เรื่องเล่าสะใภ้ญี่ปุ่น : งานแต่งงานฉบับญี่ปุ่น
  
  
ColumDetail
24
เรื่องเล่าสะใภ้ญี่ปุ่น : งานแต่งงานฉบับญี่ปุ่น
 

HUG Magazine ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
เรื่องเล่าสะใภ้ญี่ปุ่น : สุโดว์

 


งานแต่งงานฉบับญี่ปุ่น

 

งานแต่งงานฉบับญี่ปุ่น

     สวัสดีค่ะ ชื่อสุโดว์ค่ะ เป็นคนไทยแต่งงานกับชายเจแปนนีส ตอนนี้อาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่น อาชีพแม่บ้าน มีคุณลูก 1 คนเพิ่งจะครบ 1 ขวบไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาค่ะ อาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่น... ถ้านับตั้งแต่มาเรียนกับทำงานด้วยก็น่าจะ 7 – 8 ปีแล้วค่ะ (เมมโมนี่สมองเต็ม จำไม่ได้ว่ามาเรียนตั้งแต่ปีไหน) แต่จะมาเล่าเรื่องราวน่าสนใจของการเป็นแม่บ้านเจแปนค่ะ
     ฉบับนี้มาชวนคุยกันเรื่องแต่งงานกับลูกชายคนโตของคนญี่ปุ่นกันค่ะ หลายๆ คนคงเคยเห็นพิธีแต่งงานของคนญี่ปุ่นที่ใส่ชุดกิโมโน ทำพิธีที่ศาลเจ้าเหมือนในละคร แต่สมัยนี้คนญี่ปุ่นเองนิยมจัดในโบสถ์ ทำพิธีแบบศาสนาคริสต์ ถึงแม้ทั้งเจ้าสาวและเจ้าบ่าวไม่ได้นับถือศาสนาคริสต์แต่ก็จัดกันในโบสถ์ค่ะ คนญี่ปุ่นเองก็อยากเดินถือช่อดอกไม้สวยๆ งามๆ  โปรยดอกไม้พริ้วๆ โรแมนติคเหมือนในหนังเช่นกัน
     อีกพิธีที่นิยมกันคือ ‘แต่งงานต่างประเทศ’ เป็นแพ็คเกจแต่งงาน ส่วนใหญ่จะนิยมจัดที่ฮาวายค่ะ ใกล้ๆ สวยๆ ฮันนีมูนต่อเลย ถ้าแต่งต่างประเทศส่วนใหญ่จะแต่งกันแบบครอบครัว ส่วนปาร์ตี้กับเพื่อนๆ มาจัดนอกรอบกันที่ญี่ปุ่นทีหลังค่ะ
     ก่อนอื่นขอแนะนำตัวกันก่อนค่ะ เราเป็นคนไทย แต่งงานกับคนญี่ปุ่น ครอบครัวฝั่งญี่ปุ่นมีพ่อ แม่ พี่สาว แล้วก็สามีค่ะ ซึ่งถือเป็นลูกชายคนโตของครอบครัว ตอนแรกที่ไปบอกคุณพ่อคุณแม่เขาว่าจะแต่งงานกับสาวชาวไทยนะครับ โอ๊ย… พ่อแม่คัดค้าน เรื่องยาวไปถึงป้าคนสนิท นั่งรถไฟข้ามเมืองตามมาคัดค้านด้วยอีกคน
     สาเหตุมีหลายอย่างค่ะ แต่สาเหตุสำคัญคือ เขามีวัฒนธรรมแบบ ‘ลูกชายคนโต ต้องเลี้ยงพ่อแม่’ แล้วคุณแม่สามีกลัวมาก กังวลใจว่าจะโดนสะใภ้ไทยทำมิดีมิร้าย ไม่เลี้ยงเขา แก่ตัวไปต้องไปอยู่บ้านพักคนชราแสนเหงาค่ะ สามีเองก็พยายามอธิบายให้เข้าใจว่าเขารู้วัฒนธรรมนะ ไม่ทิ้งพ่อทิ้งแม่หรอกนะ
     พอเราได้ยินแบบนี้เราก็งง แล้วพี่สาวเขาหละ ทำไมไม่เลี้ยงพ่อแม่เขา ถามไปถามมา พี่สาวแต่งงานแล้ว (ดันแต่งงานกับลูกชายคนโตบ้านโน้นอีกเช่นกัน) ถือว่าออกจากครอบครัวไปแล้ว ต้องไปดูแลพ่อแม่บ้านโน้น เราจะกลายเป็นลูกสาวของบ้านนี้แทน ต้องดูแลพ่อแม่ดีๆ นะ ถ้าสามีสิ้นชีพก่อนก็ต้องดูแลพ่อแม่เขานะ (นี่ยังไม่ทันแต่งงาน พูดเรื่องตายแล้วค่ะ)
     เราเองก็เข้าใจ เรื่องเลี้ยงพ่อแม่ บ้านเราเองก็เป็นคนจีน อากงอาม่าเดินกันขวักไขว่ แต่ถ้าบ้านไหนของญี่ปุ่นมีแต่ลูกสาวล่ะ ลูกสาวแต่งงานไปกันหมด แก่ไปใครเลี้ยง? จุดนี้ก็ยังไม่ได้คำตอบค่ะ
วันที่สามีพาไปแนะนำตัวกับคุณพ่อคุณแม่ญี่ปุ่น นั่งคุยเหมือนนั่งสัมภาษณ์งานเลย แต่งแล้วจะอยู่ประเทศไหน มีลูกแล้วลูกจะเป็นชาติอะไร... เราก็บอกเขาว่าอยากถามอะไรถามมาให้หายคาใจกันเลยค่ะ เจอคำถามแรกจากคุณแม่สามี ‘ตายแล้วจะฝังที่ไหน’ เอาอีกแล้วค่ะ นี่ยังไม่ทันเริ่มงานแต่ง จะจัดงานศพกันแล้วหรือไงนะ
     คุณแม่กลัวไม่มีใครสืบทอดหลุมศพของครอบครัวค่ะ หลุมศพของญี่ปุ่น (แบบที่มีหินเหลี่ยมๆ 1 แท่งแล้วสลักนามสกุล เหมือนในละครนะ) ฝังหลุมเดียวกัน จะสิ้นชีพกันกี่คนก็ใส่หลุมเดียวกันไปค่ะ ประหยัดพื้นที่ สะดวกกว่าเชงเม้งคนจีนเยอะ ไปไหว้ที่เดียวจบกลับบ้านได้ ถ้าเป็นเชงเม้งจีน ไหว้อากงอาม่าเสร็จ เดินหาหลุมอากู๋ ขับรถไปอีกที่ไปไหว้อาอึ้มอาอี้ กว่าจะกลับถึงบ้านดึกกันพอดี
พอเราตอบว่าสิ้นชีพแล้วจะให้ฝังร่างที่หลุมเดียวกันก็ได้ คุณแม่ทำท่าทางโล่งอก กลัวเราจะหอบร่างไร้ชีวิตของตัวเองกลับไปฝังที่ไทยค่ะ ส่วนคุณพ่อเขาก็บอกมาว่า ถ้าทำตามวัฒนธรรมญี่ปุ่นก็โอเค ไม่มีปัญหา แต่คุณป้าโผล่มาคัดค้านด้วยค่ะ คุณป้าบอกมาว่า ‘แต่งงานกับฟิลิปปินส์ จะไม่มีความสุขนะ’
    …ป้า สับสนประเทศค่ะ
     คดีฆาตกรรมที่สะใภ้ต่างชาติ ปลิดชีพคนในครอบครัวเพื่อหวังเงิน หวังสมบัติ หรือแต่งงานจดทะเบียนสมรสเพื่อเอาวีซ่ามีเยอะ ที่ญี่ปุ่นสาวฟิลิปปินส์เยอะ มีผับบาร์สาวฟิลิปปินส์ก็เยอะ ป้าเขาก็เลยกลัวว่าสาวไทยคนนี้จะมาจับหลานชาย หวังสมบัติของตระกูล (ถ้าพ่อแม่สิ้นชีพ ที่ดินและบ้านหลังนี้ก็จะเป็นของเรา พี่สาวไม่เกี่ยวค่ะ อย่างที่บอกเมื่อสักครู่ ถือว่าแต่งออกไปแล้ว) นี่ขนาดยังไม่แต่งงาน คุยเรื่องสมบัติกันแล้วค่ะ ก็บอกป้าไปอย่างเซ็งๆ ว่านี่ไทยแลนด์นะ ทวีปเดียวกันแต่คนละประเทศนะ ป้าอย่าเพิ่งมึนค่ะ
     เมื่อตกลงแต่งชัวร์ รีบจัดงานเลยค่ะ เดี๋ยวป้านึกอะไรได้จะโผล่มาคัดค้านอีก ชุดแต่งงาน ถ้ากิโมโนก็เป็นกิโมโนสีขาวเช่นกันค่ะ แต่เราจัดพิธีที่ไทยไปแล้ว ฝั่งสามีบอกมาว่าจัดพิธีแบบไทยไปแล้ว ไม่ต้องจัดพิธีที่ญี่ปุ่นก็ได้ ซ้ำซ้อน เดี๋ยวพระเจ้างง ที่ญี่ปุ่นแค่จัดเลี้ยงก็พอค่ะ! ก็เลยอดใส่กิโมโน เราเลยขอแค่ถ่ายพรีเวดดิ้งเป็นกิโมโนทั้งหมด (ขอฉันใส่ชุดกิโมโนสักครั้งในชีวิตนะ)
ชุดแต่งงานของกิโมโนก็เป็นขาวล้วนเช่นกันค่ะ เครื่องประดับผมเลือกตามใจชอบ ส่วนงานแต่งที่ญี่ปุ่นจัดเป็น เรสเตอรอง เวดดิ้ง (Restaurant Wedding) คือนั่งทานอาหารด้วยกันเลย เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็นั่งทานด้วยนะคะ มีอาหารหลายชาติแต่เราเลือกเป็นร้านอาหารฝรั่งเศสค่ะ ตอนเตรียมงานก็นัดประชุมกับเชฟว่าอยากได้อาหารแบบไหน ภาพลักษณ์หน้าตาเป็นอย่างไร คนไทยไม่ทานเนื้อวัวให้ตัดเนื้อวัวออก
     จากนั้นก็เตรียมการ์ดแต่งงาน โดยในซองการ์ดจะมีไปรษณียบัตรให้ส่งกลับมาหาเจ้าบ่าวเจ้าสาวว่า ‘จะมาร่วมงามไหม มากันกี่คน’ เพราะว่าที่งานจะจัดโต๊ะเก้าอี้ไว้พอดีเป๊ะๆ แต่ละที่นั่งมีชื่อแขกเขียนไว้เรียบร้อย ห้ามนั่งผิดที่ค่ะ จะกลายเป็นบาปติดตัวไปตลอดงาน ไม่เหมือนงานของไทยแลนด์แดนเสรี ฟรีสไตล์กันไป เชิญคนเดียวพาอาอี้อาอึ้มมาด้วยแบบไม่แคร์เจ้าของงานว่าจะรู้จักกันหรือป่าวนะ
     พิธีต่างๆ เหมือนงานแต่งงานของไทย เจ้าสาวเจ้าบ่าวเดินเข้าฮอลล์ ตัดเค้ก พ่อแม่ของทั้งสองฝั่งกล่าวทักทาย ที่ไม่เหมือนก็จะมีเจ้าสาวอ่านจดหมายถึงคุณพ่อคุณแม่ ทำซึ้งร้องไห้กันไปค่ะ แล้วก็มอบของขวัญให้คุณพ่อคุณแม่เพื่อขอบคุณที่เลี้ยงเรามาจนเราแต่งงานจะไปมีครอบครัวใหม่แล้วนะ
     ของขวัญที่นิยมคือตุ๊กตาหมี น้ำหนักเท่ากับตอนเราเกิด ให้คุณแม่อุ้มแล้วระลึกถึงวันที่คลอดเรา โอ้ยยย ซึ้งกันไป ทิชชู่ไม่พอซับน้ำตาค่ะ (แต่งานเราไม่มีนะคะ ไม่มีใครจำน้ำหนักเราตอนเกิดได้ เหงาเลยค่ะ แถมแขกก็เป็นแขกฝั่งญี่ปุ่น ฟังภาษาไทยไม่ออกอีก ไม่รู้จะอ่านจดหมายกันไปทำไม พิธีการนี้เลยตัดออกค่ะ เหลือแต่ความรื่นเริง งานนี้ไม่มีซึ้งค่ะ)
     ที่งานใส่ชุดเดรสสีขาวทั่วไปค่ะ เจ้าบ่าวก็ใส่ทักซิโด้ แต่ระหว่างงานจะมีให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวไปเปลี่ยนชุดค่ะ!!! เป็นชุดสีสันสดใส บางคนเชื่อว่า แต่งงานแล้ว ไม่สดใสบริสุทธิ์แล้วให้ใส่ชุดสีสันแทนค่ะ อันนี้แล้วแต่ความเชื่อนะคะ จะแอบไปเปลี่ยนชุดเงียบๆ ไม่ได้นะคะ ต้องมีอีเว้นท์นิดๆ ไฟสปอร์ตไลท์สาดส่องหน่อยๆ พิธีกรจะประกาศเรียกชื่อผู้ที่จะจูงมือเจ้าบ่าวเจ้าสาวไปเปลี่ยนชุดค่ะ!!!
     จูงมือกันไปถึงประตู โค้งลากัน 1 ที ประตูยังไม่ทันปิดเจ้าหน้าที่แต่งหน้า เอื้อมมึอมาถอดเครื่องประดับที่ผมแล้วค่ะ ญี่ปุ่น... ชีวิตเร่งรีบ เดี๋ยวจะสวยไม่ทันนะคะ เปลี่ยนสีหน้าสีปาก เปลี่ยนทรงผม เปลี่ยนชุด เครื่องประดับ รองเท้า ภายใน 10 นาทีค่ะ หันไปอีกทีเก็บชุดที่ถอดแล้วด้วย ทำงานเป็นทีมมืออาชีพจริงจังค่ะ กลับออกมาอีกทีก็มีเล่นเกมเล็กๆ น้อยๆ แจกของขวัญให้กับแขกผู้ที่โชคดี เราต้องจัดของขวัญไปเองนะคะ
     ส่วนของชำร่วยนั้นแจกเป็นแคตตาล็อกค่ะ แขกที่มาร่วมงานจะได้แคตตาล็อกบ้านละ 1 เล่ม อยากได้อะไร สั่งเองได้เลยค่ะ ส่งถึงบ้าน ราคาของในเล่มก็มีตั้งแต่ 3 พันเยนถึง 1 หมื่นเยนก็มี แล้วแต่บ่าวสาวจะกำลังเงินถึงเท่าไหร่ เงินพอเหลือก็เลือกแจกแคตตาล็อกเกรดดีหน่อย เงินดูแล้วต้องผ่อนค่างานแต่งงานกันอีกนานก็เลือกแคตตาล็อกเกรดธรรมดาๆ ไปค่ะ
     สำหรับคู่ที่มีจัดงานปาร์ตี้ต่อ หรือไทยเรียกอาฟเตอร์ ปาร์ตี้ (After Party) ส่วนใหญ่จะเป็นแบบงานพิธี มีแต่แขกญาติๆ เจ้านายที่ทำงาน เพื่อนๆ จะเรียกมาที่อาฟเตอร์ ปาร์ตี้ ไม่ธรรมดาค่ะ เสียเงินค่าเข้านะคะ... ถือว่าช่วยๆ กันละกันนะ ราคาก็แล้วแต่งานค่ะ แต่ในงานก็จะมีให้เล่นเกมกัน ของรางวัลมากมาย สามีเคยเล่นเกมชนะได้ตั๋วดิสนีย์แลนด์กลับมาด้วยค่ะ
     ถ้าจะไปร่วมงานแต่งงานของคนญี่ปุ่น เช็คดีๆ นะคะ เราไปงานแบบไหน พิธีญี่ปุ่น พิธีคริสต์ หรือไปปาร์ตี้อย่างเดียว จะได้เตรียมตัวถูกต้องค่ะ........

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);