กว่าจะรักกันได้ : รักเธอในแบบที่เธอเป็น โจ้ Alarm 9 & แท็บบี้ AF6
  
  
ColumDetail
16
กว่าจะรักกันได้ : รักเธอในแบบที่เธอเป็น โจ้ Alarm 9 & แท็บบี้ AF6
 
 

HUG Magazine ปีที่ 8 ฉบับที่ 3
กว่าจะรักกันได้ : สิริลักษณ์ ลีวิวัฒนาวงศ์
ภาพ: วีวี่

รักเธอในแบบที่เธอเป็น โจ้ Alarm 9 & แท็บบี้ AF6

โจ้ Alarm 9 & แท็บบี้ AF6

รักเธอในแบบที่เธอเป็น
โจ้ Alarm 9 & แท็บบี้ AF6

     HUG ฉบับนี้จะพาไปพบกับคู่รักนักร้องอีกคู่หนึ่งของวงการ‘โจ้ Alarm 9’ (นทธัญ แสงไชย)สังกัดการ์เดนมิวสิค ที่ล่าสุดเพิ่งมีผลงานเพลงอย่าง ‘ถ้าคุณโทรมาภายในสิบนาทีนี้’ รวมถึงยังมีผลงานในฐานะบรรณาธิการที่สำนักพิมพ์อะบุ๊ก และภรรยาสาว ‘แท็บบี้ AF6’ (รฐา โกกิลานนท์)ที่นอกจากการเป็นศิลปินแล้ว เธอรับหน้าที่เป็นฝ่ายพัฒนาศิลปินของทรู อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย อีกด้วย ทั้งคู่มาเจอกันได้อย่างไร รักกันที่ตรงไหน ฉบับนี้มีคำตอบมาเล่าให้ทุกคนฟังแล้ว!

จากเพื่อนเป็นแฟน
    โจ้ : พวกเรารู้จักกันมาจะ 10 ปีแล้วครับ รู้จักกันเพราะดนตรีนี่แหละ เราอยู่ชมรม TU Folk song ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วยกัน
    แท็บบี้ : ชมรมเขาจะจัดเป็นกลุ่ม แล้วเราอยู่กลุ่มเดียวกัน พอได้ทำกิจกรรมร่วมกันก็สนิทสนมคลุกคลี เป็นเพื่อนกันอยู่ปีนึง ตอนนั้นไม่มีใครมีแฟนเลย แต่เราต่างคนต่างมีคนที่ชอบอยู่นะคะ เขาชอบผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่ม แท็บเองก็มีคนมาจีบ เราก็เลยโทรคุยกัน ปรึกษากัน ทำยังไงดีวะเนี่ย (โจ้ : แกฉันทำตัวไม่ถูกเลย) ตัดภาพไปคุยสนุกจังเลย (หัวเราะ) คุยกันทุกวัน คุยกันถูกคอมาก จนเหมือนขาดเขาไม่ได้ (คุณโจ้หัวเราะ) แล้วคนอื่นก็ค่อยๆ จืดจางไปตามกาลเวลา
    โจ้ : มันคุยกันหลายเรื่องมากขึ้น มากกว่าการอยู่ในชมรม
    แท็บบี้ : ตอนแรกที่เป็นเพื่อนกันก็สนิทกันระดับหนึ่ง แต่พอพูดคุยกัน ได้เรียนรู้กันมากขึ้น และได้เห็นข้อดีของเขา แล้วโจ้เขาจะเป็นคนเนียนๆ มาเทคแคร์ ดูแลมากกว่าปกติ ซึ่งถ้าเราไม่คิดอะไรก็จะคิดว่าเขาเป็นเพื่อนผู้ชายที่ดี
    โจ้ : แต่เขามีเซ็นส์แรง ก็สัมผัสได้ว่านี่มันพิเศษแล้วแหละ

ความต่างที่ลงตัว
    โจ้ : พวกเราต่างกันมาก (เน้นเสียง) ตั้งแต่เริ่มคบกัน ไม่มีอะไรเหมือนกันเลย แท็บเป็นคนทำอะไรเร็ว แต่ผมจะก็จะเป็นคนช้า เฉื่อยกว่า นิ่งกว่า ผมจะรู้สึกว่ามันไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้มั้ง บางอย่างไม่ต้องอะไรมากก็ได้ แล้วคนเร็วมาอยู่กับคนช้า มันจะหงุดหงิดมาก
    แท็บบี้ : แท็บเคยขู่จะเลิกเลยนะ แบบถ้าไม่ลุกขึ้นมาทำนู้นนี่โน้น ลองนึกภาพคนหนึ่งเป็นแมว ทำอะไรเร็วๆ อีกคนเป็นวัวอยู่กับทุ่งปัดหางไปมา ค่อยๆ จูนกันมากลายเป็นหมู 2 ตัวดูสิ (โจ้ : ทำไมเป็นหมู) กินเยอะ โชคดีที่พวกเรามีความรักเป็นตัวตั้งเลยทำให้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
     โจ้ : มันดีตรงที่เราไม่เคยมีความคิดที่จะเลิกกันอยู่ในหัว เราคบแล้วจริงจัง ไม่ใช่ว่าคนกันไม่ได้แล้วจะเลิก แต่เวลาเราเจอสิ่งที่รับไม่ได้ก็ทะเลาะและปรับตัวกันมากกว่า ไม่มีความรู้สึกว่าทนไม่ไหวแล้วจะเลิก ไม่มีแบบนั้น ทัศนคติเรื่องการคบกันของเรา คล้ายๆ กัน คบใครก็คบจริงครับ

เคยเลิกกันมาแล้ว

    แท็บบี้ : เราเลยเลิกกันตั้ง 2 ครั้ง ซึ่งเป็นแท็บผิดเอง คือเราเป็นคนเจ้าชู้มาตั้งแต่เด็กแล้ว แล้วที่เลิกกันเป็นช่วงที่แท็บค่อนข้างยุ่ง ทำให้เราอยู่ด้วยกันน้อย ก็ห่างกัน พอมีคนเข้ามามันก็รู้สึกแบบ (โจ้ : เหมือนเป็นสิ่งใหม่ในชีวิตเนอะ) เราเจอของใหม่ก็ลืมเขาไป ทำให้เราเลิกกันไปพักเล็กๆ แต่ไม่ได้แตกหัก เขายังอยู่เคียงข้างเราเสมอ มันยังเป็นเพื่อนกัน เป็นสายใยที่ยังไม่ขาด คบกันมานาน กลายเป็นเพื่อนที่รู้ใจกันไปแล้ว
    โจ้ : ดูเป็นคนดีมากเลยนะ (หัวเราะ) จริงๆ มันก็ยังไม่ถึงขั้นคุยกันไม่รู้เรื่องนะ เรายังเจอกันอยู่ ยังให้คำปรึกษากัน เพราะว่าก่อนที่เราจะเป็นแฟนกันเราเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก เลิกกันก็ยังเป็นคนที่สนิทที่สุดอยู่ดี ไม่มีใครที่สนิทไปกว่านี้แล้ว ก็เลยยังคุยกัน จนพอเรื่องเหล่านี้มันซาไปแล้ว เริ่มไม่ได้มีปัญหาที่เข้ามา พวกเราก็คุยกันและกลับมาคบกัน ผมค่อนข้างซีเรียสเรื่องสถานะเหมือนกันนะ การที่เรียกว่าอะไรก็จะทำให้เราปฏิบัติตัวถูก ไม่งั้นก็จะงงๆ กัน พอเราจะกลับมาคบกันเลยต้องคุยให้เคลียร์
    แท็บบี้ : จะไม่มีคบกันแล้วไปกิ๊กกับคนอื่น ถ้าอยากคบคนใหม่ก็เลิกกัน แล้วไปคบเลย
    โจ้ :ไม่ใช่ว่าอยู่ด้วยกันสบายดี แต่หาแฟนที่อื่นอีก ถ้าเราคุยกับแล้วรู้สึกดีเหมือนกันก็คบกันเหมือนเดิม ตอนนั้นเราก็รักเขาอยู่นั่นแหละ เลยยังวนเวียนอยู่แบบนั้น เป็นผีชี่คอ (หัวเราะ) ยังเข้าไปเจอไปอะไรกับเขา
    แท็บบี้ : ตอนที่เลิกกันไปก็ไม่คิดเหมือนกันว่าสถานะเรามันต่างกัน แต่ความสัมพันธ์ไม่ต่างไปเลย เลยถึงจุดที่คิดว่าเราไม่สามารถเลิกกันได้แล้วล่ะ ผูกพันกันขนาดนี้ มันไม่ได้แตกหักกันแบบนั้นด้วย
    โจ้ :ในช่วงที่ทะเลาะกันแรงๆ เราไม่ได้เลิกกันด้วยนะ แต่ช่วงห่างๆ นี่แหละจะห่างกันไป เป็นแบบนั้นมากกว่า ที่ทะเลาะกันแรงๆ จะมีการปรับความเข้าใจ เหมือนเราโยนความต้องการของเราออกมาให้เขารู้ เฮ้ยเราชอบและต้องการแบบนี้ ทำไมเธอไม่ทำ ดีกว่าการเก็บไว้ ทำให้ได้จูนกัน
    แท็บบี้ : การทะเลาะกันเป็นสิ่งที่ดีนะ คุยเพื่อหาทางออก ทะเลาะกันเพื่อให้ได้ทางออก เมื่อมีปัญหาแบบนี้ให้ทำแบบนี้ (โจ้ : ตบเลย พิศาล ตบจูบ)
โจ้ Alarm 9 & แท็บบี้ AF6แต่งงงานกันเนอะ
     โจ้ : ขอแต่งงานนี่ไม่มีเลย จริงๆ ผมคิดเยอะมากเลยนะ (แท็บบี้ : จริงเหรอ!) พาไปยังไงดี แค่ก็คิดว่าสิ้นเปลืองเวลา สิ้นเปลืองอารมณ์ที่ต้องมาปิดบัง ตื่นเต้น (หัวเราะ) เพราะเราอยู่ด้วยกันตลอดเวลา เรามีกิจวัตรว่าต้องไปรับเขาที่ออฟฟิศหรือที่ๆ ไปทำงาน แล้วขับไปส่งบ้านทุกวัน แล้วจะเอาเวลาไหนไปเซอร์ไพรส์ แต่ก็รู้สึกว่ามันถึงเวลาที่ต้องอยู่ด้วยกันแล้วแหละ ส่วนหนึ่งก็รู้สึกอิ่มตัวกับความสัมพันธ์แบบนี้ ควรไปอีกขั้น ก็คุยกับเขาตรงๆ ว่า ‘เออ... เราแต่งงานกันได้แล้วล่ะ เดี๋ยวพาพ่อแม่ไปเนอะ’ ที่เซอร์ไพร์สน่าจะเป็นพ่อแม่เขามากกว่า เพราะอยู่ๆ ผมก็พาพ่อแม่ก็มาที่บ้าน
    แท็บบี้ : อยู่ๆ ก็บุกเข้ามา (หัวเราะ) คือพ่อแม่ค่อนข้างจะหวงแท็บ เพราะเป็นลูกสาวคนเดียว พ่อแม่ก็ไม่อยากให้แต่งงาน พอเขาจะมาขอก็ไม่กล้าบอก (หัวเราะ) ก็เก็บเงียบๆ ไว้ บอกแต่ว่าเนี่ยวันนี้อยู่บ้านนะเดี๋ยวจะมีคนมาหา
    โจ้ : พ่อแม่ผมก็บุกมาคุยกัน ขอกันเรียบร้อย คือแม่กับแท็บเขาสนิทกันมาก เขาก็หวง แต่เราก็แบบจะดูแลอย่างดี ค่อนข้างจะให้แม่เห็นมาตลอดว่า เราดูแลลูกสาวแม่ดีนะ
    แท็บบี้ : คุณแม่เป็นอารมณ์แบบ ‘แต่งงานจริงเหรอแม่หวงมากเลย’ (ยิ้ม)

มุมมองความรักที่เปลี่ยนไป
     แท็บบี้ : ตอนเด็กๆ จะมีภาพของคนรู้จักไม่ว่าจะเป็นญาติ ครอบครัว เพื่อนบ้าน ที่น้อยมากจะประสบความสำเร็จ แท็บเลยไม่ค่อยเชื่อว่าจะมีผู้ชายที่รักผู้หญิงคนหนึ่งจริงๆ แล้วก็ไม่เชื่อว่าความรักจะเป็นแบบการ์ตูน แฮปปี้เอ็นดิ้ง กลัวด้วย คือแท็บฝันถึงการแต่งงานนะ แต่ก็กลัวการมีครอบครัวจริงๆ คือมันจะดีจริงเหรอ พอเจอโจ้ปุ๊บ ก็เปลี่ยนเลย เปลี่ยนไปตั้งแต่แรกๆ ที่คบกัน คือเราเล่าปัญหาความเชื่อนี้ให้โจ้ฟัง เขาก็พูดเลยว่า เราจะไม่เป็นแบบนั้น เชื่อเราสิ
    โจ้ : ส่วนผมไม่ค่อยเปลี่ยนไปเท่าไร เพราะผมมีความคิดแบบนี้อยู่แล้ว มีแฟน รักกัน วันหนึ่งก็แต่งงาน และดูแลกันไปจนถึงจุดสิ้นสุด ผมเลยเป็นคนเปลี่ยนเขามากกว่า พอเขามีความเชื่อแบบนี้ เราก็มาบอกว่ามันไม่จริงหรอก เพราะเราคิดอีกแบบเราอยากให้เขาเห็นแบบที่เราคิดมากกว่า
    แท็บบี้ : แท็บว่ามันไม่ได้ทุกคนที่เจอเหตุการณ์เลิกรา ทุกคู่สามารถผ่านมันไปได้ สามารถไม่เลิกราได้ ถ้าจะสตรอง (หัวเราะ)
    โจ้ : เพราะเราไม่มีความคิดจะเลิกกันในหัวเลย คือมุ่งมั่นที่จะอยู่ด้วยกัน แม้ว่าบางครั้งจะทะเลาะกัน จะงอแง หรือมีอะไรที่ไม่เข้ากันบ้าง แต่ไม่คิดว่าจะแยกกัน สุดท้ายชีวิตมนุษย์มันก็สามารถปรับกันได้ครับ
    แท็บบี้ : ที่สำคัญคือโจ้เป็นคนรักเดียวใจเดียวด้วย เป็นตัวอย่างที่ดีมาก คือถ้าผู้ชายคนหนึ่งเป็นแบบนี้ได้ปัญหาหย่าร้างมันจะน้อยมาก
    โจ้ : ทำไมรู้สึกเป็นไอดอลด้านนี้ (หัวเราะ) ไม่ใช่ว่าผมไม่รู้สึกอะไรเลยเวลาที่เจอผู้หญิงที่ดูดี แต่เราป้องกันสิ่งเหล่านี้ได้ ด้วยการที่เราไม่ไปติดต่อกับเขา หรือว่าเราปิดประตูตัวเองไปซะ ก็จะไม่มีปัญหา (แท็บบี้ : ดูดี) ดูดีไปเนอะ (หัวเราะ)

โจ้ Alarm 9 & แท็บบี้ AF6

ไม่เคยเซอร์ไพรส์
    โจ้ : เราคบกันมานาน แล้วไม่ใช่คู่ที่แบบครบรอบแล้วไปกินข้าวกัน พวกเรายังจำวันครบรอบไม่ได้ด้วยซ้ำ (หัวเราะ) แต่ผมเป็นคนชอบเทคแคร์อยู่แล้ว เขาเลยไม่รู้สึกว่าถูกทอดทิ้งอะไร ผมอยากทำให้ทุกวัน ให้รู้สึกว่าเรารักกันอยู่เรื่อยๆ เวลาที่เราไปไหนเห็นอะไรแล้วคิดถึงก็จะซื้อมาฝาก แต่ไม่ได้ซื้อเป็นวาระ ถ้าถามเราไม่ได้โรแมนติคนะ เราโรแมนติคปะ
    แท็บบี้ : เราก็ไม่ค่อยแคร์เรื่องวันสำคัญนะ เพราะเขาทำให้ทุกวันเป็นวันพิเศษ โจ้เป็นนักให้ความอบอุ่น คือถ้าเขารักใคร จะต้องให้รู้สึกว่าคนข้างๆ เขาอบอุ่น ปลอดภัย สงบ แล้วต้องคอยเติมสิ่งนั้นให้กับคนที่เขารักตลอดเวลา มันไม่ได้แบบว่าวันนี้ฉันจะจุดเทียน ทำอาหารให้เธอกิน แต่มันเป็นเรื่องทั่วไปเล็กๆ น้อยๆ และแท็บสัมผัสได้ว่าเขาให้ความอบอุ่นแก่เรา
    โจ้ : ปกติเราบอกกันทุกเรื่อง เรื่องเซอร์ไพรส์อะไรเลยไม่มี แม้กระทั่งเพลงที่แต่งให้ในวันแต่งงานก็ยังคุยยังบอกกัน ไปห้องอัดด้วยกัน

‘หวานธรรมชาติ’
    แท็บบี้ : มีเพลงหนึ่งที่แต่งให้โจ้ ชื่อเพลง ‘หวานธรรมชาติ’ เราแต่งไว้นานแล้ว แต่ตั้งใจแต่งให้เขาจริงๆ เขาเป็นเรงบันดาลใจของเนื้อหาในเพลงนี่แหละ คือความรักมันไม่มีเงื่อนไขอะไร ไม่ได้ขึ้นกับของขวัญที่เราให้ หรือบางคนที่รักเผื่อเลือกเยอะๆ เป็นเพราะอะไร เราเคยเป็นแบบนั้นมาก่อน แต่พอมาเจอเขาทำให้รู้ว่าความรักมันเป็นเรื่องง่ายมาก มันเป็นเรื่องของหัวใจ แค่รักกันก็จบ เป็นเรื่องของธรรมชาติ เลยกลายมาเป็นเพลงนี้ แล้วเราก็ได้ใช้เป็นตอนพรีเซ้นต์เทชั่นในงานแต่งด้วย
     โจ้ : ตอนเขาไปอัดเสียงเราก็นั่งอยู่แถวนั้น (หัวเราะ)
     แท็บบี้ : โจ้ก็เป็นคนถือกล้องถ่ายนี่แหละ

โจ้ Alarm 9 & แท็บบี้ AF6นิยามความรัก
    โจ้ : ผมเอาตามเพลงที่แท็บแต่เลยละกัน (แท็บบี้ : อย่าขโมยกันสิ) หวานธรรมชาติ คือปล่อยมันไปตามธรรมชาติ เราไปกะเกณฑ์ได้แค่บางอย่างเท่านั้น อย่างผมตอนแรกเหมือนมีสเป็คของตัวเอง แต่พอคุยกับเขาแล้วสบายใจ มันก็เปลี่ยนไปเลยว่าเราไม่ได้รักหรือชอบคนแบบนี้ แต่กลายเป็นว่าเรารักคนแบบไหนมากกว่า แม้ว่าจะไม่ได้เป็นสิ่งที่เราตั้งเป้าไว้แต่แรก แต่ถ้ามันใช่ก็คือใช่ มันไม่จำเป็นต้องตั้งสเป็คแล้วให้ได้สิ่งที่ต้องการ เพราะความจริงมันไม่เป็นแบบนั้นหรอก สุดท้ายคือคนที่เราเจอแล้วรู้ว่าจะอยู่ตรงนั้นมากกว่า
    แท็บบี้ : แย่งตอบไปหมดแล้ว (โจ้ : สบายตอบคนแรก) แท็บว่าความรักคือเรื่องของใจล้วนๆ มันไม่ใช่เรื่องของรูปร่างหน้าตา สถานะทางสังคม อายุ หรือเพศด้วยซ้ำ มันเป็นเรื่องของใจที่มันใกล้กัน
    โจ้ : มีหนังเรื่อ Lunch box เป็นหนังอินเดีย เป็นผู้ชายที่เกษียณแล้ว ไปพบรักทางกล่องอาหาร เพราะกล่องโดนสลับ แล้วอาหารอร่อยมาก มารู้อีกทีเป็นผู้หญิงที่รักด้วยเป็นคอายุคราวลูก เราดูแล้วรู้สึกว่าการรักกันมันเป็นเรื่องของใจสองใจ คนสองคนมากกว่า ไม่ได้เกี่ยวกับอย่างอื่นเลย แต่การอยู่ด้วยกันเป็นอีกเรื่องหนึ่งนะ มันมีเรื่องของครอบครัว การเงินอะไรแบบนี้ (แท็บบี้ : เออพูดดี)

สิ่งสำคัญที่สุดในชิวิตคู่
     แท็บบี้ : การรักเดียวใจเดียวค่ะ เพราะว่าเราเคยเลิกกันไป ด้วยการไม่รักเดียวใจเดียว แต่ว่าหลังจากนั้นถ้าเราไม่มีใครเลยก็ไม่เคยมีปัญหาอะไรเลย เรื่องการปรับตัวหรืออะไรมันเป็นหนึ่งในนั้น แต่ถ้าเราไม่คิดว่าจะมีคนอื่นมันจะทำให้รักมั่นคงและยืนยาว
     โจ้ : ผมคิดว่าเป็นความปรารถนาดีที่เรารักเขา เมตตาเขา ถ้าเรามีให้เขา ก็จะไม่รู้สึกว่าลำบากเวลาทำอะไรให้ อยากให้อยู่กับเราแล้วสบาย มีความสุข ก็จะพยายามให้เขารู้สึกแบบนั้น เราก็จะไม่รู้สึกลำบากอะไรที่ทำให้เขามีความสุข (แท็บบี้ : ขุนให้ทานเยอะๆ) ชอบมากเลยพาไปเลี้ยงข้าว (หัวเราะ)
      แท็บบี้ : อีกเรื่องหนึ่งคือ ทุกคู่ควรทำใจไว้ว่าความรักมันมีวันหมด มันเป็นเรื่องธรรมดา การคบกัน รักกันมันมีวันที่จืดจางได้ เราก็เคยอยู่ในช่วงที่เฉยจัง จืดๆ เป็นเรื่องธรรมดา ไม่ได้แปลว่าเราต้องเลิกกันหรืออะไร มันเป็นไปตามธรรมชาติและมันก็เติมได้ด้วย

ทริกเล็กๆ ในการเติมความรัก
    แท็บบี้ : การเปลี่ยนบรรยากาศ การไปเที่ยวช่วยได้มากนะคะ เพราะความเบื่อเกิดมาจากการใช้ชีวิตเหมือนเดิม
    โจ้ : ถ้าเราเจออะไรซ้ำๆ ก็เบื่อกันได้ เที่ยววัดอะไรกัน ใกล้ๆ ก็ได้ ผมกับแท็บก็จะชอบไปเที่ยว
    แท็บบี้ : เราเคยไปปฏิบัติธรรมแบบไปด้วยกัน คือก็เห็นกันนะ ไม่คุยกันเลย 7 วัน เสร็จแล้วกลับมาคุยกัน เจอกันจะรู้สึกมีเรื่องเม้าท์มอยเยอะมาก

คำพูดเล็กๆ ที่มอบให้กัน
    แท็บบี้ : รู้สึกเขินขึ้นมาในโพรงกระดูก (หัวเราะ)
    โจ้ : พวกเราเพิ่งแต่งงานมีอะไรต้องปรับกันเยอะเนอะ ผมก็ต้องปรับเยอะ อยากบอกว่าไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวเราปรับให้ อะไรที่ทำให้แท็บสบายใจขึ้น อะไรที่ทำให้ผ่านการปรับตัวไปได้ก็พร้อมจะทำให้ พร้อมจะอยู่ข้างๆ กัน (ยิ้ม)
     แท็บบี้ : สิ่งที่อยากบอกคือ ขอบคุณค่ะที่มอบความสุขให้มากขนาดนี้ ขอบคุณที่เป็นคนดีมากขนาดนี้ ขอบคุณจริงๆ ที่ทำให้ทัศนคติการมองความรักของแท็บเปลี่ยนไป และหวังว่าจะเป็นแบบนี้ไปตลอด หวังว่าในวันหนึ่งที่เรามีลูก จะสามารถถ่ายทอดความรู้สึก ความเป็นคนดีแบบนี้ให้ได้ด้วย

      ความรักไม่มีกฎเกณฑ์และสูตรสำเร็จที่ตายตัว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการมีความรัก คงหนีไม่พ้นการรักในตัวตน รักในหัวใจของคนคนนั้น ที่ต่อให้ห่างกันเพียงใดสุดท้ายก็ยังกลับมาอยู่ข้างกัน เช่นเดียวกับคู่รักที่แสนน่ารักคู่นี้

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);