สุขภาพสุขเพศ : น้ำหอมจิ๋ม
  
  
ColumDetail
20
สุขภาพสุขเพศ : น้ำหอมจิ๋ม
 
 

Hug magazine ปีที่ 8 ฉบับที่ 5
สุขภาพสุขเพศ : พญ.ชัญวลี ศรีสุโข


น้ำหอมจิ๋ม

น้ำหอมจิ๋ม

    สวัสดีค่ะคุณหมอ ดิฉันบังเอิญเห็นโฆษณาในเฟซบุ๊คเกี่ยวกับน้ำหอมที่ไว้สำหรับฉีดตรงอวัยวะเพศหญิงค่ะ มีหลายแบบให้เลือกทั้งแบบสำหรับวันสบายๆ หรือวันที่มีกิจกรรมกลางแจ้งหลากหลาย โดยคนขายบรรยายสรรพคุณว่านอกจากจะช่วยทำให้ตรงส่วนนั้นหอม กำจัดกลิ่นอับได้แล้วยังช่วยยับยั้งแบคทีเรียได้ด้วย แค่เช็ดอวัยวะให้แห้งหลังทำความสะอาดแล้วฉีดค่ะ
    ดิฉันใช้ห้องน้ำสาธารณะบ่อยๆ แถมยังแอบกังวลใจกับกลิ่นด้วย ก็เลยสนใจอยากทดลองใช้เพราะเห็นมีคนมารีวิวว่าได้ผลดี แต่อีกใจก็กลัวเพราะว่าฉีดเข้าไปตรงอวัยวะเพศเลย อยากทราบว่าจะมีอันตรายอะไรไหมคะ
                      ....................................................................................................
   
พญ.ชัญวลี ศรีสุโข    ตอบ กลิ่นของช่องคลอดนั้นเป็นเรื่องทุกข์ใจของผู้หญิงจริงๆ ค่ะ หลายคนที่มาหาหมอด้วยเรื่องมีกลิ่นช่องคลอดเกิดความกังวล จนเดินผ่านใครแล้วคิดว่าเขาซุบซิบนินทาตนเองเรื่องกลิ่นช่องคลอดทีเดียว
    โดยทั่วไปช่องคลอด ‘ไม่มีกลิ่น’ ค่ะ หรือบางคนที่เข้าข้างตนเอง จะบอกว่ามีกลิ่นหอมอ่อนๆ เหมือนกลิ่นตัวหลังอาบน้ำ การมีกลิ่นช่องคลอดจึงเป็นความไม่ปกติ กลิ่นช่องคลอดเกิดได้จากอิทธิพลของฮอร์โมนเพศหญิง ทำให้ช่องคลอดหนาตัวขึ้น เกิดน้ำหล่อลื่น ร่วมกับเชื้อโรคที่เข้าไปรุกราน กลิ่นที่เกิดขึ้นสามารถบอกสาเหตุ และความรุนแรงของการติดเชื้อได้คร่าวๆ ดังนี้
    1. กลิ่นอับๆ หรือกลิ่นโอ่ เป็นกลิ่นเฉพาะช่องคลอดที่คุ้นเคยกันดี ไม่เหม็นจนทนไม่ได้ คนที่เคยได้กลิ่นจะรู้ได้ทันที เพราะเป็นกลิ่นเฉพาะเหมือนกลิ่นรักแร้ หรือกลิ่นอับของเท้า
    เกิดจากสุขอนามัย เช่น อยู่ในที่อับชื้นแล้วไม่ได้อาบน้ำ สวมผ้าอนามัยเป็นเวลานานแล้วไม่ได้เปลี่ยน แบบนี้เป็นการติดเชื้อโรคธรรมดาที่อยู่ตามผิวของร่างกาย เมื่ออาบน้ำทำความสะอาดกลิ่นก็มักจะหายไป
    2. กลิ่นเหม็นเปรี้ยวๆ กลิ่นเหม็นแบบนี้ ไม่รุนแรง แต่ก็เป็นกลิ่นที่ทำให้รู้สึกไม่สบาย มักจะเป็นการติดเชื้อรา บางคนมีอาการคันร่วมด้วย
    3. กลิ่นเหม็นเค็ม หากเป็นมาก ทันทีที่เปิดผ้า จะได้กลิ่นเหมือนน้ำปลาหกราด ปลาร้า หรือปลาเค็มตากแห้ง โชยฉุนออกมา กลิ่นนี้พบได้มาก มักจะเป็นในคนที่เครียด ไม่ได้พักผ่อน ภูมิต้านทานไม่ดี มีเพศสัมพันธ์บ่อยครั้ง กลิ่นจะรุนแรงมาก หากมีเพศสัมพันธ์ จนในบางรายต้องหยุดกะทันหัน กลางคัน เพราะกลิ่นรบกวน
    สาเหตุเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียตัวร้าย มีการทำลายแบคทีเรียชนิดดี ในบางรายติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การพยายามสวนล้างทำลายกลิ่นมักไม่สำเร็จ ยิ่งสวนล้างยิ่งมีกลิ่นเหม็น เพราะกลิ่นอยู่ในเนื้อช่องคลอด การสวนล้างไม่สามารถทำลายแบคทีเรียตัวร้าย ยิ่งทำให้แบคทีเรียตัวร้ายเจริญเติบโตมากขึ้น
    4. กลิ่นเหม็นเหมือนอุจจาระ ฟังแล้วอาจไม่น่าเชื่อว่ามีใครปล่อยให้ตนเองมีกลิ่นแบบนี้ แต่มีจริงเนื่องจาก คนที่มีกลิ่นใช้วิธีสวมแผ่นอนามัยที่มีกลิ่นหอมตลอดเวลา กลบกลิ่นช่องคลอดของตนเอง จึงไม่เคยได้กลิ่นที่แท้จริงเลย สาเหตุของการเกิดกลิ่นนี้ มักเกิดจากมีเศษอุจจาระเข้าไปปนเปื้อนในช่องคอลด บางคนมีเชื้อบิดเข้าไปเดินพาเหรดเล่นภายในนั้นด้วย
    5. กลิ่นเหม็นเน่า เป็นกลิ่นที่เกิดจากมีของแปลกปลอมเข้าไปอยู่ในช่องคลอด โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ เช่น ถุงยางอนามัย หนังสติ๊ก ขอบตาแพะ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่สามีทำหลุดไว้ แต่ไม่รู้หรือไม่บอกกลัวภรรยาด่าว่า หากมีกลิ่นเช่นนี้ในเด็กเล็ก ต้องระวังว่าเด็กใส่ของเข้าไปอย่างไร้เดียงสา ซึ่งเจอตั้งแต่ลูกปัด มุก เมล็ดถั่ว เม็ดยา ของเล่น แบตเตอรี่ ฯลฯ
    6. กลิ่นเหม็นเหมือนซากศพ เป็นกลิ่นเฉพาะเจาะจง ที่สมัยก่อนแม้แต่พนักงานเข็นเปลก็รู้ว่า กลิ่นนี้เป็นกลิ่นมะเร็งปากมดลูกชนิดลุกลาม เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic bacteria) ปัจจุบันไม่ค่อยได้กลิ่นนี้แล้ว เพราะมีการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ทำให้เจอมะเร็งปากมดลูกระยะเซลล์ผิดปกติ มากกว่าชนิดลุกลาม

    คำแนะนำ เมื่อมีกลิ่นช่องคลอด คือ
    1. สำรวจ ผู้หญิงทุกคน ในทุกวัน ตอนเย็น ควรดมกลิ่นของตนเอง หากมีเด็กเล็ก ควรดมดูชั้นใน ว่ามีกลิ่นผิดปกติหรือไม่
    2. ตรวจสอบ หากมีกลิ่นต้องตรวจสอบดูเบื้องตันว่า เป็นกลิ่นที่เกิดจากอะไร ไม่ควรสวมแผ่นอนามัย หรือฉีดน้ำหอม กลบกลิ่น หากเกิดจากปัญหาสุขอนามัย การอาบน้ำ การทำให้ช่องคลอดแห้ง ไม่เปียกชื้น จะลดการการเกิดกลิ่นได้
    3. รอบคอบ หากช่องคลอดมีกลิ่นรุนแรง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ และรักษาก่อนจะสายเกินแก้ค่ะ
    สำหรับการใช้น้ำหอมสำหรับฉีดอวัยวะเพศ หรือเรียกสั้นๆว่าน้ำหอมจิ๋มนั้น ทางการแพทย์ไม่ได้ห้ามโดยสิ้นเชิง ถือว่าเป็นรสนิยมส่วนบุคคล หากใช้ในขณะที่ไม่ได้มีกลิ่นอะไร แต่หากมีกลิ่นตัว หรือกลิ่นช่องคลอด การใช้น้ำหอม จะเกิดกลิ่นหอมผสมกลิ่นเหม็นกลายเป็นกลิ่นไม่พึงประสงค์ มักเหม็นจนเวียนศีรษะ
    นอกจากนั้นหากมีเชื้อโรคชนิดต่างๆเป็นสาเหตุ การไม่แก้ไขสาเหตุ แต่แก้ไขที่ปลายเหตุ อาจทำให้โรคลุกลามจนอาจแก้ไขไม่ทัน ทั้งน้ำหอมจิ๋มนั้น บางชนิดยังโฆษณาว่าใส่สารฆ่าเชื้อโรค หรือยับยั้งแบคทีเรีย ซึ่งอาจเกิดอันตรายมากกว่าไม่ใส่ นอกจากทำลายแบคทีเรียชนิดดี ทำให้เกิดช่องคลอดอักเสบ
    เพราะแบคทีเรียตัวร้ายเพิ่มจำนวนขึ้น ต้องระวังพิษของสารฆ่าเชื้อโรค ซึ่งอาจจะพบในภายหลัง ดังตัวอย่าง เหตุการณ์ใน สมัย ค ศ. 1937 – 1972 มีการใช้สารยับยั้งแบคทีเรียชื่อ เฮ็กซ์สะโคโรฟีน (Hexachlorophen) ใช้ทำความสะอาดผิวทั่วไป โดยไม่ทราบว่าสารนี้สามารถดูดซึมเข้าไปในร่างกายทำลายระบบประสาท ทำให้เกิดโศกนาฏกรรม ที่บันทึกในประวัติศาสตร์มีทารกเสียชีวิตถึง 20 คน เพราะใช้แป้งที่มีสารนี้ผสม
    จากเหตุผลทางการแพทย์ น้ำหอมจิ๋มจึง เป็นสิ่งที่ ผู้หญิงไม่ควรทำกับช่องคลอดของตนเอง นอกจากนั้นผู้หญิงไม่ควรทำอีกสามสิ่งนี้กับช่องคลอดตนเองค่ะ
    1. สวนล้างช่องคลอดบ่อยๆ เพราะการสวนล้างไม่สามารถทำให้ช่องคลอดสะอาดได้ กลับทำให้แบคทีเรียชนิดดีตาย เพิ่มแบคทีเรียตัวร้าย ช่องคลอดอักเสบมีกลิ่นเหม็น
    2. กระชับช่องคลอดด้วยยาสอดหรือการยิงเลเซอร์ เพื่อทำให้ช่องคลอดคับ อาจเกิดการทำลายเยื่อบุช่องคลอด เกิดแผลเป็น เกิดการอักเสบ เกิดความเจ็บปวดเวลามีเพศสัมพันธ์
    3. ผ่าตัดตกแต่งแคมเล็ก เพราะมีขนาดใหญ่ หรือไม่เท่ากัน ธรรมชาตินั้นสร้างมาเหมาะสมดีแล้ว แคมเล็กมีเส้นประสาทมาเลี้ยงมาก การตกแต่งแคมเล็ก ทำให้เกิดแผลเป็นอาจมีปัญหาเมื่อมีเพศสัมพันธ์

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);