ฮอทไลน์สายด่วน : เครียดเรื่องปัญหาครอบครัว!
  
  
ColumDetail
07
ฮอทไลน์สายด่วน : เครียดเรื่องปัญหาครอบครัว!
 
 

HUG Magazine ปีที่ 8 ฉบับที่ 4 
ฮอทไลน์สายด่วน : ผศ.อรอนงค์ อินทรจิตร

เครียดเรื่องปัญหาครอบครัว!

เครียดเรื่องปัญหาครอบครัว!

    ดิฉันกับสามีแต่งานกันมากว่า 4 ปี มีลูกแล้ว 2 คน สามีเป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเองมาก และชอบออกคำสั่ง ชอบคิดว่าตัวเองเก่ง แม้แต่กับพ่อแม่ของตัวเองก็ไม่ละเว้น ซึ่งดิฉันมารู้ชัดก็เมื่อได้แต่งงานและอยู่กินกับเขาแล้ว แต่ก็ไม่ถึงกับรับไม่ได้ เพราะเขาก็มีข้อดีบางส่วนอยู่บ้าง และดิฉันมีลูกแล้วสองคน ไม่อยากต้องมีปัญหาหย่าร้าง
    แต่มาระยะหลัง สิ่งเหล่านี้กลับมากขึ้นทุกวัน ทุกวันนี้ดิฉันต้องทำงานทั้งนอกบ้าน และยังคงต้องกลับมาทำงานในบ้านทุกอย่างรวมทั้งเลี้ยงลูก โดยที่สามีไม่เคยช่วย แม้ว่าเขาจะไม่ได้ไปเที่ยวหรือมีอีหนูที่ไหนก็ตาม แต่เมื่อดิฉันทำอะไรผิดพลาดหรือไม่ถูกใจ ก็จะกลายเป็นคนโง่ถูกเขาด่าสาดเสียเทเสีย เขาพูดจาใส่อารมณ์ทันที นับวันดิฉันก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นควายไปทุกขณะที่อยู่ด้วยกัน แต่เมื่อเขาอารมณ์ดีก็เหมือนจะลืมสิ่งเลวๆ ที่ทำไว้กับดิฉัน ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
    ดิฉันพยายามสงบจิตสงบใจเอาธรรมะเข้าข่ม แต่พอมันมากๆ เข้าก็ระเบิดอารมณ์ใส่กันเพราะทำงานก็เหนื่อย เงินก็แทบไม่ได้ใช้ ต้องให้เขาผ่อนค่าบ้าน ใช้จ่ายในบ้าน แล้วก็ยังต้องมาเจอกับการกระทำแบบนี้อีก ที่น่าสงสารคือลูกคนเล็กมักจะอยู่ในเหตุการณ์ตอนที่พ่อแม่ทะเลาะกันเสมอ
    ตอนนี้ตกกลางคืนดิฉันรู้สึกว่าตัวเองเครียด นอนไม่ค่อยหลับ จะกลายเป็นโรคประสาทจนถึงขั้นฆ่าตัวตายหรือเปล่าก็ไม่ทราบได้ และไม่รู้จะปรึกษาใคร เพราะถ้าคุยกับคุณแม่ท่านก็จะไม่สบายใจ และมีทัศนคติที่ไม่ดีกับสามี ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์แย่ลง ช่วยแนะนำทีว่าดิฉันควรทำอย่างไร
   
                    ..........................................................................................................

    คนโบราณกล่าวไว้ว่า ‘ปลูกเรือนผิด คิดจนเรือนทลาย’ โดยเฉพาะสำหรับหญิงไทยที่สังคมไทยคาดหวังให้เธอมีความอดทนให้ถึงที่สุด หรืออยู่อย่างมี ‘ผัวเดียวเมียเดียว’ ตลอดไป นั่นคือการแยกทางหย่าร้างระหว่างสามีภรรยาคือความล้มเหลวของชีวิต
    ที่สำคัญเรามักจะมองว่า ผู้หญิงสมัยก่อนเป็นเพียงแม่บ้าน ทำงานในบ้านและเลี้ยงดูลูกเท่านั้น สามีเป็นผู้ทำงานหาเงินมาให้ใช้ แต่สมัยนี้ผู้หญิงมีการศึกษามากขึ้น สามารถออกไปทำงานหาเงินมาช่วยแบ่งเบาภาระในบ้านได้เช่นเดียวกับผู้ชายที่เป็นสามี นับเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่และกล้าหาญสำหรับผู้หญิงไทย แต่ภาระ หน้าที่ และงานในบ้านการเลี้ยงดูลูก ก็ยังเป็นของผู้หญิงเหมือนเดิม
    คำถามคือ การที่ผู้ชายได้ภรรยาที่มาช่วยทำมาหากินแบ่งเบาภาระหน้าที่ให้เบาขึ้น สบายขึ้น แต่ทำไมผู้ชายที่เป็นสามีจึงไม่พยายามช่วยเหลือแบ่งเบาภาระหน้าทีในบ้านและการเลี้ยงดูบุตรไปบ้าง หรือหากคิดว่า การเลี้ยงดูบุตร ฝ่ายหญิงมีความละเอียดอ่อนกว่าสามารถดูแลเด็กได้ดีกว่า ก็น่าที่ฝ่ายชายจะแบ่งเบาภาระการทำงานบ้านไปบ้าง เพื่อแสดงความเมตตาและไม่เอาเปรียบต่อกัน!
    แต่เป็นที่น่าสังเกตว่านอกจากฝ่ายชายจำนวนมากจะไม่ต้องการแบ่งเบาภาระในบ้านของภรรยาแล้ว ผู้หญิงจำนวนมากกลับต้องเผชิญกับ ผู้ชายที่เป็นสามีประเภท ‘ปากเสีย’ ดังเช่นกรณีข้างบนนี้ ไม่ว่าฝ่ายหญิงจะดีขนาดไหนขยันอดทนอย่างไรในการแบกรับภาระหน้าที่ทั้งภายในบ้าน และทำงานนอกบ้าน
    แต่ทันใดที่ภรรยาผิดพลาดหรือไม่ได้ทำไม่ได้เป็นอย่างที่เขาต้องการ สามีก็พร้อมจะพูดจาเหยียบย่ำถากถาง หาเรื่องด่าว่าดูถูกเหยียดหยามให้ภรรยาต้องเสียใจ อับอายและหมดกำลังใจ คำถามคือจะมีใครบ้างที่มีความสุข สงบ กับการอยู่ใกล้ๆ ผู้ชายลักษณะหยาบคายและไม่ฉลาดได้ขนาดนี้
    ภรรยามากมายอาจอยู่ในสภาพและสถานการณ์เช่นนี้ และเธอก็คงอยากถามเขาว่า ‘ถ้าตัวเองไม่ทำแล้ว ทำไมต้องพูดจาให้ภรรยาต้องเจ็บช้ำเสียน้ำใจ แทนที่จะช่วยจัดการแก้ไข กลับพูดจาซ้ำเติมเหยียบย่ำเหมือนเป็นศัตรู ทำไปทำไม เพื่ออะไร’ แต่ผู้หญิงหรือผู้คนส่วนใหญ่ ในสถานการณ์ความขัดแย้ง อารมณ์โศกเศร้าเสียใจ อับอาย โกรธเกลียดมันพลุ่งขึ้นมาท่วมท้น ความรู้สึกผิดหวังมันอัดแน่นภายในจนไม่สามารถจะกลั่นออกมาเป็นคำพูดตรงๆ ได้
    ความรู้สึกเจ็บปวดขณะนั้นบอกกับตัวเองว่า ‘เขาไม่น่าจะทำร้ายเราด้วยคำพูดเหล่านี้เลย เราเป็นภรรยาที่รัก ซื่อสัตย์และทำทุกอย่างเพื่อเขา เพื่อลูก เพื่อครอบครัว ทำไมเขาต้องแสดงความเป็นศัตรูกับเราด้วย’
    และแน่นอน... เมื่อคนเราไม่สามารถจะ ‘สื่อ’ ความรู้สึกเสียใจทุกข์ใจความบาดเจ็บออกไปได้ การเก็บสะสมเจ้าอารมณ์ร้ายเหล่านี้ไว้ อาจกลายเป็นยาพิษร้ายคอยซึมซับเข้าใจในจิตใจของเธอในแต่ละวันแต่ละคืน หรือทันใดที่ตัดสินใจจะพูดจะบอกความรู้สึกกับเขาตรงๆ แต่ปฏิกิริยาเขาเปลี่ยนไปแล้ว เขาอารมณ์ดีขึ้นหายโกรธและดูเหมือนจะลืมว่าทำให้ภรรยาต้องบาดเจ็บ ฝ่ายหญิงก็พร้อมจะให้อภัย พร้อมจะลืม คิดเสียว่า ‘สามีภรรยาก็เหมือนลิ้นกับฟัน ไม่ต้องไปจริงจังกับเรื่องเล็กๆ แค่นั้น!’
    แล้วเรื่องนี้ก็ผ่านไป... แล้วก็กลับมาใหม่... ผ่านไป... ผ่านไปจนหัวใจอาจกลายเป็นหนองเน่าเสีย รอเวลาเยียวยาความเจ็บปวดให้สาแก่ใจขั้นสุดท้าย เพื่อยุติความเครียด ความทุกข์ ความเจ็บปวดและความเสียใจโกรธเกลียดทั้งปวง ดังในกรณีปัญหาความเครียดสะสมที่หญิงสาวข้างบนนี้บอกกับตัวเอง และอยากให้เราทุกคนได้รับรู้ว่า
    ‘ถึงตอนนี้ตกกลางคืนดิฉันรู้สึกว่าตัวเองเครียด นอนไม่ค่อยหลับ จะกลายเป็นโรคประสาทจนถึงขั้นฆ่าตัวตายหรือเปล่าก็ไม่ทราบได้’ นั่นหมายความว่าเธอเกรงว่าความอดทนอดกลั้นของเธออาจจะมีจุดที่เธอไม่สามารถจะควบคุมตนเองได้ต่อไป และเธอต้องการความช่วยเหลือที่จะมาประสานรอยร้าวนี้ ก่อนที่สติของเธอจะแตกสลายไป!
    ปัจจุบันบนหน้าหนังสือพิมพ์หรือข่าวโทรทัศน์ทุกเช้าทุกวัน เราจะพบว่าปัญหาความขัดแย้ง เครียด กดดันที่นำไปสู่การกระทำที่รุนแรงเกิดขึ้นมากมายโดยเฉพาะกรณีฆ่าตัวตาย ทั้งที่บุคคลเหล่านั้นอยู่ในข่ายที่สามารถจะป้องกันและได้รับการบำบัดเยียวยาก่อนจะมาถึงจุดแตกหักวันนี้ได้ ดังในกรณีข้างบนนี้ เมื่อภรรยาไม่สามารถข่มอารมณ์เสียใจเพื่อถามไถ่กับสามีได้ตรงๆ
    การที่เธอจะนำสามีไปปรึกษานักสังคมสงเคราะห์หรือนักจิตวิทยาเพื่อช่วยสื่อสาร ประสานช่องว่างระหว่างสามีภรรยา เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยาให้สามารถเรียนรู้และปรับตัวให้อยู่กันต่อไป ด้วยความเข้าใจ เมตตา ช่วยเหลือเจือจุนและเคารพในเกียรติ ศักดิ์ศรีและความเสมอภาคระหว่างหญิงชาย ความเข้าใจ การเรียนรู้ที่จะยอมรับกันและกันหรือปรับเปลี่ยนตนเองต่อไป จะช่วยนำพาครอบครัวนี้ให้ดำเนินต่อไปได้แม้อาจไม่ได้มีความสุขอย่างแท้จริง แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้ความทุกข์ของเธอนั้นลดลง
    อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญขณะนี้คือ ปริมาณความช่วยเหลือจากนักวิชาชีพมีน้อยมากเมื่อเทียบ กับจำนวนปัญหาที่เกิดขึ้นกับครอบครัวไทยทั่วไทยขณะนี้ โดยเฉพาะจิตแพทย์ที่เป็นความคาดหวังของสังคมไทยนั้น มีเพียง 518 คนต่อประชากร 70 ล้านคน ความจำเป็นในการส่งเสริมสนับสนุนให้มีการพัฒนา ทักษะการให้บริการปรึกษาแนะนำกับนักวิชาชีพข้างเคียงคือ นักจิตวิทยาและนักสังคมสงเคราะห์ เพื่อนำมาให้บริการแบ่งเบาภาระของจิตแพทย์จึงเป็นเรื่องจำเป็น!
 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);