เรื่องเด่นประจำฉบับ : ไม่ผิดที่รักแต่ผิดที่ ‘เลือก’
  
  
ColumDetail
07
เรื่องเด่นประจำฉบับ : ไม่ผิดที่รักแต่ผิดที่ ‘เลือก’
 
 

 ปีที่ 8 ฉบับที่ 4
เรื่องเด่นประจำฉบับ : คนแคระทั้งเจ็ด


ไม่ผิดที่รักแต่ผิดที่ ‘เลือก’

ไม่ผิดที่รักแต่ผิดที่ ‘เลือก’

    ไม่ว่าใครก็อยากมีความรัก และไม่ได้หวังจบอยู่เพียงการมีความรักให้ใครสักคน แต่หวังว่าความรักนี้จะสวยงาม ประสบผลสำเร็จ แฮปปี้ดี้ด้าอย่างที่ใครๆ ก็ล้วนแล้วแต่อิจฉา
    คิดไปก็ยิ้มไป
    มองกลับมา เอ๊ะ! ทำไมที่เข้ามาแต่ละคนไม่เห็นจะเป็นแบบที่คิด คบๆ ไปไม่นานก็มีเหตุให้ต้องเลิกกัน ไม่ว่าจะด้วยนิสัยใจคอ พฤติกรรม หรือแม้กระทั่งครอบครัว ปัจจัยหลายๆ อย่างทำให้สุดท้ายก็ไปกันไม่ได้
    แล้วจะทำอย่างไรให้ความรักนั้นสามารถครองคู่กันไปจนสุดทาง
    เพราะว่าการมีความรักไม่ใช่เรื่องที่ผิด ไม่ว่าเราจะรักใครเพศไหน อายุเท่าไร เพราะถ้าไปจำกัดคำว่ารักเพียงแค่หนุ่มสาว การที่แม่รักลูกก็คงเป็นเรื่องที่ผิด...
    ดังนั้นหากเราจะพูดถึงตัวกำหนดในเรื่องของความรัก ว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ คือจะครองคู่กันไปได้ไหม นอกจากความรักแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือเรื่องของความเหมาะสม เราอาจจะรักใครสักคนมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่เรารักมากจะอยู่เคียงคู่กับกับเราได้ ความรักไม่ได้เป็นตัวกำหนว่าเขาจะนิสัยเป็นอย่างไร ฐานะเป็นอย่างไร มีพฤติกรรมเป็นแบบไหน
    มีคู่รักอยู่คู่หนึ่ง คบกันมาตั้งแต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย จนปัจจุบันทำงาน เป็นแฟนกันร่วม 10 ปี ถามว่ารักไหม ฝ่ายหญิงบอกเลยว่ารักมาก อยากแต่งงานกับคนนี้  ปรากฏว่าวันหนึ่งได้ไปเปิดโทรศัพท์ของผู้ชาย เห็นเบอร์คุยกับผู้หญิงคนหนึ่ง สืบไปสืบมาเลยได้รู้ว่า ช่วงปีที่ผ่านมาฝ่ายชายแอบคบซ้อนกับผู้หญิงอีกคน แต่ปัจจุบันได้เลิกแล้ว ถามว่าโกรธไหม สำหรับผู้หญิงบอกเลยว่าโกรธมาก เพราะช่วงที่เขาคบซ้อน เขามักจะชวนทะเลาะตลอดเวลา แต่ถามว่าพอรู้ว่าเขาเลิกกับอีกคนไปแล้ว ก็สบายใจ คบต่อได้ แต่เหตุการณ์แบบเดิมก็เกิดขึ้นอีกถามว่าใครผิด...
     ถ้าจะผิดก็คงผิดที่เราเลือกคบคนที่มีนิสัยอย่างนี้ รักก็ส่วนรัก ดีก็ส่วนดี อยู่กันได้ยาวหรือไม่เป็นอีกเรื่องจริงๆ
     เราจึงบอกได้ว่าไม่ผิดที่จะรัก แต่ถ้าจะผิดก็คงเป็นที่การเลือกของเรามากกว่า

เลือกอย่างไรไม่ให้เสียใจ

    ว่าด้วยเรื่องของคนรักนั้น ก็เหมือนเป็นมือสองข้างที่เลือกจับไว้ซึ่งกันและกัน หากจับกันไว้ได้พอดี ไม่แน่นจนอึดอัด หรือไม่หลวมจนพอใครมาชนก็หลุดได้ง่าย การเลือกคนที่จะร่วมจับมือกันเพื่อจะไปถึงปลายทางของความรัก ตลอดไปจนถึงชั่วชีวิตจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก
    ไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิงก็ล้วนแล้วแต่สเป็คที่ตัวเองต้องการ แต่สิ่งที่เราต้องรู้ให้แน่ใจจริงๆ คือความต้องการหรือสเป็คนั้น เราอยากได้จริงๆ หรือไม่ เพราะบางครั้งสิ่งที่เราคิดอาจจะเป็นเพียงแค่มโนคติที่สังคมสร้างขึ้น และทำให้เรารู้สึกคล้อยตามไป ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วอาจจะไม่ได้สำคัญกับเราเลยก็ได้ เช่น ผู้หญิงมักจะบอกว่าอยากได้ผู้ชายที่เทคแคร์ เป็นสุภาพบุรุษ แต่พอเอาเข้าจริงๆ ก็ไม่ได้ชอบเวลาเขาเข้ามาดูแล เพราะชอบทำอะไรเองมากกว่าก็ได้ ที่อยากได้ผู้ชายแบบนั้นก็เพราะสังคมบอกคนแบบนี้ดี น่าคบหา
    ผู้ชายบางคนก็อาจจะบอกว่าอยากได้ผู้หญิงเก๋ๆ แต่งตัวเก่งๆ เอาใจหน่อยๆ เพราะเห็นแล้วเจริญหูเจริญตา แต่พอได้คบกันจริงๆ ก็อดจะรู้สึกไม่ได้ว่าการแต่งตัวมากนั้นเป็นปัญหา ทั้งเสียเงินและยังต้องเสียเวลามานั่งรอ เวลาจะไปเที่ยวไหนกันที่แทนที่จะเก็บของไม่กี่อย่างก็ออกจากบ้านได้ ก็กลายเป็นเอานั่นเอานี่ ขาดนั่นไม่ได้ ขาดนี่แต่งไม่สวย ก็ลำบากกันไป
    การเลือกที่ถูกต้องจึงจำเป็นมาก ที่ต้องเข้าใจในตัวเอง นิสัยตัวเองเป็นอย่างไร รับได้หรือรับไม่ได้กับนิสัยแบบไหน รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ใช่ อะไรคือสิ่งที่ไม่ใช่
    เลือกคนที่พร้อมปรับตัว – เพราะการอยู่ร่วมกันนั้นการปรับตัวเป็นสิ่งที่สำคัญ คนหลายคนมักจะคิดว่า ‘ฉันเป็นของฉันแบบนี้ ในฐานะคนรักก็ควรจะเข้าใจและรักในแบบที่เป็น’ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเรื่องเช่นนี้เป็นได้เพียงแค่บางเรื่อง นิสัยบางอย่างก็ยากที่จะเปลี่ยนแปลง แต่นิสัยหลายๆ อย่างก็ควรที่จะปรับจูนเข้าหากัน คนรักที่ไม่ยอมรับการปรับตัว ก็ไม่ต่างจากสัตว์ที่ไม่มีการปรับตัวตามสภาพแวดล้อมหรืออากาศที่เปลี่ยนแปลงไป สุดท้ายสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นก็คงอยู่ไม่รอด
    ความรักก็เป็นเช่นเดียวกัน เพราะคนสองคนอยู่ต่างที่ ทั้งยังถูกเลี้ยงดูมาแตกต่างกัน ย่อมมีลักษณะนิสัย ความคิดและพฤติกรรมที่ไม่เหมือนกัน หากจะอยู่ร่วมกันจึงต้อง ‘พร้อม’ ในการปรับตัว ดังนั้นจึงการเลือกอย่างหนึ่งจึงควรเป็นคนที่พร้อมปรับตัว
     เลือกคนที่ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น – นอกจากจะสามารถปรับตัวเคียงคู่ไปกับเราได้แล้ว เขาจะต้องยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น เพราะไม่มีใครที่ไม่เคยผิดพลาด ไม่มีใครที่จะถูกต้องเสมอตลอดเวลา คนที่ไม่ฟังความคิดเห็นของคนอื่น โดยมากมักจะเป็นคนที่มีความมั่นใจแบบที่มากเกินไป และมีแนวโน้มที่จะเป็นคนเผด็จการ ซึ่งคนประเภทนี้มักจะส่งผลต่อความสัมพันธ์ในระยะยาว
    เลือกที่ต้องการจริงๆ – เพราะการเลือกี่จะรักใครทุกครั้ง เสียทั้งเวลา แรงกาย แรงใจ และในเมื่อการลงทุนมีความเสี่ยง ก็อย่าให้ความเสี่ยงที่ต้องกลายเป็นความเสี่ยงที่ไม่เกิดผลประโยชน์ อย่ามัวยึดติดว่าต้องมีคนรัก และเลือกที่จะรีบคว้าใครก็ได้เข้ามา หากจะไม่อยากให้ตนเองเสียใจก็ต้องเลือกที่มีคุณภาพ... และคุณภาพนั้นจะมาได้จากการที่รู้ความต้องการของตนเอง เลือกมีความรักในเวลาที่ตัวเองพร้อม ทั้งในเรื่องการให้ใจใครสักคน เพราะการคบกันนั้นต้องอาศัยความจริงใจเป็นที่ตั้ง แต่สำคัญที่สุดคือการจริงใจต่อตัวเอง เลือกจากความตั้งใจของตนเอง
    เลือกคนดี – หลายคนคงบอกว่า มันเป็นธรรมดาที่ต้องเลือกคบคนดี แต่เอาเข้าจริงๆ เคยมองหรือไม่ว่า ทำไมคนไม่ดี ถึงมีคนรักข้างกายอยู่เสมอ และคนรักก็เจ็บอย่เสมอๆ ด้วย ต่างกับคนดีที่ทำไม่ถึงโสดอยู่เป็นนิจ เพราะมักจะเผลอคิดไปว่าตัวเองไม่ได้ดีเท่าเขา และไม่คู่ควรกับเขา ไม่มีใครดีจนไม่มีข้อเสีย ดังนั้นอย่ากลัวที่จะเลือกคนดีไว้ข้างกาย

ไม่ผิดที่รักแต่ผิดที่ ‘เลือก’

เลือกไม่มีรักได้ไหม
    หลังจากผ่านมรสุมมาก็มาก ผ่านอะไรมาก็เยอะ ตอนที่รักกันก็มี แต่พอเลิกกกันล้วนแล้วแต่แย่ ไม่มีความสุข จะให้รักใครอีกก็คงยาก ไม่อยากรักใครอีกแล้วเป็นไปได้ไหม
    ทำได้... หากว่ามันคือความต้องการจริงๆ
    อย่าตีกรอบให้แก่ตนเองว่าชีวิตนนี้ไม่มีรักอยู่ไม่ได้ คนหลายคนมีความสุขกว่ากับการอยู่คนเดียว ถ้านั่นทำให้มีความสุขจริงๆ ก็ทำไปเถอะ แต่สำคัญมาคืออย่าปิดกั้นตัวเอง หากจะมีใครบางคนเข้ามา เปิดหัวใจต้อนรับความรู้สึกดีๆ แก่คนอื่นบ้าง เพราะความรักเป็นสิ่งที่สวยงามเสมอ แต่ที่เกิดสิ่งไม่ดีนั้น ล้วนแล้วแต่เกิดจากปัจจัยอื่นๆ เช่น มือที่ 3 ทำให้เกิดความหึงหวง ความต่างกันในเรื่องของครอบครัว ทำให้อาจจะเกิดปัญหาในเรื่องของฐานะ
    การจะไม่มีรักไม่ผิด แต่อย่ามองว่าความรักทำให้เกิดปัญหา หรืออย่ามีความคิดในเชิงอคติกับความรักเป็นพอ เพราะการรักนั้นำให้มีความสุข และสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามเสมอ
   
อย่าลืมให้เวลาในการเลือก

    เมื่อการเลือกนั้นเป็นสิ่งสำคัญ อย่างแรกสุดเราจึงควรอย่างยิ่งที่จะต้องใส่ใจในรายละเอียด สังเกตคนคนนี้อย่างรอบคอบ มองและศึกษาให้ดีว่าเขาเป็นคนอย่างไร สิ่งที่แสดงออกมาให้เราเห็นนั้นเป็นความจริงแค่ไหน ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นคนหลอกลวง แต่ต้องเข้าใจก่อนว่า มีความเป็นไปได้สูงว่าในช่วงแรกๆ ที่ได้รู้จักนั้น เขาหรือเธอนั้นจะพยายามทำตัวหรือแสดงนิสัยในอุดมคติ หรือก็คือไม่ได้เป็นตัวตนที่แท้จริงออกมา ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไร เพียงแต่นิสัยเหล่านั้นต้องใข้เวลาในการแสดงออก แต่โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 3 – 6 เดือนหรือที่เราเรียกกันว่าเป็นเวลาโปรโมชั่น
    หลังผ่านช่วงเวลาโปรโมชั่นไปก็เหมือนเข้าสู่สถานการณ์จริง หลายๆ อย่างจะเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจะเป็นการเรียนรู้ตัวตนจริงๆ ในปรับตัวเขาหากันจริง
   
     การที่เราหรือใครก็ตามจะมีความรัก นั่นถือเป็นเรื่องที่ดีทั้งนั้น หากแต่สิ่งที่ทำให้ส่งผลถึงความแตกต่างก็คือ การเลือก ดังนั้นหากควบคุมหรือคัดสรรการเลือกให้มีประสิทธิภาพ เชื่อได้ว่าไม่ว่าใครก็ย่อมประสบผลสำเร็จในเรื่องความรักได้ทั้งนั้น

********************************************

4 คําถามที่ต้องตอบกับความพร้อมในการมีคู่
1. อยากมีคู่หรือไม่
2. พร้อมหรือไม่ที่จะมีพันธะผูกพันกับใครสักคน
3. ที่อยากมีเพราะโดนสังคมกระตุ้นอยากให้มีคู่หรือไม่
4. พร้อมที่จะปรับลดกฎเกณฑ์ต่างๆ ของตนเองเพื่อเจอคนในฝันหรือยัง
 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);