เรื่องเด็นประจำสัปดาห์:ทำอย่างไรถึงได้เจอ ‘คนที่ใช่’ > HUG Magazine นิตยสารเกี่ยวกับความรัก ตอบทุกโจทย์ปัญหาในชีวิตรัก
  
  
ColumDetail
30
เรื่องเด็นประจำสัปดาห์:ทำอย่างไรถึงได้เจอ ‘คนที่ใช่’

 

 ปีที่ 8 ฉบับที่ 7 // คอลัมน์: เรื่องเด่นประจำฉบับ: ทำอย่างไรถึงได้เจอ คนที่ใช่ // เรื่อง: คนแคระทั้งเจ็ด

 ทำอย่างไรถึงได้เจอ ‘คนที่ใช่’

            บางคนบอกว่า คนที่ใช่ หาเท่าไรก็ไม่เจอ หรือบางคนเจอแล้วก็เจออีก คือเจอหลายคน ทั้งพร้อมและไม่พร้อมกัน บางคนมาเร็วไปเร็ว บางคนมาแล้วยังไม่ไป เจอมาเยอะแต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นคนที่ใช่ไหม

ไม่แน่ใจเหมือนว่าเป็นคนที่ใช่จริงๆ หรือไม่ เพราะการจะบอกว่า ใครเป็นคนที่ใช้หรือไม่ใช่นั้นค่อนข้างจะเป็นเรื่องยาก ถึงใครหลายคนชอบบอกว่า พอเจอก็รู้เองว่าใช่หรือไม่

แล้วที่บอกว่าจะรู้นี่เมื่อไร รู้ได้อย่างไร แล้วก่อนตายจะได้รู้ไหม

ถ้าให้บอกว่าเป็นคนสุดท้ายของชีวิต อันนี้ก็คงง่ายกว่า เพราะคนไหนตายไปก่อน ก็นั่นแหละได้เจอคนสุดท้ายแล้ว

            การที่จะระบุว่า คนคนนี้คือคนที่ใช่นั้นเลยเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง!

            ดังนั้นหากเราถามว่าทำอย่างไรถึงได้เจอ ‘คนที่ใช่’ อย่างแรกที่สุดคงต้องย้อนกลับมาที่ตัวเราก่อนเป็นอันดับแรก ว่าเราต้องการหาคนที่ใช่จริงๆ หรือไม่ เพราะบางคนลึกๆ แล้วก็ไม่ได้อยากจะได้คนที่ใช่อะไรนักหรอก เพียงแต่อยากได้ใครสักคนมาอยู่เป็นเพื่อนเพื่อคลายเหงาหลังเลิกงาน หรืออยากได้ใครสักคนคุยโทรศัพท์ด้วยเวลาว่าง ไม่ได้อยากได้ใครมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว หรือไม่ได้อยากสร้างครอบครัวกับใคร

การที่ไม่ได้อยากจริงจังกับใคร นั่นไม่ใช่เรื่องผิด เพราะบางคนก็เหมาะที่จะอยู่ตัวคนเดียวมากกว่าการมีคนรัก เนื่องจากยังชอบที่จะทำอะไรคนเดียว ไม่ชอบให้คนเอาใจ ทั้งยังไม่ชอบเอาใจใคร อยู่คนเดียวโอเคอยู่ได้ เฮฮามีความสุข ที่บอกว่าอยากเจอคนที่ใช่นั่นก็เพราะสังคมบอกว่าต้องมีใครสักคนต่างหาก

ถ้าเป็นลักษณะที่กล่าวมานี้ ก็อย่าเอาคนที่จริงจังเรื่องคู่ลงมาในเกมที่ไม่จริงจังของตัวเอง เพราะจะทำให้อีกฝ่ายเสียใจ และเสียเวลากันเปล่าๆ

ฉะนั้นต้องมั่นใจตัวเองให้ได้ก่อนว่าอยากจะมีใครสักคนที่จริงจังด้วยจริงๆ จากนั้นจึงค่อยเข้าสู่กระบวนการตามหา คนที่ใช่

ทำไมคนโสดรอบตัวก็เยอะแยะ แต่ไม่สามารถจับมาเป็นคู่กันได้...

คำตอบก็คือเพราะคุณคือคนที่ไม่ใช่สำหรับเขาไง

ต่อให้เห็นหน้ากันทุกวัน ทำดีด้วยขนาดไหน แต่ถ้าเขาไม่ชอบและคิดว่าเราไม่ได้เป็นคนที่ใช่ ก็คือไม่ใช่อยู่ดี แม้ว่าเราจะรู้สึกชอบเขาแค่ไหนก็ตาม แต่เรื่องความรักนั้น เป็นเรื่องที่ตบมือข้างเดียวไม่ดัง ลุยไปข้างหน้าคนเดียวไม่ได้ คนที่ใช่ นั้นไม่สามารถระบุขึ้นจากฝ่ายเดียวได้ การจะเจอคนที่ใช่ ก็ต้องดูความต้องการของทั้งสองฝ่ายที่เหมือนๆ กันด้วย

บางคนมักบอกว่า ชีวิตที่ผ่านมาเจอแต่คนนิสัยแบบเดิมๆ แบบที่ยังไงก็ไม่เป็นแบบที่ใช่อย่างแน่นอน เพราะว่าเราเหมาะกับคนแบบนั้นรึเปล่า แบบที่คิดมาตลอดว่าเป็นคนที่ไม่ใช่

ซึ่งจริงๆ แล้วอาจจะเป็นคนที่ใช่ก็ได้

            ดังนั้นการตามหาคนที่ใช่ จึงต้องประกอบไปด้วย 2 อย่างคือ 1. เป็นสิ่งที่เราต้องการ และ 2. เป็นสิ่งที่เขาต้องการ รวมกันแล้วถึงจะประสบผลสำเร็จเข้าคู่กันได้

 

1. เป็นสิ่งที่เราต้องการ

ทำอย่างไรถึงได้เจอ ‘คนที่ใช่’

          

          อย่างแรกเราต้องรู้ตัวเอง แบบที่เรียกว่า 'ชัดเจน' ถึงความต้องการจริงๆ โดยต้องเรียนรู้และเข้าใจในนิสัยของตัวเองก่อนว่าจริงๆ แล้วเราเป็นคนมีลักษณะนิสัยอย่างไร เป็นคนใจเย็น ใจร้อน ชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไรเป็นพิเศษ มีงานอดิเรกอะไร ความสนใจแบบไหน ชอบไปเที่ยวแบบไหน กีฬาที่สนใจ ฯลฯ

            เชื่อไหมว่าหลายคนไม่เคยรู้เลยว่าจริงๆ แล้วตัวเองเป็นคนอย่างไร คล้ายกับเด็กหลงทางที่ไม่รู้ว่าอนาคตอยากเป็นอะไรดี อยากทำอะไรดี รู้แต่ว่าได้ใช้ชีวิตให้ผ่านไปวันๆ ทำตามที่ตัวเองชอบ เมื่อมีคนถามว่าชอบอะไร ก็เลยไม่สามารถแจกแจงหรือตอบได้

            การที่รู้ว่าตนเองเป็นคนอย่างไร ชอบแบบไหน มีจุดเด่น จุดด้อยยังไง จะทำให้เราสามารถชี้ชัดได้ว่าเหมาะกับคนแบบไหน เพราะการอยู่ร่วมกันกับใครสักคน ย่อมต้องมีความเหมือนในบางอย่าง ไม่ว่าอาจจะเป็นความไลฟ์สไตล์ชอบที่คล้ายคลึงกัน หรือนิสัยที่เหมือนกัน และแน่นอนว่าความเหมือนหรือคล้ายคลึงนี้จะเป็นการเปิดโอกาสให้เราได้เจอคนที่ใช่ได้ง่ายยิ่งขึ้น

            ยกตัวอย่าง เราอาจจะเป็นคนที่ชอบปีนเขา ชอบกีฬาเอ็กซ์ตรีม ก็เลือกหาคนที่ชอบเล่นกีฬาประเภทนี้ด้วยเหมือนกันก็จะเป็นทางเลือกที่ดี เพราะเขาจะสามารถเข้าใจ และสนุกร่วมไปกับกิจกรรมที่ชอบได้อย่างดี หรือหากว่าเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูง แต่ก็ยังอยากมีใครสักคน ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้ แต่ก็ต้องหาคนที่เป็นไปได้ในทางเดียวกัน หรือก็คือรับได้ถ้าคุณเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูง

            เมื่อรู้ว่าตัวเองเป็นคนอย่างไรก็หาในสิ่งที่ตัวเองต้องการให้พบ  ลองเขียนใส่กระดาษขึ้นมาก็ได้ว่าสิ่งที่ต้องการนั้นเป็นแบบไหน ใจดี ใจเย็น หน้าตาดี ฐานะดี หลังจากเขียนสิ่งที่อยากได้ทั้งหมดลงไป และลองเลือกตัดสิ่งสำคัญน้อยที่สุดออกไป เหลือเอาไว้ที่คิดว่าสำคัญสุดจริงๆ ประมาณว่าถ้าไม่มีข้อพวกนี้ก็อย่าคบให้เสียเวลา จากนั้นก็ต่อยอดสิ่งที่ตัวเองต้องการ โดยการให้ความหมายแก่สิ่งที่เขียนเหล่านั้น

            เช่น หากบอกว่าหน้าตาดี แบบไหนถึงเรียกว่าหน้าตาดี ต้องระดับพระเอกหรือนางเอกหนังเลยไหม หรือหน้าตาประเภทพริตตี้มอเตอร์โชว์ นายแบบโฆษณา หรือแค่ง่ายๆ แบบที่เข้าวัดแล้วคนไม่กลัวก็ถือว่าหน้าตาดีแล้ว

            สำหรับเรื่องของลักษณะนิสัย สมมติว่าเป็นนิสัยดี ก็ควรต้องระบุให้ได้เหมือนกันว่า ดีแบบไหน ดีอย่างไร อาจจะแค่ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน หรือนิสัยดีที่ว่าต้องแบบพ่อพระ แม่พระลงมาเกิด ใจบุญเจอขอทานที่ไหนต้อง เจอวัดที่ไหนต้องบริจาค

            ­ในข้อที่เลือกมาทุกต้องให้ความหมายกับสิ่งต่างๆ ที่เราเลือก และต้องมั่นใจจริงๆ กับสิ่งที่เราเลือกและให้ความหมายเอาไว้ ว่านั่นคือการระบุคนที่เราคิดว่าเป็น คนที่ใช่ เพื่อจะไม่ไขว้เขวจากความต้องการจริงๆ ของตัวเอง

การที่เราชี้ชัดในความต้องการของตัวเองจะทำให้ ‘­ภาพ ของคนที่ใช่ก็จะชัดเจนมากยิ่งขึ้น เมื่อไรที่เจอคนเข้ามา ก็สามารถนำมาเป็นเกณฑ์วัดได้ง่าย

 

2. เป็นสิ่งที่เขาต้องการ

ทำอย่างไรถึงได้เจอ ‘คนที่ใช่’

        

            บางครั้งความรักหรือคนที่ใช่ที่เราตามหาที่ไม่สามารถลงตัวได้สักที ก็เพราะเราอาจจะไม่ได้มีสิ่งที่เขาต้องการก็ได้ ลองคิดดูในเมื่อเรายังคิดว่าคนที่ใช่สำหรับเราคือแบบนั้นแบบนี้ได้ ทำไมอีกฝ่ายถึงจะอยากได้บ้างไม่ได้ ในเมื่อทุกคนล้วนต่างมีความต้องการเป็นของตัวเอง เราไม่ได้ผิดถ้าอยากได้ใครสักคนในแบบที่เราต้องการ และเขาเองก็ไม่ผิดเช่นกัน

            ดังนั้นหากเราชอบใครบางคนมากๆ และคิดว่าเขามีแนวโน้มจะเป็นคนที่ใช่ของเราแล้วละ แต่เขายังไม่ได้ให้ความสนใจเราในแบบเดียวกัน หากเป็นแบบนั้น ทำไมไม่ลองที่จะเปิดใจรับในสิ่งที่เขาชอบ ให้มาเป็นความชอบของเราบ้าง

            ง่ายที่สุดอาจจะเริ่มด้วยเรื่องของไลฟ์สไตล์ เช่น กิจกรรมที่เขาชอบ เราอาจจะลองไปสัมผัสหรือร่วมทำบ้าง อย่าคิดว่าตนเองไม่ชอบไม่ใช่แนวทางแล้วจะปฏิเสธ คิดแต่ว่าเราเป็นแบบนี้ดีแล้ว ถ้าไม่ลองจะรู้ได้อย่างไร เปิดใจให้กว้างเข้าไว้ การที่เราได้ลองทำอะไรที่แปลกใหม่ เขาอาจจะประทับใจมากกว่าสิ่งที่เรามีอยู่ก็ได้ อย่างน้อยที่สุดเพื่อให้เขารู้ว่าเราพยายามเพื่อเขาแล้ว

 การเป็นสิ่งที่เขาต้องการนั้นไม่ได้หมายความว่าให้เราเหมือนใคร หรือพยายามฝืนในสิ่งที่ไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง

หลายคนมักบอกว่า ฉันเป็นของฉันแบบนี้ เธอไม่ชอบก็ไม่เป็นไร ไม่ได้ง้อ เข้าใจว่าอยากให้ยอมรับในสิ่งที่เป็น แต่การคบกันหรือการที่ทำความรู้จักกันนั้น ก็ต้องรู้จักเดินทางสายกลาง ต้องรู้จักปรับตัวเข้าหากันบ้าง เปิดโอกาสให้กับตัวเองได้เรียนรู้ตัวเขาในทุกๆ ด้านของชีวิต และยอมรับพื้นที่หรือนิสัยความชอบส่วนตัวของเขา

อย่าลืมว่าคนเราต่างถูกเลี้ยงมาคนละแบบ นิสัยความชอบก็ล้วนแล้วแต่มีความแตกต่างกัน จะให้เหมือนกัน 100 เปอร์เซ็นต์คงเป็นไปไม่ได้ ขนาดพี่น้องท้องเดียวกัน หรือคนที่เป็นฝาแฝดกัน ยังไม่มีทางเหมือนกันทั้งหมดเลย แล้วจะมาเหมือนเราหรือเขาใจเราได้อย่างไร ต่อให้เหมือนกันจริงๆ เราก็ไม่สามารถอยู่กับเขาได้หรอก เพราะคงไม่ต่างจากการมีคนรักเป็นตัวเอง

            เปิดใจรับและเปลี่ยนเป็นแบบที่เขาชอบ โดยไม่ทิ้งความเป็นตัวของตัวเองนั่นคือทางสำเร็จในการเป็นสิ่งที่เขาต้องการ

                  ทำอย่างไรถึงได้เจอ ‘คนที่ใช่’

            เมื่อสิ่งที่เราต้องการกับสิ่งที่เขาต้องการจากคนที่ใช่ เดินทางมาอยู่ในเส้นทางเดียวกัน ความรักก็สามารถก่อตัวได้ไม่ยาก แต่การหา คนที่ใช่ ได้สำเร็จ นั่นไม่ได้หมายความว่าประสบผลสำเร็จ เพราะสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการรักษาความสัมพันธ์นี้ให้ได้ยาวนานต่างหาก ถึงจะเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จใน รักอย่างแท้จริง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);