ฮอทไลน์สายด่วน:ผิดไหม ถ้าหนูจะไม่รักแม่เลย?!?
  
  
ColumDetail
30
ฮอทไลน์สายด่วน:ผิดไหม ถ้าหนูจะไม่รักแม่เลย?!?
 
 

 

Hug Magazine ปีที่ 8 ฉบับที่ 7 // ฮอทไลน์สายด่วน : ผิดไหม ถ้าหนูจะไม่รักแม่เลย?!?


 ผิดไหม ถ้าหนูจะไม่รักแม่เลย?!?

            หนูรู้สึกว่าหนูไม่รักแม่เลย แล้วก็รู้สึกว่าแม่ก็ไม่รักหนูด้วย หนูไม่อยากยุ่งกับเขา กินข้าวร่วมโต๊ะด้วยกันหนูยังไม่อยากกินเลย หนูรู้ว่าลูกควรรักแม่ แต่หนูพยายามแล้วมันก็ไม่ได้อยู่ดี หนูควรทำอย่างไรดีคะ

 

ในทางชีววิทยา มนุษย์ได้ชื่อว่าเป็นสัตว์โลกที่เมื่อเกิดหรือลืมตาขึ้นดูโลกแล้ว ช่วยตัวเองไม่ได้เลย ต้องพึ่งพิงการเลี้ยงดูป้อนข้าวป้อนน้ำ การประคบประหงม อบรมสั่งสอนจากพ่อแม่ โดยเฉพาะจากแม่เป็นระยะเวลายาวนาน กว่าจะช่วยเหลือตัวเองได้

ต่างจากสัตว์ทั่วไป เช่น หมา แมว ม้า หมู วัว ควาย ฯลฯ พอหลุดออกมาจากท้องแม่ ก็ยืน เดิน วิ่งได้ในเวลาไม่นาน ลูกสัตว์เหล่านั้นอาจดูดนมแม่เพื่อยังชีพ แต่ก็ไม่กี่เดือน หลังจากนั้นมันต้องเริ่มหาอาหารเอง ช่วยตัวเอง เพราะฉะนั้นความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกของ คนกับคนและสัตว์กับสัตว์จึงแตกต่างกันมาก

นอกจากความสัมพันธ์ที่แตกต่างกันตามธรรมชาติแล้ว สำหรับในความเป็นมนุษย์ ความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมประเพณี ความเชื่อ และการบริหารจัดการของแต่ละท้องถิ่น ในแต่ละประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์และการดำเนินชีวิตของผู้คนในชุมชนนั้นๆ

เช่น ประชาชนในประเทศอเมริกา หรือหลายประเทศในทวีปยุโรป มีการปกครองหรือบริหารจัดการสวัสดิการของรัฐที่ดี ครอบครัวอาจให้การช่วยเหลือส่งเสริมดูแลลูกๆ จนถึงอายุ 18 ปี แล้วให้ออกไปหางานช่วยเหลือตัวเองหรือกู้ยืมเงินของรัฐเป็นทุนการศึกษาต่อไป โดยไม่ต้องพึ่งพิงพ่อแม่

เพราะฉะนั้นคนในประเทศตะวันตกและในทวีปยุโรปเหล่านี้จึงไม่ถือเป็นภาระหน้าที่ที่จะต้องส่งเสียดูแลพ่อแม่ที่แก่ชรา เพราะประชาชนเสียภาษีผ่านไปให้หน่วยงานของรัฐ และรัฐเป็นผู้วางแผนในการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงวัยโดยตรง

ด้วยรูปแบบการบริหารปกครอง ที่อาจไม่เอื้อให้คนในประเทศตะวันตกต้องพึ่งพิงกันอย่างใกล้ชิดทำให้ ผู้คนมากมายโดยเฉพาะคนที่ได้ชื่อว่าเป็นลูกอาจมีความรู้สึกดังกรณีข้างบนนี้ได้ และเป็นที่ยอมรับกันได้มากกว่า หรือแตกต่างไปจากวัฒนธรรมความเชื่อและการอบรมเลี้ยงดูของผู้คนในครอบครัวของประเทศเอเชีย

ที่ระบอบการปกครองของรัฐบาลยังไม่มั่นคงและระบบเศรษฐกิจของประเทศยังมีช่องว่างที่กว้างต่างกันมาก ทำให้ ลูกๆ หรือคนในครอบครัวจะต้องพึ่งพิงกันตั้งแต่แรกเกิด จนเติบใหญ่เรียนจบมหาวิทยาลัยระดับปริญญาตรีไปจนถึงระดับปริญญาเอก

ส่วนใหญ่ต้องได้รับการช่วยเหลือสนับสนุนจากพ่อแม่และครอบครัวโดยตรง โดยโอกาสที่จะได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากหน่วยงานของรัฐเป็นไปได้น้อยมาก เพราะฉะนั้นความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในครอบครัว คือพ่อแม่และลูกๆ จึงมีความใกล้ชิดและห่างเหินขัดแย้งกันได้ในเวลาเดียวกัน

ที่สำคัญ ในประเทศที่ประชาชนนับถือศาสนาพุทธ ดังในประเทศไทยที่มากกว่า 90% ของประชากรนับถือศาสนาพุทธและมีความเชื่อที่ถ่ายทอดมาให้มีความสำนึกในความกตัญญูรู้คุณผู้ได้ให้กำเนิด ให้ชีวิต ให้การอบรมเลี้ยงดูส่งเสียกับเรามาตั้งแต่เยาว์วัยจนเติบใหญ่

จึงเป็นหน้าที่ที่คนพุทธจะต้องสำนึก รำลึกถึงและเรียนรู้ที่จะตอบแทนคุณผู้มีพระคุณเหล่านั้น โดยเฉพาะความกตัญญูรู้คุณพ่อแม่ ครูอาจารย์และบรรพบุรุษไทยที่ได้ก่อร่างสร้างประเทศจนเราได้มีแผ่นดินอยู่อาศัยในทุกวันนี้

ด้วยความเชื่อในความกตัญญูรู้คุณพ่อแม่ที่ถูกอบรมถ่ายทอดมาตั้งแต่อดีตกาลจนถึงทุกวันนี้ทำให้ คนส่วนใหญ่ รู้สึกผิด ที่คิดไม่ชอบ ไม่รัก คนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อหรือแม่ คนที่คนส่วนใหญ่ถือเป็นผู้ให้กำเนิด ให้ชีวิต และมีบุญคุณกับลูกเหนือสิ่งใด ดังในกรณีนี้ ซึ่งเธอบอกว่า เธอได้พยายามแล้วที่จะรักแม่ แต่ก็ทำไม่ได้ โดยเฉพาะเธอรู้สึกว่า แม่ก็ไม่รักเธอเช่นกัน!

จากคำบอกเล่าที่ไม่มากนัก ทำให้ไม่รู้ว่า บ้านที่เธออยู่อาศัย อาหารบนโต๊ะนี้ ใครเป็นคนหาให้ พ่อของเธอเป็นผู้ให้ที่อยู่ที่กิน แม่ไม่ได้ทำงาน หรือทั้งพ่อแม่ช่วยกัน หากแม่ไม่ได้ทำงาน ก็ยังคงต้องดูแลเรื่องอาหารการกินอยู่ของลูกๆ และสามี นั่นหมายความว่า แม่ก็ยังคงทำหน้าที่ของแม่อยู่

ความสำคัญตรงนี้ จึงอยู่ที่ว่า ไม่ว่าแม่จะรักเธอ/ ลูก หรือไม่แต่แม่ก็ได้ทำ และกำลังทำหน้าที่ของแม่อยู่ คำถามจึงย้อนกลับไปที่ตัวเธอว่า แล้วลูกล่ะ ทำหน้าที่ของความเป็นลูกอยู่หรือเปล่า ลูกมีหน้าที่อะไรบ้าง รู้บ้างไหม

 ดูเหมือนเด็กสาวจะมีความระแวดระไวในอารมณ์และความรู้สึกของตัวเองได้ดี เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่รักแม่ และคิดว่า รู้สึกว่า แม่ก็ไม่รักเธอเช่นกัน ซึ่งในกรณีของความรู้สึกของแม่ เธออาจจะเข้าใจผิดก็ได้ หรือว่าหากเธอคิดว่า รู้สึกว่า แม่ก็ไม่รักเธอเช่นกัน อาจจะช่วยทำให้ความรู้สึกผิดนั้นลดลง เพราะเมื่อแม่ไม่รักเรา เราก็ไม่ต้องรักแม่!

อย่างไรก็ตาม ความอ่อนไหวระแวดระไวเป็นเรื่องดี เพราะมันจะช่วยให้เราสามารถเข้าถึงอารมณ์และความรู้สึกของตนเองและผู้อื่นได้ แต่ก็ต้องระวังไม่ตกเป็นเหยื่ออารมณ์ตนเอง พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า อารมณ์และความรู้สึกเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นและดับไป ไม่จีรัง

เพราะฉะนั้นอย่าไปให้ความสำคัญกับมันมากนัก วันนี้รักกัน แล้วพรุ่งนี้ อาจเกลียดกันก็ได้ การที่คนคนหนึ่งที่ได้ชื่อว่า ลูก รู้สึกไม่รักแม่ จึงไม่ใช่ความผิด

โดยเฉพาะหากเราได้บอกกับตัวเองด้วยความจริงใจและตรงไปตรงมาว่า ฉันไม่รักแม่!’ จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม หรือไม่มีเหตุผลเลยก็ตาม ทำแล้วพูดแล้ว ตระหนักรู้ด้วยตนเองแล้วว่าเราไม่รักแม่เลย

หากคำพูดนี้ไม่ได้ทำให้ตัวเราทุกข์ทรมานใจ ไม่รู้สึกผิดเลย ก็ไม่เป็นไร คิด... รู้สึกไปเถอะ.... แต่หากยังสับสนใจ ไม่แน่ใจ ไม่สบายใจ และรู้สึกผิด คงต้องค่อยๆ ตรวจสอบเรื่องราว เรียงลำดับทางความคิดที่จะนำเราไปสู่คำตอบให้ชัดเจนว่า ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และเราอยากให้มันเป็นอย่างไรต่อไป

แต่... ที่คนเราหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ การตระหนักในหน้าที่ความรับผิดชอบของตนเอง เพราะถึงเด็กสาวคนนี้จะรู้สึกว่าเธอไม่รักแม่เลย เช่นเดียวกับที่เธอคิดว่าแม่ก็ไม่รักเธอเช่นกัน แต่แม่ก็ได้ทำหน้าที่ในฐานะของความเป็นแม่ตั้งแต่ลูกแรกเกิด จนถึงปัจจุบัน บ้านยังมีอยู่ อาหารยังมีกิน เงินไปโรงเรียนยังไม่ขาด ชีวิตของทุกคนในบ้านยังดำเนินต่อไปได้ เพราะแม่รู้หน้าที่ของตัวเอง

หากเธอจะได้ทำสิ่งใดที่สร้างความคัดเคือง เกลียดชังให้ลูกไปบ้าง ก็ไม่ร้ายแรงมากถึงกับต้องถูกลงโทษทัณฑ์ ถึงขนาดที่รุนแรงมากกว่านี้ เพราะสิ่งเดียวที่พ่อแม่ปรารถนาจะได้เห็นคือ ลูกๆ มีความสุขและรู้หน้าที่ความรับผิดชอบของตนเอง ทั้งในฐานะของลูก และในฐานะของพลเมืองที่ดีของประเทศ

วันนี้ การที่เธอไม่รักแม่ จึงไม่สำคัญเท่ากับที่เธอต้องรักตัวเอง ด้วยการแสดงความรับผิดชอบในตนเองในฐานะลูกที่ดี และในฐานะพลเมืองดีของสังคมต่อไป!

 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);