ฮอทไลน์สายด่วน : ราคาของความเปลี่ยนแปลง!
  
  
ColumDetail
09
ฮอทไลน์สายด่วน : ราคาของความเปลี่ยนแปลง!
 
 

Hug Magazine ปีที่ 8 ฉบับที่ 9
ฮอทไลน์สายด่วน


ราคาของความเปลี่ยนแปลง!

ราคาของความเปลี่ยนแปลง!

     “ไม่เคยรู้จักคำว่า ‘ครอบครัวอบอุ่น’ ตั้งแต่เด็กจนโตหนูต้องเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันมาตลอด ทั้งเถียง ทั้งใช้ความรุนแรงทางอารมณ์ หนูจำได้ว่าตอนเด็กมากๆ เคยร้องไห้กอดตุ๊กตาอยู่ในห้องเพราะเครียดมาก เป็นลูกคนเดียว จนถึงวันนี้หนูกำลังจะจบปริญญาแต่หนูยังคงเห็นภาพนั้นอยู่
      พ่อเป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลแต่ไม่เคยยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น ส่วนแม่เมื่อก่อนเคยยอม เคยใจเย็น จนตอนนี้เหมือนเขามีขีดจำกัด แม่จึงใช้อารมณ์ใส่กันบ่อยขึ้น หนูไม่เคยได้ไปเที่ยวหรือไปไหนกันครบสามคน เพราะพ่อแม่ทำงานทุกวัน ไม่เคยได้กอดที่รู้สึกว่าอบอุ่นจริงๆ ทำให้หนูรู้สึกว่าไม่สนิทกับพ่อแม่เหมือนที่คนอื่นรู้สึก  ตลอดเวลาที่ผ่านมาหนูทำอะไรไม่ได้เลย ออกจากบ้านไปกับเพื่อน พ่อก็บอกว่าไปใช้เงินล่ะสิ! จะขอไปข้างนอกก็หาว่าอันตราย กลัวอันตราย จนชีวิตที่ผ่านมาหนูรู้สึกเหมือนหนูไม่เคยได้ใช้ ทุกครั้งที่หนูพลาด พ่อจะต้องบ่นหรือว่าตลอด จำได้แม้แต่ปั่นจักรยานล้ม หนูโดนว่าซ้ำทั้งๆ ที่คนอื่นที่เห็น กลับเข้ามาปลอบโยน
      หนูไม่เคยได้ความอบอุ่นอย่างที่คนอื่นได้รับ หนูรู้สึกเหนื่อยมากค่ะ ปกติหนูเป็นคนมองโลกในแง่บวกแต่การที่ต้องเจอเหตุการณ์ในครอบครัว บั่นทอนสภาพจิตใจบ่อยๆ หนูก็เริ่มที่จะรับมือกับมันไม่ไหว รู้สึกว่ามันบั่นทอนชีวิตหนูเข้าไปทุกที ทำอย่างไรให้พ้นจากความรู้สึกแบบนี้ดีคะ ขอคำแนะนำด้วยค่ะ”

          .....................................................................................................................................

    หากหัวใจส่งเสียงร้องร่ำไห้ออกมาได้ เราคงได้ยินเรื่องราวมากมายไม่ต่างจากกรณีนี้ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรือเรื่องแรก สำหรับชีวิตของเด็ก ของวัยรุ่นมากมายที่ต้องเติบโตขึ้นท่ามกลางความขัดแย้ง ทะเลาะวิวาท ด่าทอและทำร้ายร่างกายของกันและกันภายในครอบครัว
    จนดูเหมือนว่าในโลกนี้เกือบจะไม่มีครอบครัวใดที่ไม่เคยตกเป็นเหยื่อความรุนแรงนั้น หรือมีส่วนร่วมรู้เห็นในความรุนแรงที่เกิดขึ้น ดูเหมือนจะเป็นการถ่ายทอดพฤติกรรมความรุนแรงจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง และยิ่งวันเวลาผ่านไป ประเทศชาติมีการพัฒนามากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาด้านเทคโนโลยี ความสัมพันธ์การสื่อสารระหว่างความเป็นมนุษย์ก็ยิ่งจะเป็นปัญหาหรือติดขัดมากกว่าที่ผ่านมา คำถามคือ มันเกิดขึ้นได้อย่างไร และเพราะอะไร?
      จากที่เด็กสาวเล่ามาข้างบนนี้ เธอรู้สึกว่า “พ่อเป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลแต่ไม่เคยยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น ส่วนแม่เมื่อก่อนเคยยอม เคยใจเย็น จนตอนนี้เหมือนแม่มีขีดจำกัด แม่จึงใช้อารมณ์ใส่กันบ่อยขึ้น...”     จากประโยคนี้ทำให้เกิดคำถามว่า เป็นไปได้หรือเปล่า การที่พ่อเป็นผู้ชายที่เอาแต่ใจตนเอง ชอบใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล แต่ไม่เคยยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น เป็นเพราะพ่อได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาจากครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับลูกผู้ชาย มากกว่าลูกผู้หญิง
      เขาได้รับการตามอกตามใจให้ถูกให้ได้เสมอ จนเสียนิสัยหรือเคยตัวว่าตัวเองพูดทำอะไรจะต้องถูกต้องเสมอในฐานะเป็นผู้ชาย โดยเฉพาะในขณะนี้มีฐานะเป็นผู้นำครอบครัว โดยไม่มองความเป็นจริงแยกแยะถูกผิด ควรไม่ควร จะต้องให้ลูกเมียยอมแพ้ให้เขาเป็นผู้ชนะเสมอ?
และผู้ชนะก็คือผู้มีอำนาจ หมายความว่าเขาอยากจะมีอำนาจเหนือลูกเมีย ซึ่งก็อาจเป็นได้ที่ลูกเมียจะยอมรับ ไม่มีปากมีเสียงไม่โต้ตอบยอมเขาให้เป็นฝ่ายถูกเสมอเหมือนในอดีต หากเขามีเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์ และเขาอยู่ในฐานะเป็นผู้นำทำมาหาเลี้ยงภรรยาและลูก โดยภรรยาเป็นแม่บ้านอย่างเดียว แม่ของเธอก็อาจจะสงบปากสงบคำก็ได้
      แต่เพราะแม่เป็นผู้หญิงสมัยใหม่มีการศึกษา ทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวเท่าๆ กับสามี เรียกว่าช่วยกันทำมาหากินเคียงบ่าเคียงไหล่ ต่างฝ่ายจึงต่างต้องให้ความเคารพในกันและกัน แรกๆ เธอยอมอดทนเหมือนที่เห็นพ่อแม่เคยอดทน แต่ยิ่งทนฝ่ายชายก็ดูจะไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น เธอเองต้องทำงานหนักมากขึ้นทั้งนอกบ้านและในบ้าน ความอดทนจึงค่อยหมดลง
      เป็นเรื่องจริงที่สังคมไทย ประเทศไทยกำลังมาถึงจุดเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ โดยเฉพาะทัศนคติและพฤติกรรมที่ยังก้ำกึ่ง พ่อคงเติบโตมาในช่วงยุคเก่า แต่ขณะนี้อยู่ท่ามกลางโลกใหม่ ไม่อยากสูญเสียอำนาจ ส่วนแม่ก็ต้องการ การยอมรับ ความเคารพ เกรงใจ ความเสมอภาค ไม่ต้องการและไม่เห็นความจำเป็นในการต้องอยู่ภายใต้อำนาจของสามีหรือฝ่ายชาย  และคนที่ได้แต่นั่งมองด้วยความสับสนไม่เข้าใจ หวาดวิตก กลัวพ่อแม่จะแยกทางกัน กลัวความเปลี่ยนแปลงและการถูกทอดทิ้งก็คือ ‘ลูก’ ลูกไม่รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น มองเห็นแต่ว่า หญิงชายคู่นี้เห็นแก่ตัว ก้าวร้าวเข้าหากัน แม่ไม่สนใจลูก พ่อจู้จี้จุกจิก จับผิดแม้แต่เรื่องเล็กๆ ไม่เคยพูดจาดีๆ ทำให้ลูกขาดกำลังใจ เสียใจ น้อยใจ
      ทั้งที่พฤติกรรมที่พ่อพูด แสดงต่อลูกคือ ความรัก ความห่วงใย แต่พ่อสื่อไม่เป็น พูดตรงๆ จริงใจ ไม่ได้เพราะเกรงจะเป็นการแสดงความอ่อนแอ จึงคอยแต่พูดจาข่มขู่กระทบกระแทกแดกดัน ยิ่งทำให้ลูกเมียเบื่อหน่ายไม่อยากพูดด้วย ซึ่งจะพบว่า ครอบครัวไทยในสังคมไทยมีพฤติกรรมและการกระทำในลักษณะนี้ไม่ต่างกันมากนัก
      การจะเปลี่ยนแปลงทัศนคติและพฤติกรรม จึงจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากนักวิชาชีพในการอธิบาย ไกล่เกลี่ยและเรียบเรียงความคิดให้กับทุกคนในครอบครัว เพื่อเด็กสาวจะได้เข้าใจสถานการณ์ พ่อจะได้มองเห็นพฤติกรรมของตัวเองว่าไม่เหมาะสมและควรพัฒนาเปลี่ยนแปลงอย่างไร เช่นเดียวกับภรรยาที่สามารถจะเข้าใจและให้อภัยสามีได้ ความสงบก็จะเกิดขึ้นได้ในครอบครัว
ในทุกวันนี้เราจะเห็นว่าความรุนแรงขัดแย้งเกิดขึ้นในทุกระดับสังคม การศึกษา สถานะทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะต่างคนต่างคิดไปคนละทิศละทาง คนละเรื่อง ขาดนักวิชาชีพที่จะเป็นสื่อกลางเชื่อมความเข้าใจ ขาดคำอธิบาย
      และที่สำคัญคือ การที่ประเทศชาติและสังคมไทยจะเจริญไปสู่จุดมุ่งหมายได้ เราทุกคนต้องให้การยอมรับ และให้ความเคารพกับความเสมอภาคระหว่างหญิงกับชาย เริ่มจากความสัมพันธ์ในครอบครัว ต่างฝ่ายต่างยอมรับในบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของกันและกัน
เติมเต็มช่องว่าง ช่วยเหลือกันและกันแทนการพยายามแก่งแย่งแข่งขัน เอาชนะกันและกันอย่างไร้เหตุผล หากไม่ทำเช่นนั้น กว่าเราทุกคนจะเดินไปถึงจุดหมายได้ คงมีความบาดเจ็บ สูญเสีย ความเสียหาย และบาดแผลมากมายเป็น ‘ราคา’ ที่ต้องจ่ายไปสู่ความเปลี่ยนแปลงที่รออยู่ข้างหน้า
เช่นเดียวกับเด็กสาวข้างบนนี้ เธอโศกเศร้าทุกข์ใจจนเกือบจะสิ้นหวัง แต่ปัญหาของเธอเหมือนเศษผงเข้าตา หากเธอเข้าใจคำว่า ‘Gender’ หรือ ‘ความสัมพันธ์หญิงชาย’ เธอก็จะก้าวออกมาจากปัญหานี้ได้โดยไม่บาดเจ็บ
 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);