สุขภาพสุขเพศ : ฝีต่อมบาร์โธลีน
  
  
ColumDetail
10
สุขภาพสุขเพศ : ฝีต่อมบาร์โธลีน
 
 

HUG Magazine ปีที่ 8 ฉบับที่ 2
สุขภาพสุขเพศ : พญ.ชัญวลี ศรีสุโข


 ฝีต่อมบาร์โธลีน
 ฝีต่อมบาร์โธลีน

ฝีต่อมบาร์โธลีน

    สวัสดีค่ะคุณหมอที่เคารพ ดิฉันมีอาการผิดปกติที่อวัยวะเพศมาได้ระยะหนึ่งแล้วค่ะ คือปวดมาก ปวดจนต้องนั่งเอียงข้างเดียว ปวดสุดๆ เลยค่ะ พอลองใช้มือคลำดูก็พบว่ามีก้อนบวมนูนขึ้นมาบริเวณช่องคลอดด้านขวา ตกใจมากค่ะ ทนปวดสักพักหนึ่ง ปรากฏว่าหนองแตกเป็นสีคล้ำช้ำเลือดช้ำหนองค่ะ หลังจากหนองแตกก็ไม่รู้สึกปวดเหมือนเดิมแล้ว ดิฉันจึงไปหาหมอ ได้ยาแก้อักเสบมาทาน อาการก็ดีขึ้นมากค่ะ
    จนผ่านไปอีกหลายเดือนอาการก็กลับมาอีกค่ะ ดิฉันก็เลยลองคลำๆ บีบๆ ให้หนองแตกออกมา จากนั้นก็กินยาแก้อักเสบแล้วอาการก็ดีขึ้น ไม่เจ็บเหมือนครั้งแรก แต่หลังจากนั้นพอประจำเดือนหมดแต่ละรอบก็จะมีก้อนบวมนูนและเหมือนมีหนองขึ้นมาอีกทุกครั้ง แต่ครั้งนี้รู้สึกว่าก้อนบวมจะแข็งกว่าเดิมด้วยค่ะ จนตอนนี้เริ่มกลัวแล้วว่าก้อนนี้มันคืออะไร อันตรายหรือไม่ และจะรักษาได้อย่างไรคะ

                      ................................................................................................................

    ฟังอาการแล้วฟันธงรับปีใหม่ 2559 เลยค่ะ ว่าเป็น ‘ฝีต่อมบาร์โธลีน’เพราะอาการคลำเจอก้อนนูนที่ช่องคลอดใกล้แคมใหญ่ แถมแตกเป็นหนองสีคล้ำ ช้ำเลือดช้ำหนอง แทบจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากโรคที่ว่ามา
   ต่อมบาร์โธลีนคืออะไร หลายคนคงสงสัย ต่อมนี้เป็นต่อมน้ำหล่อลื่นที่ใหญ่ที่สุด ตั้งอยู่สองข้าง ด้านล่าง ของปากทางเข้าช่องคลอด แต่เป็นแหล่งผลิตน้ำหล่อลื่นในจำนวนที่มากเป็นอันดับสอง รองจากผนังช่องคลอด น้ำหล่อลื่นนี้จะออกมาโดยอัตโนมัติเมื่อเกิดความต้องการที่จะมีเพศสัมพันธ์ หรือมีการกระตุ้นความต้องการทางเพศ แหล่งผลิตน้ำหล่อลื่นอื่นๆ ได้แก่ ปากมดลูก มดลูก ต่อมสกีน (Skene’s gland) ที่อยู่สองข้างของรูปัสสาวะ
    ต่อมบาร์โธลีนมีสองต่อม ด้านซ้ายและขวา หากมองช่องคลอดของคนนอนหงายเป็นนาฬิกา ต่อมอยู่ที่ 4 และ 8 นาฬิกา ด้านหลังของแคมเล็ก ปกติคลำไม่ได้ เพราะมีขนาดครึ่งเซนติเมตร ไม่พอง ไม่แข็ง ต่อมแต่ละข้างมีท่อหนึ่งท่อ ยาว 2.5 เซนติเมตร น้ำหล่อลื่นจะไหลผ่านท่อมาออกที่ช่องระหว่างแคมเล็กและเยื่อพรหมจรรย์
    ต่อมบาร์โธลีนจะเกิดปัญหาเมื่อมีการอุดตันท่อ ทำให้น้ำหล่อลื่นซึ่งเป็นมูก ไหลออกมาจากต่อมไม่ได้ เกิดการคั่งของมูก กลายเป็นถุงน้ำ ที่เรียกว่าซีสต์ของต่อมบาร์โธลีน คราวนี้จะคลำได้ ยิ่งทิ้งไว้นาน ก็จะโตขึ้น ทำให้มองเห็นว่าแคมสองข้างโตไม่เท่ากัน เพราะซีสต์ชอบเป็นข้างใดข้างหนึ่งไม่เป็นสองข้างพร้อมกัน
    หากเป็นซีสต์ มักไม่มีอาการอะไร นอกจากคลำเจอ มักมีเส้นผ่าศูนย์กลางเฉลี่ยสองเซนติเมตร ไม่ต้องรักษาค่ะ แต่หากใหญ่มาก เช่น โตเกิน 5 เซนติเมตรขึ้นไป เวลาเดินหรือมีเพศสัมพันธ์เกิดเจ็บหรือรำคาญ อาจต้องรักษา ซีสต์นี้หากมีการติดเชื้อก็จะกลายเป็นหนองฝี เรียกว่า ‘ฝีต่อมบาร์โธลีน’ มีอาการก้อนโตขึ้น บวม คลำแล้วรู้สึกร้อน ปวด เจ็บ แบบนี้ก็ต้องรักษาค่ะ
    ก้อนของต่อมบาร์โธลีนไม่เป็นฝีก็เป็นซีสต์ ส่วนใหญ่เป็นฝี โดยพบฝีมากกว่าซีสต์ถึง 3 เท่า โอกาสเป็นมะเร็งต่ำมากๆ แทบไม่มีใครเคยเจอ ตามทฤษฎี พบมะเร็งต่อมบาร์โธลีน 1 คนต่อผู้หญิงจำนวน 5,000,000 คน ส่วนใหญ่เกิดในคนอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป      
    สำหรับซีสต์หรือฝีของต่อมบาร์โธลีน เจอได้บ่อยมากค่ะ พบประมาณร้อยละ 2 ของคนไข้ที่มาหา คนไข้ในแผนกนรีเวชของโรงพยาบาลรัฐ เฉลี่ยมาตรวจวันละ 50 คน ก็จะเจอโรคนี้ 1 คน เรียกว่าเจอแทบทุกวัน ในฐานะหมอสูติ เมื่อไหร่ที่เห็นคนไข้มาหาด้วยเรื่องมีก้อนที่อวัยวะเพศ เดินไม่ได้ ต้องยืนกางขา เมื่อเชิญให้นั่งบอกนั่งไม่ได้ เพราะเจ็บปวดมาก ก็วินิจฉัยว่าเป็นฝีของต่อมบาร์โธลีนได้เลย
    คำถามที่พบบ่อย ของคนไข้ที่เป็นซีสต์หรือฝีของต่อมบาร์โธลีน... มีสองข้อดังนี้ค่ะ
    1. คุณหมอคะ ฝีต่อมน้ำหล่อลื่น เป็นการติดเชื้อจากสามีหรือเปล่า เป็นไปได้อย่างไรสามีไม่เคยเที่ยวเลย รักเดียวใจเดียว แถมหนูไม่ค่อยมีเพศสัมพันธ์เลย ทำไมมันจึงเกิดขึ้นได้
    ตอบ การอุดตันของท่อต่อมน้ำหล่อลื่น ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ สาวโสดก็พบได้ โดยมักเกิดจากสามสาเหตุดังนี้
    - ติดเชื้อโรคตัวร้าย จากสุขอนามัยเราเอง หรือรับเชื้อมาจากห้องน้ำ เชื้อที่พบบ่อยเป็นเชื้ออี.โคไล (E.coli) ฯลฯ ที่ปนเปื้อนมาจากอุจจาระ ทำให้ท่อบวมและอุดตัน เกิดฝีต่อมน้ำหล่อลื่น
    - ติดเชื้อโรคจากเพศสัมพันธ์ทำให้ท่อต่อมน้ำหล่อลื่นอักเสบบวมและอุดตัน เกิดฝีต่อมน้ำหล่อลื่น เชื้อที่พบบ่อยได้แก่ เชื้อหนองในแท้ หนองในเทียม
    - ช่องคลอดบริเวณที่ท่อต่อมน้ำหล่อลื่นมาเปิดออก บวม ปิดทางออก ส่งผลให้เกิดอุดตันกลายเป็นซีสต์หรือฝี

     2. คุณหมอคะ ดิฉันเป็นฝีต่อมน้ำหล่อลื่น ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 แล้ว สามครั้งแรก นึกว่าเป็นฝีธรรมดา ซื้อยาจากร้านขายยากิน ปล่อยให้แตกเอง พอแตก ไม่กี่เดือนต่อมาก็เป็นฝีอีก เมื่อไปหาหมอ หมอเจาะฝี หายไปไม่ถึง 6 เดือน ตอนนี้เป็นฝีครั้งที่ 5 ทำอย่างไรจึงจะหายขาดคะ กังวลมากเลยค่ะ
    ตอบ การรักษาฝีต่อมน้ำหล่อลื่น หากปล่อยให้แตกเองหรือเจาะเอาฝีออก ไม่นานแผลก็ปิด ท่อต่อมน้ำหล่อลื่นยังอุดตัน ก็ย่อมกลับมาเป็นซีสต์หรือเป็นฝีอีก การรักษาฝีต่อมน้ำหล่อลื่นที่เป็นมาตรฐานคือการผ่าตัดเปิดปากถุง สร้างทางออกของน้ำหล่อลื่นใหม่ เช่น วิธีผ่าตัดแล้วคาท่อ (Word catheter) ไว้นานกว่า 1 เดือน เพื่อให้เกิดทางออกถาวรของน้ำหล่อลื่น หรือผ่าตัดแล้วเย็บเปิดปากถุงต่อมน้ำหล่อลื่น ที่เรียกมาร์ซูเปียไลเซชั่น (Marsupialization)
    โอกาสหายขาด ของสองวิธีนี้ มี ร้อยละ 87 – 98 วิธีแรกอาจใช้ยาชาทำ ส่วนวิธีที่สองส่วนใหญ่ทำในห้องผ่าตัด ใช้ยาชาและยาสลบ หากผ่าตัดรักษาโดยสองวิธีแรกแล้วยังกลับมาเป็นอีก แนะนำให้ผ่าตัดเอาต่อมน้ำหล่อลื่นออกไปเลย แต่ไม่แนะนำให้ทำวิธีนี้แต่แรก เพราะมีโอกาสเสียเลือดมาก ใช้เวลาหายของแผลนาน และน้ำหล่อลื่นก็จะมีจำนวนลดลง     นอกจากวิธีที่กล่าวมา ยังมีวิธีการรักษาฝีต่อมน้ำหล่อลื่น วิธีอื่นๆ อีก แต่ไม่เป็นที่นิยมมากนัก เช่น ผ่าตัดแล้วจี้ ด้วยสารเคมีซิลเวอร์ไนเตรท (Silver nitrate) หรือใช้เลเซอร์คาร์บอนไดออกไซด์จี้ทำลายต่อมน้ำหล่อลื่น
        สรุป ในรายที่ถามมา วินิจฉัยว่าเป็นฝีต่อมน้ำหล่อลื่น ไม่อันตรายค่ะ เพราะไม่ใช่โรคร้าย แต่ชอบเป็นเรื้อรัง ไม่ควรบีบหรือเค้นเอาฝีหนองออก เพราะเชื้อโรคอาจจะแพร่กระจายเข้ากระแสเลือดได้ แนะนำให้พบแพทย์เพื่อผ่าตัดรักษา โดยวิธี ‘มาร์ซูเปียไลเซชั่น’ ซึ่งมีโอกาสหายขาดสูงค่ะ

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);