รักไม่รู้จบ : เอก สุระเชษฐ์ & รสา วงศ์มณี อย่าเปลี่ยนเป็นไม่รักกัน
  
  
ColumDetail
23
รักไม่รู้จบ : เอก สุระเชษฐ์ & รสา วงศ์มณี อย่าเปลี่ยนเป็นไม่รักกัน
 

Hug Magazine ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
รักไม่รู้จบ : มาศวดี ถนอมพงษ์พันธ์
ภาพ : ภาณุวัชร สุเมธี

 


 เอก สุระเชษฐ์ & รสา วงศ์มณี อย่าเปลี่ยนเป็นไม่รักกัน

 เอก สุระเชษฐ์ & รสา วงศ์มณี อย่าเปลี่ยนเป็นไม่รักกัน

 

เอก สุระเชษฐ์ & รสา วงศ์มณี
อย่าเปลี่ยนเป็นไม่รักกัน

    ความรักที่ยืนยาวต้องใช้นิยามอะไรมาระบุถึงจะใช่ รักอมตะ รักนิรันดร์ ฟังแล้วยิ่งใหญ่แต่ยังดูไม่ใช่กับชายหนุ่มเสียงนุ่ม เจ้าของฉายาเจ้าพ่อเพลงเหงา‘เอก - สุระเชษฐ์ ศรีพรม’นักร้องคนดังแห่ง การ์เด้นมิวสิค ที่มานิยามถึงรักของเขากับสาวสวยข้างกาย ‘รสา วงศ์มณี’ เจ้าของหัวใจที่ประคับประคองผ่านความหวานความขมเป็นทำนองที่เรียงร้อยออกมายาวนานจนมาถึงวันนี้ ต่างสรุปสั้นๆ ว่า อย่าเปลี่ยนความรัก... เป็นไม่รักกันก็พอ... เท่านี้คงเป็นรักแท้จริง เรามาเริ่มฟังเพลงแห่งการพบกันของทั้งคู่ได้เลยค่ะ

พรหมลิขิตมีจริง

      รสา : ครั้งแรกที่เจอกันเจอที่อุดรธานี พี่เอกไปเล่นคอนเสิร์ต พี่ไปกับกลุ่มเพื่อน และเป็นเด็กแนวฮิปฮอป รู้จักเพลงเขาเยอะนะ แต่ไม่อยากออกไปตรงคอนเสิร์ตตรงนั้น ก็เข้าไปในห้องกระจกของดีเจ ก็ไปเต้นๆๆๆ เต้นไปเต้นมาหันหลังไป เขายืนมองเราเต้นอยู่ (หัวเราะ)
      เอก : พอเสร็จคอนเสิร์ตแล้ว ผมเจอเขาเต้นอยู่คนเดียว มันเป็นห้องที่แยกจากเวที เป็นห้องแอร์ เขาเปิดเพลงเต้นอยู่คนเดียว แล้วมันเป็นห้องกระจก คนก็เห็นเลยมามุงดูกันเต็มเลย (ยิ้มขำ) สะดุดใจว่า เออ ผู้หญิงคนนี้น่ารักดี เต้นคนเดียวก็ได้ มันไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ทำแบบนี้ (หัวเราะทั้งคู่)
      รสา : หันไปตกใจ จะเห็นหน้าพี่เอกก่อน สักพักเริ่มเห็นรอบๆ มีคนมามองเต็มเลย (ยิ้ม) ก็ขอเขาถ่ายรูปคู่ หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันนานเลยไม่ได้เจอกันนานเลย จนกระทั่งมีวันหนึ่งที่พี่เอกต้องไปที่จ.นครพนม แล้วพี่อยู่นครพนม ทำร้านอาหารกับเพื่อน พี่เอกไปเล่นคอนเสิร์ตอีกร้าน ไม่รู้ว่าเขามา พวกพี่ก็นั่งเล่นกันในร้านตัวเองหลังร้านปิด
      เอก : ตอนนั้นมันยังสนุกอยู่ ไม่รู้จะไปไหนดี ร้านอื่นปิดหมดแล้ว มันมีเสียงเพลงดังออกมาและมีแสงไฟ ก็เออ ร้านนี้ยังไม่ปิดเหรอ เลยเดินเข้าไป ปรากฏว่าเขาปิดกันแล้วแต่นั่งเล่นกันเป็นการส่วนตัว เลยเข้าไปเจอเขา ทำให้รู้ว่าเขาเป็นเจ้าของร้านนี้ (ยิ้ม)
      รสา : พอครั้งที่สองเจอกัน เลยมีความรู้สึกว่าทำไมเขาต้องมาที่ร้านเราได้ มันเหมือนเป็นจังหวะอะไรสักอย่าง หลังจากนั้นได้คุย ได้แลกเบอร์กัน ต่างคนต่างสนใจกัน มีช่วงระยะหนึ่งที่ห่างกันออกไป เขาอยู่ในโลกของเรา เราก็อยู่ในโลกของเรา หายกันไปประมาณ 6 – 7 เดือน แต่ระหว่างนั้นยังมีส่งข้อความกันบ้างนะ
      เอก : วันหนึ่งผมอยู่ที่จ.ตรัง แล้วนึกถึงรสา เลยโทรศัพท์ไป ทำไมก็ไม่รู้นะ มันมีอะไรบางอย่างทำให้ผมนึกถึงเขา รู้สึกอยากขอโทษที่เราเคยทำไม่ดีอะไรสักอย่าง อยากจะคุยต่อ คิดแค่ว่าคิดถึงคนคนนี้มากที่สุด (ยิ้ม)
      รสา : วันที่เขาโทรมา พอเห็นเบอร์รู้สึกเลยว่า โทรมาทำไม ลืมเธอไปแล้ว (พี่เอกหัวเราะ) กำลังลืมแล้วไง คำแรกที่เขาพูดคือ รสา เอกขอโทษนะ เอกไม่อยากเป็นป็อปปี้เลิฟ อยากขอโทษ อยากคุยด้วย เราก็งง คือกำลังทำงานอยู่ งง เลย จากนั้นก็เริ่มคุยกันมากขึ้น ไปมาหากันเลย

รักนี้แม่ไม่ปลื้ม

      เอก : รสาลงมากรุงเทพฯ มาหากันหลายครั้ง ผมชวนไปที่ร้านที่ผมเล่นอยู่
      รสา : หลังจากนั้นก็ตามไปทุกร้านเลย (หัวเราะทั้งคู่) พอจะกลับ พี่เอกมีบินตามกลับมา หรือบางที โทรมาบอก พรุ่งนี้ไปหาแล้วนะ เหอะ พรุ่งนี้มานครพนมเหรอ ฉันยังไม่ได้จองโรงแรมให้เลย
      เอก : วันนั้นมีงานปีใหม่ที่นครพนม ได้เจอกับพ่อแม่รสา สภาพตอนนั้น ผมยาวรุงรังเลย (หัวเราะ)
      รสา : พ่อแม่ห่วง คือเรามีคนเข้ามาเยอะ สามารถเลือกได้ (พี่เอกบอกมีเหมือนกัน) นั่นแหละ แต่เรามีความรู้สึกแปลก ในวันที่เขาขึ้นมาหาเรา ไปนั่งทานข้าวด้วยกัน มันมีบางอย่างที่อยู่กับผู้ชายคนนี้ มีความพิเศษที่ทำให้สบายใจ (ยิ้ม) มันบริสุทธิ์ เขามีรักที่แท้จริงให้เรา ซึ่งมันสัมผัสจากผู้ชายคนอื่นไม่ได้ เราสัมผัสได้ อยู่กับเขาแล้วมีความสุข ถึงไม่ได้หล่อมาก ในช่วงนั้นจะมาแบบผมยาวๆ มีหนวด เซอร์
      เอก : เป็นของโอท็อปขึ้นชื่อไง (หัวเราะ) จนแม่รสาเห็นหน้าผมแล้วบอกว่า ลูก นี่ขี้ยาที่ไหน
      รสา : แม่เขารับไม่ได้ที่ลูกมีแฟนเป็นนักร้อง เป็นศิลปิน ในใจคิดไม่เป็นไร เราก็คบกันไป และพิสูจน์ให้ผู้ใหญ่เห็นว่าเราอยู่ด้วยกันได้ เรามีความสุขมาก และเปลี่ยนแปลงตัวเองมากๆ สำหรับสิ่งที่ทุกคนเคยมองว่าเราสองคนจะไปด้วยกันได้เหรอ พี่เอกทำงานเจอคนมากมายนะ แต่เราสองคนถูกสอนมาว่า ถ้ารักกันต้องซื่อสัตย์

ความประทับใจแก่กันและกัน
      เอก : ประทับใจในนิสัยชอบดูแลของเขา รสาจะดูแลผมเยอะมาก ปกติผมไม่ค่อยดูแลตัวเอง มีหลายคนบอกว่าผมดูดีขึ้น
      รสา : เป็นคนชอบดูแล ยิ่งทำให้เขาดูดีขึ้นได้ จะแบบ นี่แหละแฟนฉัน เป็นไงล่ะ (ยิ้ม) ประทับใจในเสียงร้องเพลง ตอนแรกที่อยู่กับเขา รู้สึกว่าทำไมผู้ชายคนนี้เปิ่นจัง เขาจะนิ่งๆ ดูเกร็งๆ เวลาอยู่ด้วยกัน เหมือนไม่มั่นใจ มีครั้งหนึ่งไปกินกันสองคน เขาก็เปิดเพลง ฉันดีใจที่มีเธอ เปิดวนไปวนมาเพลงเดียวในไอแพด (หัวเราะทั้งคู่) มีมุมหนึ่งที่เริ่มรู้สึกว่าชอบเขา คือกระเป๋าพี่กระเป๋าเขาอยู่ห่างกัน พี่เอกหยิบมาบอกว่ากระเป๋าอันนั้นมานี่ กระเป๋าอันนี้มานี่ อยู่ด้วยกันนะ เขาพูดกับกระเป๋าอะ (หัวเราะ) ไม่เคยเจอผู้ชายแบบนี้ คนที่มาจีบจะตรงๆ ห้าวๆ ปกป้องเรา นี่แนวการ์ตูนญี่ปุ่นงุ้งงิ้ง ทำให้รู้สึกชอบ มันแปลก อยากปกป้องแทน (ยิ้ม)
      บางมุมที่แม้แต่ครอบครัวเขาไม่เคยเห็น แต่เราจะเห็นหมด มุมทะเล้น มุมบ้า มุมตลก เวลาอยู่ด้วยกันจะเหมือนเด็ก เล่นอะไรตลกๆ กัน เป็นผู้ชายติ้งต๊อง พาดูการ์ตูนญี่ปุ่น แล้วเขาทำให้ตกใจว่าศิลปินเป็นขนาดนี้เลยเหรอ พี่เอกนั่งแกะเพลงจดหมายของพ่อ สักพัก ร้องไห้ บอกเพลงดีมาก แกะไปร้องไห้ไป ยืนทำเค้กอยู่ตกใจเลย (หัวเราะ)

เอก สุระเชษฐ์ & รสา วงศ์มณี

บททดสอบใหญ่อีกครั้ง
      เอก : รสาเป็นซิ้งเกิลมัม น้องแพรวลูกสาวเขาอายุสิบกว่าขวบแหละ น่ารักมาก ช่วงแรกๆ ผมคิดหนักเหมือนกัน ว่าคืออะไร ทำไม รู้สึกว่าเรื่องราวมันดูใหญ่ขึ้น ตอนนั้นผมจะเริ่มจริงจัง สร้างอนาคต สร้างครอบครัวไปด้วยกัน พอมารู้ก็คิดว่าจะทำยังไง จะเดินต่อ หรือถอยหลัง ช่วงนั้นสิ่งที่เราสองคนยึดคือคำสอนจากศาสนาคริสต์ หลักการใช้ชีวิตคู่กัน เหมือนสามเหลี่ยม ที่มุมหนึ่งคือผม อีกมุมคือเขา และยอดบนคือพระเยซูคริสต์ เมื่อเราจะห่างกันออกไป มันก็ยังพุ่งไปบรรจบกันอยู่
      รสา : มันเหมือนเป็นบททดสอบนะ ว่าเรายังเชื่อมโยงกันอยู่ เราทั้งคู่ยึดติดเกินไป เขาอยากเจอคนที่เริ่มก้าวไปพร้อมๆ กัน ส่วนพี่อยากเจอคนที่รักในตัวฉัน ลูกและครอบครัวได้ ตอนนั้นความคิดของเราสองคนมันต่างกันไปในบางมุม ยื้อกัน 2 – 3 ปี กว่าจะปรับกันได้ ช่วงนั้นหนักมากนะ
      เอก : มันทำให้เราได้โตมากขึ้น ว่าจริงแล้วความรักไม่ต้องสมบูรณ์แบบ เป็นเจ้าชายเจ้าหญิงมาเจอกัน ให้รู้ว่าเรารักเขาที่ตัวเขา เรื่องที่เขาทำให้กับเรามันมากกว่า และอุบัติเหตุในครั้งนั้น มันเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตจริงๆ คิดดูว่าผมนอนโรงพยาบาลรัฐ เขาให้กลับบ้าน รสาต้องกลับไปห้องนั้นทนเห็นภาพที่ผมตกลงไป 
      รสา : คืนนั้นต้องกลับมานอนที่ห้อง ร้องไห้มากเลย มันหดหู่มาก มองไปทางไหนก็เห็นแต่ภาพเขา  
      เอก : ผมกระดูกข้อมือหัก สะโพกร้าวละเอียด ลวดเกี่ยวเฉียดลูกตาไปนิดเดียวเอง ถ้าเอาหัวลงคงไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้แล้ว คอหักตายไปแล้ว
      รสา : มันเป็นเรื่องที่โชคดีมากจริงๆ ที่ตากผ้าของ ชั้น 1 ชั้น 2 ช่วยลดแรงกระแทกไว้ ตอนเขาจะตก เราจับมือเขาไว้จนมันไม่ไหวแล้วจริงๆ เหมือนในหนังเลย ตะโกนเรียกยามให้ขึ้นมาก็ขึ้นมาไม่ทัน ในใจคิดเลยว่าตกก็ตกว่ะ เห็นทุกอย่างกับตาตอนวินาทีที่พี่เอกตกลงไป มันพูดไม่ออกนะ (มองสามี) วิ่งลงไปข้างล่าง เห็นกระเป๋าเราที่เขาถือเอาไว้ก่อนตกมันรองหัวเขาพอดี โชคดีมากๆ คุณหมอที่โรงพยาบาลบอกว่าต้องผ่าตัดใหญ่ที่สะโพก อาจเสี่ยงที่จะกลับมาเดินไม่ได้ ตอนนั้นรู้สึกเลยว่า ถ้าพระเยซูคริสต์มีจริง ขอให้ปาฏิหาริย์มีจริงได้ไหม ขอให้ไม่ต้องผ่าตัด ให้ทุกอย่างถูกพระเยซูคริสต์รักษา หลังจากนั้นมีประธานของศาสนามาทำพิธีให้พี่เอก มาเจิมน้ำมัน ผ่านไปอีก 2 อาทิตย์ คุณหมอเดินมาบอกว่าไม่ต้องผ่าตัดแล้ว กระดูกเชื่อมต่อกันแล้ว มันเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจมาก กระดูกมันแตกละเอียด แต่กลับมาต่อกันได้พอดี ทำให้พี่เชื่อและเปลี่ยนแปลงศาสนา เปลี่ยนแปลงตัวเอง
      เอก : ช่วงที่แย่ๆ มีเพลงหนึ่งของริฮานน่า ชื่อเพลง we found love เนื้อเพลงจะมีท่อนหนึ่งบอกว่า ความรักของเราเกิดขึ้นในสถานที่สิ้นหวัง แต่ฉันเชื่อว่าความรักเกิดขึ้นได้ทุกที่ แม้ในสถานที่หมดหวังแล้ว
      รสา : มันเป็นไฮไลต์ให้กับชีวิตเรา ความรักของเราที่เหมือนจะหมดหวังแล้ว แต่สุดท้ายความรักของเรามันก็เกิดขึ้นได้ในที่ตรงนั้น มันเปลี่ยนแปลงชีวิตเราทั้งคู่
      เอก : ที่ที่มีแต่ความรู้สึกแย่ๆ ที่ไม่น่าจะเป็นได้ กลับมีความรักเราเกิดขึ้นมาได้ เพลงนี้ทำให้เราเข้าใจ เลยคิดว่าจะใช้เพลงนี้ในงานแต่งงานด้วย (ยิ้มมองกัน) เราจดทะเบียนกันแล้ว เหลือแค่จัดงาน
      รสา : เมื่อก่อนเป็นคนไม่ค่อยมีความอดทน และคิดว่าฉันเลือกได้นะ ไม่โอเคไม่เอา ไม่ต้องเป็นคนคนนี้ แต่สุดท้ายมีบางอย่างที่ทำให้คิด ยิ่งพอเรียนรู้จากศาสนาคริสต์ว่า ต้องอดทน รู้จักให้อภัย และรักคนอื่นให้ ก็ทำให้เปลี่ยนไป ทุกคนไม่ได้ดีพร้อม ถ้าจะอยู่กับเขา รับข้อเสียเขาไม่ได้เลยเหรอ ต้องแสดงแต่ด้านดีแล้วถึงจะอยู่กันได้ มันไม่ใช่ ซึ่งถ้าเผยข้อเสียตัวเองว่าฉันเป็นแบบนี้ เธอเป็นแบบนี้ แล้วจะแก้ไขกันนะ แน่นอนว่าแค่วันเดียวทำไม่ได้ ต้องใช้ความอดทน อยู่ด้วยกันต้องช่วยกัน ตอนนี้สิ่งที่เราเป็นอยู่มันดีกว่าที่ผ่านมามาก มองย้อนกลับไป โห เราทรหดมากเหมือนกันนะกับการเริ่มต้นชีวิตคู่ของเรา (ยิ้ม)

เรื่องซิ้งเกิลมัมที่ผู้ชายมักถอยทันที

      เอก : ผมไม่รู้จะปรึกษาใครนะ พยายามหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต สุดท้ายแล้ว เขาบอกว่าแล้วคุณละโอเครึเปล่า ไปถามพี่ที่สนิทกัน เขาด่ากลับมาเลยว่า เอก ตกลงแกรักเขาจริงรึเปล่า ทุกคนที่ถามเขาพูดเหมือนมันแค่เรื่องไร้สาระนะ เออ เราบ้าเกินไป เห็นแก่ตัวเกินไปนะ พอได้เจอลูกเขา ได้รู้จักกัน ก็มีความสุขมาก (ยิ้ม) มีครอบครัวเพิ่มขึ้น ผมเป็นคนที่ชอบคนในบ้านเยอะๆ แล้วมีเด็กเข้ามา ทำให้ผมเปลี่ยนไปเลย จากแต่ก่อนที่รักสนุก ชอบเที่ยว ก็หายไป การได้มีเขามีครอบครัวทำให้รู้สึกว่ามันมั่นคงกว่าชีวิตกลางคืนที่เอาแต่เที่ยว สนุกก็จริงแต่แค่ชั่วข้ามคืน ตื่นมาก็ลืมไปแล้ว แต่เทียบกับตอนที่พาหลานๆ และลูกเขาไปเที่ยวกัน มันมีความสุขมากเลย (ยิ้ม)

เพลงที่ใช่สำหรับเรา

      เอก : ที่รักเธอกับแค่พูดว่าคิดถึง และเวลาทะเลาะกัน ฉันขอโทษ และอย่าเปลี่ยนเป็นไม่รักกัน เรื่องเพลงนี่มันเหมือนมีอะไรบังเอิญอยู่นะในเวลาที่เราทะเลาะกัน
      รสา : ทะเลาะกันแล้วขับรถไประยองคืนนั้นเลย ร้องไห้ตลอดทาง พี่เอกไม่รู้นะ ขับไปเจอเพื่อนหาข้าวที่ระยอง ตอนนั้นไม่ร้องแล้ว เข้มแข็ง สักพักในร้านเปิดเพลงพี่เอก ชื่อเพลงขอโทษ เท่านั้นแหละ ร้องไห้จนเพื่อนบอกดีเจร้านว่า ปิดเพลงหน่อย ไม่เอาของ เอก สุระเชษฐ์แล้วค่ะ รู้สึกว่า ฉันขับมาไกลขนาดนี้เลยเหรอ ไม่ดีเลยนะ อยากฝากทุกคนว่าการทะเลาะกัน ยังไงก็ไม่ควรเก็บกระเป๋าออกนอกบ้าน คุณอาจจะไม่ได้กลับมาเลย อาจเกิดอุบัติเหตุได้ ถ้าคุณขับรถไปแบบนั้น จากนั้นมา พอเริ่มน้อยใจจะอยู่นิ่งๆ มันจะหายไปเอง อย่าประชดกันด้วยการไล่ หรือเดินออกจากบ้าน สิ่งนั้นมันไม่ดีมากๆ
      มีคำสอนของพระเยซูคริสต์ที่นำมาใช้ ให้เรารักเขาเหมือนรักตัวเอง ทำให้เวลาทะเลาะกัน ใจจะคอยบอกเสมอว่าให้หลีกเลี่ยงการปะทะกัน ซึ่งแต่ก่อนพี่เอกจะเป็นคนที่เดินหนีไป แต่พี่เองที่ไม่ยอมต้องคุยกัน ตอนหลังเลยรู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ดี มันยังร้อน แต่ถ้าปล่อยให้เขาเดินไป สักพักจะนิ่ง ทุกอย่างจะดีขึ้นมาเอง จะไม่มีคำว่าศักดิ์ศรีเวลาอยู่ด้วยกัน ไม่คิดว่า ฉันไม่ง้อ เธอต้องมาขอโทษก่อน

รักที่ไม่มีปิดบัง

      รสา : อยากมีโม้เม้นต์เซอร์ไพรส์ขอแต่งงานนะ แต่ทำยังไงล่ะ ตัวติดกันตลอดเวลา จะเอาเวลาไหนไปเตรียมเซอร์ไพรส์เรา (หัวเราะ) เคยครั้งหนึ่งทะเลาะกันเพราะยังไม่กลับ โทรตาม คือเรื่องผู้หญิงเชื่อใจอยู่แล้วว่าไม่มีแน่นอน แต่เป็นห่วง ทำไมยังไม่กลับ พอกลับมาก็งอนเขา พี่เอกก็หงุดหงิด แล้วพอถึงวันเกิดเรา ก็มีเค้กวันเกิดมารอ เขาไปซื้อมาให้ในวันนั้น แล้วบ่นว่าทำเซอร์ไพรส์อะไรไม่ได้หรอก ตัวติดกันแบบนี้
      เอก : เรื่องของเรื่องคือเซอร์ไพรส์ไม่ได้เพราะทุกบาททุกสตางค์อยู่ในบัญชีรสาหมดแล้ว (หัวเราะชอบใจ) ไม่มีเงินติดตัวเลย ยืมเงินใครไปเซอร์ไพรส์ภรรยาก่อนได้ไหม

อย่าเปลี่ยนเป็นไม่รักกัน..

      รสา : มันเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ตั้งแต่วันแรกที่เราได้เจอกันในบางมุมก็อยากจะให้ลืมไปเลย แต่ในบางสิ่งก็ย้ำเตือนให้รู้อยู่เสมอว่า ต้องก้าวต่อไป ทำให้รู้ว่าเราเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ เชื่อว่าความรักมีทุกอย่างที่ดีอยู่ในนั้น การเสียสละ อดทน ไว้ใจ เข้าใจกัน เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน พึ่งพาและให้อภัย ความรักเราเป็นแบบนี้ รักกันมากกว่าเดิม เข้าใจกันมากขึ้น
      เอก : ขอบคุณความรักครับ ขอบคุณมากๆ ความรักมันเกิดขึ้นได้ทุกที แม้ในสถานที่สิ้นหวัง มันจำเป็นมากๆ เลยนะ ทำให้เป็นจุดเปลี่ยนที่ดีขึ้นเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้ ทำให้เราเข้าใจและมองโลกหลายมุมมากขึ้น การที่รสาดูแลผมมาตลอดถึงทุกวันนี้ เป็นสิ่งไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเกิดขึ้นได้

 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);