กว่าจะรักกันได้ : ความรักของเหยี่ยวข่าว 'เบิร์ด – ณัชฐพงศ์ & เบนซ์ – นันท์นภัส มูฮำหมัด'
  
  
ColumDetail
09
กว่าจะรักกันได้ : ความรักของเหยี่ยวข่าว 'เบิร์ด – ณัชฐพงศ์ & เบนซ์ – นันท์นภัส มูฮำหมัด'
 
 

 HUG Magazine ปีที่ 8 ฉบับที่ 2
กว่าจะรักกันได้ : สิริลักษณ์ ลีวิวัฒนาวงศ์
ภาพ: วีวี่


 ความรักของเหยี่ยวข่าว 'เบิร์ด – ณัชฐพงศ์ & เบนซ์ – นันท์นภัส มูฮำหมัด'

'เบิร์ด – ณัชฐพงศ์ & เบนซ์ – นันท์นภัส มูฮำหมัด'

ความรักของเหยี่ยวข่าว
'เบิร์ด – ณัชฐพงศ์ & เบนซ์ – นันท์นภัส มูฮำหมัด'


    หากเปิดโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ในช่วงเวลาข่าว หนึ่งในผู้สื่อข่าวที่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเคยเห็นผู้ชายคนนี้‘เบิร์ด – ณัชฐพงศ์ มูฮำหมัด’ ที่เป็นทั้งผู้ประกาศข่าวและยังเป็นผู้สื่อข่าวประจำเฮลิคอปเตอร์ เหยี่ยวข่าว 7 สี โดยวันนี้เขาจะวางอาชีพนักข่าวและมาเล่าเรื่องราวความรักของเขากับภรรยา ‘เบนซ์ – นันท์นภัส มูฮำหมัด’ และลูกสาว ‘ดญ.พริมาดา มูฮำหมัด’ ว่าความรักของเหยี่ยวข่าวอย่างเขานั้นเป็นเช่นไร

พบรักกันในม็อบ
เบิร์ด :  เราเรียนมหา’ลัยเดียวกันจริงแต่ไม่เคยเจอกัน ถ้าเจอตอนนั้น (เบนซ์ : ก็คงจะแคล้วคลาดกัน) ที่เห็นจากรูปก็คงไม่เอามาทำเมีย (คุณเบนซ์หัวเราะ) เพราะมันดู... นะ ตอนนั้นมันแย่อยู่ เราก็แย่อยู่ มาเจอกันตอนเป็นนักข่าวช่อง 7 ตอนนั้นมีชุมชุมทางการเมือง (เบนซ์ : 7 ปีแล้ว) ช่วงนั้นผมต้องออกไปรายงานสดภาคสนาม โดยส่วนใหญ่อยู่ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ซึ่งใกล้กับที่ร้านของเขา
เบนซ์ : ช่วงนั้นเราออกจากงานประจำแล้ว และมาเปิดร้านกาแฟ
เบิร์ด :  ตอนนั้นเราทำงาน 24 ชม. พัก 12 ชม. แล้วช่วงเวลาที่อยู่มันทรมานมากนะ ทั้งเรื่องการทำข่าว การดูแลตัวเอง การพักผ่อน กินนอนบนถนนอยู่กับผู้ชุมชุม ปรากฏว่าตรงนั้นมีร้านกาแฟ ‘โห... ได้ที่พักแล้ว’ มีแอร์ด้วย มีอินเตอร์เน็ตอีก ส่งข่าวสบายเลย แบบที่เขาพูดกันไง กาแฟแก้วเดียวนั่งทั้งวัน ซึ่งจริงๆ เราไม่ได้เป็นคนดื่มกาแฟ แต่หาแหล่งตีซี้ เราก็ไปทุกวัน พาเพื่อนคนนั้นคนนี้ไปบ้าง  เบนซ์ : เสียบปลั๊กด้วย กาแฟแก้วหนึ่ง ชาร์ตทั้งคอมทั้งโทรศัพท์ ช่วงนั้นเรากัดเขาทุกวัน ทำตัวน่าเกลียดจริงๆ ซื้อกาแฟฉันแก้วหนึ่งจะนั่งจะเสียบปลั๊กทุกสิ่งเลยเหรอ แต่ก็คุยกัน นี่เขาก็จะแบบเรียนม.กรุงเทพ เป็นรุ่นพี่ เราคุยกันหลายเรื่อง งานบ้างอะไรบ้าง
เบิร์ด :  เราหาจุดเชื่อมโยง พอรู้ว่าเป็นม.กรุงเทพปุ๊บก็คุยเลย ตีซี้หาที่สิงสถิตไง โอ๊ย… ทำข่าวม็อบ ช่วงที่เราไม่ได้ทำข่าวได้นั่งห้องแอร์บ้าง
เบนซ์ : หนักๆ เข้าโทร.มาสั่งอาหารด้วยนะ ให้ขี่จักรยานไปส่งที่ทำเนียบ เราก็ขี่ไปด้วยความงงๆ (หัวเราะ)
เบิร์ด :  อยู่กันนานจากเรื่องทั่วไปก็คุยสารทุกข์สุกดิบก็ลยเริ่มสนิทกันมากขึ้น

วิถีชีวิตที่แตกต่าง

เบิร์ด :  ตอนนั้นผมไม่ได้คิดอะไรกับเขาเลยนะ แค่หาที่เย็นๆ นั่งอย่างเดียว แต่พอคุยๆ กันก็คิดว่าเขาเก่งดี แต่ก็แอบคิดว่าเขาดูจะเข้าใจวิถีชีวิตการเป็นนักข่าวของเราดี เพราะบางคนไม่เข้าใจ คือชีวิตมันยุ่งทั้งวัน ถ้ามาจุกจิกจู้จี้มากก็คงลำบาก พอเริ่มเป็นแฟนกันแรกๆ ก็กลัวนะว่าจะไปกันได้ไหม เพราะเคยมีแฟนแล้วไม่เข้าใจในการทำงานของเรา ตอนแรกก็เข้าใจสักอาทิตย์หนึ่งก็เริ่มแล้ว ‘อยู่ที่ไหน ทำอะไร’ ก็อยากตอบนะ แต่บางทีสัมภาษณ์แหล่งข่าวอยู่ พอเราโทร.กลับก็งอนไม่คุย เจอแบบนี้ก็เลิก สำหรับเขาเราก็ดูอยู่หลายเดือนเหมือนกันว่าเข้าใจจริงไหม ทุกวันนี้นี่ไม่เคยโทร.ตามเลย
เบนซ์ : สลับกันคนที่โทรคือคนนี้ (ชี้ไปทางคุณเบิร์ด) เราจะหายสาบสูญไปเลย ไม่โทร.หาเขา แล้วไม่ได้รับด้วย เพราะชอบวางโทรศัพท์ไว้ตามที่ต่างๆ (หัวเราะ)
เบิร์ด :  ผมกลับเป็นคนที่โมโหมาก เพราะเรามีเวลาน้อยอย่างเมื่อกี้อ่านข่าวอยู่นะ แต่กดโทร.ออกให้มันดัง เพื่อให้เขาหยิบมาดูว่ามีข้อความในไลน์ แต่ก็ยังไม่อ่านอยู่ดี (คุณเบนซ์หัวเราะ) ผมเป็นคนจริงจัง ชีวิตผมมีตารางเวลา ทั้งเดือนมีแพลน บางทีหลายเดือน หรือเป็นปี ต่างกับเขาที่จบศิลปะ อาร์ตๆ ชิลล์ๆ
เบนซ์ : เราก็สโลล์ไลฟ์มาตั้งแต่ออกจากงานประจำ ถึงเวลาเดี๋ยวเขาก็โทร.มาเองแหละ
เบิร์ด :  เขาไม่เคยโทร.มาว่าอยู่ไหน ถ้าถามคือจะอุ่นกับข้าวรอ แต่จิกนี่ไม่มี เวลาไปทำข่าวต่างจังหวัดคุยกันครั้งเดียวตอนเย็น เฟสไทม์คุยกับลูก

เบิร์ด – ณัชฐพงศ์ & เบนซ์ – นันท์นภัส มูฮำหมัดตัดสินใจแต่งงาน

เบิร์ด :  ตอนแรกก็คิดว่าใช้ชีวิตโสดมันก็ดีนะ ไม่ห่วงหน้าพะวงหลัง แต่แต่งงานเลยก็ดีเพราะอยากมีลูกแล้วเหนือสิ่งอื่นใดเขาเข้าใจเราจริงๆ ใช้เวลาดูมาหลายเดือน แล้วช่วงนั้นพิสูจน์ได้เร็วด้วย เพราะม็อบมันไม่เหมือนเวลาทำงานปกติ แต่คือสถานการณ์มันเครียดด้วย จนแต่งงานกันแล้วก็ยังมีข่าวม็อบอยู่เลย เราไม่มีจีบกัน แล้วก็ใช้เวลาในการตัดสินใจแต่งงานกันไม่นาน สัก 6 เดือนได้ไหม (เบนซ์ : ที่แต่งกัน 1 ปีพอดี) เราอายุเยอะ และผมอยากมีลูก เลยแบบ เฮ้ย แต่งเหอะ
เบนซ์ : เราไม่ได้มองเรื่องการแต่งงานเป็นตัวกำหนดชีวิต คิดแค่ว่ามันแค่เปลี่ยนสถานะ พวกเราต่างคนต่างเคยผิดหวัง เลยรู้ว่าอะไรที่ไม่ใช่ อันไหนที่เราพอทนได้ อันไหนที่เราโอเค อย่างเขาอาจจะทนไม่ได้กับพฤติกรรมที่โทร.ตาม แต่ของเราขออย่างเดียวคือย่านอกใจ ที่เหลือตามสบาย จะกลับจะไม่กลับ
เบิร์ด :  ทุกวันนี้ที่ถ้ามีวันหยุดผมสามารถไปสังสรรค์กับเพื่อนและกลับมาตอนเช้าได้ ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะไม่โอเค แต่นี่เหมือนแตะมือ เขาจะออกไปส่งลูกแต่เราเพิ่งเข้าบ้าน เขาเคยบอกว่าไปพักบ้าง เพราะทำงานเครียดแล้ว

การเปลี่ยนแปลงหลังแต่งงาน

เบิร์ด :  ผมไม่เปลี่ยนนะ คิดว่าเขาน่าจะเปลี่ยนเยอะ เพราะเป็นคนเสียสละทิ้งงาน ปกติเขาดูแลเรื่องงานของบ้านของครอบครัว แต่ผมดึงมาเป็นแม่บ้าน
เบนซ์ : บางงานเราก็เต็มที่ไม่ได้ ยังดีว่าลูกเริ่มโตแล้วเลยเริ่มทำอะไรที่เต็มเม็ดเต็มหน่วยขึ้นได้ สำหรับเรามันละเอียดขึ้น รู้จักหยุด จากเมื่อก่อนพอเราไม่มีความสุขปุ๊บเราไปเลยนะ ช่วงนี้อารมณ์ไม่ดีละ เก็บเสื้อผ้าไปเที่ยว พอโอเคแล้วค่อยกลับ แต่ตอนนี้ไม่ได้ เลยใจเย็นและอดทนมากกว่าเดิม จากที่ไม่เคยมีใครมาตีกรอบเรา พ่อแม่ก็ไม่เคย เราอยู่กับเพื่อนเฮฮา แต่พอมาอยู่ตรงนี้ไม่เคยไปอีกเลย แต่เราก็ไม่ได้อยากไปขนาดนั้น คือลูกกลับมา 3 โมงครึ่ง สอนการบ้านทำโน่นนี่ เราก็เหนื่อยเกินกว่าที่จะไปไหนแล้ว
เบิร์ด :  จริงๆ ผมเปลี่ยนในการการทำงานที่ลดความบ้าบิ่นลง คิดมากขึ้น เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เมื่อก่อนไม่มีอะไรให้ห่วง อาจจะสู้ตาย ก็ลุยเต็มทีไม่ห่วงความปลอดภัยอะไรเท่าไร เดี๋ยวนี้มันตายไม่ได้ เรามีคนต้องดูแลข้างหลัง 2 คน

ความประทับใจต่อกันและกัน

เบิร์ด : เรื่องเสียสละนี่แหละ เพราะเขาต้องทิ้งชีวิตแบบเดิมๆ ที่มีความสุขมาแต่งงานด้วย เสียสละในการดูแลครอบครัว ดูแลลูกของเรา ผมเห็นเพื่อนบางคนยังไม่แต่งงานก็ใช้ชีวิตลั้นลาไปนั่นนี่ หรือมีแฟนก็ยังชิลล์อยู่ บางทีเห็นก็ขอบคุณที่เสียสละ (เบนซ์ : เราก็ไปนะ แต่เปลี่ยนเป็นนัดกลางวัน ไปตีแบด พาลูกไปด้วย เพื่อนก็เข้าใจนะ) เพราะมีสัญญาประชาคมกันว่า อะไรก็แล้วแต่ เธอต้องดูลูกก่อน เขาก็ไปเที่ยวกัน 2 แม่ลูกผมทำหน้าที่ส่งเสบียงและหน้าที่ปรึกษา อันนี้เอาไงดี วางแผนให้
เบนซ์ : ผู้หญิงบางคนไม่ชอบที่ต้องเป็นช้างเท้าหลัง แต่เราชอบนะไม่ต้องเครียด เราแค่จัดการเวลาลูก แต่จริงๆ ก็เป็นเขาอีก เดี๋ยวเวลานี้นะพาลูกไปไอซ์สเก็ตนะ พาไปนี้ๆ นะ เราก็ไม่ต้องมาคิดมาก บางคนเขาอาจจะมองว่าด้อย แต่มันไม่ได้แย่นะ อย่างน้อยมีคนเหนื่อยแทนเรา เราก็สบายนะ จะอยากเหนื่อยเท่าเขาก็ไม่ใช่ อย่าไปมองว่าสิทธิไม่เท่ากัน
เบิร์ด :  ผมเคยอ่านหนังสือเจอเหมือนกันกันว่าคนที่เคยทำนั่นนี่ ความภูมิในในตัวเองมันเยอะ แล้วเดี๋ยวนี้เลี้ยงลูก ผู้หญิงบางคนคิดว่าตัวเองไม่ได้ทำงานไม่ได้หาเงินแล้วซึมเศร้า ซึ่งผมก็พยายามให้กำลังใจเขา คอยบอกว่าคุณทำหน้าที่ดีสุดแล้ว
เบนซ์ : เพื่อนเราบางคนแบบทำไมเสื้อในตัวเดียวต้องขอเงินซื้อ แต่เขานี่จะ ‘อยากได้อะไรไหม’ หรือบางทีเห็นโทรศัพท์เก่าแล้วซื้อเปลี่ยนให้ เราเป็นคนไม่ได้ใส่ใจ แต่เขาเป็นคนรายละเอียด แป้งหมดยัง โฟมล้างหน้าบางทีเราใช้หมดก็วางทิ้งไว้ พอเดินเข้าไปอีกทีหลอดใหม่วางไว้ให้แล้ว เขาเป็นคนคอยดูพวกนี้ คอยดูแลเรา เพื่อให้เราไปดูแลลูก
เบิร์ด :  ผู้หญิงมันต้องมีเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ดังนั้นอะไรที่ให้เขาเป็นรางวัลได้ผมก็พยายามจะให้ คนเป็นแม่บ้านเป็นแบบนั้นจริงๆ เห็นเสื้อในเก๊าเก่าเห็นแขวนอยู่ เฮ้ย เปลี่ยนเหอะ

เบิร์ด – ณัชฐพงศ์ & เบนซ์ – นันท์นภัส มูฮำหมัด

งานกับชีวิตคู่และความเสี่ยง
เบิร์ด :  ตอนเขาท้องแก่อยู่คนเดียว ผมถูกส่งไปทำข่าวที่กัมพูชา ตอนนั้นคนไทยถูกจับ 7 คน ผมอยู่ที่นั่นประมาณ 2 เดือน เพราะมันต้องมีขึ้นศาล ทำคดี แล้วความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็ตรึงเครียด ปรากฏว่ามีเหตุแทรกซ้อน มีการยิงกันบริเวณชายแดน แล้วช่อง 7 เช็คมาได้ว่ามีทหารไทยถูกจับ 1 คน นักข่าวช่องอื่นกลับแล้ว เรามีข้อมูลเลยขอทำข่าวส่งทหารไทยคนนี้กลับบ้านก่อน ผมก็โทรบอกเมียว่า ‘เออ ตกลงยังไม่ได้กลับนะ เผอิญทหารไทยถูกจับ’ เขาก็ร้องไห้ (เบนซ์ : เป็นครั้งเดียวในชีวิตเลยนะ) เขาก็ถามว่าทหารคนนั้นเป็นญาติพี่เหรอ ผมก็อึ้งๆ ไปเหมือนกัน แต่พูดไปแล้วเหมือนพระเอก คือเขาเป็นทหารไทยถูกจับเป็นเชลย มันทิ้งไปไม่ได้
เบนซ์ : แต่หลังจากโวยไปเสร็จก็จบนะ คือเป็นคนไม่ค่อยโวย หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรเราก็เที่ยวต่อ ช็อปปิ้งอะไรไปเรื่อย เราไม่ค่อยจะอะไรเยอะ
เบิร์ด :  ซึ่งดี เพราะว่าก่อนหน้านี้ประเทศมันเครียดตลอด มันมีทุกอย่างในม็อบ ระเบิด ปืน นักข่าวตาย เจ้าหน้าที่สาธารณสุขถูกยิง เขาเคยถามผมว่า ‘ตกลงพี่เป็นนักข่าวหรือเป็นทหาร’ จำได้ไหมมีช่วงหนึ่งนักข่าวต้องใส่เสื้อเกราะยืนรายงานข่าว กระสุนบินผ่านหัว เราหมอบอยู่บนพื้น เมียถามสรุปเราเป็นทหารรึเปล่า
เบนซ์ : ไม่ใช่กลับมาแล้วรายงานตัวว่าร้อยตรีณัชฐพงศ์อะไรแบบนี้ (หัวเราะ) คือก็ดีเราไม่ซีเรียส ก็มีความกลัว แต่เป็นคนไม่ค่อยเครียด มีคนเดียวทำให้เครียดได้คือลูก
เบิร์ด :  แล้วเขาเป็นคนจิตแข็ง อย่างมีเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกที่แก่งกระจาน รู้เลยถ้าเป็นข่าวแนวนี้ผัวกูไปแน่ เขาก็จะเก็บเสื้อผ้ารอ ซึ่งมาสนับสนุนเรื่องงานของเรา ผมไม่ต้องระวังหลัง เขาดูแลบ้าน ดูแลลูกเต็มที่ ผมก็คิดว่าตอบโจทย์แล้วสำหรับการแต่งงาน แต่มันก็เสี่ยงอีก เพราะเราขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ข่าวเฮลิคอปเตอร์ตก ผมก็ไม่เคยรู้เหมือนกันว่าเขารู้สึกยังไง... เป็นไงบ้างล่ะ (หันไปถามคุณเบนซ์)
เบนซ์ : อาจจะมีกังวล รู้สึกนิดๆ ว่าอันตรายรึเปล่า แต่ไม่ว่าเรื่องอะไรเราก็ไม่ได้เป็นคนกำหนดชีวิตทั้งหมดไง ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ ถ้าเกิดมันต้องเกิด เพราะมันต้องผ่านไป
เบิร์ด :  มันต้องผ่านไป เพราะถ้าผมตายเขาจะได้เงินประกันไง (หัวเราะ)
เบนซ์ : ชินมากกว่า ไม่ค่อยอะไรกับเรื่องสูญเสีย เรามองว่าเป็นธรรมชาติ ต่อให้เป็นคนใกล้ตัว แต่ถึงเวลาก็ถึงเวลาเอง (เบิร์ด :  ไม่เห็นห่วงว่างั้นเหอะ) ไม่ใช่ แต่เดี๋ยวเขาก็โทร.มาก็โอเค (เบิร์ด :ผมจะบอกเขาเวลาลงเครื่องแล้ว) ลงเขาก็โทร.กลับมาทุกครั้ง เหมือนเขารู้ว่าเราเป็นห่วง

เบิร์ด – ณัชฐพงศ์ & เบนซ์ – นันท์นภัส มูฮำหมัด

ลูกสาว
เบิร์ด :  เราอยากมีลูก แบบว่าแต่งเดือนนี้อยากมีเดือนนี้เลย เว้นไปเดือนหนึ่งเสียใจมากเลย (หัวเราะ) (เบนซ์ : ไปฮันนีมูนกลับมา) นึกว่าจะได้ลูกกลับมา ไปได้เดือนถัดไป
เบนซ์ : เราก็คิดว่ามันต้องรีบขนาดนั้นเหรอ แต่มานึกตอนนี้ก็ดีนะที่มีเลย เพราะตอนนี้เขาโตแล้วเหมือนเพื่อนพากันไปช็อปปิ้ง
เบิร์ด :  ยิ่งพอมีลูกแล้วด้วย กลายเป็นว่าถ้าผมทำงานต่างจังหวัด ต้องมีรูปลูกให้ดูทุกวัยผ่านเฟสบุ๊ค โพสต์ทุกวันจนคนเข้าเฟสผมจะเห็นแต่รูปลูก
เบนซ์ : เคยเจอคนบ่นว่าอัพรูปลูกทุกวัน ก็มันเฟสเรา เราไม่ได้ทำอะไรนอกจากให้เขาดู วันนี้เรียนเป็นยังไง นั่งอ่านหนังสือตรงไหน
เบิร์ด :  เนี่ยมีล่าสุด ลงเฮลิคอปเตอร์ปุ๊บที่โรงเรียนก็แจ้งมาว่า หลอดทิ่มตา คือคงกำลังจะเจาะกล่องนม แล้วด้านแหลมขึ้น ผมขอคุยกับหมอเลย สรุปกระจกตาดำเป็นรอย ดีว่าแต่หยอดยาก็หาย
เบนซ์ : ตอนที่รู้นี่รีบสี่คูณร้อยเลย
เบิร์ด :  เรามีลูกคนเดียว แล้วก็คงจะมีคนเดียวด้วย เพราะว่าแก่แล้ว แถมลูกคนหนึ่งใช้เงินเยอะมากนะ

สิ่งสำคัญของครอบครัว
เบิร์ด : ความเข้าใจซึ่งกันและกัน ต้องเข้าใจทุกอย่าง เข้าใจบางอย่างไม่ได้ด้วยนะ เพราะว่าเราต้องอยู่กัน 24 ชม. อะไรไม่เคยเจอต้องได้เจอ อะไรที่ไม่ชอบก็ต้องรับมันให้ได้ ผมว่ามันมีทุกคู่ที่จะต้องเจอในสิ่งที่แตกต่าง กว่าจะลงตัวทุกวันนี้มันก็ผ่านจุด เขม็งเกลียวกับมาพอสมควร ผมกับเขาไม่มีช่วงโปรโมชั่น มันเข้าสู่ชีวิตครอบครัวเลยทันที แต่เขาดีที่สุดสำหรับเรา ผมเห็นคู่อื่นแล้วคือแบบเราโคตรโชคดีเลยที่มีคนเข้าใจ มันพอดีกับเรา
เบนซ์ : จริงๆ เรารู้จักกันน้อย แต่มาเรียนรู้พร้อมๆ กัน ในขณะทีถ้าเราไม่มีลูกเราอาจจะเลิกกันไปแล้วก็ได้ พอมีลูกแล้วทุกอย่างต้องเบาลง

อยากบอกอะไรแก่ใครคนนี้
เบิร์ด :  ขอบคุณมาก ขอบคุณที่สุดที่เสียสละและเข้าใจ ทิ้งชีวิตของตัวเอง เพื่อดูแลลูก ดูแลเรา ดูแลครอบครัว เพราะผมก็ตั้งความหวังไว้แบบนั้น ไม่มีอะไรมาก ขอบคุณที่สุดแล้ว
เบนซ์ : ขอบคุณผู้มีอุปการะคุณตลอดชีวิต... จะเขียนบอกไว้เป็นประจำในเฟสบุ๊ค ไมได้แค่สิ่งที่เขาให้นะ แต่รวมถึงการวางแผน วางอุดมการณ์ที่เขามองกับสิ่งที่เขาทำ ไม่ได้ทำเพื่อเราคนเดียว แต่ทำเพื่อทั้งหมด คำว่า ‘ฉันรักเธอ’ มันไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่เขาทำให้ (เบิร์ด :  ดูเหมือนจะฝากชีวิตได้) มันเป็นแบบนั้นจริงๆ ขอบคุณผู้มีอุปการะคุณตลอดชีวิต (ยิ้ม)

    ชีวิตคู่ไม่ได้อาศัยเพียงความรักอย่างเดียว แต่ต้องประกอบด้วยความเข้าใจ ทั้งเรื่องชีวิตและการทำงาน เหมือนกับครอบครัวเล็กๆ นี้ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเข้าใจและความรัก

 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);