ความรักกับจักรวาล :จิตวิญญาณ เหนือชีวิต
  
  
ColumDetail
06
ความรักกับจักรวาล :จิตวิญญาณ เหนือชีวิต
 
 

HUG Magazine ปีที่ 8 ฉบับที่ 6  ชีวิต ความรักกับจักรวาล :จิตวิญญาณ เหนือชีวิต

          จิตวิญญาณ เหนือชีวิต

จิตวิญญาณ เหนือชีวิต เป็นอย่างไร สำคัญแค่ไหน

 

            ผู้เขียนขอนำท่านผู้อ่านไปสัมผัสกับชีวิตของมนาย์สองคน ต่างวัย ต่างเพศ เพื่อถอดรหัสเรื่อง จิตวิญญาณ เหนือชีวิต ของเรา

            คนแรกคือ แอนน์ แฟรงค์ (ANNE FRANK) เด็กหญิงชาวยิว เหยื่ออาชญากรรมการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของชาวยิวด้วยฝีมือของนาซีเยอรมัน ภายใต้การนำของจอมเผด็จการอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ซึ่งเฉพาะจากคำสั่งโดยตรงของฮิตเลอร์ มีชาวยิวกว่าหกล้านคนที่ต้องสูยเสียชีวิตส่วนใหญ่อย่างทุกข์ทรมานในค่ายกักกันนาซีหลายแห่ง

            แอนน์ แฟรงค์ มีสัญชาติตอนเกิดเป็นเยอรมัน แต่ต่อมากลายเป็นคนไม่มีสัญชาติ จนกระทั่งถึงวันสุดท้ายของชีวิต เธอเกิดวันที่ 12 มิถุนายน ค.ศ. 1929 ที่เมืองแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี

            เมื่อนาซีเยอรมันเรืองอำนาจ ครอบครัวของแอนน์ แฟรงค์ย้ายไปอยู่ที่เมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์

            ปี ค.ศ. 1933 นาซีเยอรมันยึดเนเธอร์แลนด์ และเริ่มต้นดำเนินการกวาดล้างชาวยิวในปี ค.ศ. 1940 คนยิวในเนเธอร์แลนด์จำนวนมากถูกจับเข้าค่ายกักกันอันโหดร้ายของนาซีเยอรมัน หรือหลบซ่อนตัวอยู่ในอาคารที่พักอย่างลับๆ

            ครอบครัวของแอนน์ แฟรงค์มี 4 คนคือ คุณพ่อชื่อออตโต คุณแม่ชื่ออีดิท พี่สาวชื่อมาร์กอท และตัวแอนน์ แฟรงค์ ทั้งหมดหลบซ่อนตัวอยู่ในสำนักงานของคุณพ่อของแอนน์ แฟรงค์เอง ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1942 โดยมีครอบครัวชาวยิวอีกครอบครัวหนึ่งจำนวน 4 คน ร่วมหลบภัยอยู่ด้วย

            วันที่ 4 สิงหาคม ค.ศ. 1944 สองครอบครัวชาวยิวถูกจับได้ และถูกส่งไปเข้าค่ายกักกันนรกอันแสนโหดร้ายคือ ค่ายเอาชวิตซ์ (Oaschwitz) ประเทศโปแลนด์

            ต่อมาออตโต แฟรงค์ถูกแยกไปจากครอบครัว แต่แอนน์ แฟรงค์และคุณแม่กับพี่สาวยังอยู่ที่ค่ายเอาชวิตซ์

            คุณแม่ของแอนน์ แฟรงค์ เสียชีวิตในค่ายเอาชวิตซ์วันที่ 6 มกราคม ค.ศ. 1945

            ปลายเดือนตุลาคม ค.ศ. 1944 แอนน์ แฟรงค์กับพี่สาวถูกย้ายออกจากค่ายเอาชวิตซ์ ไปอยู่ที่ค่ายแบร์เกิน เบลเซิล (Bergen – Belsen) ในเยอรมนี

            ที่ค่ายแบร์เกิน เบลเซิล ต้นเดือนมีนาคม ค.ศ. 1945 แอนน์ แฟรงค์ก็จากโลกไป ก่อนที่ค่ายแบร์เกิน เบลเซิลจะได้รับการปลดปล่อยดดยกองทัพอังกฤษเพียงประมาณหนึ่งเดือนต่อมา

                  แอนน์ แฟรงค์

            สาเหตุการตายของแอนน์ แฟรงค์ คาดกันว่าเกิดจากการจากไปของผู้เป้นแม่และพี่สาว และได้ข่าว (ไม่จริง) ว่าคุณพ่อของเธอถึงแก่กรรมไปแล้ว อีกทั้งเธอก็ล้มป่วยจากการติดเชื้อไทฟอยด์ ที่คร่าชีวิตพี่สาวของเธอไปก่อน

            ไม่เป็นที่ทราบอย่างแน่ชัดว่าแอนน์ แฟรงค์ เสียชีวิตวันที่เท่าไร อีกทั้งไม่มีการพบศพของเธอด้วย โดยคาดการว่าร่างของเธอก็คงจะถูกฝังรวมอยู่ในหลุมฝังศพใหญ่เหยื่อค่ายกักกันนั่นเอง

            หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ออตโต แฟรงค์ ซึ่งเป็นคนเดียวในครอบครัวของแอนน์ แฟรงค์ที่รอดชีวิตมาจากค่ายกักกัน กลับไปที่บ้านในอัมสเตอร์ดัม และได้รับสมุดบันทึกของแอนน์ แฟรงค์ที่เพื่อนบ้านพบและเก็บไว้ให้ เป็นบันทึกของแอนน์ แฟรงค์เริ่มต้นจากวันที่ 12 มิถุนายน ค.ศ. 1942 ถึงวันสุดท้ายที่บันทึกคือ 1 สิงหาคม ค.ศ. 1944 ก่อนที่ครอบครัวของแอนน์ แฟรงค์จะถูกจับวันที่ 4 สิงหาคม ค.ศ. 1944

            จากบันทึกของแอนน์ แฟรงค์ ที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1947 ทำให้โลกได้รับทราบประสบการณ์ ความคิด ความรู้สึกของเด็กหญิงอายุเพียง 13 – 15 ปี ที่สมควรจะได้มีชีวิตที่สดใส เปี่ยมด้วยความหวัง แต่กลับต้องเผชิญกับสถานการณ์ชีวิตที่ลำบาก กดดัน เหงาและอันตราย

            บันทึกของแอนน์ แฟรงค์กลายเป็นหนังสือที่ได้รับการยกย่องถึงปัจจุบัน (ค.ศ. 2016) เป้นหนึ่งในหนังสือสำคัญที่สุดของโลกแห่งศตวรรษที่ยี่สิบ เป็นหนังสือที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทั้งโลก ทุกเพศ ทุกวัย

            ถึงวันนี้ เรื่องราวชีวิตของแอนน์ แฟรงค์จบลงแล้ว ตั้งแต่เมื่อปี ค.ศ. 1945 แต่สิ่งที่ยังคงอยู่ และยังเป็นพลังสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนทั้งโลกคือ จิตวิญญาณของเธอ

            ความน่าพิศวงคือ อะไรเป็นแรงผลักดันทำให้แอนน์ แฟรงค์ ซึ่งเริ่มต้นจากชีวิตเป็นเด็กธรรมดาๆ คนหนึ่ง แต่ภายในช่วงชีวิตอันแสนสั้น กลายเป็นเด็กวัยรุ่นที่มีจิตวิญญาณแข็งแกร่ง งดงาม และมีน้ำใจแม้แต่กับคนที่ทำให้ชีวิตของเธอต้องประสบกับชะตากรรมอันเลวร้าย

            มนุษย์คนที่สองที่ผู้เขียนขอนำท่านผู้อ่านไปสัมผัส เพื่อถอดรหัสเรื่อง จิตวิญญาณ เหนือชีวิตคือ มหาตมะคานธี

            มหาตมะคานธี เป็นมหาบุรุษของอินเดีย ผู้นำการต่อสู้เรียกร้องเอกราชของประเทศอินเดียจากจักรวรรดิอังกฤษจนกระทั่งสำเร็จ ด้วยนโยบายและวิธีการต่อสู้แบบไม่ใช้ความรุนแรงคือ อารยะขัดขืน

            ชีวิตและการต่อสู้เพื่อประเทศอินเดียของมหาตมะคานธี เป็นเรื่องราวที่รู้จักกันดีทั่วโลก กินเวลายาวนานกว่ากรณีของแอนน์ แฟรงค์ และที่มาของแรงบันดาลใจให้มหาตมะคานธีเลือกอารยะขัดขืนเป็นวิธีการต่อสู้เรียกร้องเอกราช ก็เป็นที่รู้จักกันดีคือ จากหนังสือ CIVIL DISOBEDIENCE ของกวีและนักธรรมชาติวิทยาชาวอเมริกาที่โด่งดัง เฮนรี เดวิด ทอโร (Henry David Thoreau)

            แต่ที่ชวนพิศวงและเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทั้งโลกก็คือ ความมุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว ไม่ยอมแพ้ กับเป้าหมายของการต่อสู้ที่ไม่ใช่เพื่อตัวเอง และไม่ยอมรับ ผลตอบแทน เป็นตำแหน่ง เกียรติยศ ชื่อเสียง ที่นักต่อสู้ทางการเมืองส่วนใหญ่ไม่ปฏิเสธคือ ผู้นำทางการเมืองของประเทศอินเดีย หากยังคงดำรงตนในความเป็นอยู่อย่างสันโดษกับชีวิตที่เรียบง่าย ใช้เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มที่ถักทอด้วยตนเอง

            จนกระทั่งถึงบั้นปลายของชีวิต ที่รู้ตัวดีว่ากำลังถูกปองร้าย จากความพยายามของเขาที่ต้องการให้เกิดการปรองดองระหว่างชาวฮินดูกับชาวมุสลิมในอินเดีย มหาตมะคานธีก็ยังปฏิบัติภารกิจทางศาสนาเป็นปรกติ และถูกชายหนุ่มฮินดรูคนหนึ่ง ยิงในระยะประชิดตัว  ถึงแก่กรรมวันที่ 30 มกราคม ค.ศ.1948 และมีอายุ 79 ปี

            สำหรับคนเราโดยทั่วไป การแสดงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ ที่จะมีชีวิตและใช้ชีวิตเพื่อประเทศชาติ เพื่อแผ่นดิน เพื่อมนุษยชาติ เป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่สิ่งที่จะเป็นข้อพิสูจน์ก็คือ การปฏิบัติจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การปฏิบัติจริงที่มั่นคง แน่วแน่ เป็นเวลายาวนาน

            ถึงแม้มหาตมะคานธี จะมิได้เลือกใช้อารยะขัดขืนเป็นวิธีการต่อสู้ตั้งแต่แรกเริ่มของชีวิตวัยหนุ่ม แต่เมื่อตัดสินใจและมั่นใจ ก็ยึดมั่นอย่างแน่วแน่ ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับการคุกคาม ทำร้าย ถูกจับ ถูกคุมขัง ก็ไม่ยอมละทิ้งอุดมการณ์

            ถ้าจะถามหาสิ่งที่แสดงถึงจิตวิญญาณวิธีการต่อสู้ของมหาตมะคานธี ก็จะเห็นได้จากคำกล่าวอย่างมั่นคงว่า จะไม่ยอมแพ้ แม้แต่ ชีวิต คือ ความตาย ก็หยุดการต่อสู้ของชาวอินเดียไม่ได้ จิตวิญญาณ สำหรับมหาตมะคานธีจึง เหนือชีวิตอย่างชัดเจน

            เปรียบเทียบระหว่างมหาตมะคานธีกับแอนน์ แฟรงค์ สำหรับแอนน์ แฟรงค์ จิตวิญญาณที่เหนือชีวิตของ เธอ เป็นสิ่งชวนพิศวงที่นักวิชาการก็ยังพยายามค้นหา คำตอบว่าอะไรทำให้เธอเป็นอย่างที่เธอเป็น

            สำหรับมหาตมะคานธี จิตวิญญาณ เหนือชีวิตมีใช่เป็นสิ่งชวนพิศวงที่นักวิชาการจะต้องถกต้องศึกษาว่า อะไรทำให้มหาตมะคานธีเป็นดังที่เป็น แต่ที่ชวนพิศวงและเป็น ความยิ่งใหญ่ อย่างแท้จริงคือ อะไรทำให้มหาตมะคานธีรักษาพลังที่ ‘เหนือมนุษย์’ อย่างสม่ำเสมอตลอดชีวิตการต่อสู้แบบอารยะขัดขืนได้

            อย่างไรก็ดีทั้งแอนน์ แฟรงค์และมหาตมะคานธี ก็เป็นตัวอย่างของ จิตวิญญาณ เหนือชีวิตที่สร้างความหวังแก่มนุษยชาติได้เสมอ!

 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);