รักไม่รู้จบ : ‘คำตอบของความรัก’ ครูเป็ด มนต์ชีพ
  
  
ColumDetail
18
รักไม่รู้จบ : ‘คำตอบของความรัก’ ครูเป็ด มนต์ชีพ
 
 

HUG Magazine ปีที่ 8 ฉบับที่ 9
รักไม่รู้จบ


‘คำตอบของความรัก’ ครูเป็ด มนต์ชีพ

‘คำตอบของความรัก’
ครูเป็ด มนต์ชีพ

     ในยุค’90 ต้องเคยได้ยินชื่อนักร้องหนุ่มหน้าตี๋ๆ แต่งตัวเรียบง่ายที่มีชื่อว่า ‘นายสะอาด’ เจ้าของบทเพลงดังมากมายที่กินใจวัยรุ่นยุคนั้น ทั้งคำตอบ เจ้าชายรองเท้าแตะ และเมื่อมาในยุคนี้ ต้องได้ยินชื่อ ‘ครูเป็ด มนต์ชีพ’ นักแต่งเพลงดังนับร้อยๆ เพลง และเป็นคอมเมนเตเตอร์รายการประกวดชื่อดัง จะแปลกอะไรถ้าทั้งสองคนที่ว่ามาคือคนคนเดียวกัน แล้วจะแปลกอะไร ถ้าหากสาวสวยอย่าง ‘นิด – วิชยา ศิวะสินางกูร’ ที่เป็นแรงบันดาลใจในเพลงดังของนายสะอาด จะเป็นภรรยาตัวจริงในปัจจุบันของครูเป็ดกัน เอ้า เข้ามาลองฟังกับเรื่องราวรักที่ไม่หวาน ไม่ขม ไม่เปรี้ยว ไม่เผ็ด แต่มันเด็ดสะระตี่จนครบ 20 ปีกันมาอย่างเฮฮา ชนิดที่ว่าเพิ่งแต่งกันหรือเปล่า ถึงได้ดูสดใสวัยสะรุ่นซะจริงๆ   

ความเป็นมาของนายเป็ดและยัยนิด

    เป็ด : รู้จักกันมานานมาก เรียนอยู่สาธิตปทุมวัน เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องโรงเรียนเดียวกัน ห่างกัน 1 ปี ผมจีบนิดตอนผมอยู่ ม.4 ทักครั้งแรกตอนนั้นนิดยังใส่ชุดนักเรียนคอซอง เป็นแฟนแบบเด็กๆ
    นิด: จำได้ตอนไปกินก๋วยเตี๋ยว สั่งบะหมี่หมูแดง คนละชาม เราก็กินจนหมด พึ่งสังเกตว่าเขาไม่กิน ก็ถามไม่กินเหรอ นี่กินจนหมดแล้วนะ เขาบอกว่าไม่ค่อยหิว พึ่งมารู้ทีหลังว่าเขาเขิน แต่เราไม่เขิน กินจนหมดเลย (หัวเราะ)
    เป็ด : จริงๆ น่าจะเห็นอนาคตตั้งแต่ตอนนั้น แต่คิดไม่ทัน (หัวเราะ) ด้วยความเด็ก เข้าพระเข้านางกันไม่เป็น แล้วผมสอบเทียบ สมัยนั้นมีให้สอบเอ็นทรานซ์เข้ามหา’ลัยได้จากการสอบเทียบ ในรุ่นผมสอบได้ประมาณ 30 กว่าคน พอจบ ม.5 ไปเรียนที่ลาดกระบัง เรียนได้ 2 ปี เอ็นทรานซ์ใหม่ มาเข้ามหิดล กลายเป็นว่าเรียนรุ่นเดียวกับเขา
    นิด : ต้องย้อนไปว่าตอนที่อยู่สาธิตปทุมวัน เป็นแฟนสักพักก็รู้สึกเบื่อแล้ว เพราะสำหรับเรามันไม่ได้เป็นความรักอะไรแต่แรก เหมือนแบบเด็กๆ เลยไปบอกพี่เป็ดว่าเบื่อแล้ว เลิกดีกว่า จบกันไป แล้วพอมาอยู่มหิดล ก็มาเจอกันอีก
    เป็ด : แต่คนละคณะ ผมเภสัช เขาวิทยาศาสตร์ เจอใต้ตึกก็มองอยู่ คนนี้หน้าคุ้นๆ นะ ใช่หรือปล่าว
    นิด : เรียนมหา’ลัยสักพักเขาก็ป็อป เพราะเล่นดนตรีเป็น ด้วยความที่เป็นคนป็อป จะมีสาวๆ เข้ามา เราก็หมั่นไส้สิ (หัวเราะ) รู้สึกประมาณแมลงวันมาตอมอะไรกันอยู่ได้ หมั่นไส้มากๆ เดินไปบอกเขาว่า มาเป็นแฟนกันใหม่เถอะ คือไม่ได้ชอบเขานะ แค่รู้สึกว่าเราต้องเอากลับมา (ครูเป็ดบอกเพราะเธอเคยเป็นเมืองขึ้นของฉัน) ถูก ไม่มีอารมณ์อื่น พอบอกไปเขาก็งงๆ บอกไม่เอา เดี๋ยวเธอเบื่ออีก เราก็บอกคราวนี้ไม่เบื่อ แต่ความจริงไม่ใช่ แค่คิดว่าเอามาก่อน เดี๋ยวค่อยว่ากันทีหลัง (หัวเราะ)
    เป็ด : ตอนโดนบอกเลิกนี่เฮิร์ทเลย เขาไม่จริงแต่ผมจริงจัง สาเหตุหนึ่งที่ออกจากโรงเรียนเพราะอกหักด้วย มันเป็นจังหวะพอดี
    นิด : ตอนยังอยู่สาธิตปทุมวันก่อนย้ายไป พออกหักก็ไปนั่งอยู่ตรงเก้าอี้ เป่าเมโลเดียน ทำท่าเศร้ามาก คงอกหักจริงแต่เรารู้สึกว่าปัญญาอ่อน (หัวเราะ) เขานั่งเศร้า เราก็ไปเที่ยวสนุกที่อื่นแล้ว ไม่ได้รู้สึกอะไร หลังจากนั้นมีคบกันคนอื่น แต่ถ้าเบื่อก็บอกเลิกไป มันไม่มีรักลึกซึ้งอะไร เป็นรักแบบเด็กๆ มีคนกินข้าวด้วย
    เป็ด : ตอนนั้นเขายังสวยเลือกได้อยู่ (หัวเราะ) มาย้อนดูคือเด็กมากๆ ด้วยความที่เด็กมาก การเป็นแฟนมันเหมือนเด็กอนุบาล ฉันเบื่อเธอและฉันก็ไปเป็นแฟนคนอื่น แล้วระหว่าง 2 ปีที่หายไป ผมไม่มีแฟนเลยนะ ลาดกระบังก็แห้งแล้ง ผมเข้าตอนรหัส 27 ต้องนั่งรถไฟไปเรียน คณะมี 47 คน มีผู้หญิง 6 คน เป็น 6 คนนี่แบบ (หัวเราะ) อย่าให้พูด พอไปมหิดลยังไม่ได้มองใคร สนุกสนานกับการเล่นดนตรี แต่พอรวมน้องใหม่กันเราถึงรู้ว่าเขาก็มาเรียนที่นี่ด้วย พอนิดมาบอกให้คบกันอีก คิดเลยว่าจะโดนอีกไหม จะหลอกฉันอีกรึเปล่า เพราะผมไม่เคยมีคนใหม่ เกิดมามีนิดเป็นแฟนคนเดียว มันก็เลยฝังใจ ช่วงนั้นก็มีผู้หญิงมาชอบหลายคนนะ แต่เขาหมั่นไส้ กันท่าตลอด
    นิด : พอมารู้หลังจากแต่งงาน เราคิดว่าเชยมาก เชยอะไรขนาดนี้

ครูเป็ด มนต์ชีพ - นิด วิชยา

จากรักวัยเด็ก มุ่งสู่รักแบบผู้ใหญ่

    เป็ด : คู่ของเราไม่ค่อยมีความหวานเท่าไหร่ นิดก็ไม่ชอบว่าให้มาหวานอะไรกัน เขาจะรู้สึกแปลกๆ ส่วนตัวผมเป็นคนค่อนข้างชอบอยู่คนเดียว ถ้าสมัยนี้เขาเรียกว่าอินดี้ เพราะฉะนั้นจะมีกฏห้ามเจอกันทุกวัน ตอนปี 1 เรียนที่เดียวกันคือศาลายา พอปี 2 เริ่มมาเรียนในเมือง คณะวิทยาศาสตร์อยู่ติดกับรามา คณะเภสัชอยู่ติดกับโรงพยาบาลสงฆ์ จะเจอคือเดินไปหากัน
    นิด : เขาบอกว่าห้ามเจอกันทุกวัน เพราะต่างคนต้องมีสังคมของตัวเอง ก็จะนัดกันว่า วันจันทร์กับพุธเจอกันได้ ที่เหลือห้ามเจอ พอถึงวันนัดหายไปไหนก็ไม่รู้ ติดต่อไม่ได้ สมัยนั้นไม่มีโทรศัพท์มือถือ หรือนัดกันไปกินข้าวที่คณะ พอไปถึงร้านในโรงอาหารปิดหมด เพราะเลยเวลาแล้ว เราถามว่าจะให้มากินหญ้าที่สนามเหรอ (หัวเราะ) แล้วจำได้อีกว่าเราปวดท้องมาก เดินแทบไม่ไหวแล้ว พยุงตัวเกาะราวแถวนั้น บอกว่าปวดท้อง เขาตอบว่า ถึงเวลาเรียนแล้วงั้นพี่ไปแล้วนะ แล้วก็ไปเลย เราก็แบบอะไรของเขาเนี่ย พอดีเพื่อนมาเจอ ช่วยพยุงกันไป พอถึงช่วงที่ต้องแต่ง รู้สึกว่ามันคืออีกด่านนึงในชีวิต ทุกอย่างมันคือขั้นตอน เรียนจบเราจะทำงาน 2 ปี แล้วค่อยเรียนต่อปริญญาโทนะ แล้วเราจะแต่งงานเมื่อไหร่ แล้วมีบ้านประมาณเมื่อไหร่ มีลูกประมาณเมื่อไหร่ วางแผนเอาไว้ แล้วจะได้ไปทำอย่างอื่นต่อ

ทำไมรอบนี้ถึงไม่เบื่อ
    นิด: เป็นคนไม่ได้คิดอะไรมากแต่แรก คบแบบไม่ได้คาดหวังว่าต้องมาสวีทอะไร และการไม่ได้เจอกันทุกวัน มันเป็นเรื่องดี เพราะตัวไม่ได้ติดกัน ต่างคนต่างมีสังคมของตัวเอง ไม่ต้องมาเจอกันบ่อยๆ
    เป็ด : คนเราควรมองไปข้างหน้า ไม่ต้องไปแบบข้าวใหม่ปลามันต้องตัวติดกันเสมอ กลัวว่าพอเลยช่วงนั้น มันไม่เหมือนเดิมล่ะ เพราะฉะนั้นชีวิตจริงจะมีพื้นที่อยู่ประมาณนี้ ใกล้กันประมาณนี้ ซึ่งมันดำเนินมาอย่างนี้ตลอดตั้งแต่คบกันจนแต่งงาน มันเลยลงตัว
    นิด : สมัยก่อน พ่อแม่ไม่ได้ให้อิสระมาก 6โมง ต้องกลับบ้าน กลางคืนออกไปข้างนอกไม่ได้ มีวันเสาร์วันเดียวเท่านั้นที่จะได้ไปเที่ยวด้วยกัน ต้องหลังจากเป็นแฟนกันนานแล้วด้วยนะ แต่ 6 โมงต้องกลับบ้าน จนเรียนจบ ทำงาน กระทั่งหมั้นแล้ว ถึงจะกลับบ้านดึกได้ แต่ห้ามเกิน 3 ทุ่ม ซึ่งพวกเราไม่ได้ฝืนความรู้สึกอะไรเลย เพราะถูกเลี้ยงมาในกฏระเบียบ ตอนที่จะแต่งงาน เคยพูดกับพ่อว่าจะทำงานน้อยๆ เดี๋ยวสามีก็เลี้ยงแล้ว แต่พ่อมองหน้าแล้วพูดว่า นิดต้องสัญญากับพ่อนะ จะต้องไม่เลิกทำงาน ห้ามให้สามีเลี้ยง ต้องมีสังคมของตัวเอง มาตอนนี้รู้สึกว่าถูกต้องจริงๆ เพราะทำไมเราสองคนถึงอยู่ได้นาน เรามีรายได้เป็นของตัวเอง มีสังคมของตัวเอง มีเพื่อนของตัวเอง มีกิจกรรมที่ชอบ ไม่ได้ 365 วัน จะต้องอยู่กับสามี วันนี้เขาไปไหน วันนี้เงินอยู่ไหนจะซื้ออะไรก็ไม่ได้ มันลดความเครียดในครอบครัวได้
    เป็ด : มันก็แล้วแต่คู่นะ แค่คู่ผมเป็นแบบนี้และโอเคกับมัน
    นิด : เราสองคนจะมีข้อตกลงก่อนแต่งงานว่า ถ้าใครจะไปไหน ต้องบอกกันแค่นั้น เช่น วันนี้กลับเท่านี้กี่โมง เพื่อจะได้รู้ว่า เผิ่อเกิดอะไรขึ้นจะได้ไปตามถูก ทุกวันนี้ต่างคนต่างมีอิสระ ก็ไม่เคยโทรตาม
    เป็ด : ช่วงแต่งงานคือช่วงที่กำลังทำเพลงด้วย ผมเอาเพลงในอัลบั้มไปร้องในงานแต่งงานตัวเอง แต่งงานปี 2539 ออกอัลบั้มปี 2540 ตอนยังอยู่คอนโด สมัยนั้นไม่มีการโปรโมททางอื่นมีแต่วิทยุ ผมเปิดวิทยุ กำลังเปิดเพลงเราด้วย ผมนอนข้างๆ นิด พูดว่า ถ้าเรามีหาง เราคงกระดิกหางกันด้วยความดีใจเนอะ (หัวเราะทั้งคู่)

แรงบันดาลใจจากคนสำคัญ
    เป็ด : เพลงตากับยาย ผมแต่งเพื่อร้องในงานแต่งงานโดยเฉพาะ ตอนนั้นอายุ 29 นิดอายุ 28 เนื้อเพลงบอกว่า จากวันนี้ไปอีกนาน อีกหลายสิบปี ถึงแม้เราจะเป็นตากับยาย เราก็ยังจะรักกัน จับมือกัน ยังเดินอยู่ด้วยกัน
    นิด : แล้วที่ตลกคือ พี่เป็ดเปิดเพลงนี้ให้ฟังก่อนในงานแต่ง เราไม่ใช่คนลึกซึ้งอะไร ไม่อินอะไร โอเค มันไพเราะดี พอเขาร้องเพลงในงานแต่ง เจ้าสาวไม่รู้จะทำตัวยังไง ยืนบนเวทีไปสิ กว่าจะจบเพลงยืนเก้ๆ กังๆ ยิ้มให้แขก ยิ้มไปยิ้มมาคิดว่าเมื่อไรจะจบ มีแขกบอกว่า เห็นนิดจะร้องไห้ด้วย คิดในใจ ไม่มีทาง (หัวเราะ) คือพยายามจะร้องไห้แล้วนะ แต่มันร้องไม่ออกไง
    เป็ด : ธรรมชาติของนิด เขาไม่ซาบซึ้ง ไม่อิน ไม่มีความเป็นศิลปิน สายวิทย์ของแท้ คนในงานนี่ร้องไห้กันใหญ่เลย เพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวร้องกัน แต่นิดยืนยิ้มตัวแข็งเลย (หัวเราะ)
    นิด : แล้วงานแต่งต้องมีดูฤกษ์ พ่อแม่เราบอกว่า ฤกษ์ที่ดีคือฤกษ์สะดวก แต่พ่อแม่พี่เป็ดไม่ใช่ เลยตกลง คุณจะไปหาหมอดูเป็นพิธีก็ไป แต่ให้ไปบอกหมอดูว่าเอาวันนี้นะที่ต้องการ เพราะเป็นวันที่เราว่าง แล้วเค้กแต่งงานไม่รู้จะตัดไปทำไม ให้ทำเค้กแต่เอาไปให้บ้านเด็กพญาไทแทน เอามาตัดในงานก็เสียเปล่า ทางโรงแรมเลยถามปลายเวทีจะมีอะไรคะ ถ้าไม่มีเค้ก บอกมีอะไรก็ได้ ไม่ต้องมีเค้กมาตั้ง เพราะเราจะไม่ตัด เพลงบรรเลงก็ไม่เอา นิสัยเป็นคนตรงๆ พี่เป็ดเคยน้อยใจหลายอย่าง บางครั้งทำงานกลับมาเขาบอกเหนื่อย เราก็บอกพักสิ ไปนอนเดี๋ยวหาย เขาก็โกรธ พอไปคุยเรื่องนี้กับพ่อ พ่อบอก นิดต้องเข้าใจ เป็ดเขาเป็นศิลปิน เรางงว่าทำไมไม่บอกตรงๆ 
    เป็ด : บางทีก็อยากมีอ้อนบ้าง พอบอกไม่สบาย เขาบอก กินยาสิ จบเลย หมดกัน (หัวเราะ)
    นิด : อ้อนไม่สำเร็จ (ยิ้ม)
    เป็ด : เพลงคำตอบ ส่วนหนึ่งมาจากนิด ในสมัยนั้นการแต่งเพลงจะไม่ใช้สรรพนามแทนว่าผม แต่อยากทำก็ทำ แล้วระหว่างที่เขียนเพลงนี้ นึกคนที่เรารักมากๆ เช่น พ่อแม่หรือแฟน เลยมาเป็นองค์ประกอบว่า เวลาเรารักใครสักคน เราคิดว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ต้องรู้จักให้อภัยด้วย

ครูเป็ด มนต์ชีพ - นิด วิชยา

เคล็ดลับที่ทำให้ชีวิตคู่ยืนยาว
    เป็ด : ส่วนหนึ่งคือเรายอมรับเงื่อนไขของอีกคนได้ มันอยู่กันได้
    นิด : อย่างเรื่องเงิน ต่างคนต่างกระเป๋า มีอิสระในการใช้ พี่เป็ดไม่เคยจู้จี้ว่าจะใช้อะไร เพราะมันเป็นเงินเรา เราหามาเราก็ใช้ ยกเว้นแต่เรื่องใหญ่ๆ ที่จะตัดสินใจร่วมกัน
    เป็ด : ใช่ เรื่องเงินผมไม่ยุ่ง แต่เสื้อผ้าไม่มีที่จะเก็บ ตู้มีไม่พอ ยกให้ 1 ห้อง ทำที่แขวนนู่นนี่ มีราวอยู่กลางห้อง ไม่พออีก (หัวเราะ)
    นิด : เป็นคนชอบเที่ยวแต่เขาไม่ชอบ ตอนที่แต่งงานกัน 3 ปีแรก อยากจะไปเมืองนอกด้วยกัน แต่เขาไม่ชอบเดินทางไปไหนทั้งสิ้น ก็ยังคิดว่าเป็นภรรยาที่ดี ควรไปกับสามีนะ ตอนหลังไม่เอาแล้ว ไม่ไปก็ช่างเธอ ไปของเราเอง
    เป็ด : มีไปด้วยกันบ้าง แต่ผมไม่ชอบเดินทาง ถ้าไม่ได้ขับรถเอง นั่งรถนานๆ จะเวียนหัว จำได้เคยไปจีน นั่งรถทั้งวัน นั่งแบบพะอืดพะอมหน้าซีดไปตลอด ส่วนนิดก็มีความสุขไป
    นิด : เรื่องกินก็กินไม่เหมือนกัน พี่เป็ดกินจืด เราก็พ่อแม่ใต้ไงเลยจะเป็นรสจัด ต้องทำข้อตกลงร่วมกันว่าเธอก็สั่งของเธอ ฉันก็สั่งของฉัน
    เป็ด : ช่วงแรกๆ เรียกว่าไม่เข้าใจกันมากกว่า แต่พอปรับได้ก็อิสระดี แล้วอยู่ด้วยกันยืด เราไม่ได้ขาดจากกันแต่เราเคารพซึ่งกันและกัน มีความเป็นห่วงเป็นใย ตอนนี้อายุมากขึ้น สิ่งที่ห่วงมากที่สุดคือสุขภาพ ออกกำลังกายหรือกินอะไรยังไง ดูแลสุขภาพไหม จู้จี้ก็เรื่องนี้แหละ
    นิด : ความหึงของเรามันใกล้ศูนย์ ตอนที่พี่เป็ดเป็นนักร้องแน่นอนต้องมีสาวๆ เข้ามาหา หรือโทรเข้ามาหลายรอบ พอถามว่าทำไมคนนี้โทรมาบ่อยจังเลย พี่เป็ดบอกว่าจะมาขอเป็นเมียน้อย ฟังเสร็จ ไม่ได้รู้สึกอะไร ตอบไปว่าถ้าอย่างนั้นไปบอกว่าเมียไม่อนุญาต เคลียร์กันให้เรียบร้อย แค่นั้นจบ เขาต้องทำงานกลับเช้า ถ้าเราคิดมาก มันก็อยู่ไม่ได้
    เป็ด : นิดจะถามว่าไปไหนมา ถามแค่นั้นแล้วนอน สู้ความง่วงไม่ได้ (หัวเราะ)
    นิด : เรื่องการหลับง่ายเป็นข้อดีมากนะ เป็นคนที่นอนง่ายจริงๆ เคยโกรธกันเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ทะเลาะไปทะเลาะมาเริ่มนานไปสักพักเราก็หลับ ตื่นขึ้นมาเขาไม่รู้จะทะเลาะอะไรต่อ จะใช้วิธีนี้เวลาไม่รู้จะจบยังไงนอนก่อน ตื่นแล้วค่อยว่ากัน (หัวเราะ) อีกอย่างเป็นคนไม่คิดมาก พี่เป็ดเป็นคนที่กัดเจ็บ โดยเฉพาะการกัดเมีย มีวันหนึ่ง บอกเขาไปว่าวันนี้เหนื่อยจังเลย เขาก็ถามว่าทำงานถึงไหน อยู่แถวราชประสงค์เหรอ เข้าใจนะ มีคนเดินลอดท้องเยอะไหม (หัวเราะทั้งคู่) ฟังแล้วขำ ไม่ได้คิดอะไร แต่พอเล่าให้คนอื่นฟัง บางคนก็บอกว่าแบบนี้มีตายไปข้างนึง หลายครั้งที่พี่เป็ดทำแบบนี้ แต่เราไม่ได้คิด ฮาๆ ดี
    เป็ด : ผมว่ามันไม่มีสูตรสำเร็จหรอก เป็นเรื่องของความลงตัวระหว่างสองคน ถ้ายอมรับเงื่อนไขของเขาได้มากเท่าไหร่ มันก็อยู่กันได้นาน คู่รักเป็นธรรมดาที่ต้องทะเลาะ แต่เมื่อใดทะเลาะจงหาทางออกให้ได้ จะเป็นทางออกแบบไหนไม่มีคำแนะนำหรอก เพราะแต่ละคู่มันไม่เหมือนกัน บางคู่ต้องคุยให้จบ บางคู่อาจจบแบบไม่จบ แต่รู้ในใจว่า ถ้าเป็นเรื่องนี้เราจะไม่คุยกันนะ มันก็อยู่กันได้ เรื่องที่สำคัญที่สุดการไม่ใช้คำพูดทำร้ายกัน อย่าไปใช้คำพูดที่พอโกรธแล้วต้องการให้เจ็บที่สุด
    นิด : พ่อสอนมาถูกต้อง ต้องมีสังคมของตัวเอง มีเพื่อนของตัวเอง ไม่ใช่ไปผูกกับเขา 100 % พอมีรายได้ของตัวเอง ทำให้เราเป็นตัวของตัวเอง ไม่เช่นนั้นโลกของเราจะไปโฟกัสที่เขาอย่างเดียว ทำให้เครียด เกิดรถติดมาก หรือมีงานกลับดึก เราก็จะสงสัยแล้วว่าทำไมไม่กลับ การมีเงินเก็บของตัวเองมันดี มีอำนาจการต่อรอง ต่อให้วันนี้เขาทิ้งไปเราก็อยู่ได้

ความประทับใจของกันและกัน
    เป็ด : ที่นิดไม่อะไรเลย มันเป็นข้อดีนะ ทำให้เขานิ่ง ค่อนข้างมั่นคง ความคิดของนิดจะไม่ใช้อารมณ์วูบวาบมากนัก ได้คู่ชีวิตที่นิ่งก็สบายใจ อายุถึงขนาดนี้ไม่ได้มองความรักหวานแหวว แต่ผมมองชีวิตจริงที่เป็นชีวิตคู่ เพราะฉะนั้นคนที่เป็นคู่ชีวิตเรา เขาต้องมั่นคง ไม่วูบวาบ มันก็เป็นส่วนหนึ่งของความมั่นคงในครอบครัวด้วย
    นิด : ประทับใจที่พี่เป็ดให้อิสระ ไม่ต้องมานั่งขออนุญาตกัน เขารู้นิสัยส่วนตัวว่า ถ้าเราจะทำ คือเราทำ ไม่ได้จำกัดสิทธิ์เสรีภาพใดๆ นอกจากเรื่องกิน (หัวเราะ) นอกนั้นเราจะทำอะไรก็ได้ เหมือนจะเห็นแก่ตัวไปหน่อย แต่เราสองคนก็มีความสุขดี (ยิ้ม)

เพลงครบรอบ 20 ปีนี้
    เป็ด : ตั้งใจจะแต่งเพลงครบรอบ แต่พูดไปก็คงไม่ซึ้ง ชื่อเพลงดอกไม้จันทน์ พูดถึง ระหว่างเธอกับฉัน ใครจะวางดอกไม้จันทน์ให้ใครเราไม่รู้ แต่มันต้องมีแน่ ใครจะปิดตาให้กัน เราไม่รู้ แต่ระหว่างนี้ เราจะรักกันตลอดไป
    นิด : เหรอ (หัวเราะ)

     ‘หากคุณรักใครสักคนด้วยชีวิตที่คุณมี คุณนั้นจะยินดีอภัยให้เขา’ รู้สึกว่าประโยคนี้ คือ คำตอบ ของความรักทั้งคู่ได้จริงๆ


 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

ตัวจริงหรือตัวสำรอง :: อะตอม - ภัคจิรา วิศววิสุทธิ์

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);