ฮวงจุ้ยกับความรัก : ลมหนาว... ก่อโรคได้
  
  
ColumDetail
11
ฮวงจุ้ยกับความรัก : ลมหนาว... ก่อโรคได้
 
 

HUG Magazine ปีที่ 8 ฉบับที่ 2
ฮวงจุ้ยกับความรัก


ลมหนาว... ก่อโรคได้

ลมหนาว... ก่อโรคได้

    เข้าสู่หน้าหนาวทีไร มักจะเป็นที่ชื่นชอบของหลายๆ คนที่ได้มีโอกาสสัมผัสอากาศที่เย็นสบาย ถึงแม้ว่าเมืองไทยความหนาวเย็นจะอยู่แค่เดือนสองเดือน ไม่ยาวนานเหมือนประเทศอื่น แต่ลมหนาวที่พัดเข้ามาก็สามารถทำให้คนเจ็บป่วยได้ ลองมาดูหลักฮวงจุ้ยซิว่าพูดเรื่องลมหนาวเอาไว้อย่างไร
    วิชาฮวงจุ้ยจะศึกษาเรื่องของลมกับน้ำเป็นหลัก ซึ่งทั้งสองปัจจัยส่งผลในเรื่องของความเจ็บป่วยได้  เพราะทั้งลมและน้ำ ก็มีทั้งดีและไม่ดี ไปพูดกันถึงเรื่องของ ‘ลม’ กันก่อน
    ‘ลมแบบไหนที่ทำให้คนเจ็บป่วยได้’
    หลักการแพทย์จีน บอกเอาไว้ว่า ลมที่เป็นพิษ จะมีอยู่ 5 ลักษณะด้วยกัน บางตำราอาจมีมากกว่านี้ แต่ผมเอาแค่ 5 ก็พอ ซึ่งได้แก่ ลมหนาว ลมร้อน ลมชื้น ลมแห้ง และลมไฟ
    ลมหนาว จะส่งกระทบต่อสุขภาพ ก่อให้เกิดโรค ไข้หวัด ปวดหัว ปวดท้อง
    ลมร้อน จะทำให้คนป่วยเป็นไข้ อ่อนเพลีย และมีอาการคอแห้ง       
    ลมชื้น ส่งผลต่อระบบเลือดภายในร่างกาย ทำให้มีอาการปวดหัวได้ง่าย ไอมีเสมหะ และปวดเมื่อยตามร่างกาย
    ลมแห้ง อากาศที่แห้งมาก จะส่งผลให้มีการท้องผูก จมูกจะแห้งอยู่ตลอดเวลา
    ลมไฟ ลักษณะของลมไฟจะร้อนกว่าลมร้อนธรรมดา เรียกว่าร้อนผิดปกติส่งผลให้มีอาการไข้สูง ชัก ทอมซิลอักเสบ เหงือกบวม เป็นฝี หนองได้ง่าย    
    ลมพิษทั้ง 5 ลักษณะ ส่วนใหญ่จะเป็นผลมาจาก การเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล ซึ่งในหลักฮวงจุ้ยจะแยกฤดูออกเป็น 4 ฤดูด้วยกัน ไม่ใช่ 3 ฤดูเหมือนบ้านเรา ทั้ง 4 ฤดูจะก่อผลกระทบต่อร่างกาย ดังนี้
    ฤดูใบไม้ผลิ (กุมภาพันธ์ – เมษายน) เป็นฤดูที่มีความชื้นในอากาศมาก เพราะอยู่ระหว่างการเปลี่ยนจากอากาศหนาวมาเป็นอากาศร้อน โรคที่เป็นการบ่อย ก็จะเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด เป็นต้น
    ฤดูร้อน (พฤษภาคม - กรกฎาคม) อากาศจะร้อนอบอ้าว ร่างกายจะเสียน้ำมาก ทำให้อ่อนเพลียง่าย ใจสั่น และอาหารการกินจะเสียง่าย ถ้าไม่ระวังจะส่งผลทำให้ ท้องร่วง หรือโรคกระเพาะอาหารได้
    ฤดูใบไม้ร่วง (สิงหาคม ตุลาคม) ฝนเริ่มมา เกิดภาวะน้ำท่วม น้ำขัง โรคน้ำกัดเท้าระบายได้ง่าย อากาศชื้นมากส่งผลกระทบถึงปอด ทำให้มีอาการไอแห้งๆ และเจ็บคอ
    ฤดูหนาว (พฤศจิกายน – มกราคม) อากาศหนาวเย็น ส่งผลโดยตรงต่อระบบหายใจ ส่งผลให้เป็นไข้หวัดได้ง่าย คนที่เป็นโรคหอบหืด จะกำเริบในฤดูนี้
    การดูทิศทางลมก็ถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องรู้ ผมจะยกตัวอย่างประเทศไทยก็แล้วกัน อย่างหน้าร้อนลมจะมาทางทิศใต้ หน้าฝนลมจะมาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ส่วนหน้าหนาว ลมจะมาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
    เมื่อเรารู้ทิศของลมในแต่ละฤดูแล้ว การจัดบ้านก็ควรให้สอดคล้องกับทิศทางลม อย่างบ้านในเมืองจีน จะไม่นิยมหันหน้าบ้านไปทางทิศเหนือ หรือตะวันออกเฉียงเหนือ เด็ดขาด เพราะบ้านจะรับลมหนาวเต็มๆ หรือ จะไม่นิยมเจาะประตู หน้าต่าง ทางทิศนี้เพื่อไม่ให้ลมหนาวเข้าบ้านนั่นเอง
    ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ฉายาว่า ‘ทิศประตูปีศาจ’ ในทางฮวงจุ้ย ถือเป็นทิศที่ร้ายที่สุด คนจีนจะกลัวทิศนี้มาก ยกให้เป็นทิศของความเจ็บป่วยและโรคภัย จะไม่มีใครหันหน้าบ้านไปทางทิศนี้ ไม่มีใครกล้าเปิดประตู หน้าต่างทางทิศนี้ รวมไปถึงไม่มีใครสร้างบ่อน้ำทางทิศนี้เช่นเดียวกัน
    อย่างบ้านตรงทางสามแพร่ง ถ้าหน้าบ้านหันทิศนี้ ถือว่าร้ายสุด เพราะหน้าบ้านจะเป็นที่โล่งแจ้งไม่มีอะไรช่วยบังเลย ลมหนาวจะพัดเข้าบ้านเต็มๆ ทำให้คนในบ้านเจ็บป่วยได้ง่ายเมื่อเทียบกับบ้านที่ไม่ตรงทางสามแพร่ง

ลมหนาว... ก่อโรคได้

     ส่วนบ้านที่มีห้องส้วมอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ก็เข้าข่ายทำให้คนในบ้านเจ็บป่วยได้ง่าย เพราะห้องส้วมที่มีความชื้นมากอยู่แล้ว เมื่อลมหนาวที่พัดมาทางทิศนี้จะก่อความชื้นเพิ่มมากขึ้น ความชื้นนี้จะก่อเชื้อโรคบางชนิดอย่างเชื้อรา เป็นต้น
    วิธีดูแลตัวเองไม่ให้เจ็บป่วยในช่วงหน้าหนาว หลักการแพทย์จีนบอกว่า ให้รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ โดยเฉพาะบริเวณศีรษะกับเท้า เพราะเป็นจุดเปราะบางต่อลมหนาวมากกว่าจุดอื่น ก่อนนอนจึงควรแช่เท้าด้วยน้ำอุ่นหรือใส่ถุงเท้านอน ถ้ามีลมพัดผ่านศีรษะก็ควรหาหมวกไหมพรมมาใส่นอน เพื่อป้องกันการปะทะของลมนั่นเอง 
    หน้าหนาวนี้ อย่างไรก็ดูแลตัวเองกันให้ดีนะครับ ขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรงครับ

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);