รักษ์สุขภาพ : เหงื่อออกและกลิ่นกาย
  
  
ColumDetail
13
รักษ์สุขภาพ : เหงื่อออกและกลิ่นกาย
 

HUG Magazine ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
รักษ์สุขภาพ

 


เหงื่อออกและกลิ่นกาย

 

เหงื่อออกและกลิ่นกาย

    เหงื่อออกและกลิ่นกายจัดเป็นหนึ่งในปัญหาทางบุคลิกภาพที่สำคัญของคนเราในการเข้าสังคม ผู้ที่มีเหงื่อออกมากจะประสบปัญหาเหนียวเหนอะหนะ ไม่สบายตัวขณะทำงาน มีปัญหาในการหยิบจับสิ่งของ เสื้อผ้าที่เปียกชื้นทำให้ดูไม่งามตา และการมีกลิ่นกายที่ออกมาก็จะทำให้คนรอบข้างแสดงท่าทีอึดอัด ทำลายความมั่นใจไปจนถึงทำให้เกิดความเครียดได้

เหงื่อและกลิ่นตัวมาจากอะไร
      ร่างกายของเราจะมีต่อมเหงื่ออยู่หลายกลุ่มได้แก่ ‘ต่อมเอคไครน์’ ทำหน้าที่ขับเหงื่อออกมาเพื่อควบคุมระดับอุณหภูมิของร่างกาย และจะพบมากที่บริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้า โดยการหลั่งเหงื่อจากต่อมนี้มักจะเป็นเหงื่อที่ไม่มีกลิ่น
     สำหรับ ‘ต่อมอะโพไครน์’ เป็นต่อมที่ขับน้ำมันออกมา มีอยู่บริเวณรอบลานหัวนม หัวหน่าว ตา และรูหู ซึ่งโดยปกติสารที่ขับออกมามักจะไม่มีกลิ่น
      นอกจากนี้ยังมี ‘ต่อมอะโพเอคไครน์’ ซึ่งขับเหงื่อและน้ำมัน โดยมากอยู่ที่บริเวณรักแร้และรอบทวารหนัก ต่อมนี้ฝังตัวอยู่ในชั้นใต้ผิวหนังและจะมีการควบคุมจากระบบประสาทซิมพาเธติกอันถูกกระตุ้นได้ด้วยอารมณ์ความรู้สึกโดยเฉพาะความรู้สึกตื่นเต้นตกใจ
     กลไกในการเกิดกลิ่นตัวเกิดได้จากทั้งต่อมเหงื่อทั้งหลายก็คือ เมื่อร่างกายขับน้ำมันออกมาจากต่อมเหงื่อแล้วแบคทีเรียบริเวณผิวหนังมาย่อยสลาย ก็จะได้เป็นกรดไขมันสายสั้นๆ ซึ่งมีกลิ่นเฉพาะตัว กลิ่นนี้ขึ้นกับชนิดของเชื้อ และชนิดของไขมันและสารที่ออกมาในบริเวณนั้น ทำให้กลิ่นแตกต่างกันไปตามเชื้อชาติและอาหารการกินได้
     เหงื่อที่ออกมากจากต่อมเอคไครน์ ก็จะทำหน้าที่ให้ไขมันที่ออกมากระจายตัวในพื้นที่ที่กว้างขึ้น ทำให้คนที่เหงื่อออกเปียกมากๆ มีกลิ่นตัวที่รุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้ในคนที่รูปร่างอ้วนหรือมีซอกหลืบตามตัวมาก เหงื่อจะไปทำให้ผิวหนังชั้นนอกชื้นและอ่อนนุ่ม ทำให้ผิวหนังถูกเชื้อที่อาศัยอยู่ย่อยสลาย ได้เป็นกลิ่นตัวแบบชื้นแฉะอีกแบบหนึ่งได้เช่นกัน

สาเหตุของกลิ่นตัว
     •    เชื้อชาติ : พบว่าเชื้อชาติที่มีผิวกายสีคล้ำมักมีกลิ่นตัวมากกว่า (ซึ่งมักจะไม่เป็นปัญหาหากอาศัยในถิ่นที่อยู่ของคนเชื้อชาติเดียวกัน)
     •    เพศ : เพศชายพบกลิ่นตัวมากกว่าเพศหญิง เพราะมีการทำงานของต่อมที่ผลิตไขมันมากกว่า
     •    พันธุกรรม : พบว่าปัญหากลิ่นกายในคนเอเชีย บางครั้งพบได้เพิ่มขึ้นหากมีพ่อแม่ปู่ย่าตายายเป็น
     •    มีของไปอุดจมูก : ในเด็กที่จู่ๆ มีกลิ่นตัวเหม็นผิดปกติขึ้นมา ต้องระวังการมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปอุดในรูจมูก
     •    โรคอ้วนและเบาหวาน
     •    โรคติดเชื้อของผิวหนัง : เชื้อบางชนิดเมื่อย่อยสลายไขมันจากผิวหนังจะให้สารที่มีกลิ่นเหม็นออกมา
     •    การทำเลเซอร์กำจัดขนทั่วตัว : ในบางกรณีสามารถเกิดผลข้างเคียงจนเกิดภาวะเหงื่อออกและกลิ่นตัวได้
     •    การรับประทานอาหารหรือยาบางชนิด

การรักษา
     มีวิธีการรักษาและลดภาวะเหงื่อออกและกลิ่นกายหลากหลายวิธีด้วยกันครับ ได้แก่
     1.  การรักษาความสะอาด และการดูแลบริเวณที่เหงื่อออกมาก เป็นอันดับแรกของการรักษา โดยเริ่มตั้งแต่เลือกเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมกับสภาพอากาศ เพื่อลดการหลั่งเหงื่อมาก และใช้เสื้อผ้าที่ไม่ดูดซับเหงื่อมากจนเกินไปเพราะจะทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตในบริเวณดังกล่าวได้มากกว่าปกติ เวลาอาบน้ำก็ควรใช้สบู่ฟอกให้ทั่วถึงในบริเวณที่มีเหงื่อออกมาก ในผู้ที่มีเหงื่อออกบริเวณรักแร้มากๆ และมีขนรักแร้มาก อาจพิจารณาการโกนขนรักแร้ เพื่อลดพื้นที่ในการดักจับสะสมกลิ่นในบริเวณดังกล่าวด้วย
     2.  การใช้สารลดเหงื่อ สารที่ใช้ในการลดเหงื่อที่มีวางขายในท้องตลาด มักเป็นสารประกอบในกลุ่มเกลือของอลูมิเนียมได้แก่ สารส้ม และโรลออนต่างๆ โดยอลูมิเนียมที่มีประจุตรงข้ามกับเหงื่อที่ออกมาจากรูขุมขนจะไปรวมกัน และเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็นตะกอนของแข็งอุดช่องทางออกของเหงื่อ ทำให้เหงื่อในบริเวณดังกล่าวลดลง รวมทั้งยังสามารถจับกับสารประกอบที่ระเหยเป็นกลิ่นได้ ทำให้กลิ่นลดลงอีกด้วย ซึ่งสารประกอบกลุ่มอลูมิเนียมในท้องตลาด โดยมากจะมีความเข้มข้นอยู่ที่ประมาณ 10 - 12% ซึ่งหากใช้แล้วยังไม่ได้ผล อาจจะเพิ่มความเข้มข้นสูงขึ้นได้ แต่ก็ต้องระมัดระวังคราบเหลืองหรืออาการกัดผิวระคายเคืองที่อาจจะเกิดขึ้นได้เช่นกัน
     3.  การทำไอออนโตโฟเรซิส เป็นการใช้ประจุไฟฟ้าผลักดันสารผ่านผิวหนังต่อมเหงื่อในบริเวณที่ต้องการรักษา ใช้ในการรักษาภาวะเหงื่อออกมากที่เกิดจากการการทำงานของต่อมเอคไครน์เป็นหลัก วิธีนี้เห็นผลค่อนข้างเร็ว แต่เห็นผลอยู่ไม่นานต้องทำซ้ำบ่อยๆ จึงนิยมทำในกรณีเหงื่อออกมากที่ฝ่ามือฝ่าเท้า
    4.  การใช้เลเซอร์ เป็นการใช้เลเซอร์เข้าไปทำลายต่อมเหงื่อและกำจัดขน
    5.  การฉีดโบทูลินั่มท็อกซิน เป็นวิธีการใช้สารโบทูลินั่มท็อกซิน A ฉีดเข้าไปใต้ผิวหนังส่วนที่มีเหงื่อออกมาก เนื่องจากต่อมที่หลั่งเหงื่อและไขมันนั้นถูกสั่งการจากเส้นประสาทที่มาเลี้ยงในบริเวณนั้น เราจึงใช้โบทูลินั่มท็อกซิน (หรือที่เรียกกันว่าโบท็อกซ์) ฉีดเข้าไปยับยั้งการสั่งการของระบบประสาทต่อต่อมเหงื่อได้ วิธีนี้เห็นผลได้เร็ว และคงอยู่ได้นาน 3 – 12 เดือน
    6.  การผ่าตัด มีหลายวิธีโดยขึ้นกับตำแหน่งที่เป็น เช่น การผ่าตัดต่อมเหงื่อที่บริเวณรักแร้ การผ่าตัดด้วยการดูดไขมัน และเลาะต่อมเหงื่อที่อยู่ในชั้นไขมันไปด้วย ส่องกล้องเข้าในช่องทรวงอกเพื่อตัดเส้นประสาทอัตโนมัติ ซึ่งจะใช้ในกรณีเหงื่อออกมากผิดปกติที่รุนแรงหรือใช้วิธีอื่นๆ แล้วไม่หาย เนื่องจากวิธีนี้อาจจะมีผลข้างเคียงได้เช่นการเกิดแผลเป็นหรือผลข้างเคียงหลังการผ่าตัดอื่นๆ จึงมักจะทำในกรณีที่มีอาการเป็นมากแล้วใช้วิธีอื่นๆ มาแล้วไม่ได้ผล
    7.  ยาชนิดกิน มียาในกลุ่มที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทอัตโนมัติ และยาต้านการซึมเศร้าบางชนิดที่ใช้เพื่อลดอาการเหงื่อออกได้บ้าง แต่ว่าจะต้องระวังอาการข้างเคียงอื่นๆ ด้วยเช่นปากคอแห้งใจสั่น
    8.  หลีกเลี่ยงอาหารหรือยาที่ต้องสงสัยว่าทำให้เกิดกลิ่นตัว ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงการกินอาหารหรือยาแล้วเกิดกลิ่นตัวผิดไปจากปกติ ก็อาจจะพิจารณาหยุดการกินอาหารนั้นๆ หรือแจ้งแพทย์ที่สั่งจ่ายยาเพื่อพิจารณาเปลี่ยนยา หรือในกรณีที่เราไม่แน่ใจว่ากลิ่นตัวหรือเหงื่อออกมากนี้เกิดจากอาหารหรือไม่ ก็อาจจะหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดกลิ่นตัวได้บ่อย ได้แก่ แอลกอฮอล์ กระเทียม หัวหอม หน่อไม้ฝรั่ง สะตอ อาหารรสจัด หรือขนมที่ใส่สารปรุงแต่งกลิ่น
     ทั้งภาวะเหงื่อออกมากและกลิ่นกายจัดเป็นภาวะที่พบได้บ่อย ก่อให้เกิดความรู้สึกไม่ดี และขาดความมั่นใจ หากลองรักษาด้วยตนเองแล้วไม่ทุเลาลงก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหรือหาทางแก้ไข เพื่อสุขภาพและดึงความมั่นใจของเรากลับมาครับ

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);