ชีวิต ความรักกับจักรวาล : วิทยาศาสตร์กับความรัก : การเริ่มต้นใหม่
  
  
ColumDetail
09
ชีวิต ความรักกับจักรวาล : วิทยาศาสตร์กับความรัก : การเริ่มต้นใหม่
 
 

Hug magazine ปีที่ 8 ฉบับที่ 5 
ชีวิต ความรักกับจักรวาล

วิทยาศาสตร์กับความรัก : การเริ่มต้นใหม่

วิทยาศาสตร์กับความรัก : การเริ่มต้นใหม่

    มนุษย์ทุกคนโดยทั่วไปไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเริ่มต้นใหม่ แต่ในขณะเดียวกันก็แอบหวังจะได้มีการเริ่มต้นใหม่ที่น่าตื่นเต้น ที่นำชีวิตไปสู่สิ่งที่ดีกว่าเก่า!
    วิทยาศาสตร์กับความรัก เป็นเรื่องของมนุษย์ และบนถนนสายวิทยาศาสตร์กับโลกของความรัก ก็มีสิ่งหนึ่งที่คล้ายกันคือ ทั้งนักวิทยาศาสตร์และมนุษย์ชาย – หญิง ก็อยากจะมีวิถีการดำเนินงาน (สำหรับนักวิทยาศาสตร์) และวิถีชีวิตความรัก (สำหรับมนุษย์ชาย – หญิง) ที่มั่นคง มั่นใจ คือเป็นไปอย่างที่เคยเป็น...
    แต่สิ่งที่แน่นอนสำหรับถนนสายวิทยาศาสตร์และโลกของความรัก บางทีก็คือความไม่แน่นอน ซึ่งก็นำไปสู่ ‘การเริ่มต้นใหม่’
    ทว่าเรื่องการเริ่มต้นใหม่ของถนนสายวิทยาศาสตร์กับโลกของความรัก ก็มีทั้งความเหมือนและความแตกต่าง ที่มีผลต่อพัฒนาการของวิทยาศาสตร์โลก และชีวิตของมนุษย์ชาย – หญิงที่เกี่ยวข้องโดยตรง อีกทั้งสังคมด้วย โดยอาจมีผลกระทบในระดับที่อาจคาดไม่ถึง คือเรื่องความเป็นความตายของมนุษยชาติได้อีกด้วย
    อย่างไร?
    เราไปดู ‘การเริ่มต้นใหม่’ ของถนนสายวิทยาศาสตร์ก่อน
    ถนนสายวิทยาศาสตร์เริ่มต้นกับอารยธรรมของมนุษย์โบราณเมื่อประมาณหกพันปีก่อนในอดีต และทอดยาวไกลอยางยาวนานเป็นเวลาประมาณห้าพันปี ก่อนที่จะมีการเริ่มต้นใหม่ที่สำคัญคือ ความคิดความเข้าใจของมนุษย์เกี่ยวกับโลกและจักรวาล ที่เป็นภาพง่ายๆ ตรงๆ และชัดเจนว่าโลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล สรรรพสิ่งในจักรวาล ตั้งแต่ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ ดาวเคราะห์ทุกดวงและดวงดาวทั้งหมดในท้องฟ้า ล้วนโคจรเป็นวงกลมรอบโลก
    จุดเริ่มต้นใหม่สำคัญเกี่ยวกับโลกและจักรวาล เกิดขึ้นในศตวรรษที่สิบเจ็ดกับทฤษฎีความคิดใหม่ของโคเปอร์นิคัส (ค.ศ. 1473 – 1543) ว่าดวงอาทิตย์มิใช่โลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล...
    ตามมาด้วยจุดเริ่มต้นใหม่ของวิทยาศาสตร์ชีวภาพในศตวรรษที่สิบเก้ากับผลงานของชาลส์ ดาร์วิน (ค.ศ. 1809 – 1881) คือทฤษฎีวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ที่ท้าทายฝ่ายศาสนาเกี่ยวกับกำเนิดของชีวิตและมนุษย์ และทฤษฎีเกี่ยวกับยีนของเมนเดล (ค.ศ. 1822 – 1884)
    ในศตวรรษที่ยี่สิบ จุดเริ่มต้นใหม่ที่ทำให้ศตวรรษที่ยี่สิบได้ชื่อเป็นศตวรรษแห่งฟิสิกส์คือ กำเนิดทฤษฎีสัมพันธภาพของไอน์สไตน์ (ค.ศ. 1879 – 1955) คู่กับกำเนิดของทฤษฎีควอนตัม ซึ่งมีนักวิทยาศาสตร์ผู้ให้กำเนิดหลายคน ที่สำคัญคือ นีลส์ บอร์ (ค.ศ. 1885 – 1976) เวิร์นเนอร์ ไฮเซนเบิร์ก (ค.ส. 1901 – 1976) รวมทั้งไอน์สไตน์ด้วย
    กลางศตวรรษที่ยี่สิบมีจุดเริ่มต้นใหม่ของวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ปลดล็อคขีดจำกัดในการกำเนิดของสิ่งมีชีวิตข้ามสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ สัตว์หรือพืชคือ ทฤษฎีโครงสร้างดีเอ็นเอในโครโมโซมของสิ่งมีชีวิตเป็นแบบเกลียวชีวิตคู่ (Double Helix Of Life) โดยฟรานซิส คริก (ค.ศ. 1916 – 2004) กับเจมส์ วัตสัน (ค.ศ. 1916 – ปัจจุบัน) ก่อให้เกิดเทคโนโลยีการตัด – ต่อ – ดัดแปลงยีนคือพันธุวิศวกรรม (Genetic Engineering) ที่นักวิทยาศาสตร์ถูกจับตามองว่ากำลังพยายามทำตัวเป็น ‘พระเจ้า’ ผู้สร้างชีวิตแบบใหม่ใช่หรือไม่
    จากตัวอย่างการเริ่มต้นใหม่ของถนนสายวิทยาศาสตร์ ปัจจัยต้นเหตุของการเริ่มต้นใหม่ ระบุได้ชัดเจนอย่างเป็นเหตุเป็นผล (Cause And Effect หรือ Causality) ซึ่งเป็นคุณลักษณะเบื้องต้นของ ‘วิทยาศาสตร์’ ว่าล้วนมีปัจจัยต้นเหตุคือปัญหาขององค์ความรู้เก่าวิทยาศาสตร์ ไม่สามารถตอบโจทย์ใหม่หรือหลักฐานข้อมูลใหม่ของวิทยาศาสตร์ได้ ดังเช่น
    ทฤษฎีโลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาลไม่สอดคล้องกับข้อมูลหลักฐานจากการสังเกตใหม่โดยตรงอย่างละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่งและการโคจรของดวงดาวในท้องฟ้าโดยโคเปอร์นิคัส...
    หรือปรากฏการณ์เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของแสง ไม่สามารถอธิบายได้โดยความรู้ความเข้าใจในคุณสมบัติพื้นฐานของแสงแบบเก่าที่ยึดถือกันมานาน ก่อนทฤษฎีสัมพันธภาพของไอน์สไตน์ นำมาสู่ ‘การเริ่มต้นใหม่’ ของไอน์สไตน์ ที่นำความคิดใหม่เกี่ยวกับธรรมชาติของแสง มาตั้งเป็นกฎพื้นฐานของทฤษฎีสัมพันธภาพ ที่ยืนยงยาวนานมากกว่าหนึ่งร้อยปีแล้ว และยัง... หรือยิ่ง... มั่นคงอยู่ในปัจจุบัน
    แล้ว ‘การเริ่มต้นใหม่’ ของโลกชีวิตความรักล่ะ
    ถึงแม้วิถีชีวิตของมนุษย์แต่ละคนล้วนเป็นของแต่ละคนที่บ่อยๆ ก็ดูจะไม่มีความเป็นเหตุผล เพราะด้วยความเป็นปัจเจกชนของแต่ละคน ที่บ่อยๆ ก็อยู่เหนือ ‘การคาดคิด’ หรือ ‘เหตุผล’ ใดๆ รองรับ...
    แต่ในขณะเดียวกัน ความเป็น ‘สัตว์สังคม’ ของมนุษย์ และด้วยจิตสำนึกของความเป็นมนุษย์ที่ตระหนักว่า ชีวิตของมนุษย์แต่ละคน มิได้กำเนิดมาเพื่อความอยู่รอดเท่านั้น
    ดังนั้นเรื่อง ‘การเริ่มต้นใหม่’ ของชีวิตความรัก จึงมิได้อยู่เหนือ ‘ความเป็นเหตุและผล’ คือ ‘ไม่มีระเบียบแบบแผน’ ไปเสียทั้งหมด
    แล้วระบบแบบแผนของ ‘การเริ่มต้นใหม่’ ของชีวิตความรักเป็นอย่างไร
    ที่ผู้เขียนมองเห็นว่าน่าสนใจเป็นพิเศษในประเด็นเพื่อการเปรียบเทียบกับ ‘การเริ่มต้นใหม่’ ของถนนสายวิทยาศาสตร์คือ
    สำหรับชีวิตความรัก การเริ่มต้นใหม่เกิดขึ้นและจบลงภายในช่วงมิติเวลาที่ค่อนข้างสั้นและแน่นอน เพียงชั่วอายุขัยของมนุษย์แต่ละคน (ส่วนใหญ่ไม่เกินหนึ่งร้อยปี) เมื่อเปรียบเทียบกับกรณีของถนนสายวิทยาศาสตร์ที่ ‘การเริ่มต้นใหม่’ มักจะมีอายุยืนยาวต่อมาหลังอายุขัยของนักวิทยาศาสตร์ ผู้สร้าง ‘การเริ่มต้นใหม่’ นานเท่านาน ตราบจนกระทั่งถูกแทนที่ด้วย ‘การเริ่มต้นใหม่’ ที่ถูกต้องกว่า
    ผลกระทบของ ‘การเริ่มต้นใหม่’ ของชีวิตความรัก มีผลต่อคนอื่นคือสังคมด้วยเช่นกัน แต่จะถูกจำกัดอยู่ในวงสังคมที่แคบ เช่น ทายาทหรือวงศ์ตระกูลเท่านั้น แต่ในกรณีของถนนสายวิทยาศาสตร์ การเริ่มต้นใหม่มีอิทธิพลและผลกระทบต่อโลกวิทยาศาสตร์ทั้งหมด
    อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่า ‘การเริ่มต้นใหม่’ ของชีวิตความรัก จะเป็นเรื่องของมนุษย์แต่ละคนหรือคนที่เกี่ยวข้องโดยตรงไม่มากนัก และดูจะไม่มีผลต่อ ‘ความเป็น – ความตาย’ ของมนุษยชาติ...
    แต่ในขณะเดียวกัน นักวิทยาศาสตร์เป็นมนุษย์ปุถุชนคนหนึ่งเช่นกัน ผลจากชีวิตส่วนตัวดังเช่นความรัก ก็มีผลต่อความคิดและพฤติกรรมของนักวิทยาศาสตร์ด้วย ซึ่งหมายความว่า ‘การเริ่มต้นใหม่’ ของชีวิตความรักที่เลวร้ายอย่างสุดๆ ก็อาจมีผลทำให้เกิด ‘การเริ่มต้นใหม่ของโลกวิทยาศาสตร์ ที่นำไปสู่ ‘วาระสุดท้าย’ ของมนุษยชาติอย่างคาดไม่ถึงได้!’
 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);