แขกรับเชิญ : หัวเราะบำบัด ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม
  
  
ColumDetail
12
แขกรับเชิญ : หัวเราะบำบัด ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม
 

HUG Magazine ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
แขกรับเชิญ

 


หัวเราะบำบัด ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม

ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม

 

หัวเราะบำบัด
ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม

    ‘ได้โปรดหัวเราะอย่างไม่มีเหตุผลแค่เพียง 1 นาทีเพื่อสันติภาพของโลกและส่งแรงสั่นสะเทือนนั้นไปถึงจักรวาล’ ประโยคข้างต้นคือข้อความที่ ดร.มาดาน คาทาเรีย (Madan Kataria) ผู้ก่อตั้งวันหัวเราะโลกได้เคยกล่าวไว้ ซึ่งวันหัวเราะโลกนั้นจัดเป็นประจำทุกปีในวันอาทิตย์แรกของเดือนพฤษภาคม
    และเพราะเราเห็นความสำคัญของเสียงหัวเราะที่ทั้งช่วยเยียวยาจิตใจและร่างกายได้เป็นอย่างดียิ่ง วันนี้ฮักจึงเชิญนักจิตบำบัดผู้ที่เรียนด้านสมองมาโดยตรงอย่าง ‘ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม’ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาโครงการศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาความสุขมนุษย์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มาร่วมให้คำแนะนำกับเราว่าการหัวเราะนั้นดีอย่างไร

หัวเราะบำบัดคืออะไร   
   หัวเราะบำบัดคือการออกกำลังกายภายใน ปกติเราชอบออกกำลังกายภายนอก ก็จะได้แต่กล้ามเนื้อ แต่ออกกำลังกายภายในคือเซลล์ทุกเซลล์ขยับขับเคลื่อน เช่น หัวใจ คอ ตับ ไต กระเพาะ แม้กระทั่งลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก รวมถึงสมองด้วย แต่เราชอบไปเน้นภายนอกกัน ซึ่งถ้าเซลล์ภายในแข็งแรงด้วยก็จะดีมาก ตอนที่อายุ 55 ผมเครียดมาก แล้วก็แก่ด้วย แต่หลังจากที่ผมเริ่มหัวเราะมากขึ้น ตอนนี้ 70 แล้วยังดูแก่น้อยกว่าตอน 50 กว่าอีกแถมยังแข็งแรง ไม่เป็นโรคอะไรเลย

ที่มาขอการหัวเราะบำบัด
    เป็นสิ่งที่ผมคิดขึ้นมาได้ 40 กว่าปีแล้ว ตั้งแต่ทำงานอยู่ที่รามาธิบดี ที่คิดขึ้นมาเพราะตอนนั้นมีโรคซึมเศร้าเยอะ จึงคิดโครงการหัวเราะบำบัดขึ้นมา เพื่อรักษาคนเป็นโรคซึมเศร้า หลังจากนั้นก็รู้สึกว่าเริ่มเอาไม่อยู่แล้ว ทั้งโรคซึมเศร้าและโรคอื่นๆ ทางจิตเวช จึงคิดว่าต้องมาพัฒนามากกว่ารักษา จากนั้นเลยมาเริ่มทำโครงการหัวเราะที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ทำไมต้องเป็นการหัวเราะ

    เพราะการหัวเราะเป็นยาวิเศษมาก เป็นยาอายุวัฒนะ มันเป็นสารที่ผลิตฮอร์โมน สารเซโรโทนิน (Serotonin) ออกซิโทซิน (Oxytocin) และยังมีสารดีๆ เยอะทีเดียวที่มาจากการหัวเราะ มีสารเฉพาะที่แก้โรคซึมเศร้าได้ดีมากก็คือ เอ็นโดฟินส์ (Endophins) เกิดจากการขับเคลื่อนของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ และสารอีกมากมายที่กล่าวไปเมื่อหัวเราะแล้วสารเหล่านี้จะออกมา

การหัวเราะช่วยแก้โรคอะไรบ้าง

    นอกจากแก้โรคซึมเศร้าแล้ว ก็สามารถแก้โรคย้ำคิดย้ำทำ โรคสมองเสื่อม โรคกรดไหลย้อน ที่เป็นกันมากอีกอย่างก็คือโรคหัวใจ โรคอ้วน กระทั่งโรคมะเร็ง คือแก้ได้หลายโรคเลยครับ

หัวเราะบำบัด ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม

หัวเราะบำบัดทำอย่างไร
    ท่าหัวเราะนั้นผมคิดมาทั้งหมดหลักๆ 18 ท่า ปัจจุบันมีมากถึง 21 ท่า ซึ่งการหัวเราะเกี่ยวกับระบบของลมหายใจ ลมหายใจที่เข้า – ออก และปัญหาหลายๆ อย่างส่วนใหญ่อยู่ที่ท้อง ฉะนั้นให้เริ่มจากตรงท้องเลย คือเรียกว่า ‘ท้องหัวเราะ’ จากนั้นไล่ขึ้นมาจากท้องไปที่ระบบลมหายใจก็คือหน้าอก เรียกว่า ‘อกหัวเราะ’ ซึ่งจะช่วยเรื่องปอด ต่อมาที่คอคือ ‘คอหัวเราะ’ นี่เป็นระบบเดียวกับการหายใจ แล้วก็มาที่ใบหน้า ‘หน้าหัวเราะ’ 4 ท่านี้เป็นพื้นฐานครับ
    ‘ท้องหัวเราะ’ คือการขยัยขับเคลื่อนที่ท้อง โดยให้ท้องนั้นขยับจากล่างสู่บน แล้วเปล่งเสียงออกมาเป็นเสียง ‘โอ’ เป็นจังหวะ โอ๋ โอะ โอะ โอะ... พร้อมกับขยับที่หน้าท้องไปด้วย จะทำให้สิ่งสกปรกในร่างกายเราไม่ว่าจะเป็นพวกไขมันทรานส์ พวกสารเคมีผิดปกติต่างๆ หลุดออกมา แก้เรื่องตับ ไต ไส้ พุง รวมถึงแม้กระทั่งโรคกรดไหลย้อนด้วย
    อย่าง ‘อกหัวเราะ’ ก็จะออกเสียง ‘อา’ อ๋า อะ อะ อะ... พร้อมกับขยับอก จะช่วยเรื่องปอดและโรคหัวใจ และโรคอื่นๆ รวมไปถึงช่วยให้หน้าอกผู้หญิงแข็งแรงขึ้นด้วย ไปต้องไปฉีดหน้าอกเลย
    อีกอย่างคนเรามักเจ็บคอ ปวดคอบ่อย ซึ่งส่วนใหญ่เราไม่ค่อยเปิดคอกันจึงทำให้เกิดปัญหา ซึ่ง ‘คอหัวเราะ’ ก็จะช่วยได้ วิธีการคือเปล่งเสียง ‘อู’ เป็นจังหวะ อู๋ อุ อุ อุ... ซึ่งจะทำให้คอโล่ง สามารถแก้การนอนกรนได้ ช่วยได้มาก แล้วยังทำให้ไม่เป็นหวัดง่ายอีกด้วยตั้งแต่ผมสอนหัวเราะมาแทบจะไม่เป็นหวัดเลย
    ต่อมาเป็นเรื่องของ ‘ใบหน้าหัวเราะ’ ในทุกๆ วันบางทีเราอาจมัวแต่เก๊ก ไม่ยิ้ม ก็ส่งผลเสียได้ วิธีการหัวเราะบำบัดคือออกเสียง ‘เอ’ ให้กว้างๆ เอ๋ เอะ เอะ เอะ... เมื่อใบหน้ายิ้มแล้ว สมองสองข้างก็จะดีไปด้วย คนเราส่วนใหญ่ชอบใช้สมองข้างเดียว ข้างซ้ายก็คือคิดมาก ข้างขวาคือใช้อารมณ์มาก
    ทุกวันนี้มีหลายคนเป็นโรคที่เรียกว่าไบโพล่าร์ คือโรคอารมณ์สองขั้วกันเยอะ เวลาดีก็ดีเหลือหลาย เวลาร้ายก็ร้ายใจหาย ปัจจุบันคนเป็นโรคนี้เยอะมาก ซึ่งใบหน้าหัวเราะก็จะแก้ตรงนี้ได้ คือทำให้สมองทำงานพร้อมกันทั้งสองซีก เมื่อไหร่ที่สมองสองซีกทำงานพร้อมกันรับรองว่าจะดีขึ้น นี่ก็เป็นเคล็ดลับว่าทำไมเราถึงต้องหัวเราะบำบัด

หัวเราะบำบัด ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม

นอกจากท่าพื้นฐานแล้ว ยังมีท่าอื่นอีกไหม
    หลังจากนั้นผมก็มานั่งคิดว่าแล้วคนที่มีปัญหาเรื่องขา เรื่องหัวเข่าล่ะ จึงคิดท่า ‘ขาหัวเราะ’ ขึ้นมา เพราะขาเป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาพชีวิต จากนั้นก็มาต่อที่ ‘แขนหัวเราะ’ เพราะคนเราชอบใช้แขนข้างเดียว ผมจึงคิดให้มาขยับทั้งซ้าย – ขวา
    ตอนนี้มีคนมีปัญหาเรื่องสมองเยอะมาก จึงมีท่า ‘สมองหัวเราะ’ วิธีการคือปิดปาก ออกเสียง ‘อึม’ ซึ่งปัญหาเรื่องสมองมีสาเหตุอย่างที่แพทย์บอกคือเกิดจากสารเคมีผิดปกติในสมอง แต่การรักษาของแพทย์คือใช้ยาช็อคสมอง ผมจึงคิดว่าทำไมเราไม่เขย่าสารเคมีสารเคมีผิดปกติทั้งหมดออกจากสมอง จึงได้กลายเป็นท่าสมองหัวเราะออกมา ซึ่งก็ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น
    และเพราะทุกวันนี้ผมรู้สึกว่าคนขาดมนุษย์สัมพันธ์ การ ‘หัวเราะเพาะสุขให้กับตัวเอง’ อย่างเดียวเลยไม่พอ ต้องส่งความสุขให้กับคนอื่น ให้คนอื่นมีความสุขด้วย จึงมีการหัวเราะที่เรียกว่า ‘หัวเราะเพาะสุขให้ผู้อื่น’ ก็คือกระโดดหัวเราะด้วยกันแล้วก็กอดกัน ทำให้คนอื่นมีความสุขด้วย
หัวเราะบำบัดเสร็จแล้วทำอย่างไรต่อ
    หลังจากหัวเราะเสร็จ ผมมีอีกขั้นตอนต่อไปเรียกว่า ‘สะกดจิตบำบัด’ ครับ คือเมื่อหัวเราะเสร็จแล้วเซลล์ทุกส่วนมันร้อนระอุ จะเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก สะกดจิตอะไรเข้าไปจะติดแน่นมาก หลังจากที่หัวเราะเสร็จก็ให้คิดเรื่องดีๆ หนึ่งสิ่ง เช่น สมมติว่าปวดหัว ก็อาจจะบอกตัวเองว่าหัวฉันโล่งดีแล้ว ใครที่คิดแต่เรื่องร้ายๆ ก็อาจจะบอกตัวเองว่าคิดแต่เรื่องดีๆ สิ ถ้าอารมณ์ไม่ดีบ่อยก็ให้คิดว่า ต่อจากนี้ไปฉันจะเป็นคนอารมณ์หนักแน่น อารมณ์ดี มีความสุข
    ซึ่งการสะกดจิตนี้ใช้สมองซีกซ้าย เพราะฉะนั้นสะกดจิตอย่างเดียวไม่พอ ให้จินตนาการด้วย การจินตนาการคือการใช้สมองซีกขวา ให้เห็นภาพว่าในอนาคตตัวเองจะทำอะไรที่ทำให้เรามีความสุข จินตนาการว่าอนาคตเราจะหน้าตาเป็นอย่างไร คือจินตนาการตอนนั้น ตอนที่เซลล์กำลังอุ่นร้อน เพราะเซลล์มันจะเชื่อตามที่เราคิด ตามที่เรารู้สึก ตามที่เราพูดบ่อยๆ หรือทำประจำๆ และขั้นตอนสุดท้ายก็คือการ ‘ร้องเพลงบำบัด’ ครับ

    นอกจากเรื่องของการหัวเราะแล้ว ดร.วัลลภ ยังบอกกับเราอีกด้วยว่าการดูแลสุขภาพร่างกายอย่างพักผ่อนให้เพียงพอ หรือรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ไม่ดื่มน้ำหวานหรือบริโภคสิ่งที่มีสารเคมีมากจนเกินไป ก็จะช่วยให้เรามีสุขภาพชีวิตที่ดีได้เช่นกัน และที่สำคัญเลยคืออย่าลืมหัวเราะ อย่างที่ผู้ก่อตั้งวันหัวเราะโลกได้กล่าวไว้ว่า ‘เมื่อคุณหัวเราะ คุณเปลี่ยนแปลง และเมื่อคุณเปลี่ยนแปลง โลกทั้งใบก็จะเปลี่ยนไปด้วย’

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);