เรื่องเล่าสะใภ้ญี่ปุ่น : ของขวัญฤดูร้อน
  
  
ColumDetail
13
เรื่องเล่าสะใภ้ญี่ปุ่น : ของขวัญฤดูร้อน
 
 

HUG Magazine ปีที่ 8 ฉบับที่ 9 
เรื่องเล่าสะใภ้ญี่ปุ่น


 ของขวัญฤดูร้อน

ของขวัญฤดูร้อน

    สวัสดีค่ะ ตอนนี้ญี่ปุ่นอากาศร้อนมากแล้วค่ะ ปีนี้ญี่ปุ่นประสบปัญหาแล้งด้วย น้ำในเขื่อนไม่พอ และคนญี่ปุ่นก็เป็นห่วงไปถึงโอลิมปิคปี 2020 ด้วยว่าช่วงเดียวกันน้ำจะพอหรือเปล่า เพราะญี่ปุ่นเคยเจอปัญหาภัยแล้งต้องประหยัดน้ำกันแบบผู้หญิงตัดผมสั้น น้ำไหลแค่วันละ 2 ชั่วโมง โจรขโมยน้ำโผล่ ปัญหาน้ำไม่พอถึงกระทั้งกินขนมปังแทนข้าวค่ะ จะได้ไม่ต้องเสียน้ำซาวข้าว ถึงแม้มันเป็นเรื่องเมื่อหลายสิบปีก่อน ก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีกเนอะ
    ฤดูร้อนของญี่ปุ่นจะประมาณเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคมค่ะ เมื่อพูดถึงฤดูร้อน คนญี่ปุ่นมักจะนึกถึง ทะเล บาร์บีคิว บ้านผีสิง ชุดยูกาตะ งานวัด ดอกไม้ไฟ อะไรประมาณนี้ค่ะ หลายคนสงสัย ทำไมฤดูร้อนแล้วเกี่ยวอะไรกับบ้านผีสิง
    คนญี่ปุ่นเขาว่ากันว่าเวลาเข้าบ้านผีสิงมันระทึกใจ ตื่นเต้น กลัวผีหนาวเย็นยะเยือก เวลาเล่นบ้านผีสิงเสร็จออกมาแล้วจะรู้สึกเย็นสบาย (ไม่รู้จริงหรือป่าวนะ เรากลัวผี ไม่กล้าเข้าบ้านผีสิง) แต่พอฤดูร้อนปุ๊ป ภาพยนตร์สยองขวัญ หนังผีเข้าโรงกันพรึ่บ และคนญี่ปุ่นบอกว่าฤดูร้อนต้องกินของเผ็ดๆ เวลากินเผ็ดแล้วเหงื่อมันออกเยอะๆ จะได้รู้สึกเย็นๆ สดชื่น ไม่รู้จริงหรือเปล่าไม่เคยลองค่ะ
    เราเองก็เป็นคนไทยแต่กินเผ็ดไม่มากนะ ไม่เคยกินเผ็ดจนเหงื่อแตกพลั่กๆ แบบนั้นนะ เรื่องของเผ็ดๆ พักไว้แค่นี้ก่อน ฤดูร้อนไม่ได้มีเท่านี้นะคะ คนญี่ปุ่นยังนิยมส่งของขวัญฤดูร้อนกันด้วย วันนี้มาคุยเรื่องของขวัญกันดีกว่าค่ะ
    ‘ของขวัญฤดูร้อน’ หรือเรียกกันว่า ‘โอจูเก็น’ ถ้าไปห้างสรรพสินค้าช่วงนี้จะเห็นโฆษณา จัดอีเว้นต์ตั้งโซนโปรโมทกันเยอะเลยค่ะ บางทีก็เรียกให้เก๋ๆ เข้ากับยุคสมัยว่าซัมเมอร์ กิฟท์ (Summer Gift) ค่ะ แปลตรงตัวสุดๆ

ของขวัญฤดูร้อน

    เป็นธรรมเนียมมอบของขวัญกลางปี เพื่อแสดงความรู้สึกซึ้งใจ ขอบคุณแก่ผู้มีพระคุณกับเรา เช่น ส่งให้หัวหน้า ครูบาอาจารย์ ส่งให้คนรู้จักที่คอยช่วยเหลือกันมา เช่น ถ้าเคยใช้บริการทนายฟ้องร้องกันก็ส่งของขวัญให้คุณทนายอะไรประมาณนี้ค่ะ คล้ายๆ ของไทยเรานะ แบบว่าส่งให้คุณตำรวจสน.ไหนๆ ที่เคยคุยกัน (ล้อเล่นนะ อย่าคิดมาก แต่อารมณ์ประมาณนี้แหละค่ะ)
    คล้ายๆ คนไทยนิยมส่งกระเช้าของขวัญปีใหม่นะ แต่คนญี่ปุ่นส่งของขวัญปีนึงหลายครั้งค่ะ โอจูเก็นจะส่งกันกลางปีโดยจะส่งกันประมาณเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมแล้วแต่ภูมิภาค ญี่ปุ่นเป็นประเทศเกาะ ภูเขาเยอะมาก ทำให้แต่ละภูมิภาคแตกต่างคลาดเคลื่อนกันนิดๆ หน่อยๆ ค่ะ
    ของขวัญมีให้เลือกส่งเกือบทุกสิ่งอย่าง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นอาหาร (ของสด ของคาว ของดอง ข้าวสาร อาหารแห้ง ของหวาน มีให้เลือกซื้อทุกชนิดค่ะ) และที่เห็นนิยมซื้อส่งให้กันก็มีพวกของใช้ประจำวันนะคะ (เซ็ตผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างจาน ผ้าขนหนู รวมเซ็ตแม่บ้านค่ะ)
    แต่ที่สำคัญ หีบห่อ แพ็คเกจ สวยงามตามระเบียบญี่ปุ่นค่ะ (ของข้างในไม่แน่ใจว่าอร่อยหรือไม่ แต่แพ็คเกจฉันสวยงามโดดเด่น) และต้องมีใบแปะหน้า เรียกกันว่า ‘โนฉิ’ เขียนว่าส่งของขวัญเนื่องในโอกาสอะไร ในที่นี้ก็จะเขียนคำว่า ‘โอจูเก็น’ ด้านล่างลงชื่อผู้ส่ง และมีลวดลายโบว์แดงโบว์ทองผูกไว้ตรงกลาง หรือแล้วแต่ห้างสรรพสินค้าออกแบบค่ะ
    เทียบกับไทยๆ เราแล้ว เหมือนเขียนการ์ดแปะไว้ที่หน้ากล่องของขวัญ จะได้รู้ว่าใครส่งมาให้ แต่ของญี่ปุ่นมันมีประเพณีธรรมเนียมเยอะ ต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง ไม่งั้นจะโดนมองด้วยสายตาที่เย็นชา (ฮ่าๆ) ถ้าให้เล่าลึกเลย มีรายละเอียดยิบย่อยอีกค่ะ แปะกระดาษฝั่งไหน การเขียนชื่อก็มีละเอียดกว่านี้นะคะ เขียนชื่อผู้ส่งกรณีมากกว่า 1 คน เขียนชื่อบริษัทไว้ตรงไหน ขนาดตัวอักษรขนาดไหนๆ ด้วยค่ะ
    แต่สมัยนี้สะดวกขึ้นเยอะ ถ้าไปสั่งซื้อของขวัญโอจูเก็นที่ห้างสรรพสินค้า มีบริการห่อกระดาษและพิมพ์โนฉิให้ด้วย มีบริการจัดส่งด้วยนะคะ ไปแต่ตัว พกชื่อที่อยู่ของผู้มีอุปการคุณและเงินไปจ่ายเป็นพอ พวกร้านสัญชาติอเมริกาอย่างร้านกาแฟสตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (Starbucks Coffee) ในญี่ปุ่นก็มีจัดซัมเมอร์ กิฟท์ขายด้วยนะคะ มีบริการห่อของขวัญด้วย แต่ไม่มีพิมพ์โนฉิให้ค่ะ
    ราคาของของขวัญ มีตั้งแต่ราคาไม่แพงมาก 2 – 3 พันเยนไปถึงหลายหมื่นเยน แล้วแต่กำลังทรัพย์และความสัมพันธ์ค่ะ เราเองกลับบ้านสามีช่วงฤดูร้อนจะเห็นของขวัญวางเต็มบ้านเลย คุณพ่อสามีทำงานโดนส่งตัวไปประจำตำแหน่งต่างจังหวัดหลายครั้ง เลยมีคนส่งโอจูเก็นมาให้เยอะมาก

ของขวัญฤดูร้อน    เหล้าญี่ปุ่นขวดใหญ่เว่อร์วางกัน 5 – 6 ขวด แล้วก็มีพวกของสด ไข่ปลา อะไรพวกนี้ก็ส่งกันได้ค่ะ บริการขนส่งทั้งของไปรษณีย์ มีบริการส่งของสด แช่เย็นมาเลย สะดวกค่ะ คุณพ่อคุณแม่สามีจะแบ่งขนมมาให้นิดๆ หน่อยๆ เพราะทานกันไม่ทันวันหมดอายุค่ะ (เหมือนครอบครัวที่ไทยเลย ได้กระเช้าปีใหม่มา 3 ปีผ่านไป รังนกยังแช่อยู่ในตู้เย็น ใครมีประสบการณ์เหมือนกันบ้าง?)
    ส่วนสามีของตัวเอง... ยังไม่มีใครส่งให้และไม่เคยส่งให้ใคร เพราะที่บริษัทสั่งห้ามค่ะ ก็ไม่เชิงห้ามนะ แต่ขอความร่วมมือไม่ให้ส่งของขวัญแต่ละฤดูให้กันค่ะ เพราะทำให้คิดเยอะ ถ้าได้รับแล้วต้องตอบแทน ส่งให้หัวหน้าคนนี้แล้วก็ต้องส่งให้คนนั้นคนโน้นด้วย เดี๋ยวมีงอนกันอีก ต้องพิธีรีตองกันอีกเยอะ
    ทางบริษัทเลยตัดปัญหา ขอความร่วมมือ ไม่ต้องส่งของขวัญ แล้วกรุณาตั้งใจทำงานกันต่อไป ฮ่าๆ เราก็เลยไม่ต้องซื้อให้ใคร ไปเดินเล่นห้างสรรพสินค้าช่วงนี้สนุกสนานค่ะ มีของให้ดูแปลกตาเยอะดี ถ้าไม่สะดวก ไม่ว่าง ชีวิตวุ่นวายมากไม่มีเวลาไปเดินซื้อของขวัญที่ห้างสรรพสินค้าเลย มีบริการสั่งทางแคตตาล็อกด้วยนะคะ
    เดี๋ยวนี้ก็สั่งทางแคตตาล็อก สั่งทางอินเตอร์เน็ตกันเยอะค่ะ ดูแคตตาล็อกแล้วมันน่าซื้อทุกสิ่งอย่างเลย (แต่ต้องเตือนตัวเองไว้ว่า นี่มันแคตตาล็อกของขวัญ ซื้อให้คนอื่นนะ ไม่ได้ซื้อให้ตัวเอง)
    และท้ายนี้ที่สนุกกว่านั้น พอจบช่วงส่งของขวัญกันแล้ว มันจะมีมุมๆ หนึ่งโผล่ขึ้นมาค่ะ ‘ลดราคาเซ็ตของขวัญที่ห้างขายไม่หมดไง!!!’ อารมณ์เหมือนแบบห้างไทยเปิดโละกระเช้าของขวัญค่ะ เราแม่บ้านเจแปนยุคประหยัดก็ไปซื้อเซ็ตผ้าขนหนูบ้าง เซ็ตน้ำมันพืชบ้าง (เอามาใช้เอง ไม่ให้ใครนะคะ ฮ่าๆ)

 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);