ฮอทไลน์สายด่วน : เหยื่อความรุนแรง!
  
  
ColumDetail
06
ฮอทไลน์สายด่วน : เหยื่อความรุนแรง!
 
 

 

HUG Magazine ปีที่ 8 ฉบับที่ 6  ฮอทไลน์สายด่วน

เหยื่อความรุนแรง!

      เหยื่อความรุนแรง

     

            เสียงข่าวรายงานพร้อมภาพประกอบที่ท่าน้ำอันว่างเปล่า วันนั้นเด็กหญิงสองคนอายุ 11 – 12 ปี กลับจากโรงเรียนเดินเล่นคลอเคลีย หัวร่อต่อกระซิกกันมาบนทางเท้าริมคลอง แล้วสองคนก็นั่งลงตรงเขื่อน ห้อยขาทั้งสองลงในคลองท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ น้ำเป็นระลอกพลิ้ว ลมเย็นกำลังสบาย

            สองคนชี้ชวนกันดูภาพหรือเรื่องราวในโทรศัพท์มือถือ แบ่งปันความสุขกันและกัน มันเป็นวันหนึ่งของความรักความสัมพันธ์อันอบอุ่นระหว่างเพื่อนหญิงสองคน เธอไม่ได้สังเกตหรือสนใจว่ายังมีเด็กชายวัยเดียวกันอีกสองคนเดินตามมา และมองภาพบรรยากาศขณะนั้นด้วยความรู้สึกที่ขัดแย้ง อยากจะเป็นเจ้าของความสุขนั้น แต่ก็ไม่อยากให้ความสุขนั้นอยู่ในครอบครองของใคร!

จากคำบอกเล่าของผู้ที่เห็นเหตุการณ์ บอกว่าเด็กชายคนหนึ่ง ยกเท้าขึ้นและถีบเด็กหญิงคนหนึ่งจนตกลงไปในคลอง ท่ามกลางความตื่นตกใจของเด็กหญิงทั้งสอง คนที่อยู่ในคลองตะเกียกตะกายจะว่ายน้ำ ผลุบๆ โผล่ๆ เด็กหญิงอีกคนจึงกระโดดลงไปช่วยเพื่อน ทั้งสองตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด และต่างคว้าขอบเขื่อนได้ในที่สุด

ทว่า... จะเพราะผีห่าซาตานเข้าสิงสู่ หรือกรรมเวรแต่ปางก่อนหมุนเปลี่ยนเวียนชักนำ เด็กชายทั้งสองไม่มีความรู้สึกสงสาร ไม่รู้สึกผิด ไม่คิดจะหยุดการกระทำไว้เพียงแค่นั้น มันอาจเป็นภาพความทรงจำจากละครน้ำเน่า หรือสื่อต่างๆ ที่สะท้อนการต่อสู้ที่ผู้ชนะจะต้องบดขยี้อีกฝ่ายหนึ่งให้พ่ายแพ้ย่อยยับไปกับมือ แต่นั่นก็เพียงการแสดง สุดท้ายผู้แสดงก็ไม่ได้ตายจริง ผู้ร้ายหรือพระเอกก็จะกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ

เพราะฉะนั้นเด็กชายทั้งสองคนอาจไม่ได้คาดคิดว่า การที่เขาสนุกกับการเอาเท้าเหยียบย่ำไปบนมือที่เกาะเกี่ยวริมเขื่อน จนเด็กหญิงทั้งสองทนความเจ็บปวดจากมือที่โดนเหยียบกระทืบไม่ได้จึงต้องปล่อยมือที่เกาะเขื่อนไป แม้น้องชายของเด็กหญิงคนหนึ่งจะพยายามเข้าไปช่วย แต่ถูกเด็กชายทั้งสองข่มขู่จึงไม่กล้าเข้าไปช่วย ผลที่ตามมานั้น คือความตายจริงๆ ของเด็กหญิงทั้งสองคน!

ที่สำคัญเป็นไปได้หรือเปล่าว่า ตลอดชีวิตของระยะเวลากว่าสิบกว่าปีที่ผ่านมา เขาเป็นเพียงเด็กชายที่เคยตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว เด็กชายที่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับความฝันไม่ต่างจากเด็กอื่นๆ เพียงแต่ความฝันของเขาถูกทำลายด้วยคนใกล้ คนที่มักจะด่าทอว่าเขาโง่ เขางี่เง่า ไร้สาระ จนทำให้เขารู้สึกว่าทุกคนในบ้านนั้นเห็นเขาเป็นเพียงศัตรู และเป็นผู้แพ้ในบ้านในครอบครัว

ภาพกระเสือกกระสนดิ้นรนของเพื่อนหญิงสองคน เป็นเพียงความสนุกที่เขาสองคนสามารถหัวเราะได้ ไม่ต่างจากที่ชีวิตจริงที่เขาเผชิญอยู่ และเรื่องราวที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ก็อาจเป็นเพียงความสนุก หรือความรู้สึกที่ทำให้เขาภูมิใจว่า ได้ทำให้เขารู้สึกถึงชัยชนะของตนเอง! เขาไม่ได้เป็นเพียงเด็กที่ถูกกระทำเท่านั้น

ชีวิตสองชีวิตสูญสิ้นไปพร้อมกับความเสียใจอันมากมายของทุกคนในครอบครัว แต่สำหรับคนที่ยังคงอยู่และต้องเผชิญกับผลแห่งการกระทำของตนเอง บนเส้นทางอันยาวไกลและมืดมนของเด็กชายทั้งสองคน เขาปฏิเสธทุกข้อหาในขณะที่มีผู้เห็นเหตุการณ์หลายคน ยิ่งทำให้ผู้ทำหน้าที่รักษากฎหมายลำบากใจกันถ้วนหน้า เพราะไม่รู้ว่าจะหาตรงจุดไหนเป็นตัวเชื่อมโยงให้เกิดการบรรเทาเบาบางโทษของเด็กชายทั้งสองลง

ที่สำคัญทั้งประชาชนและผู้รักษากฎหมายได้เรียนรู้อะไรบ้างกับคดีตัวอย่างอีกหลายคดี เช่นกรณีเด็กหญิงวัย 6 ขวบ ผูกคอตายหลังจากดูละครเรื่องไทรโศกหรือเรียกกันว่า อีเย็น และได้เห็นวิธีผูกเชือกโยงจนนำมาเป็นตัวอย่างในการฆ่าตัวตาย แต่ประเด็นที่สำคัญกว่านั้นก็คือ ทำไมเด็กวัย 6 ขวบจึงต้องฆ่าตัวตาย

ประวัติของเด็กหญิงคนนี้คือ เธอเป็นคู่แฝดกับเด็กชายที่เล่าถึงปัญหาของพี่สาว คู่แฝดเป็นกำพร้าพ่อแม่ มาอยู่กับตายายที่เลี้ยงดู ฐานะยากจน แต่ตายายก็พยายามส่งเสียดูแลให้ดีที่สุดที่จะทำได้ ทั้งสองไปโรงเรียนด้วยกัน ที่โรงเรียน การใช้ชีวิตของเด็กมากมายไม่มีความสุขมากนัก โดยเฉพาะคู่แฝดนี้ หรืออาจเพราะได้ชื่อว่าเป็นเด็กไม่มีพ่อแม่ เป็นเด็กยากจน เด็กทั้งสองจึงถูกเพื่อนๆ รังแกบ้าง ทำร้ายเอาบ้าง ตามประสาเด็กเล็ก

ซึ่งเด็กจำนวนมากจะฟ้องพ่อแม่เพื่อขอความเข้าใจเห็นใจและปกป้อง แต่เด็กทั้งสองไม่มีใคร ตายายแก่ต้องทำมาหากิน เป็นที่พึ่งตรงนี้ไม่ได้ จึงดูเหมือนเด็กรู้สึกตัวเองขาดผู้คุ้มครองดูแล วันที่จะผูกคอตาย เด็กหญิงบอกกับน้องชายว่า ตายไปจะได้เป็นผีมาหลอกเพื่อนๆ ที่รังแกตนนั่นเอง!

นั่นคือ... เด็กหญิงต้องการจะปกป้องตนเองและน้องชาย เพื่อให้พ้นจากการถูกรังแก หรือเป็นการพยายามจะเอาชนะความพ่ายแพ้ที่ผ่านมา นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อนของความบาดเจ็บที่เด็กๆ ประสบและสะสมไว้ตลอดระยะเวลาของการเจริญเติบโตที่ผู้ใหญ่ทั่วไปอาจไม่เข้าใจ

            ไม่ต่างจากการกระทำของเด็กชายทั้งสองคนนี้ หากเราจะถามเขาว่า เขาทำร้ายเพื่อนหญิงทั้งสองทำไม และทำเพื่ออะไร เขาอาจจะตอบไม่ได้ นอกจากมันสนุกดีที่จะเห็นเพื่อนหญิงทั้งสองตะเกียกตะกายต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดจากความทุกข์ ไม่ต่างจากที่เขาเคยเป็นหรือเห็นมา

            เราต่างได้เรียนรู้ รับรู้กันตลอดมาว่า ผู้กระทำความรุนแรงนั้น มักจะเคยเป็นเหยื่อความรุนแรงมาก่อน หรือมีส่วนร่วมรู้เห็นในความรุนแรงที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในครอบครัวที่พ่อแม่เครือญาติทำร้ายกันและกันด้วยการใช้วาจาหยาบคายส่อเสียดทำให้เกิดความเสียใจ น้อยใจ อับอายเป็นทุกข์ หรือโดยทางกายคือทำร้ายทุบตี ข่มขู่บังคับให้เกิดความเสียใจ คับข้องใจ และที่สำคัญคือความรุนแรงที่เกิดจากการถูกกระทำหรือลวนลามทางเพศ

ซึ่งความรุนแรงทั้งหลายเกิดขึ้นบนพื้นฐานของความไม่เสมอภาคทางเพศระหว่างหญิงชาย โดยเฉพาะการทำให้เพศชายรู้สึกว่า เพียงเพราะเป็นผู้ชายที่ร่างกายแข็งแรงกว่า จึงสามารถแกล้ง รังแกหรือทำร้ายผู้หญิงที่อ่อนแอกว่าได้ ทัศนคตินี้จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง เพราะไม่เช่นนั้น ผู้หญิงก็จะตกเป็นเหยื่อความรุนแรงตลอดไป

            ทุกวันนี้ เราทุกคนได้พบเห็นความรุนแรงเกิดขึ้นเกือบทุกวัน ไม่ว่าจะในที่บ้าน เพื่อนบ้าน บนท้องถนน ในโรงเรียนหรือแม้แต่เรื่องราวในสื่อ เช่น ตัวตลกเอาฝาตุ่ม เอาของแข็งฟาดศีรษะตัวตลกอีกคน หรือในละครน้ำเน่า เราก็นั่งดูได้โดยไม่รู้สึกอะไร จนแม้กระทั่งเรื่องเกิดทะเลาะทุบตีทำร้ายเด็กข้างบ้านอย่างรุนแรง เราก็มองว่า เป็นเรื่องในครอบครัวเขาเราไม่เกี่ยว

           ก็จริงอยู่เป็นเรื่องของเขา แต่เขาอาจกำลังบ่มเพาะให้เด็กคนนั้นเป็นฆาตกรคนหนึ่งขึ้นมาในอนาคตก็ได้ และคนที่เป็นเหยื่อ อาจเป็นเรา เป็นลูกเราก็ได้ เพราะฉะนั้นทุกคนต้องมีส่วนคิด และหาทางยุติความรุนแรงที่เกิดขึ้นเริ่มจากที่ใกล้ตัวให้ได้!

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);