รักษ์สุขภาพ : 6 โรคร้าย ที่พบได้จากยุง
  
  
ColumDetail
09
 รักษ์สุขภาพ : 6 โรคร้าย ที่พบได้จากยุง
 
 

HUG Magazine ปีที่ 8 ฉบับที่ 3 
รักษ์สุขภาพ : หมอแมว


 6 โรคร้าย ที่พบได้จากยุง

6 โรคร้าย ที่พบได้จากยุง

     ขึ้นชื่อว่าโรคติดต่อ ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากจะเป็น ทุกคนล้วนแต่ปฎิบัติตนเพื่อหลีกเลี่ยงการติดต่อโรคด้วยวิธีต่างๆ กัน เช่น การใส่เครื่องป้องกัน การหลีกเลี่ยงไปในที่ที่มีคนมากๆ หรือที่มีคนป่วย ซึ่งก็ป้องกันได้ในระดับหนึ่ง แต่มีโรคติดต่อบางชนิด ที่มันสามารถตามเรามาถึงบ้านได้ และแม้เราจะหลีกเลี่ยงสักแค่ไหนก็ยากที่จะหลบมันพ้น นั่นก็คือ โรคติดต่อจากยุง
      ยุงเป็นแมลงที่มีวิวัฒนาการคู่กับสัตว์เลือดอุ่นมาตั้งแต่สมัยโบราณ ในช่วงชีวิตของมันจะมีช่วงที่ต้องดูดเลือดจากสัตว์ เพื่อใช้ในกระบวนการขยายพันธุ์ การจะดูดเลือดก็จะมีการฉีดน้ำลายซึ่งมีสารช่วยในการดูดเลือดเข้าไป จากจุดนี้เอง เป็นช่องทางให้เกิดการติดต่อของเชื้อโรคหลายชนิดผ่านจากยุงไปสู่เหยื่อที่ถูกกัดได้
      โรคร้ายที่พบได้จากยุงในคนมีหลายโรค แต่ว่าโรคที่พบได้ในประเทศไทยมี 5 - 6 โรคที่สำคัญดังนี้ครับ

1. ไข้เลือดออก
      ไข้เลือดออกเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี่ โดยเป็นไวรัสที่นำโดยยุงลาย ในปัจจุบันพบว่ามี 5 สายพันธุ์ (ในประเทศไทยพบ 4 สายพันธุ์) อาการที่พบได้ก็คือการมีไข้สูง ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระบอกตา ปวดข้อ บางรายอาจจะมีท้องเสียอาเจียนหรือผื่นขึ้นตามตัวได้
การตรวจในเบื้องต้นนอกจากการตรวจร่างกายและซักประวัติก็จะเป็นการรัดแขนด้วยวิธี Tourniquet test โดยใช้หลักการว่าเส้นเลือดของผู้ที่ป่วยด้วยโรคนี้จะมีความผิดปกติเกิดการรั่วของเม็ดเลือดได้ง่ายขึ้น ทำให้มีจุดเลือดออกมากกว่า 10 – 20 จุดต่อตารางนิ้ว
เมื่อตรวจและสงสัยไข้เลือดออกแล้วก็จะมีการเจาะตรวจเลือด เช่น การตรวจเม็ดเลือดครบซึ่งจะพบว่าเม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดมีปริมาณลดต่ำลง การตรวจโปรตีนที่จำเพาะต่อเชื้อไข้เลือดออก ตรวจภูมิคุ้มกันต่อเชื้อหรือตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อไข้เลือดออกด้วยวิธีพีซีอาร์ในรายที่จำเป็นต้องแยกอาการจากโรคอื่น
      ไข้เลือดออกเดงกี่เป็นโรคที่มีอาการได้หลายแบบ รายที่เป็นไม่มากอาการก็จะค่อยๆ สงบลงไปเอง แต่ในบางรายโดยเฉพาะที่เคยมีการติดเชื้อไข้เลือดออกอีกสายพันธุ์มาก่อน มีโอกาสที่อาการจะรุนแรงได้ โดยในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง อาจจะเกิดการอักเสบของตับ เกิดภาวะน้ำรั่วออกจากเส้นเลือด น้ำท่วมปอด ความดันโลหิตต่ำ หรือเลือดออกรุนแรงได้
      ทั้งนี้แต่เดิมไข้เลือดออกไม่มีวัคซีนที่ใช้ในการป้องกัน แต่ล่าสุดเมื่อปลายปี 2558 ที่ผ่านมา วัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกได้รับการรับรองให้ใช้แล้วในบางประเทศ

2. ไข้ปวดข้อยุงลาย

      ไข้ปวดข้อยุงลายหรือชิกุนกุนยา เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสชิกุนกุนยา ติดต่อผ่านทางยุงลาย โดยจะมีอาการก็คือไข้สูง ผื่น ปวดตามข้อ ปวดหัวปวดกล้ามเนื้อ เยื่อบุตาอักเสบ โดยผู้ป่วยมักจะมีอาการไข้สูงอยู่ในช่วง 3 - 7 วัน และเมื่อไข้ลงผู้ป่วยหลายรายจะเกิดอาการปวดข้อ ข้อที่ปวดมักจะเป็นข้อเล็กๆ ที่อยู่ส่วนปลาย ปวดหลายข้อพร้อมๆ กัน และบางครั้งอาการปวดจะปวดมากจนใช้งานข้อดังกล่าวไม่ได้ โดยอาการปวดข้อจะเป็นอยู่นานหลายสัปดาห์ไปจนถึงหลายเดือน
      ในผู้ป่วยที่สงสัยว่าเป็นไข้ปวดข้อยุงลาย เมื่อตรวจเม็ดเลือดจะพบว่ามีเม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดลดต่ำลงได้คล้ายในผู้ป่วยไข้เลือดออก ในรายที่สงสัยและมีความจำเป็นต้องแยกจากโรคอื่นๆ สามารถตรวจภูมิคุ้มกัน หรือตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อได้ สำหรับการรักษาก็จะเป็นการรักษาตามอาการเป็นหลัง
      แม้ในเมืองไทยจะยังไม่มีรายงานรายงานการเสียชีวิตจากไข้ปวดข้อยุงลาย แต่ในต่างประเทศที่มีการระบาดมากๆ ก็พบว่ามีรายงานการเสียชีวิตได้เช่นกัน โดยพบมากในผู้ที่สูงอายุหรือมีโรคประจำตัว ขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนที่ใช้ในการป้องกัน

3. ไข้ซิกา
      ไข้ซิกาเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสซิกา ติดต่อผ่านทางยุงลาย โดยจะมีอาการคือไข้ ปวดหัวมาก เยื่อบุตาอักเสบ ปวดข้อ และมีผื่นขึ้นตามใบหน้า ลำตัวและแขนขา อาการมักจะเป็นอยู่ประมาณ 3 - 7 วัน โดยอาการไข้ที่พบมักจะต่ำกว่าที่พบในไข้เลือดออก
      ในผู้ป่วยที่สงสัยว่าเป็นโรคนี้ เมื่อตรวจเม็ดเลือดขาวก็จะพบว่ามีเม็ดเลือดขาวต่ำและเกล็ดเลือดต่ำได้คล้ายไข้เลือดออกและไข้ปวดข้อยุงลาย การตรวจที่จำเพาะสามารถทำได้ด้วยการตรวจหาสารพันธุกรรมด้วยวิธีพีซีอาร์หรือการตรวจหาภูมิต้านทานที่จำเพาะต่อตัวเชื้อ
      หลักฐานทางการแพทย์บ่งชี้ว่ามีโรคนี้ในไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2506 เคยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาประเทศไทยแล้วกลับไปตรวจพบว่าเป็นโรคนี้เมื่อปี พ.ศ. 2556 และล่าสุดเมื่อกลางเดือนมกราคม 2559 ก็มีคนไทยที่เดินทางไปไต้หวันแล้วถูกตรวจพบว่าติดเชื้อนี้
      ไข้ซิกาเป็นโรคที่อาการไม่รุนแรงในผู้ใหญ่ แต่กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้งเนื่องจากเมื่อปี พ.ศ. 2558 ที่ผ่านมาได้พบว่าเกิดการระบาดของโรคนี้ที่บราซิล และหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อนี้จำนวนมากได้คลอดลูกออกมาแล้วมีลักษณะศีรษะเล็กผิดรูป ดังนั้นหญิงที่ตั้งครรภ์จะต้องการถูกยุงกัดเป็นพิเศษ

4. ไข้สมองอักเสบเจอี
      โรคนี้เป็นโรคที่เกิดจากไวรัสเจอี ติดต่อผ่านทางยุงรำคาญ โดยอาการในช่วงแรกจะมีไข้สูง ปวดศีรษะ ในรายที่มีอาการรุนแรงจะเกิดอาการปวดศีรษะรุนแรง ชักเกร็ง คอแข็ง และเกิดอาการซึมสับสนเพ้อ อันเกิดจากการอักเสบของสมอง
      ในผู้ป่วยที่สงสัยว่าจะเป็นโรคนี้ จะมีการตรวจเจาะน้ำไขสันหลังไปตรวจเพื่อตรวจดูการอักเสบในการแยกโรคสมองอักเสบอื่นๆ ออกไป และก็จะตรวจหาภูมิคุ้มกันที่มีต่อเชื้อนี้ในน้ำไขสันหลัง ซึ่งเมื่อพบว่าเป็นแล้วการรักษาโดยมากจะเป็นการประคับประคองอาการให้ผ่านช่วงเวลาที่มีการอักเสบของสมองไปให้ได้ ไม่มียาจำเพาะ ซึ่งอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูงอยู่ที่ประมาณ 20 - 30% และในผู้ที่รอดชีวิต ประมาณครึ่งหนึ่งก็จะมีอาการทางสมองที่ผิดปกติหลงเหลืออยู่เป็นความพิการได้
      โรคนี้เป็นโรคที่มีวัคซีนในการป้องกันแล้ว

5. มาลาเรีย
      มาลาเรียเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อปรสิตพลาสโมเดียม ซึ่งนำโดยยุงก้นปล่อง เป็นโรคติดต่อทางยุงที่มนุษย์รู้จักมาตั้งแต่โบราณ อาการของมาลาเรียจะเป็นอาการไข้สูงหนาวสั่นมาเป็นช่วงๆ  อาการไข้นี้เกิดจากเชื้อทำให้เม็ดเลือดแดงแตก ผู้ป่วยก็จะมีอาการหนาวสั่นพร้อมกันกับที่มีอาการซีดโลหิตจางลง มีอาการปวดหัวคลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง ปวดกล้ามเนื้อ เมื่อเป็นมากขึ้นจะมีอาการเหนื่อยตัวเหลืองตาเหลืองตับม้ามโต ในรายที่มีการติดเชื้อทำให้เกิดความผิดปกติของสมองอาจจะเกิดอาการชักเกร็ง ซึมลง หรือเสียชีวิตได้
      การตรวจโรคมาลาเรียสามารถทำได้ด้วยการตรวจเลือด เพื่อย้อมหาตัวเชื้อปรสิตนี้ในเลือด และด้วยวิธีการตรวจสารพันธุกรรมด้วยวิธีพีซีอาร์ เมื่อตรวจพบว่ามีเชื้อแล้วก็จะตรวจเรื่องเม็ดเลือด ตรวจการทำงานของตับและไต
      การรักษาทำได้ด้วยการใช้ยา ซึ่งปัจจุบันประสบปัญหาว่าเชื้อดื้อยาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

6. โรคเท้าช้าง

      โรคนี้เป็นโรคที่เกิดจากปรสิตฟิลาเรีย ซึ่งมีพาหะคือยุงเสือ ยุงลายบางชนิดและยุงรำคาญ เมื่อยุงไปกัดคนแล้วก็จะปล่อยพยาธิเข้าสู่ร่างกาย พยาธิตัวแก่จะไปอาศัยที่บริเวณต่อมน้ำเหลือง และเมื่อพยาธิตายลง มันก็จะก่อให้เกิดการอักเสบที่ต่อมน้ำเหลืองนั้น ทำให้น้ำเหลืองที่จะไหลกลับหัวใจกลับได้ไม่สะดวก เกิดการคั่งของน้ำเหลืองที่ส่วนปลายจนเกิดเป็นอาการขาหรืออวัยวะท่อนล่างบวมใหญ่จนเรียกกันว่าโรคเท้าช้าง
      การตรวจค้นหาโรคทำได้ด้วยการเจาะเลือดตรวจหาพยาธิหรือการตรวจหาสารพันธุกรรมด้วยวิธีพีซีอาร์ ซึ่งควรทำตั้งแต่ก่อนมีอาการอักเสบที่ต่อมน้ำเหลืองจนบวมซึ่งเมื่อถึงขั้นนั้นก็มักรักษาไม่หายแล้ว

การป้องกัน
      เนื่องจากโรคส่วนใหญ่ในนี้ ไม่มีวิธีรักษาจำเพาะ เมื่อเป็นแล้วมักจะเสี่ยงต่ออาการหรือผลข้างเคียงที่รุนแรง ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือการป้องกันอย่าให้เป็นโรค
      - ใส่เสื้อผ้าที่ปกคลุมร่างกายมิดชิด เพื่อป้องกันยุงกัด
      - ใช้ยากันยุง เพื่อไล่หรือป้องกันไม่ให้ยุงกัด
      - ผู้ที่ตั้งครรภ์ควรระวังยุงกัดเป็นพิเศษ เพราะมีความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงและความรุนแรงของโรคมากกว่าปกติ รวมทั้งยาที่ใช้ในการรักษาบางชนิดก็มีข้อห้ามในการใช้กับคนที่ตั้งครรภ์ด้วย
      - ติดอุปกรณ์ป้องกันยุงเช่นมุ้ง มุ้งลวด ในจุดที่ยุงอาจจะเข้าตัวบ้าน หรือใช้พัดลมในการเป่าในที่ที่มืด (เช่นใต้โต๊ะ) เพื่อป้องกันการกัดของยุง
      - ทำลายยุงตัวแก่เมื่อมีโอกาส เช่น ใช้ยาฉีดพ่น หรือใช้อุปกรณ์ดักจับทำลายยุง
      - ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ทำลายแหล่งน้ำขังที่ไม่จำเป็น เช่น น้ำในยางรถยนต์ น้ำขังนอกบ้าน แหล่งน้ำที่จำเป็นต้องใช้ก็ให้หาภาชนะมาปิดให้เรียบร้อย
      โรคที่มากับยุงมีมากมาย หลีกเลี่ยงได้ไม่ควรถูกกัด การจะจัดการที่ดีที่สุดคือการช่วยกันทำลายแหล่งเพาะพันธุ์และตัวแก่ของยุงอย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อความปลอดภัยของพวกเราจากโรคร้ายที่น่ากลัวเหล่านี้ครับ

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);