้สึกเพลียมาก หนาวสั่น เหมือนจะไม่สบายตลอดเวลา แล้วก็หน้ามืดด้วย ดิฉันอายุ 25 ยังไม่แต่งงานค่ะ อยากทราบว่าจะเป็นอันตรายอะไรไหมคะ ทำไมอยู่ดีๆ ประจำเดือนถึงมาเยอะกว่าปกติ จำเป็นต้องไปพบแพทย์ไหมคะ


ตอบ ความเชื่อที่ผิดและเป็นอันตรายเกี่ยวกับประจำเดือนของประชาชนคนไทย ที่พบบ่อยมี3 ประการค่ะ

      1. ความเชื่อที่ผิด : ประจำเดือนมามากเป็นเรื่องดี เพราะประจำเดือนเป็นเลือดเสีย เลือดจะได้ถ่ายเท ทำให้ไม่ปวดหลัง หน้าตาผ่องใส ไม่มีสิว ฝ้า หากประจำเดือนมามาก ในคนที่ใกล้หมดประจำเดือน เป็นเรื่องธรรมดา ของคนจะหมดประจำเดือน ไม่ต้องรักษา ไม่นานก็จะหมดประจำเดือนแล้ว
    ความจริง เลือดประจำเดือนเป็นเลือดดี เมื่อเสียเลือดมากจะทำให้ซีด ความดันโลหิตต่ำ หน้ามืด เป็นลม หัวใจวายได้ ประจำเดือนมามากเป็นเรื่องผิดปกติ อาจเกิดอันตรายในทุกวัย และไม่ใช่อาการจะหมดประจำเดือน
    คำว่าประจำเดือนมามาก คือมาเกิน 80 ซีซีต่อหนึ่งรอบเดือน หากคิดเป็นผ้าอนามัยคือใช้ขนาดธรรมดาวันหนึ่งเกิน 1 กล่อง, หรือมีเลือดประจำเดือนออกนานเกิน 7 วัน, หรือเลือดประจำเดือนเป็นเลือดก้อนขนาดใหญ่เกินเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดสองเซนติเมตรหลุดออกมาปนน้ำเลือด หรือประจำเดือนออกมากจนมีอาการอ่อนเพลีย โลหิตจาง
    สาเหตุของประจำเดือนมามาก ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับโรคของมดลูก เช่น โพรงมดลูกหนา มีเนื้องอกโพรงมดลูก เป็นเนื้องอกธรรมดาของมดลูก เป็นมะเร็งโพรงมดลูก เป็นมะเร็งปากมดลูก
    ดังนั้นเมื่อมีประจำเดือนมามาก ไม่ควรรอให้หายเอง ควรพบแพทย์ทันทีเพื่อตรวจรักษา
    ยกตัวอย่างคนไข้ ที่มีความเชื่อนี้
    คุณลำดวน (ชื่อสมมุติ) อายุ 51 ปี มาพบแพทย์ด้วยเรื่องอ่อนเพลียหน้ามืด เนื่องจากมีประจำเดือนมามาก ติดต่อกัน 6 เดือน ที่ไม่มาพบแพทย์แต่แรก เพราะเชื่อว่าใกล้หมดประจำเดือน เพื่อนบอกว่า เป็นอาการของการจะหมดประจำเดือน
    ผลการตรวจพบว่าคุณลำดวนซีดมาก ความเข้มข้นของเลือดมีแค่ร้อยละ 12 (ปกติไม่ควรต่ำกว่าร้อยละ 33) มีอาการหัวใจวาย ตรวจพบสาเหตุเป็น เนื้องอกมดลูก ขนาดโตเท่าการตั้งครรภ์ 5 เดือน โชคดีไม่ใช่เนื้อร้าย รักษาด้วยการให้เลือด สี่ถุง รักษาอาการหัวใจวาย ผ่าตัดเอาเนื้องงอกและมดลูกออก หลังผ่าตัดคุณลำดวนสบายดี      

      2. ความเชื่อที่ผิด เวลามีประจำเดือนไม่ควรตรวจภายใน
     ความจริง การตรวจภายในเป็นการตรวจโดยแพทย์ ประกอบไปด้วยการตรวจดูอวัยวะสืบพันธ์ภายนอก ใช้เครื่องมือที่คล้ายปากเป็ด (Speculum) ขนาดที่เหมาะสม ขยายช่องคลอดเพื่อตรวจดูช่องคลอดและปากมดลูก คลำตรวจมดลูกและปีกมดลูก ซึ่งขบวนการทั้งหมดใช้เวลาไม่นาน ไม่เจ็บไม่เปรอะเปื้อน และไม่มีอันตราย
    เมื่อไหร่ที่มีอาการปวดท้อง มีก้อนในท้อง มีประจำเดือนผิดปกติ ประจำเดือนมามาก มานาน มีกลิ่น มีตกขาว มีหนองออกมาปน การตรวจภายในคือการตรวจที่ตรงที่สุด สามารถให้การวินิจฉัยได้ถูกต้องชัดเจน
    การตรวจภายใน สามารถตรวจได้ทุกเวลา ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีประจำเดือน
    ตัวอย่างคนไข้ ที่มีความเชื่อตามข้อนี้
    คุณสุพัตรา (ชื่อสมมุติ) อายุ 54 ปี มาโรงพยาบาลด้วยเรื่องอ่อนเพลียจนเดินไม่ไหวเพราะประจำเดือนมามาก เป็นๆ หายๆ มานานสองปี เวลาประจำเดือนมามาก รู้ว่าผิดปกติ เพราะปวดท้อง อ่อนเพลียมาก บางครั้งมีไข้ร่วมด้วย จึงได้เข้ารักษาที่โรงพยาบาลชุมชนใกล้บ้านทุกครั้ง แต่คุณสุพัตราไม่ยอมให้แพทย์โรงพยาบาลชุมชนตรวจภายใน เพราะเชื่อว่าเป็นประจำเดือนไม่ควรตรวจภายใน
    เมื่อไม่หายสักที คุณสุพัตราลองเปลี่ยนโรงพยาบาล ไปพบคุณหมอจันทร์จิรา (ชื่อสมมุติ) สูติแพทย์ เล่าอาการให้ฟัง โดยมีเหตุผลของการไม่ยอมตรวจภายในว่า กำลังเป็นประจำเดือน คุณหมอจันทร์จิราแนะนำว่า ต้องตรวจภายใน เลือดที่ออกไม่ใช่ประจำเดือน เป็นเลือดผิดปกติ หากไม่ตรวจอาจจะช้าไป เพราะอาจจะเป็นโรคที่ร้ายแรงได้
    สุดท้ายคุณสุพัตรายอมตรวจ ผลการตรวจพบว่าเป็นมะเร็งปากมดลูกระยะสุดท้าย แม้รักษาตามมาตรฐาน คุณสุพัตราเสียชีวิตเพียง 6 เดือน หลังรักษา

      3. ความเชื่อที่ผิด เวลามีประจำเดือนห้ามฉีดยา เพราะจะเสียชีวิต โดยเฉพาะหากมีไข้ เรียกไข้ทับระดู
    ความจริง ช่วงมีประจำเดือนร่างกายอาจจะอ่อนแอ เพราะมีการเปลี่ยนของฮอร์โมนและมีการเสียเลือด เวลาเจ็บป่วยอาจจะเป็นมากกว่าช่วงที่ไม่เป็นประจำเดือน แต่การมีประจำเดือนไม่ได้เป็นข้อห้ามของการฉีดยา ไข้ทับระดูที่เล่าลือกันว่าฉีดยาแล้วตายเป็นเรื่องโบราณ ที่มีคนติดเชื้อ เช่น หนองใน หรือทำแท้งแล้วแท้งค้าง ฯลฯ
    สมัยก่อนไม่มียารักษาที่มีประสิทธิภาพ แม้ฉีดยารักษาก็เสียชีวิต ปัจจุบันหากป่วยหนัก ในขณะเป็นประจำเดือน การรักษาด้วยยาฉีดไม่ทำให้เสียชีวิต แต่เป็นการรักษาให้รอดชีวิต
    อย่างไรก็ตาม เป็นประจำเดือนไม่ทำให้เกิดไข้ หากเป็นประจำเดือนทีไรมีอาการเป็นไข้ทีนั้น ควรพบแพทย์เพื่อตรวจรักษา เพราะส่วนใหญ่เป็นอาการของมดลูก ปีกมดลูก หรืออุ้งเชิงกรานอักเสบ

    สรุป จดหมายที่ถามมา อายุ 25 ปี โสด มีประจำเดือนมามาก เพลีย หนาวสั่น ไม่สบาย หน้ามืด เป็นอาการผิดปกติค่ะ สิ่งที่ควรทำอันดับแรกคือ พบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ เพื่อรักษาให้หายตามสาเหตุนั้นๆ
    สาเหตุส่วนใหญ่ของประจำเดือนมามาก ในคนอายุน้อยกว่า 25 ปี ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเพศหญิงเอสโทรเจนที่เพิ่มมากขึ้น อาจจะเกิดจากร่างกายผลิตเอง ซึ่งมักเป็นกับคนอ้วน หรือบางคนกินฮอร์โมนเพศหญิงจากพืชผักสมุนไพรมากไป หรือบางคนมีถุงน้ำรังไข่ซึ่งผลิตฮอร์โมนเพศหญิงออกมา
    โอกาสเป็นเนื้อร้ายหรือมะเร็งเป็นไปได้น้อย แต่โอกาสที่จะเกิดจากเนื้องอกธรรมดาของมดลูกหรือเนื้องอกธรรมดาของรังไข่ก็ยังเป็นไปได้ จึงมีความจำเป็นที่ต้องพบแพทย์ ก่อนที่จะสายเกินไปค่ะ 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);