กว่าจะรักกันได้ : กว่าจะเจอคนที่ใช่ เจมส์ - เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ & ก้อย - นัชชา แดงงาม
  
  
ColumDetail
19
กว่าจะรักกันได้ : กว่าจะเจอคนที่ใช่ เจมส์ - เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ & ก้อย - นัชชา แดงงาม
 
 

HUG Magazine ปีที่ 8 ฉบับที่ 5
กว่าจะรักกันได้ : สิริลักษณ์ ลีวิวัฒนาวงศ์ ภาพ: วีวี่


เจมส์ - เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ & ก้อย - นัชชา แดงงาม

กว่าจะเจอคนที่ใช่
เจมส์ - เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ & ก้อย - นัชชา แดงงาม

    เมื่อเดือนที่แล้วเราได้เห็นผู้ชายคนนี้กลับมาอีกครั้งในคอนเสิร์ต The next venture กับผู้ชายคนนี้ ‘เจมส์ - เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์’ซึ่งต่อไปเราจะได้เห็นหน้าคาตาเขาอีกแน่นอนจากละครเรื่องบาปบรรพกาล ทางช่อง 8 เขากลับมาครั้งนี้ยังพ่วงมาด้วยตำแหน่งเข้าบ่าวป้ายแดงที่เพิ่งได้รับพระราชทานสมรส กับคุณครูสาว ‘ก้อย - นัชชา แดงงาม’ทั้งคู่จะมาเล่าเรื่องราวความรักที่กว่าจะได้มาเป็นคนที่ใช่ของกันและกัน

เจอกันได้อย่างไร

    เจมส์ : เราเจอกันที่จังหวัดนครศรีธรรมราชนี่แหละครับ ผมไปทำงานที่นั่นแล้วไปเจอครูก้อยโดยบังเอิญที่ล้อบบี้โรงแรมแห่งหนึ่ง
    ก้อย : เพราะจะไปฟิตเนตที่นั่นประจำค่ะ แล้วบังเอิญคนที่พี่เจมส์นั่งคุยอยู่เขาเป็นผู้ปกครองของนักเรียน ก้อยเดินผ่านเขาก็ทัก เลยได้มีโอกาสหยุดทักทาย แล้วก็ได้ถ่ายรูปคู่กับพี่เจมส์ (ยิ้ม)
    เจมส์ : ซึ่งต้องเท้าความว่าก้อยก็แอบชื่นชมผม (ก้อย : ไม่ได้แอบหรอกก็ชัดเจน) แอบชัดเจนในการชื่นชมพี่เจมส์ เรืองศักดิ์มาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว แล้วมีโอกาสได้เจอเลยขอถ่ายรูปขอลายเซ็น
ความรู้สึกครั้งแรกที่เจอ
    เจมส์ : ผมบอกก้อยเสมอว่า ‘เพิ่งเข้าใจคำว่ารักครั้งแรกมันเป็นยังไง’ คือเป็นความรู้สึกเหมือนคนที่ฟ้าส่งมาให้ มันไม่มีความรู้สึกแบบนี้กับคนอื่นๆ จะมีคนคนเดียวเท่านั้นที่เรารู้สึกแบบนี้ ซึ่งมันต่างจากความรู้สึกชั่ววูบที่ไปเจอผู้หญิงสวยเราปิ๊ง นี่มันเป็นอีกความรู้สึกหนึ่งซึ่งผมเชื่อว่าคนที่กำลังจะแต่งงานหรือคนที่เป็นเนื้อคู่ เขาจะเคยเจอความรู้สึกนี้ แต่ถ้าพูดกับคนที่ไม่เคยเจอความรู้สึกนี้ก็จะไม่เข้าใจ
    ก้อย : พี่เจมส์เขาอยู่ในใจเราอยู่แล้ว 17 ปี แล้ว ก้อยเคยติดรูปเขาในห้องนอน แต่ปัจจุบันไม่มีเพราะเราย้ายบ้านแล้ว (เจมส์ : คือเปลี่ยนรูปนักร้องไปแล้ว 14 คน) (หัวเราะ) นี่เรื่องจริงไม่เคยติดรูปใครเลย ก็ชอบเขาอยู่แล้ว แต่ที่ชอบเขานี่ไม่ได้เพลงหรืออะไร ชอบที่เขาให้สัมภาษณ์อะไรแบบนี้ แบบเหมือนเรารู้จักเขามาเป็น 10 ปี รู้หมดว่าเขาได้รางวัลอะไร แล้วเหมือนเรารู้ถึงนิสัยเขาเลย อาจจะคิดเองก็ได้ แต่เหมือนเรารู้
    เจมส์ : แถวบ้านเรียกว่าจิ้น (หัวเราะ)
    ก้อย : เราก็มโนไปว่าเขาเป็นแฟนเราตั้งแต่เด็กๆ (หัวเราะ) พอได้รู้จักจริงๆ มันก็ไม่ได้เหมือนกันเป๊ะนะ เพราะที่เราจิ้นไปมันก็คือซุป’ตาร์ แต่คือตัวจริงของเขา เป็นคนที่เป็นสุภาพบุรุษ เขาเป็นคนเทคแคร์ ถือของให้ เปิดประตูรถ ก่อนจะบินเขาก็กอด คือสไตล์เขาเป็นแบบนั้น เป็นพระเอก

สานต่อความสัมพันธ์
    เจมส์ : วันนั้นก็มีการแลกการติดต่อ แลกไลน์กันครับ
    ก้อย : ตอนนั้นที่ถ่ายรูปเขาบอกว่า ‘พี่อยากได้รูปด้วยจะทำยังไงดี’ ก็เลยขอไลน์เรา เพราะก็นั่งกับคนอื่นด้วย เลยแบบมีชั้นเชิงนิดนึง ก็ให้ไลน์เขาไป
    เจมส์ : สิ่งที่ผมตั้งเป้าไว้ก็คือ ทำยังไงก็ได้ให้ผู้หญิงคนนี้รู้จักผมมากว่าคำว่าเป็น เจมส์ เรืองศักดิ์ ก็พยายามหาทุกวิธีทางให้เขาเห็นเรามากกว่านี้ อย่าตัดสินจากคำว่าเป็นดารานักร้อง บางคนจะใช้คำคำนี้ตัดสิน ว่าต้องเจ้าชู้แน่ ต้องไม่ลงหลักปักฐานกับใครแน่ๆ เราก็เลยพยายามส่งข้อความหาเขา พยายามหาเหตุที่จะไปเจอให้ได้ ลงใต้บ่อยมาก
    ก้อย : มีงานที่ใต้ตลอด เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีเนอะ (หัวเราะ) ตอนแรกก้อยก็ไม่เชื่อว่าเขาจะจริงจังนะ เหมือนที่พี่เจมส์พูด เราก็มองเขาว่าเป็นดารา ตอนแรก 2 เดือนยังไม่คุย ไม่ตอบไลน์เลย
    เจมส์ : ตัวผมลึกๆ มั่นใจว่าไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่เขาต้องตอบไลน์ เขาต้องคุย เหมือนกับสวรรค์จัดเรียงมาแล้วละ มันหลีกไม่พ้นหรอก (หัวเราะ) เรารู้สึกว่าถ้าบางสิ่งบางอย่างส่งมาในจังหวะที่ใช่แล้ว ยังไงก็ต้องวนกลับมา ยังไงก็ต้องเป็นคู่กับเรา ผมคิดแบบนี้นะว่า บางครั้งมันเหมือนถ้าเป็นสวรรค์ส่งมา ก็ส่งมาให้ต่างคนต่างไปเจอประสบการณ์ชีวิตมาก่อน

เจมส์ - เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ & ก้อย - นัชชา แดงงามประสบการณ์สอนความรัก
    เจมส์ : ถ้าเขาไม่เคยผ่านประสบการณ์ชีวิตแบบนั้น ก็อาจจะไม่มาลงตัวกันเหมือนวันนี้ เราต่างคนต่างผ่านช่วงชีวิตที่สอน เรารู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควรในชีวิตคู่ ต้องขอบคุณประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาทั้งหมด ผล 100 เปอร์เซ็นต์ที่กับก้อยรวมตัวกันได้ มันเป็นสิ่งที่เขาเรียกว่าจังหวะชีวิต ดีใจที่มาเจอกันในจังหวะนี้ ถ้าก่อนหน้านี้ก็ไม่ดี มันก็เหมือนม้าพยศที่ยังไม่เหนื่อย ยังบู๊ได้อยู่ หลังจากนี้ก็ไม่ดี ถ้าช้ากว่านี้อาจจะเบนเข็มแล้วนะ ไม่ใช่เบนเปลี่ยนเพศนะ (หัวเราะ) แต่อาจจะใช้ชีวิตอีกแบบ อาจลั้นลาแล้ว เพราะเลยจุดที่อยากใครสักคนไป ถ้าเจอก่อนหน้านี้

ความเหมือนและความต่าง
    เจมส์ : ผมว่าทัศนคติใกล้เคียงนะ เป็นคนที่พร้อมปรับตัว เรียนรู้อะไรที่ทำให้ชีวิตคู่เรามีความสุข พร้อมเข้าใจ ไม่ดื้อดึง
    ก้อย : เราพร้อมที่จะสร้างอยู่ตลอด ไม่ใช่ว่าเรามีความรู้สึกดีๆ ตอนนี้แล้วจะใช้แค่ความรู้สึกดีๆ มันก็หมด เราคิดว่าจะสร้างความรักมาตลอด แล้วก็ที่เหมือนกันคือเราเป็นคนที่รักครอบครัวแล้วอยากสร้างครอบครัวของเราให้เป็นครอบครัวที่มีความสุข เรื่องอาหารก็เหมือนกันชอบกินขนมจีน ชอบกินแกงใต้ ชอบร้องเพลง เหมือนกัน ว่างๆ ก็มานั่งเล่นกีตาร์กัน
    เจมส์ : อีกอย่างที่ผมว่าเหมือนกันนะคือ พูดโลจิก พูดตรรกะเหมือนกัน เขาเป็นครูวิทยาศาสตร์ แล้วผมเป็นคนที่คิดอะไรเป็นเหตุเป็นผล คนอื่นไม่ค่อยเข้าใจนะบางที
    ก้อย : เราเรียนวิทยาศาสตร์ แต่เขานี่คิดเป็นเหตุเป็นผลเลย เราเลยไม่มีจังหวะที่ทะเลาะกันจนเป็นระเบิด คุยด้วยเหตุผล
    เจมส์ : เมื่อไรที่เป็นเหตุผลแล้วจะมีอารมณ์ คนทะเลาะกันด้วยอารมณ์  ดูกันที่เหตุผล ก็ยอมรับความจริงซึ่งกันและกันเท่านั้นเอง

มั่นใจได้อย่างไร
    ก้อย : กว่าจะมั่นใจก็ใช้เวลาหลายเดือนค่ะ แรกๆ เราไม่ค่อยได้เจอ มีคุยกันทางไลน์บ้าง เวลาที่เขาพูดจาเป็นคนที่พูดอะไรแล้วมั่นคงเขาพูดอะไรที่ดูเป็นหลักเป็นฐาน เป็นหลักการ เขาอยากมีชีวิตคู่นะ มีลูกอยากแต่งงาน เขาจะวางแผนอนาคตให้เราฟัง ตอนนั้นก็ยังไม่เชื่อเขา 100 เปอร์เซ็นต์ จนรู้จักกันมาเกือบปี  เขาได้เจอกับแม่แล้วพูดแบบนี้ให้แม่ฟัง เราก็เอ๊ะ! เขาไม่ได้พูดแค่ให้เราฟัง แต่ให้แม่ฟัง เลยมั่นใจมากขึ้น
    เจมส์ : ผมรู้อยู่แล้วนะว่าเขาไม่ค่อยมั่นใจ เพราะการที่เขาตัดสินใจเอาชีวิตตัวเองมาให้กับใคร ก็ต้องคิดเยอะแน่นอน ผมเองก็อยู่ในวงการที่มีเรื่องราวเยอะแยะมากมาย เขาก็ต้องลังเลสงสัยเป็นธรรมดา ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะเติมข้อมูลให้เขา ถ้าเขาเห็นมากขึ้นเท่าไรความลังเลมันก็จะลดลงเรื่อยๆ แค่นั้นเองครับ ผมแค่ต้องทำให้เห็นแล้วก็เร็วที่สุดด้วย

ขอแต่งงาน

    ก้อย : ตอนนั้นไม่คิดว่าเขาจะขอแต่งงานนะคะ เพราะที่บ้านก็เพิ่งจะโอเคให้เราคบกันอย่างจริงจัง ตอนเดือนพค. พอเดือนต่อมาเขาก็ขอแต่งงานเร็วมากไม่ได้ตั้งตัว (ยิ้ม) เขาพูดด้วยคำธรรมดา แต่สีหน้าแววตา ความรู้สึกทำให้ก้อยจำไม่ลืม เราคุยกันว่าเมื่อก่อนเรายังจูนกันไม่ค่อยได้ เหมือนคุยกันคนละเรื่อง เขาก็ถามว่าแล้วตอนนี้จูนติดรึยัง ก้อยก็บอกว่าจูนติดแล้ว เขาก็บอกว่าถ้าจูนติดแล้วแต่งงานกับเขาไหม
    เจมส์ : ดอกไม้สักช่อ แหวนอะไรก็ไม่มีเลย (ก้อย : เหมือนเขาไม่ได้ตั้งใจ) ความพิเศษมันอยู่ที่ความจริงของคำพูดมากกว่าของที่ปรุงแต่งด้วยดอกไม้ ด้วยอะไรนอกกาย สิ่งที่พิเศษที่สุดวันนั้นคือ ผมตัดสินใจให้พันธสัญญาว่า ชีวิตของเจมส์ เรืองศักดิ์ 30-40 ปีที่เหลือจะให้คุณแล้ว... ผมพูดดีไหมครับ (หัวเราะทั้งคู่) ตอนขอผมตั้งใจขอนะ แต่ไม่ได้ตั้งใจจะขอแต่งงานวันนั้น มันเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นเดี๋ยวนั้นเลย เกิดขึ้นหลังจากที่ดื่มไปแล้ว 1 ขวด (หัวเราะ) ล้อเล่นๆ ตอนนั้นอารมณ์มันเหมือนเอ่อล้น ความรู้สึกว่าถ้าไม่ขอวันนี้ไม่รู้ว่าชีวิตนี้อนาคตจะเปลี่ยนแปลงไปยังไง ต้องวันนี้แหละ

เจมส์ - เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ & ก้อย - นัชชา แดงงาม

ส่งเสริมอารมณ์ด้านบวก

    ก้อย : พี่เจมส์เป็นคนใจเย็นมาก เราก็ผู้หญิงมีขึ้นมีลงบ้าง เขาจะเป็นคนที่สอนเรื่องของอารมณ์ การปรับความคิด เวลาที่เราจะปรี๊ดก็ลงอย่างรวดเร็ว เราเลยไม่มีการทะเลาะกันแรงๆ
    เจมส์ : คู่รักต้องมาเซ็ตกันก่อนว่า เรามีมุมมองกับอีกฝ่ายอย่างไร ถ้าเรามีกระดานในหัวว่าเป็นลบ คุณต้องต่อยอดอีกเยอะ แต่ถ้ากระดานในหัวเป็นบวก เมื่อใครพูดอะไรมาเราก็สามารถตีความได้หมด ไม่จำเป็นต้องทะเลาะกัน
    ก้อย : เขามักจะบอกเรื่องการตีความตลอด เช่น โทรไปแล้วเขาไม่ได้รับโทรศัพท์ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราจะคิดแล้วทำไมไม่รับ เขาบอกว่าต้องมีระดานบวกก่อน แล้วไม่รับโทรศัพท์คือไม่รับ ถ้าเขารับได้เขาก็จะโทรกลับมา หรือถ้าตีความก็ในเชิงบวก เขาทำงานรับไม่ได้อะไรแบบนี้
    เจมส์ : ชีวิตคู่เมื่อไรที่มีสติเราก็ไม่ต้องนั่งปวดหัว เราไม่ได้ใช้ชีวิตคู่แบบเคร่งเครียดจนไม่มีความสุข ไม่มีอารมณ์ความรู้สึกไม่ใช่นะ เพราะอารมณ์ความรู้สึกเป็นเรื่องสำคัญของชีวิตคู่ มันทำให้เรามีความสุข แต่เราต้องมีสติในการเลือกเสพอารมณ์
    ก้อย : เขาสอนนะ ช่วงเรามีความสุขก็เสพเยอะนิดนึง แต่ถ้าเริ่มกังวลสงสัย
    เจมส์ : อันนั้นต้องเริ่มใช้สติ ต้องใช่เหตุและผลมาฆ่าอารมณ์ แต่ตอนที่มีอารมณ์ความรักอะไรไปให้สุดเลยครับ แต่ถ้าเริ่มมโนนั่นนี่แล้วต้องเอาสติมาฆ่า
    ก้อย : เขาเป็นคนมีความมั่นคงทางความคิดมากจนก้อยเปลี่ยนไปเลย คุยกับเขา เราไม่มีมโน เพ้อเจ้อ ดราม่า ทั้งที่แต่ก่อนเราก็มีตามประสาผู้หญิง แม้เราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวัน ต่อให้วันหนึ่งไม่โทรหากันเลย ไกลกัน ก็ไม่มีปัญหา เพราะเราอยู่ได้ด้วยความรู้สึกนั้น ไม่ระแวง เชื่อใจ
    เจมส์ : ถ้าถาม ผมไม่เคยรู้สึกห่างกันเขานะ ด้วยใจบวกกับเทคโนโลยี สื่อสารกันตลอด
    ก้อย : เหมือนเราไปออกกำลังกาย หรือไปหาแม่ แล้วค่อยกลับไป

เวลาสำคัญไหมกับการเรียนรู้
    เจมส์ : เวลาอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องมีคุณภาพด้วย คนบางคนคบกัน 5 แต่ในเรื่องเวลาไม่มีคุณภาพ แค่อยู่ด้วยกัน เป็นแฟนกัน 5 ปี 10 ปี แต่ไม่ลึกซึ้งในคุณค่า แต่ของเรา 1 ปี เป็นช่วงที่มีคุณภาพมากครับ
    ก้อย : เวลาที่เราคบกันเหมือนน้อยนะคะ เพราะไกลกันแล้วช่วงแรกเจอกันน้อยด้วย เจอกันอาจจะแค่ทานข้าว แต่อาจจะด้วยสิ่งที่เราสื่อสารมันตรง ไม่ใช่แบบต้องกั๊กอันนี้ไว้ หรือต้องลองดู ทำให้ไม่มีการสร้างภาพ เป็นตัวของตัวเอง แล้วพร้อมที่จะปรับ คิดว่าใช่แล้ว หากหาทางที่ปรับเป็นหนทางที่เราเดินไปด้วยกัน เราจะไม่เสียเวลาที่มางอนมาง้อ แล้วแยกย้ายกันไปตามทิฐิของตนเอง ถ้าเราจะสร้างชีวิตคู่ด้วยกัน คุยกันให้เสร็จแล้วเดินกันต่อ เลยคุยกันก็จบ

เจมส์ - เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ & ก้อย - นัชชา แดงงามแผนการในอนาคต
    เจมส์ : วางว่าจะจัดงานแต่งงานปลายปีนี้ เพิ่งคุยเองว่าแต่งงานแล้วอยากเที่ยวเก็บประเทศให้ครบทั้งโลก เขาอยากเที่ยว เดือนละประเทศ แล้วก็สร้างบ้าน คิดว่าใน 5 ปีนี้อาจจะทำงานอีกสัก 2 ปี แล้วไปเที่ยวช่วยเหลือผู้คน ทำสาธารณะประโยชน์
    ก้อย : แต่ถ้าเป็นแม่ลูกอ่อนก็จบนะ (หัวเราะ)

คำพูดนี้ให้กันและกัน
    เจมส์ : ก็ไม่หยุดที่จะสร้างให้กันตลอดไป ไม่ว่าจะมีลูกกี่คนก็แล้วแต่ ผมบอกเลยว่าวันนี้ผมไม่ได้แต่งงานกับครูก้อย แต่แต่งงานกับจิตวิญญาณของเขา กับตัวเขา กับตัวตนของเขา ไม่ได้แต่งงานกับรูปร่างหน้าตาของเขา เพราะฉะนั้นผมก็อยู่คู่กับสิ่งนี้ ไม่ว่าเขาจะเปลี่ยนไปยังไง สังขารร่วงโรย แต่ถ้ายังเป็นจิตวิญญาณเดิม ตัวตนเดิม ผมก็เหมือนเดิม ผมแต่งงานกับสิ่งนั้น... ผมพูดดูหล่อไหมครับ (หัวเราะ)
    ก้อย : เขาพูดอย่างนี้อยู่แล้ว เหมือนกันก้อยตั้งใจที่จะสร้างคือ มี Willing มีความตั้งใจยังไงก็ไม่หลง ถ้ามีความตั้งใจก็จะไม่หลง (เจมส์ : Willing กับ Feeling ต่างกันยังไงครับ) ก็ Feeling เกิดขึ้นมาเป็นความรู้สึกรัก มันอาจจะหมดได้ แต่ถ้า Willing เราตั้งใจแล้ว หมด เราก็สร้างขึ้นมา (เจมส์ : สวยมากเลย) ก็เป็นว่า ความรักมันเกิดมาจาก Willing กับ Feeling แต่การที่เราจะอยู่เป็นครอบครัวได้ยั่งยืนและยาวนาน คนเราต้องมี Willing ด้วย คู่กันไป Feeling ก็ต้องเติมนะ จาก Willing ที่ตั้งใจจะเติม (เจมส์ : โอ้... ดีครับ)

    บางครั้งกว่าที่เราจะได้เจอคนที่ใช่ ก็อาจจะต้องใช้เวลา เหมือนดงค่รักคู่นี้ ที่ต้องผ่านช่วงเวลาและประสบการณ์ต่างๆ จนในที่สุด ก็ได้เจอ ‘คนที่ใช่’ ¬ที่จะอยู่คู่กันไปจนตลอดชีวิต

ขอขอบคุณสถานที่ : Life @Ratchada – Huai Khwang


 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);