ฮอทไลน์สายด่วน : สิทธิสตรี!
  
  
ColumDetail
12
ฮอทไลน์สายด่วน : สิทธิสตรี!
 

HUG Magazine ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
ฮอทไลน์สายด่วน

 


 สิทธิสตรี!

 

สิทธิสตรี!

   “ที่สำนักงานของผม ผู้ชายส่วนใหญ่สุภาพเรียบร้อย มีมารยาท ท่าทางเจียมเนื้อเจียมตัว แต่ประหลาดมากคือคนที่ชอบพูดหยาบหรือคิดจะฟันผู้ชายอย่างพวกเรากลับเป็นเจ้าหน้าที่หญิงในสำนักงาน มันดูกลับกันมาก และทำให้พวกผู้ชายสับสนว่าจะทำตัวอย่างไรให้เหมาะสม!”
    ผู้เขียนเคยถามเด็กสาวหน้าตาสวย (รูปร่างดี แต่งตัวทันสมัย แต่ทันใดที่เธออ้าปากพูด ความสวยก็ตกหายไปหมด) ว่าทำไมเธอต้องพูดภาษามึงกูด้วย! เธอทำท่าค้อนประหลับประเหลือกแล้วว่า “โธ่อาจารย์ พูดแบบนี้มันแสดงความเป็นกันเอง ไม่ถือเขาถือเรา ไม่ดัดจริตเหมือนพวกไฮโซ! อีกอย่างคือมันเหมือนเป็นกลไกป้องกันตัวเองน่ะ พวกผู้ชายที่คิดอยากจะเข้ามาจีบหรือคิดไม่ดี มันต้องคิดใหม่ คือมันไม่กล้าเข้ามาหาเราง่ายๆ หรอก มันกลัวโดนด่า” ฟังแล้วก็คิดว่าพอจะเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นอยู่ แต่ก็ยังอยากรู้ว่า...
    ‘ถ้าหนูเกิดติดนิสัยพูดหยาบ ใช้ภาษาหยาบกับสามีและลูกๆ ในบ้านแล้วต่อไปครอบครัวเราจะเป็นอย่างไร?’ จะเป็นอย่างไรคะอาจารย์ เราก็พูดภาษาสุโขทัยกันไงคะ!
    สมัยเมื่อ 40 ปีก่อนเคยมีการรณรงค์ให้พูดจาภาษาดอกไม้กัน ซึ่งไม่ได้หมายความเฉพาะการใช้ภาษาไทยให้ไพเราะสุภาพ แต่ให้สื่อความหมายในทางบวก โดยเฉพาะกับเด็กๆ ให้มีการแสดงความรู้สึกดีๆ การพูดชมให้กำลังใจกันและกันกับสมาชิกในครอบครัว แต่ท่ามกลางความเจริญรุ่งเรืองหรือการพัฒนาประเทศ คนไทยเราได้ทำ ‘ภาษาไทยอันสุนทรีตกหายไป และหยิบจับความกร้านกล้าของการพัฒนาประเทศให้เป็นอุตสาหกรรมมาใช้!’
      เช่นเดียวกับความพยายามจะพัฒนาการดำเนินชีวิตในสังคมไทยให้หญิงชายมีความเสมอภาคเท่าเทียมกันเหมือนเช่นประเทศตะวันตกที่พัฒนาแล้ว แต่การลุกลามทางวัฒนธรรมประเพณีตะวันตกที่ผ่านเข้าทางสื่อทุกรูปแบบ ได้นำพาความเข้าใจผิดๆ ให้ติดมาด้วย
      เช่น กรณีสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคระหว่างหญิงชาย เมื่อหลายปีก่อนที่มีการเปิดผับ/ คลับสำหรับให้ผู้หญิงมาเที่ยว โดยมีบริกรผู้ทำหน้าที่เสริฟและขายบริการทางเพศเป็นชายทั้งหมด เจ้าของธุรกิจบอกว่า ‘เพื่อส่งเสริมสิทธิสตรี!’ เมื่อบุรุษสามารถไปนั่งดื่มและหิ้วผู้หญิงขายบริการไปนอนได้ ผู้หญิงทั่วไปก็ควรจะมีสิทธิ์ทำได้เหมือนๆ กัน
      คุณแม่บ้านวัยสี่สิบปีคนหนึ่ง โทรมาเล่าว่า ‘สามีสนับสนุนให้ไปเที่ยวและใช้บริการทางเพศชาย สามีบอกว่าตัวเขาไปเที่ยวผู้หญิงเสมอ และไม่อยากเอาเปรียบภรรยา จึงอยากให้เธอมีประสบการณ์เช่นเขาบ้าง เธอได้ไปตามที่เขาบอก แต่ก็เกิดความสับสนว่าตัวเองทำผิดหรือเปล่า เพราะเธอทำไปแล้วกลับรู้สึกผิด!’
      ในสังคมที่ด้อยพัฒนาหรือกำลังกำลังพัฒนา ผู้ชายมีบทบาทและได้รับการยอมรับให้มีกิจกรรมต่างๆ มากกว่าผู้หญิง เช่น กิจกรรมทางการเมืองการปกครองประเทศ ในขณะที่ผู้หญิงถูกกำหนดให้อยู่บ้านทำกิจกรรมรับใช้สามีและลูกๆ  แต่หลายปีของการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาประเทศไทย ได้สะท้อนความต้องการให้ผู้หญิงได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศเทียมเท่าผู้ชายมากยิ่งขึ้น ผู้หญิงมีโอกาสทางการศึกษาเทียมเท่าชาย สามารถทำงานหาเงินมาช่วยเลี้ยงครอบครัว กิจการงานหลายๆ สาขาต้องการสมองและแรงงานผู้หญิงเช่นเดียวกับแรงงานชาย การส่งเสริมสิทธิสตรีจึงมีผลต่อการพัฒนาประเทศตลอดไปในระยะยาว
      อย่างไรก็ตามพฤติกรรมและการกระทำเอาเปรียบทางเพศของผู้ชายในอดีต ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ต่อต้านจากทุกฝ่าย เช่น การเอาเปรียบทางเพศ โดยเฉพาะการใช้บริการทางเพศ ซึ่งผู้หญิงที่ต้องขายบริการทางเพศเพราะมาจากครอบครัวยากจน ด้อยการศึกษาและขาดโอกาส
      เพราะฉะนั้นจึงเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมสำหรับฝ่ายชายที่พยายามตักตวงความสุขทางเพศบนความทุกข์ยากของผู้หญิง นั่นหมายความว่าพฤติกรรมและการกระทำหลายๆ อย่างของเพศชายที่ใช้สิทธิเกินขอบข่ายของสุภาพชน ไม่ใช่สิทธิอันดีงามที่ผู้หญิงจะเรียกร้องหรือต้องการแสดงออกให้เท่าเทียมเพศชาย ดังกรณีที่ผู้หญิงจะใช้สิทธิการไปเที่ยวบริการทางเพศเช่นเดียวกับที่ฝ่ายชายกระทำ จึงไม่ใช่สิทธิสตรีอันดีงามที่สังคมจะยอมรับได้ เพราะเป็นความผิดทางศีลธรรมและความเชื่อทางวัฒนธรรมประเพณีและศาสนาของประเทศไทย
      ถึงกระนั้น ธรรมชาติของมนุษย์ทั้งหญิงชายต่างมีความต้องการทางเพศเหมือนและแตกต่างกันออกไปขึ้นกับปฏิกิริยาขอฮอร์โมนในร่างกาย และความสามารถในการแสดงออกถึงความต้องการนั้นๆ ที่ผ่านมาผู้คนในสังคมไทยสามารถยอมรับการแสดงออกทางเพศของเพศชายได้มากกว่า
เช่น กิริยาการแสดงความเจ้าชู้ การจีบสาวหรือเข้าไประชิดเพื่อแสดงออกถึงความต้องการสร้างความสัมพันธ์ การพยายามคุกคามทางเพศ ด้วยกายวาจาและใจ แต่อากัปกิริยาอาการเหล่านี้ หากฝ่ายผู้หญิงเป็นผู้แสดงหรือเริ่มต้นแสดงความพึงพอใจฝ่ายชายก่อน ผู้คนส่วนใหญ่รู้สึกไม่สามารถยอมรับได้ และมองว่าเป็นพฤติกรรมและการกระทำที่ไม่เหมาะสม ดังกรณีของชายหนุ่มที่ปรึกษามาตามที่ระบุไว้ข้างบนนี้
      ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวหากเกิดขึ้นในประเทศตะวันตก ทุกคนอาจเห็นเป็นเรื่องปกติ เพราะสิทธิในการปฏิเสธ และไม่ยอมรับเป็นของผู้ที่รู้สึกว่า ตนเองถูกละเมิดความเป็นส่วนตัวหรือความเป็นตัวตนของตน ก็สามารถจะสื่อสารไม่ยอมรับพฤติกรรมและการกระทำนั้นๆ ได้ ดังกรณีของผู้ชายอีกคนหนึ่ง เขาเล่าว่า
      “เพื่อนผู้หญิงในที่ทำงานของเราคนหนึ่ง ชอบมีแฟนหลายคน เรียกว่าจับปลาหลายมือไม่ใช่สองมือ เธอทำงานเก่งเป็นที่ยอมรับ แต่พอเรื่องผู้ชายเธอวุ่นวายมาก และเพื่อนๆ ต้องคอยปิดบังเรื่องนั้น โกหกเรื่องนี้ให้เธอจนเราวุ่นวายกันไปหมด เรารู้สึกว่าเธอสนุก เธอบอกว่าชีวิตมีรสชาติดี แต่เพื่อนเซ็งมากทำยังไงดีครับอาจารย์”
     ดังที่ได้กล่าวไว้ข้างบนนี้ ผู้หญิงสมัยนี้ตระหนักในสิทธิสตรีของตนกันมาก และเริ่มจะบริหารสิทธิของตนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คือใช้สิทธิ์ในการเลือกสรรผู้ชายได้ครั้งละหลายๆ คน หรือเก็บสำรองเอาไว้เมื่อต้องการใช้ก็ดึงออกมา เป็นเรื่องของความสนุกและทำให้ชีวิตมีรสชาติ ที่ผ่านมาเราก็จะได้ยินแต่พฤติกรรมของผู้ชายในลักษณะนี้ ซึ่งหากแต่ละคนสามารถจะบริหารเสน่ห์ของตนภายใต้ขอบข่ายที่ไม่ไปทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
      แต่กรณีที่เพื่อนชายร่วมสำนักงานระบุนั้น หญิงสาวคนนี้ได้ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของเพื่อนๆ ด้วย ซึ่งเธออาจไม่ขอหรือขอร้องให้โกหกเพื่อเธอ ยิ่งเพื่อนๆ ร่วมมือเธอก็ยิ่งสนุกกับความสับสนวุ่นวายของเพื่อนๆ เพราะฉะนั้นเพื่อความสงบสุขของเพื่อนๆ ทุกคนต้องปกป้องสิทธิส่วนบุคคลของตนด้วยการยุติการร่วมมือโกหกเพื่อเธอได้แล้ว!

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);