เรื่องเล่าสะใภ้ญี่ปุ่น : ความลำบาก ‘ในประเทศญี่ปุ่น’
  
  
ColumDetail
07
เรื่องเล่าสะใภ้ญี่ปุ่น : ความลำบาก ‘ในประเทศญี่ปุ่น’
 
 

HUG Magazine ปีที่ 8 ฉบับที่ 4
เรื่องเล่าสะใภ้ญี่ปุ่น : สุโดว์


ความลำบาก ‘ในประเทศญี่ปุ่น’

ความลำบาก ‘ในประเทศญี่ปุ่น’

    ที่จริงญี่ปุ่นเป็นประเทศที่สะดวกสบายมาก มีทางเดินสำหรับคนพิการ ทางลาดสำหรับคนที่ต้องนั่งรถเข็น คุณจะเห็นคนพิการไปไหนมาไหนเองได้จนแทบตกใจ (แบบว่า เฮ้ย! ครอบครัวกล้าปล่อยให้มาเองได้อย่างไรกัน นี่ไม่มีญาติคอยดูแลเลยหรือไง) ผู้พิการทางสายตาเดินเคาะทางเดินสำหรับคนพิการตามทางเท้าได้ราบรื่นมากไม่มีตกหลุมตกบ่อแบบทางเดินบ้านเรานะ
    แม้แต่พวกตู้ขายเครื่องดื่มอัตโนมัติ ตรงที่หยอดเหรียญยังออกแบบไว้ที่ความสูงระดับคนนั่งรถเข็นหยอดเหรียญเองได้ด้วย ไม่ต้องเอื้อมค่ะ (มีแต่คนปกติอย่างเราต้องย่อหยอดเหรียญนิดหน่อย) ตอนแรกก็บ่นในใจว่าทำไมตู้นี้มันเตี้ยจัง พอรู้เหตุผลทำให้ประทับใจมากค่ะ ส่วนอากาศก็ดี พอถึงฤดูใบไม้ผลิ ซากุระก็บานสวยงามชมพูทั้งถนน ชีวิตดี๊ดีแฮปปี้ปรีดา
    วันนี้ลองมาอ่านประสบการณ์ลำบากที่ญี่ปุ่นของเราบ้างละกันนะคะ
    ขอเล่าตั้งแต่จดทะเบียนสมรสกับคนญี่ปุ่นเลยนะคะ (เริ่มจากจดทะเบียนสมรส สงสัยเล่ากับ 10 กว่าตอนยังไม่หมดความลำบากนะคะ) จดทะเบียนสมรสกับชาวญี่ปุ่น ไม่ยากมาก แต่เอกสารเยอะ และเอกสารบางตัวต้องแปลให้เป็นภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่น และต้องมีตรารับรองจากกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศไทย (อ่านมาถึงจุดนี้ เริ่มบ่นในใจแล้วค่ะ จะเยอะไปไหน แล้วไอ้กองสัญชาตินั่นอยู่ที่ไหนล่ะนี่)
    การจดทะเบียนสมรสแบ่งเป็นสองกรณีให้เลือกอีกค่ะว่าเราจะจดแบบไหน แบบกรณีแรกยื่นจดทะเบียนสมรสที่ประเทศญี่ปุ่นก่อนแล้วแจ้งที่ประเทศไทยภายหลัง หรือกรณียื่นจดทะเบียนสมรสที่ประเทศไทยก่อนแล้วแจ้งที่ประเทศญี่ปุ่นภายหลัง เอกสารและขั้นตอนไม่เหมือนกันค่ะ
    ของเราจดที่ประเทศญี่ปุ่นก่อน แล้วเอาเอกสารจากญี่ปุ่นมาแปล แล้วค่อยไปยื่นที่ประเทศไทย การจดทะเบียนสมรสที่ประเทศญี่ปุ่น ตัวเราเองไม่ต้องไปก็ได้ค่ะ ตอนนั้นให้สามีเป็นคนไปยื่นเอกสารให้ทุกอย่าง (ส่งเอกสารกันไปมา ไปรษณีย์ได้กำไรกันไปค่ะ)
    เอกสารต่างๆ ดูได้ที่เว็บสถานทูตญี่ปุ่นค่ะ มีอธิบายไว้ละเอียดแล้ว แต่มีเอกสารอยู่ตัวนึง ถ้าไม่ได้แต่งงานกับคนต่างชาติอาจจะไม่รู้ว่ามันมีเอกสารนี้อยู่ด้วยเหรอ นั่นคือ ‘ใบรับรองความเป็นโสด’ ค่ะ ขอได้ที่สำนักงานเขตนะคะ ไม่ก็กำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้ออกให้ค่ะ ตอนไปขอต้องเอาพยานไปด้วยนะคะ มายืนยันว่าเรานะโสดจริงนะ ไม่ได้จะไปจดทะเบียนสมรสซ้ำซ้อนนะ เจ้าหน้าที่สัมภาษณ์เราแป๊ปๆ ก็ออกใบรับรองความเป็นโสดให้ค่ะ

ความลำบาก ‘ในประเทศญี่ปุ่น’

    ใครกำลังศึกษาการจดทะเบียนสมรสที่ประเทศญี่ปุ่น ให้ถามที่ว่าการเขตหรืออำเภอที่ญี่ปุ่นก่อนนะคะว่าใช้เอกสารอะไรบ้าง เท่าที่เคยศึกษาและถามไถ่ผู้มีประสบการณ์การจดทะเบียน (หญิงไทยใจกล้าที่ญี่ปุ่นทั้งหลายค่ะ) แต่ละเขต เอกสารไม่ค่อยจะตรงกันเท่าไหร่ บางเขตไม่ขออะไรเพิ่มเลย บางเขตละเอียดถี่ยิบค่ะ
    พอได้ทะเบียนสมรสจากญี่ปุ่นมาแล้ว ก็เอามาแปลเป็นภาษาอังกฤษ และอย่าลืมเอาไปให้กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศไทย ปั้มตราว่าแปลถูกต้องนะ แล้วค่อยเอาไปยื่นที่ว่าการเขตหรืออำเภอ ของประเทศไทยเพื่อแจ้งการสมรสด้วย ไม่จำเป็นต้องไปยื่น ณ ที่ว่าการเขตหรืออำเภอที่เรามีทะเบียนบ้านอยู่ก็ได้ แต่ต้องเปลี่ยนคำนำหน้า เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนบัตรประชาชน ทำโน้นนี่นั่น จัดไปที่เขตที่เราอยู่ ดีเป็นที่สุดค่ะ
    สมัยนี้ประเทศไทยจดทะเบียนสมรสแล้วใช้นางสาวต่อไปได้นามสกุลก็ไม่ต้องเปลี่ยน แต่เพื่อความสะดวกและน่าเชื่อถือ เปลี่ยนเป็น ‘นาง’ น่าจะดีกว่า เปลื่ยนนามสกุลเป็นนามสกุลสามีด้วยค่ะ (อันนี้ความเห็นส่วนตัวนะคะ) เพราะว่าเดี๋ยวเราต้องเอาเอกสารสมรสและพาสปอร์ตใหม่ (ที่เปลี่ยนเป็นนามสกุลญี่ปุ่นแล้ว) เอาไปขอวีซ่าอีกค่ะ (นี่เมื่อไหร่จะได้ไปอยู่ที่ญี่ปุ่นสักทีเนี่ย) เจ้าหน้าที่ที่ญี่ปุ่นจะได้เข้าใจง่ายๆ ว่าจดทะเบียนสมรสเรียบร้อยแล้วจริงๆ นะ ไม่ต้องมาอธิบายเยอะๆ ต่อว่าทำไมคำนำหน้าและนามสกุลไม่เปลี่ยน
    ส่วนเรื่องวีซ่า เราไปขอวีซ่าที่ประเทศญี่ปุ่นค่ะ ตอนแรกเข้าประเทศญี่ปุ่นด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว สามารถอยู่ได้ 1 เดือนตามระยะเวลาของวีซ่า พอมาถึงญี่ปุ่นแล้วรีบเลยค่ะ ให้สามีจัดเอกสารรับรองต่างๆ และเอกสารของตัวเราที่เราเตรียมไปจากประเทศไทย รีบไปยื่นขอเปลี่ยนวีซ่าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองค่ะ แรกๆ ก็ได้ระยะแค่ 1 ปี ต่อวีซ่ามาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งล่าสุดเพิ่งจะได้ระยะเวลา 3 ปีค่ะ (ดีใจมากได้อัพเกรด)
    เมื่อได้วีซ่าแล้วเราจะได้ทำบัตรประจำตัวชาวต่างด้าวที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นด้วย คิดๆ แล้วเหมือนบัตรประชาชนของไทยนี่แหละค่ะ เรียกว่า ‘ไซริวการ์ด’ หรือ RESICENCE CARD บันทึกข้อมูลเราไว้ทุกอย่างเลยค่ะ ชื่อ วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ วีซ่าประเภทอะไร ระยะวีซ่าถึงเมื่อไหร่ ใบนี้เก็บพกติดตัวตลอดเวลาค่ะ ตำรวจสามารถเรียกดูได้ ถ้าเราทำหน้าทำตา ท่าทางมีลับลมคมใน ตำรวจญี่ปุ่นขอดูแล้วถ้าไม่มีให้เขาดู เรื่องมันจะยาวค่ะ
    เท่าที่เราเคยอยู่ญี่ปุ่นมา (ตั้งแต่สมัยมาเรียนต่ออยู่ 3 – 4 ปี) ไม่เคยโดนเรียกตรวจนะคะ แต่มีเพื่อนเคยโดนขอดูบ้าง ยังไงพกไว้สบายใจค่ะ และใบนี้ใช้ติดต่อราชการ เปิดบัญชีธนาคาร ทำใบขับขี่ ใช้บัตรนี้ยืนยันตัวค่ะว่าเราตัวจริงนะ ถ้าย้ายบ้านก็ต้องไปแจ้งเปลี่ยนที่อยู่ เขาก็จะบันทึกไว้หลังบัตรว่าย้ายไปไหน
    เอกสารที่จำเป็นต่อชีวิตในญี่ปุ่นมีอีกสิ่งค่ะ ปีนี้ญี่ปุ่นเพิ่งจะมี ‘MY NUMBER’ เป็นตัวเลขประจำตัวของคนที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นค่ะ คนญี่ปุ่นไม่มีบัตรประชาชนค่ะ จะยืนยันตัวเองก็ใช้ใบขับขี่บ้าง ใครไม่ขับรถก็ใช้ใบประกันสุขภาพบ้างหรือไม่ก็พาสปอร์ตค่ะ ทีนี้รัฐบาลเลยให้มีเลขประจำตัว เหมือนเลขประจำตัวประชาชนของไทยนี่แหละค่ะ แต่ละคนให้จำเลขนี้ไว้นะ ต่อไปนี้เคาะตัวเลขปุ๊ป ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเราจะออกมาหมดเลยค่ะ กระทั้งข้อมูลเสียภาษี นี่กำลังถกเถียงกันเรื่องข้อมูลเงินเดือน เงินฝากจะใส่เข้าไปด้วย ใครแอบมีบัญชีลับนี่ต้องหาวิธีซ่อนกันใหม่ค่ะ
    ส่วนใครอยากมีบัตรก็ไปถ่ายรูปเอง เอารูปมายื่นขอทำบัตรอีกค่ะ (ต้องไปถ่ายรูปเองนะคะ ไม่มีการถ่ายให้เหมือนของไทยค่ะ) แต่บัตรนี้ไม่บังคับว่าต้องทำทุกคนนะคะ เราเองก็ยังไม่ได้ทำ เพราะว่า (เขากลัวกัน) ว่าข้อมูลส่วนตัวของเราจะรั่วไหล (คนญี่ปุ่นความเป็นส่วนตัวสูงค่ะ) ก็เลยยังไม่ได้ทำ จนกว่ารัฐบาลจะประกาศว่า ‘ต้องทำทุกคน’ ถึงจะทำค่ะ
    สรุปละกันว่าอยู่ญี่ปุ่น สบายก็เยอะ ลำบากก็แยะ ปนๆ กันไปค่ะ
 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);