ฮอทไลน์สายด่วน : เหยื่อ!
  
  
ColumDetail
07
ฮอทไลน์สายด่วน : เหยื่อ!
 
 

HUG Magazine ปีที่ 8 ฉบับที่ 3
ฮอทไลน์สายด่วน : ผศ.อรอนงค์ อินทรจิตร


               เหยื่อ!

เหยื่อ!

     ข่าวดังบนหน้าแรกของหนังสือพิมพ์ในปีนั้น มีรายชื่อของหญิงสาวที่ถูกหลอกไปทำงานเสริมสวย ทำงานบ้าน และขายแรงงานในประเทศสิงคโปร์ แต่ก็โดนจับได้ในสถานบริการทางเพศ หลายคนถูกส่งเข้ารับโทษในเรือนจำ และอีกหลายคนถูกส่งกลับบ้านหลังจากการสอบสวนพบว่า ถูกล่อลวงมาขายบริการโดยไม่เจตนาหรือไม่รู้มาก่อนว่าจะต้องมาทำอะไร และ ‘น้อย’ ก็เป็นหนึ่งของหญิงสาวที่ถูกส่งกลับปีนั้น
     ‘น้อย’ เข้าสู่กระบวนการบำบัดเยียวยาสภาพจิตพร้อมกับหญิงสาวคนอื่นๆ อีกสี่คนโดยทั้งสี่คนยอมรับว่า เธอรู้ล่วงหน้าก่อนแล้วว่าจะต้องไปทำอะไร เพราะเธอทำงานขายบริการอยู่แล้ว และได้รับการชักชวนจาก ‘หญิงสาว’ คนหนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่คัดเลือกและพาหญิงสาวเหล่านี้ไปขายบริการที่สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง ขึ้นอยู่กับใบสั่งและการดำเนินการเป็นไปอย่างมีระบบ ตั้งแต่เริ่มต้นออกเดินทางไปสนามบินดอนเมือง จะต้องทำตัววางตัวอย่างไร อะไรควรพูดไม่ควรพูด เธออบรมฝึกซ้อมจนชัดเจนแนบเนียนแล้วการเดินทางก็เริ่มขึ้น แต่หากเมื่อโดนตำรวจจับ ก็จะต้องปฏิเสธไม่รู้เรื่องมาก่อนทุกครั้งไป
     ‘น้อย’ ก็ไม่ต่างจากเด็กสาวอิสานอีกมากมายที่มาจากครอบครัวที่ยากจน พ่อแม่ทำนามีลูกหลายคน ลูกชายทำนาได้ไม่นานก็หลบหนีหายไป ลูกสาวเติบโตขึ้นด้วยความคาดหวังว่าต้องมีความกตัญญูช่วยเหลือตอบแทนคุณพ่อแม่ เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกว่า ถึงน้อยจะไม่ได้เรียนจบการศึกษาสูงแต่ก็ดิ้นรนหางานทำเพื่อช่วยเหลือพ่อแม่
     เริ่มจากเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านอาหาร ตั้งครรภ์กับเพื่อนร่วมงานที่ยังไม่พร้อมจะมีลูก เขาจึงทิ้งไป เธอจำเป็นต้องหอบลูกกลับบ้านให้พ่อแม่เลี้ยง นั่นหมายความว่า นอกจากจะต้องส่งเสียพ่อแม่แล้วเธอก็ยังต้องส่งเสียลูกของตนเองด้วย และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการย้ายเข้ามาทำงานขายบริการในกรุงเทพมหานครตั้งแต่เธออายุเพียง 18 ปี
     เธอคิดว่าถึงแม้จะเป็นอาชีพที่ไม่ถูกกฎหมายหรือไม่เป็นที่ชื่นชม แต่รายได้มากพอจะส่งเสียครอบครัว มากพอจะทำให้เธอมีชีวิตที่ดีมีอิสระและที่สำคัญ ‘แม่เล้า’ หรือเจ้าของสถานบริการแห่งนี้ เป็นผู้หญิงที่เก่งเฉลียวฉลาดมีการศึกษา มีประสบการณ์มากพอจะอบรมลูกทีมคือสาวๆ ทั้งหลายให้รู้จักวางตัวดูมีค่า มีเกรด หรือเอาตัวรอดได้ในทุกสถานการณ์ เรียกว่าถึงพวกเธอจะเป็นผู้หญิงขายบริการ แต่การแต่งตัววางท่าการพูดจาก็ดูเธอสุภาพนุ่มนวลและมีระดับน่าประทับใจ!
     การได้ให้ความช่วยเหลือหญิงสาวเหล่านี้ ทำให้ได้รับรู้เรื่องราวมากมายของเธอโดยเฉพาะทักษะในการเอาตัวรอดของเธอ และทำให้ได้ตระหนักว่า เพียงเพราะเธอขาดโอกาสหรือโอกาสดีๆ ไม่ได้มีมาถึงบ่อยนักทำให้พวกเธอต้องเลือกเส้นทางไปสู่ความสำเร็จแตกต่างจากผู้หญิงทั่วไป แต่หลังจาก ’น้อย’ เข้ารับการบำบัดสภาพจิตใจได้ไม่นาน ผลการตรวจเลือดเอชไอวีก็ออกมาเป็นบวก ซึ่งทำให้เธอซึมเศร้าไประยะหนึ่งแต่เธอก็มีกำลังใจจะก้าวต่อไปอย่างกล้าหาญ และเพื่อให้มีโอกาสเข้าใกล้การรักษาจากประเทศที่พัฒนาแล้ว เธอจึงถูกส่งไปเข้ากระบวนการศึกษาวิจัยและบำบัดรักษาโดยทีมงานทางการแพทย์จากประเทศออสเตรเลียที่โรงพยาบาลรัฐบาลมีชื่อแห่งหนึ่ง
 ระหว่างปีกว่าที่เธอไปรับการรักษาดูแลจากแพทย์พยาบาลทั้งไทยและต่างประเทศที่โรงพยาบาลแห่งนั้น ‘น้อย’ยังคงแวะเวียนมาหาฮอทไลน์ ด้วยกิริยานอบน้อมมีสัมมาคารวะ และขอเรียกผู้เขียนว่า ’คุณแม่’ เธอบอกว่าอยากจะมีแม่ที่ใจดีมีเมตตาและใส่ใจกับเธอเช่นที่อาจารย์เป็นอยู่ ความรู้สึกนี้ทำให้เธอเข้มแข็งและมีกำลังใจที่จะก้าวต่อไป ระหว่างนั้นเธอใช้เวลาไปเรียนทำผมแต่งเล็บและฝึกงานที่ร้านเสริมสวยแห่งหนึ่ง!
    แล้วอีกครั้งหนึ่งที่ ’น้อย’ บอกเราว่า เธอกำลังคบหากับชายชาวเยอรมันวัย 40 ปีคนหนึ่ง จากการแนะนำของเพื่อนที่ร้านเสริมสวยแห่งนั้น เขามาพักร้อนที่เมืองไทยปีละครั้ง เธอรู้สึกว่าเขาเป็นคนดีและพึงพอใจเธออย่างมาก โดยที่เธอยังไม่ได้บอกเขาว่าเธอติดเอดส์ เธอไม่อยากให้เขารู้ว่าเธอขายบริการมาก่อน เธอรู้ว่าเขามาจากครอบครัวที่ดีจึงไม่อยากให้เขาเสียความรู้สึกเกี่ยวกับเธอ แน่นอน... หากเธอไม่ได้บอกเขาโดยตรงก็ไม่มีใครมีสิทธิ์ที่จะบอกเขาได้ จรรยาบรรณกำหนดไว้ แต่ที่สำคัญคือ เธอควรจะต้องบอกให้เขารู้ก่อนที่เขาจะตกลงใจแต่งงานกับเธอ นั่นคือข้อชี้แนะจากนักวิชาชีพทุกคน
     ‘น้อย’ เงียบหายไปเกือบหกเดือน แล้ววันหนึ่งเธอก็ได้โทรศัพท์ทางไกลจากออสเตรเลียมาปรึกษาว่าเธอได้สมัครไปทำงานเสริมสวย ผ่านทางเอเย่นส์หางาน แต่เมื่อเธอเดินทางถึงสนามบินเธอก็ถูกขายให้กับพ่อเล้าสถานบริการแห่งหนึ่ง ซึ่งกักขังเธอไว้ เมื่อมีลูกค้าคิดต่อมาตกลงราคากันเรียบร้อย พ่อเล้าก็จะให้คนขับรถพาเธอไปส่งที่ชายคนนั้น เธอไม่สามารถจะติดต่อขอความช่วยเหลือจากตำรวจได้เพราะถูกควบคุมตลอดเวลา คนรับสายจึงถามว่าแล้วเธอโทรศัพท์นี้ได้อย่างไร เธอบอกว่าแอบมาโทรในห้องน้ำ ไม่กล้าบอกตำรวจเพราะคนเหล่านี้ยึดพาสปอร์ตของเธอไว้ เกรงจะโดนจับเข้าคุก และหากผู้ชายเหล่านี้จับได้ว่าเธอโทรออก เธอก็จะจะถูกทำร้ายร่างกาย!
 แต่น้อยก็ได้เบอร์โทรศัพท์ของกลุ่มแพทย์พยาบาลที่เธอเคยรับการรักษาในประเทศไทยที่นัดหมายพาตำรวจเข้าบุกสถานบริการและช่วยเธอกับผู้หญิงอีกหลายคนออกมาได้ เธอจึงรอดพ้นจากกลุ่มอาชญากรมาอีกครั้งหนึ่ง! หลังจากนั้น ’น้อย’ ก็ได้มาเล่าเรื่องตื่นเต้นของเธอให้เราฟังโดยตรงอีกครั้ง โดยเฉพาะเธอบอกว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้น คนรักชาวเยอรมันของเธอมีความเป็นห่วงมาก เขาไม่อยากให้เธอต้องมีปัญหาในการดำเนินชีวิตกับเรื่องทำมาหากินแบบนี้อีก เขาจึงขอเธอแต่งงานจะได้ไปอยู่กับเขาที่เยอรมันนี!
     ‘น้อย’ มีความรู้ค่อนข้างดีเกี่ยวกับการป้องกันและดูแลตนเองจากโรคเอดส์ หากเธอจะแต่งงานกับชายที่ไม่ได้ติดเอดส์ แต่เพียงทั้งสองต้องแน่ใจว่าฝ่ายชายใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ก็ถือว่าเป็นการป้องกันที่ดีแล้ว อย่างไรก็ตามเป็นความรับผิดชอบของฝ่ายหญิงที่ติดเอดส์สมควรจะต้องมีความซื่อตรงในการบอกให้ฝ่ายชายรับรู้ว่าเธอติดเอดส์ เพราะหมายความว่าเขาก็มีความเสี่ยงจะติดเอดส์จากเธอเช่นกัน ซึ่งหากรับรู้แล้วและยังต้องการจะตัดสินใจแต่งงานกับเธอหรือไม่ ก็เป็นการตัดสินใจของเขา หรือหากจะตัดสินใจอยู่กินกับเธอ และรู้วิธีป้องกันตนเอง ก็สามารถจะใช้ชีวิตคู่ได้อย่างปลอดภัย
     คำถามที่เราถามน้อยคือ “น้อยจะบอกเขาไหม และบอกอย่างไร?” เธออึกอักอยู่ครู่ใหญ่ ท่าทางไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้นัก แต่ก็ตอบอย่างไตร่ตรองว่า “หนูยังไม่อยากบอกเขา เพราะตอนนี้ความสัมพันธ์ของเราไปด้วยดี แต่หากหนูต้องบอกเขาหรือเขารู้ในวันหน้า หนูก็คิดว่าจะบอกเขาว่า หนูติดเอดส์ระหว่างที่ถูกบังคับให้ขายบริการที่ออสเตรเลีย เขาคงจะยอมรับได้!”
     ดูเหมือนน้อยจะได้มีการวางแผนจัดการเรื่องของเธอไว้อย่างแยบยล และนั่นเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับชีวิตเธอ เราจึง ทำได้เพียงเตือนเธอให้ป้องกันอย่าให้ฝ่ายชายติดเอดส์ ถึงกระนั้นเมื่อวันเวลาผ่านไปเราก็ทราบว่า ฝ่ายชายป่วยด้วยอาการของโรคแทรกซ้อนจากเอดส์ และเสียชีวิตในหลายปีต่อมา ในขณะที่ ’น้อย’ ยังแข็งแรงและมีความสุขดีกับทรัพย์สินที่สามีชาวเยอรมันนีทิ้งไว้ให้

 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);