กว่าจะรักกันได้ : ขอรักอีกสักครั้ง
  
  
ColumDetail
16
กว่าจะรักกันได้ : ขอรักอีกสักครั้ง เกลือ - กิตติ & มินต์ - เมธยา เชี่ยววงศ์กุล
 
 

HUG Magazine ปีที่ 8 ฉบับที่ 4
กว่าจะรักกันได้  : สิริลักษณ์ ลีวิวัฒนาวงศ์
ภาพ: วีวี่


ขอรักอีกสักครั้ง เกลือ - กิตติ & มินต์ - เมธยา เชี่ยววงศ์กุล

ขอรักอีกสักครั้ง
เกลือ - กิตติ & มินต์ - เมธยา เชี่ยววงศ์กุล

    กว่าจะรักกันได้ฉบับนี้จะพาทุกท่านไปพบกับเรื่องราวของคู่แต่งงานใหม่ โดยฝ่ายชายนั้นเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีในบทบาท ‘วอก’ ในซิตคอมเรื่องเป็นต่อ ซึ่งนอกจากจะมีบทบาทในฐานะนักแสดงแล้ว ‘เกลือ – กิตติ เชี่ยววงศ์กุล’ ยังมีผลงานในช่อง ONE ในฐานะครีเอทีฟ ผู้กำกับ คนเขียนบท รวมถึงผลงานในฐานะพิธีกร และสำหรับเรื่องความรักเอง แม้จะผ่านประสบการณ์การหย่าร้าง แต่ก็ไม่ได้หมายความ ‘ความรัก’ ของเขาจะสิ้นสุดไปด้วย เพราะได้พบคู่ชีวิตอย่าง ‘มินต์ - เมธยา เชี่ยววงศ์กุล’เอาล่ะร่วมฟังเรื่องราวความรักของพวกเขาไปพร้อมกัน

เจอกันทุกครั้ง อกหักทุกครั้ง

    เกลือ : แต่ก่อนมินต์อยู่ออสเตรเลียกับแม่ ทีนี้เพื่อนสนิทผมไปเรียนที่นั่นและไปเป็นแฟนกับเพื่อนเขา เราเลยได้รู้จักกัน เวลามินต์กลับมาเที่ยวเมืองไทยพวกเราก็จะได้เจอกัน เราเจอกันตั้งแต่เขาอายุ 18 (มินต์ : ก็ประมาณ 10 - 11 ปีแล้ว) เจอกันปีละครั้ง เพื่อนจะลากมินต์มา แล้วผมก็จะอกหักอยู่ทุกครั้ง มันเลยไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไร เจอกันก็จะร้องห่มร้องไห้ อกหักๆ อยู่แบบนี้ ไม่มีปกติเลย (หัวเราะ) แต่เจอกันทุกปีนะ จนมาปีหลังๆ จากหย่าไปประมาณปีหนึ่ง ช่วงนั้นผมซึมเศร้า เพื่อนก็พยายามชวนออกมาเที่ยวไม่ให้คิดมาก ตอนนั้นก็มาเจออีกที มินต์ก็เหมือนมาปลอบ เราก็ ‘เออ... สวยวะ’ (หัวเราะ) แต่ปลอบอยู่แป๊บเดียวนะ เพราะเมา ไปอ้วกในห้องน้ำ (หัวเราะทั้งคู่) หลังจากนั้นก็ไปเห็นเฟสบุ๊คว่าเราแอดเป็นเพื่อนกันอยู่นานมากแล้ว
    มินต์ : คือรู้แต่ว่าเป็นเพื่อนของเพื่อนแต่เราก็ไม่เคยคุยจริงจัง
    เกลือ : ตอนนั้นเราก็บอกกับเพื่อนว่า ‘อย่าให้มินต์กลับมานะ กลับมานี่จีบนะเว้ย’ (หัวเราะ) ก็สรุปกลับมาอีกปีเราก็นัดเที่ยว หลังจากนั้นเราก็คุยไลน์กันตลอด (มินต์ : คุยกันเป็นปี) ตอนเจอกันมาไม่ได้ปิ๊งเลย ยังบอกแม่ยายอยู่เลยว่าตอนเด็กๆ ก็ขี้เหร่นะครับแม่ ไม่รู้ว่าสวยตอนไหน (หัวเราะ)
    มินต์ : สำหรับมินต์มันไม่ใช่ว่าดูดีหรือปิ๊งเขา เพราะรู้จักก็แบบเพื่อนของเพื่อน แต่พอได้รู้จักนิสัยอะไรก็ดีมากขึ้น ค่อยๆ เพิ่มมา มันไม่ได้ปิ๊งอะไรขนาดนั้น
    เกลือ : ค่อนข้างจะหน้าตาดีพอสมควร (หัวเราะ) ตอนนั้นที่เราเริ่มชอบเขา มินต์ก็มีแฟนอยู่แต่เป็นช่วงที่ระหองระแหงกับแฟน เราก็เข้าทางสิ ‘คบกันน้องไหวเหรอ’
     มินต์ : มิน่าตอนนั้นให้คำปรึกษาแบบนั้น (หัวเราะ)
    เกลือ : ยุอย่างเดียว ‘รอดรึเปล่า มันต้องมีโน้นนั่นนี่ เดี๋ยวมีคนดีๆ มันต้องมี’ แต่เขาจะเลิกอยู่แล้วด้วยแหละ เขาแค่หาตัวตัดสินใจให้ จังหวะนั้นเราก็ตัดสินใจให้เลย เลิกๆ

เกลือ - กิตติ & มินต์ - เมธยา เชี่ยววงศ์กุล

ความเชื่อใจ
    มินต์ : ตอนคบกันมินต์ไม่คิดมากอะไรเลยนะ มีแต่คนรอบข้าง ญาติ เขาก็กลัว ก็เริ่มไปสืบกันเอง
    เกลือ : สืบแบบได้ข่าวว่ามีแฟนแล้วอะไรแบบนี้ ผมก็ไม่รู้เลยนะ แล้วพวกเขาก็มาบอกมินต์ว่าผมมีแฟนแล้ว อาจจะด้วยคาแรคเตอร์ผมจากเป้นต่อ แต่ตัวมินต์เองไม่เคยพูดเลย คือเขาเป็นคนที่ถ้าเชื่อคือเขาต้องเห็น ถ้าเขาเชื่อเราก็จะเชื่อเรา
    มินต์ : เพราะตอนนั้นอยู่ไกลกัน แม่ให้คนสืบ แม่โทรจากเมืองไทยเลยว่า ‘เนี่ยเขามีแฟนแล้วนะเราเป็นแฟนเขาเหรอ’ เราก็แบบ ‘โอ้ย... แม่ไม่มีอะไรหรอก’ คือมินต์ก็ไม่ได้คิดจะถามเขาอยู่แล้ว เราเชื่อในสิ่งที่เขาบอก ท่าทางเขาก็ไม่ได้เหมือนมีใคร เราก็ต้องฟังเขา มันอยู่ไกลกันด้วย มันสำคัญที่เราต้องเชื่อใจกัน
    เกลือ : แล้วพอช่วงเขามาเราก็อยู่ด้วยกันตลอด

เหตุการณ์ประทับใจ
    เกลือ : ช่วงหนึ่งที่ไปม็อบเราขึ้นเวทีมันก็เสี่ยง แล้วเป็นช่วงที่เขาก็กลับมาพอดี เขาก็กลัวมากไม่อยากให้ขึ้น เพราะอันตราย เราก็บอกอยากทำ เขาเลยบอกว่า อย่างนั้นเขาก็จะไปด้วย เออนะคู่ชีวิตมันต้องแบบนี้ รู้ว่าข้างหน้ามันเสี่ยงแต่ก็ต้องไปด้วยกัน ดูแลกัน
    มินต์ : ไม่เคยปล่อยให้ไปคนเดียว
    เกลือ : ทุกครั้งที่ไปเขาต้องไปด้วย แล้วเขาก็อยู่หลังเวที ชีวิตมันก็ผ่านมาด้วยกัน เขาก็ห้าม แต่ถ้าเราจะทำเขาจะรู้สึกว่าก็ต้องปล่อยไป
    มินต์ : แต่เราก็ไม่ให้เขาไปทำคนเดียว ถ้าเกิดไปแล้วเป็นอะไรขึ้นมา เขาไปเราไม่ได้โกรธเลย เข้าใจ
    เกลือ : พวกเราสองคน ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งจะทำอะไร ต้องยอม ต้องสนับสนุนกัน อย่างไปหัวหินเรื่องงาน เขาอยากทำ แฟนเราถ้าตัดสินใจทำก็ต้องสนับสนุน ไม่มีห้ามอะไรเด็ดขาดนะ ส่วนใหญ่จะคุยกัน

ครอบครัวของทั้งคู่
    เกลือ : ด้วยความที่ตอนแรก คนที่เป็นแม่สื่อที่เป็นเพื่อนที่ชื่อจูนเนี่ย แม่ผมชอบคนนี้มาก เคยคิดว่าอยากได้เป็นลูกสะใภ้ แต่ว่าเป็นเพื่อนกันไง จนพอเราบอกแม่ว่ามีแฟน จูนแนะนำให้ เขาก็ ‘อ้อน่าจะดี’ จนได้มาเจอไปเที่ยวด้วยกัน แม่ก็ฟอร์มเยอะ นิ่งๆ จนวันที่ 2-3 ตอนมินต์ไปเขาห้องน้ำแม่ผมก็แบบ ‘รีบแต่งเลยนะคนนี้’ เขาไม่อยากให้คบนานเดี๋ยวเห็นนิสัยแล้วเลิก (หัวเราะ) พอแต่งมาใครๆ ก็รักมินต์เหมือนผมเป็นลูกเขยไม่ได้เป็นลูกจริงๆ พี่น้องผมก็รักเขา บอกเนี่ยถ้าทะเลาะกันให้มาบอก เราก็ซวยเลย (หัวเราะ)
    มินต์ : พอบ้านเข้ากันได้เราก็มีความสุขค่ะ แรกๆ เราก็กลัวเขาไม่ชอบเหมือนกัน
    เกลือ : วันที่ผู้ใหญ่เจอกันผมก็กลัว เพราะลุงมินต์จะดุๆ มีขอคุยกับเราส่วนตัวแบบสัมภาษณ์ด้วย ทำงานอะไร จะดูแลหลานสาวเขาได้ไหม ก็ให้คำสัญญาอะไรไป แล้วคนเก่ายังไง ‘เลิกกันแล้วครับ’ ก็บอกไป คุยไปคุยมาถูกคอ แรกๆ กลัวเราเจ้าชู้ หลังๆ นี่มีพูดขำๆ ‘ผู้ชายมีเงินน่ะ มีกี่คนก็ได้ขอให้ดูแลได้ก็พอ’ (หัวเราะ) มินต์นั่งๆ อยู่ก็แบบ ‘เดี๋ยวๆ อะไรเนี่ยอะไร’ กลายเป็นอยู่ข้างเราเหรอเนี่ย (หัวเราะ) บ้านมินต์ก็น่ารักครับ ถ้าผมไม่เจอมินต์คงไม่ได้รู้สึกว่าชีวิตคู่มันดี

เกลือ - กิตติ & มินต์ - เมธยา เชี่ยววงศ์กุล

ความกลัวกับการแต่งงานใหม่

    เกลือ : กลัว... ตอนแรกกลัวมากไม่คิดจะแต่งงานแล้ว อายคน เดี๋ยวต้องแซวเราแน่เลย แต่งแล้วจะเป็นแบบเดิมอีกไหม แต่ผมไม่กลัวจะมีความรักนะ คือคุยกันตอนแรกพวกเราทั้งคู่ก็ไม่ได้คิดจะจริงจังอะไร เพราะเขาก็อยู่ออสเตรเลียผมก็อยู่ไทย ก็คุยกันแบบไม่ได้คาดหวังกันไปเรื่อยๆ พอสบายใจก็เป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องมาแบบทำตัวดีๆ นะ แล้วเขาถึงจะเป็นแฟน
    มินต์ : เราไม่ได้กดดันตัวเองแล้วก็ไม่ได้คาดหวัง คบกันเป็นแฟนจริงก่อนแต่งงานก็ประมาณ 2 ปี
    เกลือ : พวกเราอยู่แบบนั้นไปสักพักแบบอยู่ด้วยกันก็มีความสุขไง อยู่ด้วยแล้วเขาทำให้เรามีความสุข ได้ใช้เวลาด้วยกันแล้วมันรู้สึกดี แล้วพอเขาไม่อยู่แล้วแบบเหมือนแย่แล้วติดแล้วทำยังไง เขาทำให้เรารู้สึกมีความสุขเวลาอยู่ด้วยกัน (มินต์ : เป็นยาเสพติด) เลยบอกเขาว่า ‘กลับมาแต่งงานกันเถอะ’ เราอยากให้มันถูกต้อง ให้เกียรติผู้หญิง อยู่กับแบบถูกต้อง ชีวิตเราไม่ได้ทำอะไรให้มันถูกต้องสักที (หัวเราะ) แต่ก่อนเราเป็นเด็กก็คิดว่าทำไมเราต้องทำอะไรถูกต้อง พอโตขึ้นมาเริ่มรู้สึกว่า ความรักมันจะดีงามมันต้องถูกต้อง ถ้าเราอยากได้คู่ชีวิตดีๆ ก็ต้องถูกต้อง ต้องถูกขนบธรรมเนียม ถูกทำนองคลองธรรม แต่จนวันที่แต่งงานเขาก็ยังมาบอก ‘พี่ไม่เคยขอน้องแต่งงานเลยนะ’
    มินต์ : มีแต่แบบหันหน้ามาเออแต่งงานกันเนอะ ยืนอยู่ตรงแบล็คดรอปยังไม่เคยขอแต่งงาน
    เกลือ : เราก็แบบจะหันมาขอตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว ก็แต่งแล้ว (หัวเราะ) ประสบการณ์ที่เคยแต่งงานมันเกี่ยวกับที่เราโตขึ้นมากกว่า ตอนเด็กเราก็ไม่รู้ว่าอะไรคือความรัก คือความสุข คือการอยู่ด้วยกัน หลังจากหย่าก็ไม่รู้สึกว่าชีวิตคู่มันดียังไง แต่พอมีผู้หญิงเข้ามารู้สึกว่าต้องคอยดูแล จนมาเจอมินต์ก็เขาดูแลเรามาก เลี้ยงเป็นลูกเลย (หัวเราะ) จนเรารู้สึกว่า อ้อ! การมีใครสักคนดูแลมันดีอย่างนี้นี่เอง พอลูกของเรามาเขาก็เลี้ยงลูกเราเป็นลูกเขาเลย  ให้เรากลายเป็นคนขี้เกียจเที่ยว ติดบ้าน อยู่บ้านทำโน่นนี่ เป็นพ่อบ้าน ทำกับข้าวให้เมียกิน แต่ก่อนมีบ้านไม่ค่อยกลับบ้าน เพราะไม่รู้อยู่ทำไม จนเขามา

คู่รักสุดชิลล์
    มินต์ : เราเป็นคนไม่เรื่องมากเหมือนกัน ชิลล์ๆ ง่ายๆ ถ้าจะมีปัญหาก็คือ อะไรก็ได้จนหาข้อสรุปไม่ได้ (หัวเราะ)
    เกลือ : เช่นกินอะไรดี เอาอะไรได้ เราก็ได้อะไรก็ได้ เขาก็ได้อะไรก็ได้
    มินต์ : แล้วเหมือนอย่างมีแพลนจะทำนั่นทำนี่กัน ปรากฏมีเพื่อนโทรมาไปนั่นนี่ไหม เราก็ไปกับเขา (หัวเราะ)
    เกลือ : วางโปรแกรมเสร็จทุกอย่างละ เพื่อนโทรมาไปร้านนี้ๆ เอ้าไปก็ไปแผนล้ม จะดูหนังดูอะไรไม่เคยได้ดู (หัวเราะ) ไม่ซีเรียสกันทั้งคู่
    มินต์ : เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง เพราะเรางานเครียดทั้งคู่เลย พออยู่ด้วยกันแล้วอะไรเลย เบื้องหน้าตลกแต่งานจริงๆ เครียดนะ ชอบมีคนมาถามว่าพี่เกลืออยู่บ้านตลกไหม ตอบไม่ถูกเลย
    เกลือ : เงียบ... มินต์เองเวลามาเจอพี่เจี๊ยบ พี่อู๊ด อย่างชาคริตงี้ ก็จะรู้ว่าจริงๆ แล้วไม่ได้ตลกตลอดเวลา จริงจัง คุยกันซีเรียส
เกลือ - กิตติ & มินต์ - เมธยา เชี่ยววงศ์กุลการอยู่ด้วยกัน
    เกลือ : การมีชีวิตคู่บางทีมันไม่ต้องปรึกษาหรอก เป็นแค่กำลังใจกันก็พอ บางทีแค่ฟัง เขามาพูดปัญหาเรื่องงานของเขามา เราก็ได้แต่นั่งฟัง เพราะไม่รู้หรอก อย่างปัญหาของผมเขาก็ไม่รู้ พวกเราก็แค่ฟังกัน 
    มินต์ : มันไม่จำเป็นต้องหาคำตอบให้แก่กัน
    เกลือ : ไม่จำเป็นต้องมีคำตอบ แค่มีคนอยู่ข้างๆ ให้กำลังใจ อยู่เป็นเพื่อน ดูแลกันมันก็โอเคแล้ว พวกเราไม่เคยคุยแบบหยาบคาย (มินต์ : ไม่เคยมีคำพูดแย่ๆ ใส่กัน) ตอนแต่งงานแม่ผมจะบอกว่าอย่าหลุดคำพูดแย่ๆ ออกมา ทะเลาะกันโกรธกัน ให้เงียบแล้วเดินออกไป ให้ผู้หญิงอยู่ที่บ้านอย่าเพิ่งออกไป แต่ให้ผู้ชายออกไป หายหงุดหงิดค่อยกลับเข้ามา แต่เวลาผมเห็นเขาร้องไห้... ก็ขอโทษ คือสิ่งสำคัญคือคำว่า ‘ขอโทษนะ’ ผิดก็ต้องขอโทษ อย่าอีโก้นักเลยคู่ชีวิตกันเนอะ แล้วก็ห้ามพูดคำว่าเลิก เพราะเป็นคนจริงจังกับเรื่องนี้ทั้งคู่ ถ้าพูดว่าเลิก แสดงว่าเลิกจริงๆ ถ้าได้ใส่อารมณ์ตอนพูดมันจะชิน แล้วก็จะแรงขึ้นเรื่อยๆ อย่าทำแบบนี้มันไม่ดี
    มินต์ : สำคัญคือไม่ประชดประชันกัน ทุกคนมีอารมณ์โกรธหมดแหละแต่แป๊บเดียว ห้ามนาน ถ้านานก็ไม่ดี เวลาทะเลาะกันมันเหมือนเรารู้ว่าโกรธกันแค่นี้นะ แล้วต้องพยายามหยุด หรือไม่ให้โกรธ
สิ่งสำคัญในชีวิตคู่
    เกลือ : ตอบยากนะ เพราะเรื่องความรักเป็นเรื่องของโชคชะตาจริงๆ
    มินต์ : แต่ละคู่มันไม่เหมือนกันจริงๆ
    เกลือ : คือผมรู้สึกว่ามันไม่มีสูตรสำเร็จ ว่าทำแบบนี้ถึงเข้ากันได้ เพราะแต่ละคนมีเคมีที่ต่างกัน การที่เราเข้ากับใครไม่ได้ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นไม่ดี หรือเราไม่ดี แต่มันมีแค่ว่ามันไม่พอดี คนเราก็ต้องวิ่งหาความพอดีของคนเอง บางคนอาจจะชอบสไตล์นี้ ที่หลายคนบอกว่าใครได้เป็นผัวแบบนี้ซวยตายเลย แต่เขาอาจจะพอดีกับบางคนก็เป็นไปได้ เราสองคนรู้ว่าเราไม่ได้เป็นคนดีที่สุด แต่พออยู่ด้วยกันแล้วพอดีที่สุด แล้วทุกอย่างจะง่าย จะธรรมดา ไม่วุ่นวาย พะวงเยอะ ไม่เหนื่อย รักกันต้องไม่เหนื่อยนะ แล้วจะมีความสุข

เกลือ - กิตติ & มินต์ - เมธยา เชี่ยววงศ์กุลอย่ากลัวจะรัก
    เกลือ : มีเลยความรักน่ะ มันต้องพบเจอ คืออย่างผม ถ้าไม่พบเจอความรักครั้งนั้นก็อาจจะไม่ได้พบเจอความรักครั้งนี้ ทุกอย่างเป็นสิ่งที่เราต้องขอบคุณ ขอบคุณทุกน้ำตา ทุกการอกหัก ต้องขอบคุณแฟนเราทั้งสองคน ที่ทำให้เราเติบโตเรียนรู้ กลายมาเป็นรักครั้งนี้ ผิดหวังครั้งนี้ทำให้เราใจเย็นขึ้น ผิดครั้งนี้ทำให้เราไม่เห็นแก่ตัว ทำให้เราโตเป็นผู้ใหญ่ ความผิดหวังจะสร้างเรา ดังนั้นอย่ากลัวที่จะมีรักครั้งใหม่ เลิกก็เลิก วันหนึ่งทนไม่ไหวก็เลิก แต่การเลิกกันความผิดหวังจะสอนเรา คนเราวิ่งจนเหนื่อยก็จะเริ่มเดิน แล้วมันก็จะเจอคนที่เหนื่อยและเดินเหมือนกัน และมาเจอกับเรา อ้าวนี่ไปทางไหน... โอเคไปทางเดียวกันก็เดินไปด้วยกัน เดินบางนั่งบ้าง อยากมีแฟนวิ่งอยู่ ชอบคนนี้จีบเลย รักเลย เสียใจเพราะเขาไปให้เต็มที่ มันไม่มีใครที่ผิดหวังไปตลอดหรอก ไม่มีแล้วเดี่ยวต้องเจอ นอกเสียจากว่าตัวเองเป็นคนไม่รู้จักพอรึเปล่า เพราะแบบนั้นแรกๆ ใช่พอหลังๆ ไม่พอก็เลิก

ความรักต้องแสดงออก     
    มินต์ : คงพูดเหมือนวันงานแต่ง เราขอบคุณทุกอย่างในอดีตของเขา ขอบคุณครอบครัวเขา หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้เขาเป็นเขา เพราะถ้าเขาไม่ได้เป็นแบบนี้ มินต์ก็ไม่มั่นใจว่าเราจะคบกันหรืออยู่ด้วยกันอย่างวันนี้ไหม
     เกลือ : เราจะขอบคุณกับบ่อยๆ บอกรักกันปกติ บอกรักกันบ่อยมาก เหมือนคำพูดติดปากเรา อย่างส่งไลน์บางคนบอก ‘love you’ อีกคนก็จะส่ง ‘love you more’
     มินต์ : บางทีไม่มีอะไรนะ ส่งกันเฉยๆ เป็นปกติ
     เกลือ : เรารู้สึกว่าชีวิตเรามันสั้น อย่างบ้านผมแต่ก่อนไม่แสดงออกเรื่องความรักนะ แม่กอดแต่เราก็ไม่บอกรักแม่ แม่กับพ่อก็จะเขินๆ แข็งๆ จนวันพ่อเสีย แม่บอกว่าเขาไม่เคยแสดงความรักให้พ่อเลย แล้วก็เริ่มแสดงความรักกับเราก่อน จากนั้นก็ค่อนข้างใส่ใจเรื่องการกระทำมากขึ้นนะ เราบอกความรู้สึกดีๆ ให้แก่คนที่เราอยากบอกซะตั้งแต่ตอนนี้ ไม่อย่างนั้นจะสายไป ทำให้ดีที่สุด วันหนึ่งตายไปก็จะได้ไม่เสียใจ เพราะเต็มที่แล้ว ผมเคยบอกเขาว่าถ้าพี่ตายไปมีผัวใหม่ได้เลยนะ เพราะพี่คงไม่รู้สึก เป็นรากมะม่วงไปแล้ว เพราะว่าถ้าจะรักกันก็รักให้เสร็จ บอกรักกันให้มากที่สุด
     มินต์ : เราจะพูดกันแบบนี้ตลอด นั่งๆ อยู่ก็พูด ขอบคุณพี่เกลือก็บอกว่ารักเขา บอกว่าดีใจนะที่เรามาเจอกันพบกัน อยู่กันแบบนี้ เราก็บอกกันมาตลอดค่ะ (ยิ้ม)
        
    คุณเกลือได้ทิ้งท้ายถึงมุมมองความรักที่เปลี่ยนไปของตนเองว่า ‘เหมือนเป็นการหาครอบครัว ไม่ได้แค่เป็นแฟน แต่เป็นการที่เราจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ดูแลกันจริงๆ พิงกัน ยึดเหนี่ยวกัน’ และนั่นคงเป็นบทสรุปของคู่ชีวิตที่สมบูรณ์ที่สุด...
 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);