รักไม่รู้จบ : เพราะเธอไม่เคยเปลี่ยน ‘กลิ้ง กฤตย์ & ฝน ผจงยศ อัทธเสรี’
  
  
ColumDetail
10
รักไม่รู้จบ : เพราะเธอไม่เคยเปลี่ยน ‘กลิ้ง กฤตย์ & ฝน ผจงยศ อัทธเสรี’
 
 

Hug Magazine ปีที่ 8 ฉบับที่ 2
รักไม่รู้จบ : มาศวดี ถนอมพงษ์พันธ์
ภาพ : ภาณุวัชร สุเมธี

 เพราะเธอไม่เคยเปลี่ยน ‘กลิ้ง กฤตย์ & ฝน ผจงยศ อัทธเสรี’

กลิ้ง กฤตย์ & ฝน ผจงยศ อัทธเสรี

เพราะเธอไม่เคยเปลี่ยน
‘กลิ้ง กฤตย์ & ฝน ผจงยศ อัทธเสรี’

    ถ้าให้เอ่ยถึงคนรับบทเสี่ยกะล่อนเจ้าชู้เรียกเสียงฮาบนหน้าจอ แน่นอนว่า ‘กลิ้ง กฤตย์’ ต้องมาเป็นอันดับต้นๆ แต่รู้ไหมว่านั่นแค่ฝีมือการแสดงขั้นเทพของเขา เพราะตัวจริงนั้น พอเจอคนที่ใช่ปุ๊บ ก็พุ่งตรงสานต่อปั๊บชนิดที่ 1 ปี ลั่นระฆังวิวาห์ทันที แถมตอนนี้ยังมีลูกสาวแสนรักแสนหวงมาเป็นศักขีพยานความรักฉบับฮาเฮนี้ มันต้องมีอะไรที่น่าสนใจ คุณกลิ้งยังย้ำชัดเต็มปากเต็มคำอีกด้วยว่า รักนี้ไม่เคยเปลี่ยนไป ยังรักมากเหมือนเดิม รักที่สามารถข้ามอุปสรรคฝ่าด่านจำนวนมากพระนางที่อายุห่างกัน 14 ปี คืออะไร

เมื่อพระเอก นางเอกได้พบกัน

ฝน : พี่เรียนป.โทอยู่ที่จุฬาฯ ต้องทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องสื่อสารมวลชน ไม่เคยอยู่ในวงการนี้เลย อยู่แต่ในวงการปิโตรเคมี คนลงเรียนประมาณ 40 คน อาจารย์คัดทิ้งเกือบ 30 คน แต่พอถึงชื่อพี่ ก็มองหน้าแล้ว ครูให้เธอเรียน ตอนนั้นเครียดนะ จะเอาอะไรมานำเสนอ เลยใช้วิธี เคยเล่นละครเวที ไปหาพี่รัก (ศรัทธา ศรัทธาทิพย์) อาจารย์บอกว่าแค่ผู้แสดงไม่พอ ไปสัมภาษณ์โปรดิวเซอร์ คุณลลิตา ฉันทศาสตร์โกศล อาจารย์ว่าโอเค ดีนะ แต่มันยังไม่พอ ต้องไปสัมภาษณ์คนเขียนบทและกำกับด้วย ถึงจะสำเร็จสมบูรณ์ สุดท้ายไปสัมภาษณ์พี่กลิ้ง เจอครั้งแรกพร้อมมาก 50 คำถามมีเทปอัดมาเลย สุดท้ายไม่ได้ถาม (พี่กลิ้งหัวเราะ) เพราะพี่กลิ้งบอกเดี๋ยวจะดูดวงให้ ผู้หญิงกับเรื่องดวง งานพับเก็บหมด เลยไม่ได้สัมภาษณ์อะไรเลย (ยิ้ม)
กลิ้ง : จริงๆ มีเพื่อนชื่อฝนทิพย์ อยู่ปตท. แล้ววันหนึ่งมีข้อความมาบอกว่า ฝนจะนัดสัมภาษณ์ ก็นึกว่าเพื่อน ปรากฏว่ามาแล้วไม่ใช่เว้ย เป็นอีกคน พอคุยไปคุยมาถูกชะตากัน เลยนัดกินข้าว ช่วยเรื่องเรียน ฉวยโอกาสจีบ เจอฝนครั้งแรกจำได้เลยว่าวันที่ 10 ธันวาคม วันรัฐธรรมนูญ พอวาเลนไทน์ก็นัดกินอาหารอินเดีย เผอิญใกล้กับสนามกอล์ฟ ซึ่งคือที่นี่ เลยชวนเล่นกอล์ฟ เพราะกอล์ฟจะบอกนิสัยว่าเป็นคนยังไง เลยรู้ว่าเป็นคนจริงจัง เอาเรื่องพอสมควร เขาตีได้ทั้งซ้ายและขวา ผมไม่รู้จะยืนตรงไหน ฝนเหวี่ยงเหล็กเบอร์ 9 มาเฉาะกางเกงยีนส์ผม แข้งแตก คงรักมาก (พี่ฝนหัวเราะ) สิ่งที่ผมสังเกตเห็น คือฝนรักครอบครัว รักพี่น้อง หลานๆ ทำให้ผมสนใจว่าผู้หญิงสมัยนี้ที่จะรักพ่อแม่ รักหลานๆ ขนาดนี้มีด้วย น่าจะเป็นครอบครัวที่ดีได้ เลยจีบเป็นจริงเป็นจัง

จุดเด่นที่ทำให้พระเอกหลงรัก

กลิ้ง : เวลาที่เรารักใครสักคนมานานเพราะสิ่งสิ่งนั้นมันยังอยู่ ทุกวันนี้ฝนยังรักแม่เขามาก แม่ยายผมไม่สบาย ไม่ค่อยเดิน แต่ฝนเป็นคนเดียวที่ยังมีความฝันว่าแม่จะลุกมาวิ่งร้อยเมตรได้ ล่าสุดพาไปโรงหนังที่ปิ่นเกล้า ไปทั้งรถเข็น แบกกันเข้าไป และหลานที่โตอยู่มหา’ลัยปีสี่ ฝนยังรักเหมือนตอนเด็กๆ ระบาดมาถึงครอบครัวผม ตอนแม่ผมไม่สบาย ฝนพาไปส่งถึงโรงพยาบาล การดูแลของเขาสุดยอด พ่อผมยังตายคาอ้อมอกเขาไม่รู้ว่าทำจนตายรึเปล่า (หัวเราะทั้งคู่)
ฝน : พี่หวังมรดก (หัวเราะ)
กลิ้ง : คือพ่อเป็นมะเร็ง แล้วตอนนั้นพ่อช็อค ผมไปดูรถพยาบาล ฝากให้แม่กับฝนดูพ่อ มาอีกทีก็ตายคามือ ผมรู้ว่าเขาเป็นผู้หญิงที่แคร์ เรื่องอารมณ์ร้อนยังมีอยู่บ้าง ส่วนที่เป็นจุดอ่อนเราเห็นแหละ แต่จุดดีของฝนมีมากกว่านั้นเยอะ ผมเตือนว่าการเอาคุณแม่ที่โครงร่างใหญ่ นั่งรถเข็นไปโรงหนังได้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายนะ ถ้าเราไม่เหมาโรงคงไม่ให้เข้า แต่เราตั้งใจเหมาโรงดูหนังเรื่อง คีตราชนิพนธ์ คุณแม่ก็นั่งอยู่บนรถเข็นตอนดูหนังกันเลย ที่นั่งพิเศษ นั่นคือสิ่งที่เขาไม่เคยเปลี่ยนตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ (ยิ้ม)
ฝน : พี่กลิ้งเป็นคนที่อบอุ่น รักครอบครัว พี่มีแม่ มีหลานที่รักเหมือนลูก ถ้าจะมีใครเข้ามา เขาต้องรับตรงนี้ได้ เราอยู่แค่ 1 ได้ไม่มีปัญหา ถ้ามี 2 ต้องรับครอบครัวเรา เข้าใจสถานภาพเราเป็นยังไง ถ้า 1+1 มันไม่ดี อยู่แค่ 1 พอ (หัวเราะ) คนเข้ามาจีบที่ผ่านมา เรามองว่าเขาไม่สามารถดูแลครอบครัวได้แน่นอน คงเหมือนเพื่อนๆ เป็นป็อปปี้เลิฟ พี่เป็นคนเฮี้ยว ทำอะไรด้วยตัวเอง รับผิดชอบได้ จริงๆ เป็นคนต้องการความรักและการดูแล แต่ก็ดูแลคนอื่นด้วย เลยรู้สึกว่าถ้ามีใครดูแลไม่ได้เท่าที่เราทำ ไม่มีก็อยู่ได้นะ ขอให้เข้าใจตัวเรา

กลิ้ง กฤตย์ & ฝน ผจงยศ อัทธเสรี

สิ่งที่ทำให้ชีวิตผู้ชายคนหนึ่งเปลี่ยนไป
กลิ้ง : ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ผมรู้สึกว่าต้องการจุดยืน ผมเคยนั่งกับเพื่อนเปิดหนังสือ จิ้มเลือกที่ไหนก็ไปเมาจนเช้าที่นั่น มันหลุดจากโลกไปแล้ว และเป็นคนที่ไม่มีใครคิดว่าจะได้แต่งงาน ไม่สามารถเลี้ยงลูกได้ แต่ผมทำตรงข้ามทั้งหมดเลย ผมแต่งงานและเป็นพ่อบ้าน ชอบทำกับข้าว ชอบเลี้ยงลูกมาก มันเป็นจังหวะที่พร้อมพอดี ทั้งที่ผมแก่กว่าฝน 14 ปี
     ผมคิดไว้ว่าถ้าคบกับใคร 1 ปีแล้วไม่ทะเลาะก็จะแต่งกับคนนั้น ซึ่งมันไม่มีนะเดี๋ยวมันต้องทะเลาะ แต่กับฝนไม่มี ส่วนแม่ยายที่ดูเข้ากับคนได้ยาก กลับเข้ากับผมได้ง่าย เพราะหน้าตาเหมือนกันมาก (ยิ้ม) คนอื่นนึกว่าผมเป็นลูกแม่ยายมากกว่าเขาอีก แล้วลูกสาวผมเหมือนคุณยายมากๆ หน้าตาถอดกันมาเลย
ฝน : เราเคารพในสิทธิส่วนบุคคลของแต่ละคน พี่ทำในส่วนที่พี่ชอบ พี่กลิ้งทำในส่วนที่พี่กลิ้งชอบ ทุกอย่างที่เขาทำจะไม่เข้าไปก้าวก่าย ต่างมีชีวิตของตัวเองเหมือนเดิม เรามีของขวัญที่ดีที่สุดคือลูก เพราะฉะนั้น อย่าทำอะไรที่ทำให้ลูกรู้สึกไม่มีความสุข
กลิ้ง : คนเราต้องมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วง ผมโตกว่าเขาเยอะ ตอนนี้เขาอาจจะมองไม่เห็นในสิ่งที่ผมเห็น อย่างฝนไปสอนพิเศษ เด็กจะติดมากๆ แต่ฝนยังไม่เห็นตรงนั้นว่าเขาจะทำอะไรต่อไป ฝนเป็นคนไม่ได้เกิดมาเพื่อหากำไร พอเขาไปสอนเด็ก เด็กก็ติด ขอตามมาเรียนต่อ นั่นคือสิ่งที่เขาเป็นมาตลอดชีวิต คนเราพออายุมากกว่าจะเห็นเอง แต่ถ้าไปบอกมันไม่ใช่ ต้องให้เขารู้เอง ผมผ่านมาหลายอย่าง ลองผิดลองถูก ทำชิบหายวายป่วงมาเยอะ

ขอแค่เข้าใจ
ฝน : พี่กลิ้งเริ่มชีวิตครอบครัวตอน 40 พี่เรียนหนังสือ จบมหาลัย ทำงาน แต่งงาน ก่อนนั้นไม่ได้มีเพื่อนเยอะ เนื่องจากต้องดูแลคุณแม่ คุณพ่อกับคุณแม่แยกทางกันนานแล้ว ภาพของเราคือ เป็นนักเรียน เป็นนิสิต เป็นลูก ทำงานไม่กี่ปีก็แต่งงานเลย ชีวิตท่องเที่ยวผจญภัยไม่มี เป็นแม่ไปเลย แต่พี่กลิ้งผ่านมาหมดทุกสิ่งอย่าง ถ้าเขาบอกว่าการจิ้มแผนที่ตรงไหนก็ไปเมาตื่นตรงนั้น การมีลูกมีครอบครัวคือของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับเขา เขาได้ของขวัญเร็ว หลังจากแต่งงานก็ได้ของขวัญเลย พอพี่กลิ้งลงตัว พี่ก็ยังอยากออกไปใช้ชีวิต ไม่ได้เป็นแม่บ้านทำกับข้าวรอใครกลับมา
กลิ้ง : บ้านผม ภรรยากลับมาถามว่าเย็นนี้มีอะไรกินบ้าง (หัวเราะทั้งคู่) ผมชอบทำกับข้าวมากๆ คนเราถนัดไม่เหมือนกัน ภพภูมิของผมกับฝนมันคนละโลก ผมเปลี่ยนคนที่เจอ เปลี่ยนสถานที่ทำงาน เหมือนเปลี่ยนน้ำทุกวัน แต่ฝนอยู่กับน้ำเดิมๆ งานเดิมๆ บ้านผมออกแนวฮาไม่เครียด ต่างกับบ้านฝนที่เป็นครูจริงจัง
ฝน : สำคัญคือเราไม่เอาปัญหาใส่กัน จะทำอะไรรับผิดชอบตัวเองจนจบ ปรึกษากันน้อยแต่รู้ว่าพี่กลิ้งพยายามสนับสนุนในทุกๆ เรื่อง เวลาเราเลี้ยงลูก หลายคนบอกว่าลูกต้องเชื่อฟังพ่อแม่ แต่พี่รู้จากหมอทำคลอดที่ดีมาก บอกว่าจริงๆ เราต้องเรียนรู้จากลูกแหมือนกัน อย่าคิดว่าลูกรอรับคำสอนจากเรา เพราะการเป็นพ่อแม่ครั้งแรกก็เริ่มอนุบาลพร้อมเขาเลย เราเพิ่งเริ่มเป็นพ่อแม่ ไม่มีประสบการณ์มาก่อน ไม่มีทางที่เราจะถูกต้องเสมอ เราเลยเคารพซึ่งกันและกัน เรียนรู้เขาไปด้วย เรียนรู้เราด้วย ในแต่ละวันชีวิตของเรามันถูกบ่มมาไม่เหมือนกัน

เคล็ดวิธีในการฝ่าปราการใหญ่
กลิ้ง : อย่างแรกเลยเป็นตัวของตัวเอง ถ้าคุณเกร็ง รักษามาดนั้นไม่ได้จะเครียดกันไปหมด พ่อแม่ผู้หญิงผ่านโลกมาเยอะ ดูคนออก ผมบอกเลยว่าเขาใช้เวลา 5 นาทีแรก ว่าเอาหรือไม่เอา คนนี้โอเคไหม อีกครึ่งชม. คือรักษามารยาทบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ขุ่น หาเหตุผลอธิบายลูกสาวว่าทำไมถึงไม่เอาคนนี้ เขาเลี้ยงลูกสาวมาทั้งชีวิตทำไมจะดูไม่ออกว่าคนคนนี้จะเลี้ยงลูกสาวเขาได้หรือไม่ได้ แล้วพ่อตาผมเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์ มีสาวมาจีบสมัยหนุ่มๆ เป็นนักเลงมาก่อน ทำไมจะดูผู้ชายด้วยกันไม่ออก แม่ยายเป็นอาจารย์ เห็นมากี่คู่แล้ว บ้านฝนระบบการป้องกันเยอะ มีพี่เลี้ยงชื่อป้าแก่น มองหน้าผมแล้วถามตรงๆ ว่าไม่เชื่อว่าไม่เคยแต่งงานมาแล้ว แม่ฝนไม่ต้องถามอะไรเลย ป้าแก่นจัดการถามหมดทุกอย่าง (หัวเราะ) ไม่รู้ไปจบหน่วยสืบราชการลับที่ไหนมา แล้วบอกฝนด้วยว่า ไม่จริงหรอกน้องฝน เขาต้องแต่งงานมาแล้ว ก็ดีนะ ป้าแก่นสนุกดี
ฝน : เพื่อนพูดแบบนี้หมดว่า ไว้ใจได้เหรอ เพราะเป็นดารา อายุมากแต่ยังไม่แต่งงาน ต้องเจ้าชู้แน่เลย อีกสารพัด เพื่อนไม่มีใครยอมรับเลย พี่ชายมาบอกว่า เฮ้ย ฝนไม่เป็นไรพี่เลี้ยงน้องได้ (หัวเราะ)
กลิ้ง : ฝนมีพี่ชายเยอะมาก บินมาจากนอก มานั่งกินข้าวมองหน้ากัน อีกคนก็อดีตนักเลงอำนวยศิลป์ แต่ละคนกว่าจะผ่านได้แต่ละด่าน กลุ่มจากอเมริกาหนึ่ง แล้วญาติทางนักเลงอีกกลุ่ม โห (หัวเราะ)
ฝน : พี่กลิ้งจะโดนข่มหนัก มีบอกว่า เขาเป็นนักเขียนบทนี่ เวลาพูดจาอะไรก็เหมือนเขียนออกมาได้

พ่อตากับลูกเขย
กลิ้ง : วันแรกที่ผมเจอพ่อตา คือวันที่ไปเยี่ยมแม่ยาย พ่อตาสูง 6 ฟุตกว่าแข็งแรงมาก ถ้าต่อยกัน ผมยังไม่แน่ใจว่าจะชนะ ขนาดผมเด็กกว่าพ่อตาเยอะ เป็นดาวคณะบัญชี เขาเป็นประธานรุ่น เป็นกระบี่กระบอง เป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์มาก มองรู้เลยว่าไอ้ผู้ชายคนนี้เป็นยังไง วันแต่งงานทุกอย่างมาเจอกันวันนั้น ทั้งพ่อแม่ผม พ่อแม่ฝน ผมก็บอกพ่อ นี่พ่อฝนนะ เขาเดินไปจับมือกัน กินข้าวอร่อย ราบรื่น (หัวเราะ)

กลิ้ง กฤตย์ & ฝน ผจงยศ อัทธเสรี

วิธีรับมือความเฮี้ยนของภรรยา
กลิ้ง : เชื่อผมไหม (ย้ำ) ผมพูดง่ายๆ เลย ผู้ชายมีชีวิตอยู่ด้วยเหตุผล ผู้หญิงมีชีวิตอยู่ด้วยอารมณ์
ฝน : ผู้ชายเนี่ยนะ (หัวเราะ)
กลิ้ง : แต่ผมขอย้อนกลับอีกทีว่า ผู้หญิงจะทุเรศกับเหตุผลของผู้ชายมาก เพราะเหตุผลของผู้ชายไม่ใช่เหตุผลจริงๆ มันคือการเอาอารมณ์มาเรียงซะใหม่แล้วบอกว่าเป็นเหตุผล ผู้หญิงจะมีสัญชาติญาณ ผมก็เชื่อกับสัญชาติญาณเขา อย่าพยายามให้เขามีเหตุผล เพราะเขาอยู่ได้ด้วยสัญชาติญาณ ปล่อยให้มันโต แล้วผู้ชายเอามาเรียบเรียงเอง
ฝน : จริงๆ แต่งงานกับพี่กลิ้งเหมือนมีพ่อมากกว่ามีสามี (คุณกลิ้งยิ้ม)
กลิ้ง : แม่ยายเรียกตัวเองว่าพี่กับผม (คุณฝนหัวเราะ) จนตอนหลังค่อยเปลี่ยนเป็นแม่ พอผมหอมแม่ยาย แม่ยายยังยกมือไหว้เลย เป็นครอบครัวไทยมากๆ รับไหว้เกือบไม่ทัน (หัวเราะ) ยังงงอยู่ ต้องไลน์หาฝนว่าเนี่ย หอมแม่เธอ แม่เธอไหว้ต้องทำยังไงดีว่ะ ทำอะไรไม่ถูก

วิวาห์อลวน

กลิ้ง : แย่มากเลย เป็นเรื่องที่เลวร้ายมากที่สุดในชีวิตผม (หัวเราะ) ตอนที่ตัดสินใจแต่งงานกับฝนก็ต้องเตรียมโรงแรม อาหาร เหล้า ทุกอย่างเสร็จ อ้าว ลืมขอฝนกับพ่อแม่
ฝน : แหวนแต่งงานก็ไม่มีด้วยนะ (ยิ้ม)
กลิ้ง : ใช่ คือเราคิดถึงการจัดงานคนมันต้องกินอร่อย สนุก เฮฮา จะถ่ายรูปยังไง คิดทุกเรื่อง แต่ไม่ได้ขอ ไม่ได้ซื้อแหวนเลย จนกระทั่งในวันแต่งงาน แม่ฝนก็น่ารักมากบอกว่า เออ คุณกฤตย์..ยังไม่ได้ขอเลยนะ อ้าว ชิบหายแล้ว วันนั้นวันแต่งงานแล้วด้วยนะ เลยเดินไปบอกคุณพ่อเพื่อนผม อาจารย์ธานินทร์ กรัยวิเชียร ท่านเป็นองค์มนตรีและบังเอิญเป็นอาจารย์ของคุณพ่อคุณแม่ฝนด้วยว่ามีปัญหาปรึกษาครับ คือยังไม่ได้ขอลูกเขาเลย ท่านบอกขอซะเลยสิ แต่มองหน้าผมคงเหมือนอยากถีบ (หัวเราะร่วน) แล้วแหวนล่ะ อ้าว ชิบหายอีกล่ะ ผมกับฝนในชุดจะรดน้ำตอนเช้า วิ่งจากโรงแรมเซ็นทรัลเข้าไปห้างเซ็นทรัลลาดพร้าวไปซื้อแหวนที่ร้านทอง ขนาดตอนเช้ายังไปยืนกดตังค์กันอยู่เลยนะ ว่าต้องจ่ายเงินกันเท่าไหนยังไง คนยืนต่อคิวกันเต็ม ตอนแรกคนหงุดหงิดว่าทำไมกดนานจัง กดหลายรอบ เลยบอก ผมจะไปแต่งงาน เท่านี้แหละสนุกเลย ช่วยกันนับทั้งแถว (หัวเราะ)
ฝน : กดมาจ่ายค่างานแต่งตัวเอง (หัวเราะ) พี่เป็นเจ้าสาวที่ไม่เคยไปดูโรงแรมอะไรเลย บางทีเจ้าสาวต้องไป เออ น้ำแข็งตรงนี้ อันนั้นจัดอย่างนั้น มีดอกไม้ตรงไหน พี่ไม่เคยไปแม้แต่วันเดียว โรงแรมจัดมาตั้งหลายครั้งแล้วนี่ จนเขาต้องขอร้องให้ช่วยมาดูให้หน่อยว่ามันโอเคไหม เลยไปเปลี่ยนน้ำแข็งหน่อยก็พอ คือพี่คิดว่าการแต่งงานคือเรื่องของคนสองคนนะ
กลิ้ง : ฝนพูดถูก การแต่งงานคือเรื่องของเราจริงๆ แม้แต่พ่อแม่ฝนก็ไม่เคยยุ่ง งานสนุกถ้าไม่คิดถึงเรื่องที่พี่หมูทำเอาไว้ เอาใครมาเป็นนักร้องรู้ไหม
ฝน : Saturday Seiko (แซทเทอร์เดย์ เซโกะ) ซึ่งในงานคนอายุประมาณใกล้เกษียณกัน เป็นงานที่แทบไม่เชิญเพื่อนเลยนะ มีแค่ 10 คน คือผู้ใหญ่ฟังเพลงไม่รู้เรื่องเลย (หัวเราะ)
กลิ้ง : พี่หมูแสบมาก มาบอกผมว่าขอเลยนะ ดนตรีพี่จัดให้เอง แล้วเป็นไงล่ะ นักร้องก็เครียด คนฟังก็ไม่เข้าใจ แต่สุดท้ายผู้ใหญ่บอกสนุกดี เปลี่ยนบรรยากาศในชีวิตมาก พวกเราดูง่ายมากจนมีแต่คนถามว่า พวกเธอจะแต่งงานกันจริงไหมเนี่ย ตอนกดเงินสามแสน คนทั้งแถวช่วยกันนับก็ทุเรศแล้ว (หัวเราะ) ที่ดีคือเพื่อนแม่ฝนคือเหล่าลูกศิษย์ของอาจารย์ธานินทร์ เจอกันมาตั้งแต่ยังสาวๆ มาเจออาจารย์อีกครั้ง ดูมีความสุขดี ไม่งั้นผมคงโดนกระทืบตรงนั้นแล้วล่ะ (หัวเราะทั้งคู่)

อย่าแหยมกับพ่อกลิ้ง

กลิ้ง : ตอนอนุบาลเคยมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งทำน้ำมนต์ร้องไห้ทุกวัน แล้วพูดกันไม่รู้เรื่อง คุยกันหลายครั้งก็ไม่หาย เวลาผมไปโรงเรียน เพื่อนๆ น้ำมนต์จะมาคอยบอกว่า เขาชอบน้ำมนต์เลยคอยตาม ผมแอบดู เขาจะเดินสั่งน้ำมนต์เก็บรองเท้า กินข้าวให้หมด เข้าใจว่าหวังดี เพราะเขามีพี่สาวที่รักและคอยทำแบบนี้ เลยเข้าใจว่าต้องทำแบบนี้ถ้ารัก แต่น้ำมนต์ยังร้องไห้ ผมเลยจับมานั่งแล้วมองหน้าพร้อมซื้อตุ๊กตาสูงเท่าเขา บอกว่าถ้าทำน้ำมนต์ร้องไห้อีกนะ แล้วดึงหัวตุ๊กตาขาดเลยต่อหน้า เด็กคนนั้นไม่คุยกับน้ำมนต์เลยจนถึงป. 5


กลิ้ง กฤตย์ & ฝน ผจงยศ อัทธเสรี

หลักที่ทำให้ทุกครอบครัวอยู่ได้ตลอดไป
กลิ้ง : ตราบใดที่ได้ฝนยังมีสิ่งที่ทำให้ผมรักอยู่ ผมก็ยังรักเขาอยู่ แต่เรื่องครอบครัวไม่ใช่สิ่งที่แค่รักไง ผมกับพ่อจะพูดเหมือนกัน โคตรเง้าศักราชเราเลือกไม่ได้ แต่ครอบครัวเราเลือกเอง ผู้หญิงคนนี้เราเลือกเอง ถ้าไม่สามารถดูแลควบคุมสิ่งที่เราเลือกเอง เรามันโคตรล้มเหลว ฉะนั้นต้องดูแลมันได้ แต่ถ้าล้มเหลวในเรื่องความรักที่เราเลือกมากับมือ ถือว่าล้มเหลวโคตรๆ
ฝน : แม่พี่สอนว่าไม่ต้องรักแม่ก็ได้ แต่ขอให้รักตัวเอง เพราะถ้าเราเห็นคุณค่าในตัวเอง เราจะเห็นคุณค่าคนอื่นไปด้วย จะไม่ล้ำเส้นกัน เรื่องการล้ำเส้นมันสำคัญ บางคนคิดว่าความรักมันต้องเข้าไป แต่จากความห่วงใยมันกลายเป็นก้าวก่าย ตราบใดที่เราเข้าไปในพื้นที่ของเขามากไปมันกลายเป็นความรำคาญ ในเมื่อเรายังต้องการพื้นที่ของเราเหมือนกัน

ขอเอ่ยถึงคนข้างๆ ในชีวิต
กลิ้ง : สิ่งที่ทำให้ผมรักเขา มันยังอยู่ถึงทุกวันนี้ (มองภรรยา) คนเรารักพ่อรักแม่อาจคิดว่าพูดง่าย แต่ต้องอยู่ในสภาพเขาก่อนถึงจะรู้ เวลาที่ฝนไปหาพ่อ ทั้งที่บางทีไกลแสนไกล ก็ไป เวลาที่พ่อแม่ไม่สบาย เขาอดหลับอดนอนไปเฝ้า คนแก่ที่ไม่สบายจะหงุดหงิดง่าย ฝนยังทนอยู่ได้ และพยายามมีความหวังว่าแม่จะแข็งแรงลุกขึ้นมาเดินได้ เขามีตรงนี้เต็มเปี่ยม สิ่งเหล่านี้ยังอยู่ครบ ที่ผมรักฝนเพราะฝนยังเป็นอย่างนี้ตลอดเวลา
ฝน : ในชีวิตคนเราจะมีบางสิ่งหรือคนที่ทำให้เราอุ่นใจสบายใจ ถ้ายังไม่มีคู่ก็คงพ่อแม่ แต่พอมีพี่กลิ้งมา ชีวิตพี่ขาดพ่อมานาน เขาเหมือนเป็นส่วนที่มาเติมเต็มเรื่องนี้ พี่จะออกไปบู้ล้างผลาญ ไปมีชีวิตผจญภัยยังไงก็ตาม สุดท้ายเหนื่อยปางตายกลับมา ก็เชื่อมั่นว่ายังมีพี่กลิ้งรออยู่ พ่อเคยบอกว่ามีคู่ชีวิตเหมือนเรามีพ่ออีกคน มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ (ยิ้มมองสามี) พี่กลิ้งจะชอบแซวว่ามีลูกสองคนคือพี่กับน้ำมนต์

แนะนำแด่หญิงสาวทุกคน

ฝน : ชีวิตคู่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบตลอดเวลาเสมอไป ความรักมันต้องเป็นความเข้าใจ และไม่คาดหวัง ถ้ามองด้วยความคาดหวังเราจะล้ำเส้นของเขาทันที คอยจัดระเบียบ ไม่ได้จะหงุดหงิด คิดไว้เลยว่าผู้ชายไม่มีทางเปลี่ยน น้าพี่บอกเลยว่าถ้าคบกับใครแล้วเห็นบางสิ่งที่รับไม่ได้ ให้จำไว้เลยหลังจากนี้มันจะเป็นสิ่งที่ร้ายแรงมาก แล้วถามตัวเองว่า ถ้ามันร้ายแรงถึงที่สุด ฝนจะรับตรงนี้ได้ไหม ถ้าไม่ได้ อย่าไปเริ่มคิดแต่งงานด้วยตั้งแต่แรก 
 
 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);