ฮอทไลน์สายด่วน : จะทำอย่างไรกับคนที่ชอบนินทา!
  
  
ColumDetail
20
ฮอทไลน์สายด่วน : จะทำอย่างไรกับคนที่ชอบนินทา!
 
 

HUG Magazine ปีที่ 7 ฉบับที่ 12 
ฮอทไลน์สายด่วน : ผศ.อรอนงค์ อินทรจิตร

จะทำอย่างไรกับคนที่ชอบนินทา!


จะทำอย่างไรกับคนที่ชอบนินทา!

   จะทำอย่างไรกับเพื่อนร่วมงานที่ชอบนินทาเธอสามารถหยิบจับเรื่องทุกเรื่องขึ้นมานินทาได้ถ้วนหน้า บ่อยครั้งทำให้มีเรื่องปั่นป่วนสับสน เช่น คนมีแฟนมารับ เธอก็บอกว่าเพื่อนคนนี้ไม่อยู่แล้วไปกับคนคนนั้น ทั้งๆ ที่เราก็นั่งทำงานกันอยู่ยังไม่ได้กลับ แต่ที่เธอยังทำงานอยู่ได้ก็เพราะเส้นใหญ่ จะจัดการเรื่องนี้อย่างไรครับ

                      .............................................................................................................

    ปัญหานี้เราทุกคนคงจะเคยโดนกันมาบ้าง ไม่ที่ใดก็ที่หนึ่ง ไม่ว่าจะทำงานอยู่ที่ไหน หรืออยู่ในระดับใด เคยมีคนเล่าว่า บางสำนักงานพอว่างก็สุมหัวคุยกัน นินทาเรื่องนายจ้างเรื่อยไปจนถึงคนรอบๆ คุยกันแล้วไม่มีใครกล้าลุกออกไป เพราะเกรงจะเป็นคนที่ถูกนินทาคนต่อไป หรือบางคนก็พูดอย่างอารมณ์ดีว่า “เอาเถอะ... ไม่เป็นไรปล่อยให้เขานินทากันไปเถอะ ไม่อย่างนั้นเขาจะเฉาตายเสียก่อน!”
    คนที่ชอบนำเรื่องคนอื่นมาพูด พูดในเรื่องดีบ้าง ไม่ดีบ้าง อาจเป็นเพราะตัวเองมีเรื่องที่ต้องปกปิดแยะ หรือใจจริงอยากพูดอยากระบาย แต่ไม่กล้า ไม่อยากให้ใครรู้ เกรงจะเป็นที่ตำหนิติฉิน รู้ตัวว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะจะนำมาพูด จึงพยายามจะปกปิดไว้ด้วยการนำเรื่องของคนอื่นมาพูด มาเล่า มาบอกกล่าว เพื่อตัวเองจะได้ลืมเรื่องของตัวเองไปชั่วคราว ความไม่สามารถในการจัดการแก้ปัญหาของตนเองเป็นสาเหตุหนึ่งในการนำเรื่องของผู้อื่นมาพูด
    ปัจจุบันสื่อโทรทัศน์มักนำเสนอละครน้ำเน่าซึ่งสะท้อนพฤติกรรมชอบนินทาของผู้หญิงที่มีจิตริษยาผู้อื่น อันมีสาเหตุมาจากความต้องการจะเป็น จะมี จะอยู่ให้เท่าเทียมหน้าเทียมตาคนอื่น ไม่มีความพึงพอใจในตนเอง เห็นผู้อื่นดีกว่า เหนือกว่า มีมากกว่า ทำให้จิตใจเร่าร้อนไม่มีความสุข
    และเพื่อจะทุเลาความทุกข์เร่าร้อนในจิตใจลง จึงต้องพยายามมองหาความผิดพลาดหรือหาเรื่องขุดคุ้ยจุดอ่อนหรือความบกพร่องเสียหายของคนอื่นมาพูดคุยนินทา ขยายเรื่องราวออกไปเพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น หรือเหมือนเพื่อจะบอกว่าคนนั้นไม่ได้ดีจริงๆ
    บางครั้งการที่รู้สึกว่าตัวเอง รู้เรื่อง ‘ความลับ’ ของเพื่อน ของนายจ้าง หรือของคนอื่นๆ อาจทำให้รู้สึกว่าตัวเองเป็นคน ‘มีอำนาจ’ ‘มีความสำคัญ’ คือรู้ไปเสียทุกเรื่องทุกอย่าง ถามถึงใครเธอก็สามารถพูดได้เป็นต่อยหอย!
    คนประเภทนี้ต้องการการยอมรับสูง อยากได้ชื่อว่าเป็นผู้นำ เป็นพี่ใหญ่ ใครๆ เกรงใจหรือเกรงกลัว เพราะเธออาจมีเส้นสายใหญ่ รู้จักและรู้เรื่องไปหมด ลำพังหากเธอรู้เรื่องจริงก็ดีไป แต่หากนำเรื่องมาปะติดปะต่อกันแล้วนำไปพูดทั้งที่ไม่จริง อาจสร้างปัญหาตามมาให้มากมาย ไม่มีใครอยากเสียเวลาไปกับเรื่องเหล่านี้
    แต่ในหลายกรณี คนที่ชอบนำเรื่องคนอื่นมาพูดเล่านินทา ทั้งจริงบ้างไม่จริงบ้าง อาจเพราะรู้สึกอยากให้มีเรื่องน่าตื่นเต้น สนุกสนานเพื่อลดบรรยากาศที่จริงจังน่าเบื่อของงานประจำ ซึ่งส่วนหนึ่งเพราะยังอยู่ในช่วงวัยรุ่น ยังไม่อยากโต ชอบพฤติกรรมแบบเด็กๆ เรียกว่า ‘วุฒิภาวะทางอารมณ์ยังเป็นเด็กอยู่’
    เห็นอะไรก็เป็นเรื่องตลก สนุกสนานไปหมดโดยไม่คำนึงว่าจะสร้างความรำคาญให้ผู้อื่นอย่างไร ที่สำคัญคือไม่ได้ก้มลงมองตนเองว่าการที่เรานำเรื่อง (ที่ไม่ค่อยดี) ของคนอื่นมาพูด มาเล่านั้นเหมือนการนำเอาสิ่งที่ไม่เป็นศิริมงคลมาไว้กับตัว
    เพราะหากพูดถึงในเรื่องดีๆ เราก็ไม่เรียกว่าเป็นการนินทา แต่การนำเรื่องจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง หรือไม่ได้รู้ความจริง จริงๆ เราก็ไม่ควรพูดให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่หรือทำให้เรื่องราวบานปลายเสียหายมากยิ่งขึ้นกับคนที่เราพูดถึง
    อย่างไรก็ตาม ในสังคมสิ่งแวดล้อมปัจจุบัน ที่การแก่งแย่งแข่งขันเพื่อให้ได้ดี ให้ได้เป็นเทียมเท่าหรือเหนือคนอื่นๆ เป็นเรื่องปกติของประชาชนในประเทศที่กำลังพัฒนา เช่น ประเทศไทย ซึ่งสังคมไทยยังมีพื้นฐานการติดต่อสื่อสารที่เป็นทางเดียว หรือยังมีความพิการในการติดต่อสื่อสาร ที่ผู้อยู่ในสถานภาพด้อยกว่า ไม่ได้รับการยอมรับในสิทธิที่จะพูดโต้ตอบ ผู้มีคุณวุฒิ วัยวุฒิและชาติวุฒิที่เหนือกว่าอย่างตรงไปตรงมา
    เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวพิจารณาว่าเป็นการแสดงความก้าวร้าว ไม่เกรงใจผู้อาวุโส ที่สำคัญภาษาไทยมีความหมายที่หลากหลาย มีการใช้โทนเสียงเพื่อระบุอารมณ์ ความรู้สึกของผู้พูด การขาดความชำนาญในการใช้ภาษาไทยอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้!
    ด้วยเหตุนี้คนไทยจึงมีสำนวนเปรียบเทียบการใช้ภาษาไทยเช่น ‘ฟังไม่ได้ศัพท์ จับเอาไปกระเดียด!’ หมายความว่าได้ยินเรื่องราวไม่ชัดเจน แต่นำไปพูดเป็นเรื่องเป็นราวหรือสร้างสรรค์ปั้นแต่งขึ้นมาใหม่ ส่วนคนถูกนินทาหรือถูกนำเรื่องราวไปพูดให้เสื่อมเสีย สำนวนไทยพูดปลอบใจไว้ว่า
    ‘อันนินทากาเล เหมือนเทน้ำ ไม่ชอกช้ำ เหมือนเอามีดมากรีดหิน!” นั่นคืออย่าไปถือสาใส่ใจกับการถูกนินทา เพราะมันก็เหมือนเอามีดไปกรีดหิน หินมันแข็งแกร่งจึงยากจะสะเทือนหรือเป็นรอยแตกหัก ให้นึกเสียอย่างนั้นจะได้ไม่หวั่นไหวกับการนินทา
    ส่วนกรณีที่อยากจะแก้ไขให้คนที่ชอบนินทาเลิกนินทาดังกรณีที่ปรึกษามาข้างบนนี้ คงเป็นเรื่องยากเพราะมันเป็นความสุข หรือกลไกที่คนคนนั้นสร้างขึ้นเพื่อความสุขความสบายใจและความมีอำนาจของตน นอกเสียจากคนคนนั้นจะพบความสุขความสงบในจิตใจของตนเอง และเพื่อความสบายใจ เพื่อนๆ หรือคนรอบๆ ก็คงต้องวางเฉยมองข้ามหรือยอมรับคนชอบนินทาในฐานะของคนคนหนึ่ง ที่เราจะไม่ปล่อยให้คำพูดของเขาหรือเธอมาทำร้ายเราได้
    นอกเสียจากว่า คนคนนั้นเป็นคนใกล้กับเรามากๆ และเราไม่อยากให้คนที่เรารักหรือใกล้ชิด ต้องถูกมองหรือถูกพิจารณาว่าเป็นคนไม่ปกติ มีวาจาอันเป็นการเท็จ หรือมีพฤติกรรมที่ไม่ให้เกียรติตนเองและคนใกล้ ทำให้เป็นที่น่าละอาย หรือเป็นคนไร้สาระ! เราจึงค่อยๆ หาทางพูดคุยเขา/ เธออย่างตรงไปตรงมาว่าเรื่องที่เธอพูดนั้นอาจยังไม่มีหลักฐานชัดเจน ก็ให้รอก่อน หรือให้คนอื่นเป็นผู้ตอบแทนเพื่อให้แน่ใจ
    การพูดตรงๆ อาจเป็นเรื่องยากสำหรับคนมากมาย แต่การพูดเรื่องที่ไม่จริงเป็นเรื่องที่เสียหายมากกว่า เพราะฉะนั้นความสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า ‘คุณพูดอะไร’ แต่อยู่ที่ว่า ‘จะพูดอย่างไร’ ให้ชัดเจน นุ่มนวล และไม่เป็นเท็จ!

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);