กฎหมายสามัญประจำบ้าน : คนเนรคุณ
  
  
ColumDetail
09
กฎหมายสามัญประจำบ้าน : คนเนรคุณ
 
 

HUG Magazine ปี7 เล่ม 3
กฎหมายสามัญประจำบ้าน : บุญร่วม เทียมจันทร์
15 กุมภาพันธ์ – 15 มีนาคม

คนเนรคุณ

คนเนรคุณ

    น้องเอยน้องหมา
    เจ้าเลียแข้งเลียขาทุกค่ำเช้า
    คอยปกป้องผองภัยให้พวกเรา
    ก็เพราะเจ้าเป็นหมามีน้ำใจ
    อันพ่อแม่เลี้ยงลูกมาแต่เกิด
    จนเลอเลิศรุ่งโรจน์ยศยิ่งใหญ่
    มันด่าพ่อด่าแม่และขับไล่
    ก็แล้วใครชั่วช้าหมาหรือคน
    ผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ ‘มะลิ’ อายุ 70 ได้เขียนจดหมายมาถึงข้าพเจ้า อ่านแล้วน้ำตาซึม... โดยสรุปข้อความในจดหมายได้ดังนี้
     เธอมีลูกสาวสองคน คนพี่ชื่อ ‘มาลัย’ คนน้องชื่อ ‘มาลี’ คนพี่เป็นคนเห็นแก่ตัว คนน้องเป็นคนใจดีมีเมตตา คนน้องตั้งตัวได้ก่อน ส่วนคนพี่ยังยากจน ไม่มีงานทำ น้องต้องช่วยเหลือเลี้ยงดูพี่ทุกอย่างเป็นเวลานานกว่า 20 ปี เธอให้พี่ทุกอย่างตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ
     หางานให้ทำ ออกทุนให้พี่สาวไปตั้งร้านอาหาร หมดเงินไปหลายแสน เพราะรักพี่สาว อยากให้ตั้งตัวได้ แต่แล้วสวรรค์กลับเบี่ยงเบน พี่สาวกลับร่ำรวย มีบ้านช่องใหญ่โต แต่น้องสาวกลับกลายเป็นคนล้มละลายหมดตัว ไม่มีบ้านจะอยู่ น้องสาวจึงบากหน้าไปขอพึ่งใบบุญ โดยขอเงินพี่สาว 1,000 บาท เพื่อเอาไปซื้ออาหารกิน พี่สาวตอบแทนบุญคุณน้องสาวโดยบอกน้องสาวว่า
     “ไม่มีเงิน ให้เขากู้หมดแล้ว”
     น้องสาวทนไม่ไหวจึงชี้หน้าด่าพี่สาวว่า ‘อีเนรคุณ’ แล้วใช้เท้าถีบพี่สาวตกบันไดบ้านจนหัวโน น้องสาวเดินร้องไห้กลับไปหาแม่ด้วยความเจ็บปวดในหัวใจ ฝ่ายพี่สาวไปแจ้งความตำรวจจะเอาน้องสาวผู้มีพระคุณเข้าคุก
     เรื่องนี้เป็นเรื่องแปลกมาก... เพราะน้องให้พี่หลายแสนบาทให้ได้ แต่พอน้องจะอดตายขอเงินพี่แค่หนึ่งพันบาท พี่ไม่ให้น้อง... ป้ามะลิจึงถามข้าพเจ้าว่า
     1. หนูมาลีลูกสาวคนเล็กของแกจะติดคุกฐานด่าและทำร้ายร่างกายพี่สาว หรือไม่
     2. จะจัดการ ‘คนเนรคุณ’ อย่างนางมาลัยได้อย่างไร
     เฮ้อ! อ่านจดหมายแล้วรู้สึกสลดใจมากว่ายังมีคนโคตรเนรคุณอย่างนี้อยู่บนโลกใบนี้อีกหรือ     ข้าพเจ้าได้ตอบจดหมายของป้ามะลิไปสรุปความได้ดังนี้
     คำถามว่าลูกสาวคนเล็กจะติดคุกหรือไม่นั้น มี 2 ข้อหาด้วยกัน คือความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้า ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 393 กับความผิดฐานทำร้ายร่างกายไม่บาดเจ็บ ตามมาตรา 391
     ความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้าอยู่ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 393 เขียนไว้ว่า มาตรา 393 ผู้ใดดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้าหรือด้วยการโฆษณา ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ   
     เป็นเรื่องดูถูกเหยียดหยามผู้อื่น เช่น พูดว่า อีกะหรี่, ไอ้โจรห้าร้อย ทำให้เขาเสียหาย แต่การที่หนูมาลีด่านางมาลัยว่า ‘อีเนรคุณ’ เป็นคำพูดที่แสดงให้นางมาลัยสำนึกว่าการที่นางมาลัยไม่ช่วยเหลือแม่และน้องสาวผู้มีพระคุณนั้น เป็นการกระทำของคนไม่ดีที่เรียกกันว่า ‘คนเนรคุณ’ เป็นคนที่ไม่มีความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ จึงเป็นคำกล่าวที่ให้นางมาลัยสำนึกถึงบุญคุณคน จึงไม่น่าจะมีความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393
      ส่วนความผิดฐานทำร้ายร่างกายไม่บาดเจ็บ มาตรา 391 ผู้ใดใช้กําลังทําร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
     เป็นความผิดลหุโทษไม่หนักหนาอะไร ถ้าอัยการฟ้อง คุณมาลีก็รับสารภาพต่อศาลและแถลงให้ศาลทราบว่าเหตุใด จึงต้องด่าและถีบพี่สาวโคตรเนรคุณคนนั้น ศาลท่านก็คงไม่เอาคนดีมีเมตตาไปขังคุกอย่างแน่นอน ป้าอย่าได้กังวลไปเลย
     ต่อไปข้าพเจ้าได้ตอบคำถามข้อ 2 ของป้ามะลิที่ว่า จะจัดการคนเนรคุณคนนี้ได้อย่างไรนั้น ความจริงกฎหมายเขาก็มีวิธีจัดการกับพวกเนรคุณคนไว้แล้ว เพราะถ้าขืนปล่อยให้คนพวกนี้ลอยหน้าลอยตาอยู่ในสังคมแล้ว ในที่สุดครอบครัวและบ้านเมืองก็จะล่มสลายเพราะ ‘โรคเนรคุณ’ มันจะทำลายสังคม   
     หลักกฎหมายเรื่องนี้ก็คือ กฎหมายว่าด้วยการถอนคืนการให้เพราะผู้รับประพฤติตนเนรคุณต่อผู้ให้ หมายความว่า เมื่อผู้ให้ได้ให้ทรัพย์สมบัติให้แก่ผู้รับด้วยความเสน่หาแล้ว ต่อมาภายหลังผู้รับเกิดประพฤติตนเนรคุณต่อผู้ให้ ผู้ให้ก็มีสิทธิขอทรัพย์สมบัติคืนจากผู้รับได้ แต่การประพฤติตนของผู้รับที่ จะเรียกว่าเป็นการเนรคุณนั้น กฎหมายได้ระบุการกระทำของผู้รับไว้อย่างนี้ครับ
     1. ผู้รับได้ประทุษร้ายต่อผู้ให้เป็นความผิดอาญาอย่างร้ายแรงตามประมวลกฎหมายอาญา หรือ   
     2. ผู้รับทำให้ผู้ให้เสียชื่อเสียง หรือหมิ่นประมาทผู้ให้อย่างร้ายแรง หรือ
     3. ผู้รับได้บอกปัดไม่ยอมให้สิ่งของจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่ผู้ให้ในเวลาที่ผู้ให้ยากไร้และผู้รับยังสามารถจะให้ได้ เหล่านี้เรียกว่า ‘ผู้รับประพฤติเนรคุณต่อผู้ให้’
     เรามาพิจารณาดูแต่ละข้อ
     1. ผู้รับประทุษร้ายต่อผู้ให้เป็นความผิดอาญาอย่างร้ายแรงตามประมวลกฎหมายอาญา คือต้องทำร้ายผู้ให้อย่างร้ายแรงในความผิดอาญา ถ้าไม่ร้ายแรงก็ไม่ใช่ประพฤติเนรคุณ
    ตัวอย่างที่ 1 ให้แหวนทอง 1 วงแก่ดำ ต่อมาดำใช้มือตบไหล่แดง ดังนี้แม้ว่าการกระทำของดำจะผิดกฎหมายอาญาฐานทำร้ายร่างกายไม่บาดเจ็บ แต่ก็เป็นความผิดเล็กน้อยไม่ร้ายแรง ไม่ถือว่าเป็นการประพฤติเนรคุณต่อแดง แดงเรียกคืนแหวนจากดำฐานเนรคุณไม่ได้
    ตัวอย่างที่ 2 ตามตัวอย่างที่ 1 ถ้าดำใช้มีดฟันแดงจนบาดเจ็บสาหัส เป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297 ดังนี้ถือว่าดำทำร้ายร่างกายแดงอย่างร้ายแรง ถือว่าเป็นการประพฤติเนรคุณ แดงเรียกคืนแหวนจากดำได้ฐานประพฤติเนรคุณ
    2. ผู้รับทำให้ผู้ให้เสียชื่อเสียง หรือหมิ่นประมาทผู้ให้อย่างร้ายแรง
    ตัวอย่างที่ 1 บุตรชายด่าบิดาว่า “ไอ้แก่ แก่แล้วเลอะเลือน” ดังนี้ถือว่าบุตรชายหมิ่นประมาทบิดาผู้ให้อย่างร้ายแรง บิดาเรียกคืนที่ดินจากบุตรชายได้ (คำพิพากษาฎีกาที่ 6424/2557)
    ตัวอย่างที่ 2 บุตรสาวด่ามารดาด้วยถ้อยคำรุนแรง (รุนแรงจนไม่อาจจะเขียนข้อความที่ด่าได้) ดังนี้ถือว่าเป็นการหมิ่นประมาทมารดาผู้ให้อย่างร้ายแรง ผู้ให้ถอนการให้ได้ (คำพิพากษาฎีกาที่ 219/2543)   
    3. ผู้รับบอกปัดไม่ยอมให้สิ่งของจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่ผู้ให้ในเวลาที่ผู้ให้ยากไร้และผู้รับยังสามารถจะให้ได้ ข้อนี้ชัดเจนมาก เพราะผู้ให้จะอดตายแต่ผู้รับกลับใจดำไม่ยอมช่วยเหลือ
    ตัวอย่างที่ 1 แม่ยกบ้านให้ลูกสาว แม่ไปขอเงินลูกสาว 2,000 บาท เพื่อไปซื้อโทรศัพท์มือถือ แต่ลูกสาวไม่ให้ ดังนี้ถือว่าโทรศัพท์มือถือไม่ใช่สิ่งของจำเป็นในการเลี้ยงชีวิต ไม่ถือว่าเป็นการประพฤติเนรคุณ แม่ขอคืนบ้านไม่ได้
    ตัวอย่างที่ 2 ตามตัวอย่างที่ 1 แม่ยากจนลงไม่มีเงินจะซื้ออาหารกิน จึงไปขอเงินลูกสาว 200 บาทเพื่อไปซื้ออาหารกิน ลูกสาวไม่ให้เพราะใจมันดำ ดังนี้ถือว่าลูกสาวประพฤติเนรคุณต่อแม่ผู้ให้ แม่ขอคืนบ้านจากลูกสาวได้ เพราะผู้รับไม่ยอมให้สิ่งของจำเป็นแก่การเลี้ยงชีวิตและผู้รับสามารถให้ได้แต่ไม่ยอมให้   
     ป้ามะลิเห็นรึยังครับว่า กฎหมายเขามีไว้ดัดหลังคนที่เนรคุณต่อผู้มีพระคุณแล้ว ทีนี้ก็จะเป็นคำตอบข้อสำคัญของป้ามะลิที่ว่าจะจัดการคนเนรคุณอย่างนางมาลัยลูกสาวเศรษฐีนีของคุณป้าได้อย่างไร
     คำตอบของข้าพเจ้าอยู่ในข้อ 3 ที่กฎหมายเขียนไว้ว่า... ‘ผู้รับบอกปัดไม่ยอมให้สิ่ง ของจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่ผู้ให้ในเวลาที่ผู้ให้ยากไร้และผู้รับยังสามารถจะให้ได้’
     คือไม่ยอมช่วยเหลือผู้มีพระคุณให้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ถือได้ว่าผู้รับเป็นคนใจดำอำมหิต กฎหมายจึงต้องลงโทษผู้รับโดยการบังคับให้ผู้รับคืนทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้แก่ผู้ให้ แล้วเรื่องนี้น้องสาวเลี้ยงพี่สาวมานานกว่า 20 ปี เธอรักพี่ ให้พี่ทุกอย่างเป็นเงินหลายแสนบาท ครั้นน้องสาวยากจนลง จะอดตาย ไปขอเงินพี่สาวแค่ 1,000 บาทเพื่อไปซื้อข้าวกินให้รอดตาย พี่สาวเศรษฐีนีกลับไม่ยอมให้ใจดำอำมหิต มันคิดว่า ‘มึงจะอดตายก็เรื่องของมึง ไม่ใช่เรื่องของกู’
      คนอย่างนี้นอกจากจะถูกกฎแห่งกรรมลงโทษแล้ว จะต้องถูกกฎหมายลงโทษด้วยจึงจะสาสม
ข้าพเจ้าจึงแนะนำป้ามะลิไปว่าให้หนูมาลีฟ้องพี่สาวขอคืนทรัพย์สมบัติที่น้องสาวให้พี่สาวไป เอาคืนให้หมดฐานพี่สาวประพฤติตนเนรคุณต่อน้องสาว ทั้งนี้เพื่อลงโทษคนเนรคุณ...
      คติเตือนใจวันนี้... เลือดข้นกว่าน้ำ น้ำดีกว่าเลือดชั่ว กตัญญูเป็นคุณธรรมของเทพ เนรคุณเป็นสันดานของซาตาน

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);