เรื่องเด็นประจำสัปดาห์:เช็คความโสดของคนข้างกาย
  
  
ColumDetail
06
เรื่องเด็นประจำสัปดาห์:เช็คความโสดของคนข้างกาย
 
 

 เรื่องเด็นประจำสัปดาห์: เช็คความโสดของคนข้างกาย

         เช็คความโสดของคนข้างกาย

            ชีวิตคนเรานั้นเอาแน่เอานอนไม่ได้ เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า คนที่เข้ามานั้นจะหวังดีหรือประสงค์ร้ายกับเรากันแน่ เข้ามาแบบจริงใจหรือหลอกลวง โดยเฉพาะคนที่เข้ามาเจ๊าะแจ๊ะ มากิ๊กกั๊กกบเรา แหมจะว่าไปก็ทำให้หัวใจกระชุมกระชวยอยู่หลายส่วน

            แต่... ก่อนที่เราจะเลื่อนขั้นเปลี่ยนตำแหน่งจากคนรู้จักเป็นคนรู้ใจ เคยคิดไหมว่า สถานะของเขาอาจจะไม่ได้ โสดจริงๆ ก็ได้ เขาอาจจะคุยอยู่กับคนมากมาย มีกิ๊กอยู่ 8 คน หรือมีแฟนเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว

            ถ้าแบบนี้เราควรจะจริงจังด้วยไหม... แล้วถ้าเป็นแบนั้นจริงๆ ก็ไม่ควรเปลี่ยนแปลงสถานะจริงไหม

            ดังนั้นก่อนที่เราจะคิดจริงจังเลื่อนตำแหน่งเขาให้กลายเป็น ตัวจริง' ลองมาเช็คกันก่อนดีกว่าว่า เขาโสดจริงหรือไม่

            รวมถึงไม่ใช่เพียงแต่ในเรื่องการขยับสถานะเท่านั้น บางครั้งต่อให้เป็นแฟนเป็นคนรัก หรือแม้กระทั่งเป็นสามีภรรยากันแล้ว แล้วก็มีสิทธิ์ที่เขาจะไปเผลอทำตัวโสดเวลาอยู่คนเดียวได้เช่นกัน

เอาล่ะ! มาเช็คไปพร้อมๆ กันว่าเขา โสด จริงหรือแกล้งทำตัวว่า โสด อยู่กันแน่

 

 พฤติกรรมและนิสัย

            แม้ดวงตาจะเป็นหน้าต่างของหัวใจ แต่พฤติกรรม การกระทำ รวมถึงนิสัย เป็นตัวสะท้อนความจริงของตัวตนของเขาได้ดีที่สุด

            พฤติกรรมว่านี้อาจจะเริ่มจาก ดูว่าสิ่งต่างๆ ที่เขาทำในชีวิตของเขานั้นมีอะไรบ้าง การทำงานของเขาครอบคลุมในเรื่องพฤติกรรมแบบไหน เพราะงานหรือกิจกรรมแต่ละอย่างสามารถสะท้อนพฤติกรรมที่ต่างกันไปได้ เช่น

หากทำงานประเภทที่จะได้เจอผู้คนมากมายในแต่ละวัน มีความเป็นไปได้สูงว่าเขาเป็นคนที่พูดจาเก่งมีคารมดี ซึ่งก็จะทำมีเพื่อนมาก มีกิจกรรมเข้าสังคมมากตามไปด้วย และเป็นที่รู้จักของคนมากมาย เพื่อนมากคนคุยด้วยก็มากตามไปด้วย นิสัยของคนทำงานประเภทนี้แล้วพอเจอกับเรากลับกลายมาเป็นคนเงียบๆ นิ่งๆ พูดไม่เก่งนั่นเขาคงจะ แอ๊บ แล้วละ

ต่างกับคนบางประเภทก็เป็นคนที่พูดไม่เก่งจริงๆ โดยมาก็มักจะเป็นคนที่ทำงานกับคอมพิวเตอร์ ไม่ค่อยได้เจอใคร อันนี้ก็เป็นได้ที่จะเป็นคนพูดไม่เก่ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะโสดสนิทนะ เพราะยังไงช่องทางออนไลน์ที่ไม่ต้องใช้ความสามารถในการพูดมากนักก็ยังมีอยู่ อันนี้ก็ต้องสังเกตจากการที่เขาพูดคุยกับเขาผ่านช่องทางนั้นๆ

ไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิงหากเป็นคนที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดีเกินไป ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีคนเข้าหามาก และแน่นอนว่าปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นอะไรกันนอกจากเพื่อนหรือคนรู้จักนั้น ก็ทำได้ง่ายเช่นกัน

            ดังนั้นความสนิทสนมทั้งหลายที่เกิดจากมนุษย์สัมพันธ์ก็ต้องใช้คำว่า มากเกินไปไหม เป็นตัวกำหนด หากจะคบกันอย่างจริงจัง ความเชื่อใจนั้นย่อมต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก อย่ากลัวที่จะบอกเขาไปว่า เราไม่ชอบใจ ในความสนิทสนมที่มากเกินพอดีนั้น เมื่อพูดแล้วก็เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องสอดส่องในความสัมพันธ์ของเขาต่อไปว่า ยังคงเหมือนเดิมหรือไม่ ยังไม่วุ่นวายกับคนอื่นเหมือนเดิมรึเปล่า

            และหากว่าเขาเริ่มมีใครใหม่จากที่เคยมี สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้คือ นิสัยเขาจะเริ่มเปลี่ยนไป หลายครั้งหลายคราวเขาจะเริ่มหาเรื่องหงุดหงิดเรามากขึ้น เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่เคยใส่ใจอยู่ๆ ก็เก็บมาเป็นประเด็นในการทะเลาะเบาะแว้ง จากปกติโทรศัพท์หาหลังเลิกงาน ก็เริ่มเงียบหายไป พอเราโทรไปก่อนก็บอกว่ายุ่งบ้างอะไรบ้าง

            พฤติกรรมและนิสัยที่เปลี่ยนไปนั้น เป็นไปได้สูงว่าเขามีใครอีกคน

 

กิจกรรมยามว่าง

กิจกรรมยามว่างต่างๆ ของเขาก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่เราใช้สังเกตได้เช่นกัน เช่นว่า ปกติแล้ว เขาชอบทำอะไรไปที่ไหนหลังเลิกงาน มีแฮงค์เอ้าท์กับเพื่อนหรือไม่ แล้วบ่อยแค่ไหน เพื่อนคนนั้นคือใคร ว่ากันตามจริง หลังจากเขาสู่โลกแห่งการทำงานแล้ว เพื่อนที่มีรอบข้างก็เหลืออยู่ไม่มากนักหรอก เพราะว่าต่างคนก็ต่างมีกิจธุระ มีแฟนเป็นของตัวเองไปบ้าง มีครอบครัวที่ต้องดูแลบ้าง ยังไม่รวมต้องทำงานอีก จะมีใครไปเที่ยวด้วยกันได้ทุกวัน ขนาดทำงานอยู่ทีเดียวกันยังไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนด้วยกันเลย

หากเขามีเหตุให้มีกิจกรรมต่างๆ ยามว่างกับเพื่อนคนนั้นคนนี้ได้ตลอด ก็เป็นจุดน่าสังเกตได้

ยิ่งไปกว่านั้น หากคุณลองถามเขาในเชิงว่า อยากไปด้วย อยากรู้จักเพื่อนของเขาดู ก็จะยิ่งสังเกตได้ง่ายขึ้น เพราะหากเขาปฏิเสธให้ไปด้วย ครั้งแรก หรือครั้งที่สองก็อาจจะพอเข้าใจได้ แต่หลังจากหลายๆ ครั้งเขาก็คิดว่า คงจะเริ่มเชื่อถือไม่ได้แล้ว เพราะมันดูผิดปกติ คงต้องมีอะไรปกปิดอยู่แน่

            หากไม่มีอะไรปกปิดก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องห้ามเราไปในทุกครั้ง... จริงไหม

            เมื่อคนเราได้ทำความรู้จักกันยิ่งต้องพยายามหาเวลาและโอกาสที่จะใกล้ชิดและสร้างความสนิทสนม เพื่อเป็นการเรียนรู้นิสัยใจคอต่างๆ 

นอกเหนือจากนั้นกิจกรรมงานหลักในแต่ละวัน เขาเคยเชิญเราให้ไปร่วมกิจกรรมอย่างอื่นที่เขาชอบมากน้อยแค่ไหน เพราะคนเราหากกำลังอยู่ในช่วงพูดคุยทำความรู้จักยิ่งต้องพยายามหาจังหวะและโอกาสที่จะใช้เวลาร่วมกัน เพื่อการเรียนรู้นิสัยใจคอ รวมถึงต้องเปิดเผย กล้าที่จะบอกกล่าวว่าไปไหน และกล้าเชิญชวน ไม่ใช่ว่าไปไหนก็บอกแต่ว่าเราไปไม่ได้ ไม่สะดวกให้เราไป ครั้งแรกอาจจะพอเข้าใจเหตุผล ครั้งที่สองอาจจะพอรับได้ แต่ถ้าหลายๆ ครั้งก็น่าจะแปลกแล้ว ทำไมต้องปกปิดขนาดนั้น มีเรื่องอะไรที่ต้องเก็บซ่อน

เขาไม่ว่างจริงๆ หรือมีใครอีกคนให้ดูแลกันแน่

                             กิจกรรมยามว่าง

 

            สมัยนี้ใครๆ ก็ใช้มือถือ ใช้อินเตอร์เน็ต รวมไปถึงโซเชียลเน็ตเวิร์ค  นั่นทำให้ความเป็นส่วนตัวของแต่ละคนลดลง แต่ก็ทำให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลของเขาได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

            ลองสำรวจข้อมูลของเขาจากอินเตอร์เน็ตดู โดยอาจจะเริ่มจากเฟซบุ๊คของเขา ว่าคนที่มาโพสต์ข้อความของเขานั้นมีใครที่ดูว่าจะมีอะไรเกินคำว่าเพื่อนไหม หรือลองสำรวจสเตตัสต่างๆ ของขา มีไปทานอาหารที่ไหนกับใครบ้าง มีรูปถ่ายที่ไหนอะไรยังไงกับใคร

            เดี๋ยวนี้มีช่องทางเยอะมาก ต่อให้เขาบอกว่าไม่เล่น แต่เอาจริงๆ แล้วคงต้องมีเล่นบ้าง ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ค อินสตราแกรม ทวิตเตอร์ ช่องทางเหล่านี้ทำให้เราตามตัวเขาได้ง่ายมาก และหากว่าเขาไม่เล่นจริงๆ ก็เชื่อได้ว่าเพื่อนเขาก็ต้องมีเล่นบ้าง เราอาจจะเลือกไปตามเพื่อนเขา เวลาเขาไปไหนมาไหนกันเพื่อน ก็ย่อมมีภาพต่างๆ หลุดมากบ้าง

            ปัจจุบันนี้แอพพลิเคชั่นต่างๆ มีเยอะมากโดยเฉพาะที่สามารถสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ แค่คลิกเดียวก็สามารถคุยกับใครคนอื่นได้แล้ว ดังนั้นหากเขาเล่นโปรแกรมแชทหรือแอพพลิเคชั่นประเภทหาคู่ บอกได้เลยว่ามีความเป็นไปได้สูงมากที่เขามีคนคุยด้วยเพิ่มอีกคนอย่างแน่นอน คำที่บอกว่าหาเพื่อนไว้คุยเล่นเฉยๆ นั้น จะคุยเพื่อ... อะไร

            คนเราจำเป็นต้องหาเพื่อนคนอื่นๆ ไว้คุยเล่นมากมายขนาดไหนกัน หากเขาบอกเช่นนั้นทางเราเองก็ต้องขอดู บอกไปเลยว่าเพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย

 

   Social network

อาศัยเพื่อนให้เป็นประโยชน์

            บางครั้งคนที่สามารถให้ข้อมูลแก่เราได้ดีที่สุดอาจจะอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด ลองใช้เครือข่ายเพื่อนของเราเองให้เป็นประโยชน์ โดยเริ่มดูประวัติของเขา เช่น เคยเรียนโรงเรียนไหน หรือมหาวิทยาลัยไหนมา ทำกิจกรรมอะไรเป็นพิเศษ ทำให้เราสามารถมองหาเพื่อนที่อาจจะเป็นเพื่อนของเพื่อนอีกที ที่รู้จักมักคุ้นกับเขา เพราะเอาจริงๆ แล้วโลกมันกลมกว่าที่เราคิด เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่เจอคนที่เราไม่รู้จัก ซึ่งเราสามารถสืบหาความ โสด และข้อมูลต่างๆ จากเพื่อนๆ ได้ ยิ่งเดี๋ยวนี้มีเฟซบุ๊ค แค่เราลองมองหา เพื่อนที่เหมือนกัน (Mutual friend) ก็สามารถหาช่องทางในการติดต่อคนที่เรารู้จักได้แล้ว

            นอกจากนี้เพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งที่เราสามารถหาข้อมูลได้คือ การที่เราได้รู้จักเพื่อนสนิทในกลุ่มของเขา คนหลายคนไม่อยากให้เราได้รู้จัก เพราะหากไม่ได้จริงจังหรือแอบคบซ้อนก็อาจจะรู้ความจริงได้

            เรื่องของเพื่อนนั้นสามารถดูไดอีกอย่างในเรื่องของเพื่อนๆ เขาด้วยเช่นกัน หากลองสังเกตดีๆ เราจะรู้ว่าคนเรามักจะคบคนที่นิสัยคล้ายกัน อย่างเช่นว่า เพื่อนที่เจ้าชู้ก็มักจะเป็นเพื่อนกับกลุ่มคนที่เจ้าชู้ด้วยกัน เพราะสามารถช่วยเหลือกันได้ โอเคว่าเรื่องแบบนี้ไม่ควรเหมารวม แต่เวลาที่อยู่กับกลุ่มเพื่อนแบบนี้ไปเรื่อยๆ ย่อมเกิดความเคยชิน มองว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องผิด เป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ทำ

 

สุดท้ายแล้วการคบกับใครสักคน เราก็อยากให้วาง เรื่องของ ความสุขไว้เป็นที่ตั้ง การเช็คว่าเขาโสดหรือไม่นั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่หากเรามัวแต่กังวลและคอยสังเกตสังกาเขาอยู่ตลอดเวลา จนทำให้ทั้งเขาและเขาไม่มีความสุขก็เลิกซะ เพราะท้ายที่สุด หากเขาไม่ได้เป็นคนที่ใช่ ต่อให้ไม่มีใครอื่น ก็ไม่ได้คู่กันอยู่ดี อยู่กับปัจจุบันให้มาก และกอบโกยความสุขเอาไว้ให้ได้มากที่สุดดีกว่า

 

 

 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);