รักษ์สุขภาพ : ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับลิวคีเมียมะเร็งเม็ดเลือดขาว
  
  
ColumDetail
06
รักษ์สุขภาพ : ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับลิวคีเมียมะเร็งเม็ดเลือดขาว
 

HUG Magazine ปีที่ 7 ฉบับที่ 11 รักษ์สุขภาพ

 


 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับลิวคีเมียมะเร็งเม็ดเลือดขาว

 

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับลิวคีเมียมะเร็งเม็ดเลือดขาว

    เม็ดเลือดขาวถือเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่สำคัญในร่างกายมนุษย์ โดยทำหน้าที่ป้องกันร่างกายจากการติดเชื้อโรคต่างๆ ที่เข้ามารุกราน โดยแหล่งการสร้างสำคัญอยู่ที่ไขกระดูกและระบบต่อมน้ำเหลือง ซึ่งร่างกายจะมีระบบในการควบคุมดูแลการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม
    โดยมะเร็งเม็ดเลือดขาวคือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบควบคุมการสร้างเม็ดเลือดขาวในไขกระดูก ทำให้เกิดการสร้างเซลล์ที่ผิดปกติออกมาเป็นจำนวนมาก
    มะเร็งเม็ดเลือดขาวเกิดขึ้นมาได้อย่างไร
    เช่นเดียวกับมะเร็งอื่นๆ มะเร็งเม็ดเลือดขาวก็เกิดจากความผิดปกติภายในสารพันธุกรรมของเซลล์ โดยความผิดปกตินั้นทำให้เซลล์เสียการควบคุมในการแบ่งตัว แทนที่จะแบ่งตัวไปเป็นเซลล์ปกติและจำกัด ก็กลายเป็นแบ่งตัวไปเรื่อยๆ และเป็นเซลล์ที่ไม่ทำงานตามหน้าที่ที่ควรจะเป็น โดยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดความผิดปกติในสารพันธุกรรม ได้แก่
    1. การได้รับรังสี: ในผู้ที่ทำงานใกล้ชิดรังสีมากๆ แบบไม่ป้องกัน ในคนที่ถูกรังสีจากสารกัมมันตภาพรังสี หรือในผู้ที่ได้รับการรักษามะเร็งชนิดอื่นด้วยรังสี จะมีโอกาสเป็นมากกว่าปกติ
    2. พันธุกรรม: ในภาวะพันธุกรรมผิดปกติบางชนิด จะเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาวมากกว่าปกติ เช่นในภาวะดาวน์ซินโดรม หรือในผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวหลายๆ คน
    3. การสูบบุหรี่: มีสารก่อมะเร็งที่ทำให้เกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้
    4. สารเบนซีน: ที่พบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและในถ่านหิน
    5. สารกำจัดศัตรูพืช: พบว่าหากได้รับสารในขณะตั้งครรภ์หรือขณะที่อายุน้อยๆ จะเพิ่มความเสี่ยงการเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้
    ชนิดและอาการของโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว
    มะเร็งเม็ดเลือดขาวมีหลายชนิด แต่หากจะจำแนกเป็นแบบกว้างๆ แล้วก็สามารถแบ่งได้เป็น 4 แบบ โดยแบ่งตามความรวดเร็วในการเป็นและที่มาของเซลล์ ซึ่งอาการก็จะแตกต่างกันไปตามชนิดและความรวดเร็วของตัวโรค ได้แก่
    มะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดลิมโฟไซท์: เป็นชนิดที่มักพบในเด็ก เนื่องจากโรคเป็นอย่างเฉียบพลัน เซลล์มะเร็งจะเข้าไปกดการสร้างเซลล์เม็ดเลือดปกติในไขกระดูก จึงมักมีอาการมีอาการซีดจากเม็ดเลือดแดงน้อย ติดเชื้อไข้ขึ้นเพราะเม็ดเลือดขาวที่ดีลดลง เลือดออกง่ายเพราะเกล็ดเลือดน้อยลง บางรายมีอาการทางสมองได้จากเซลล์มะเร็งที่ไปยังสมอง นอกจากนี้เนื่องจากเซลล์ชนิดลิมโฟไซท์เป็นเซลล์ที่อยู่ที่อวัยวะดังกล่าวมาก ผู้ป่วยก็มักมีตับม้ามรวมไปถึงต่อมน้ำเหลืองโตได้ด้วย
    มะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดไมอิลอยด์: เป็นชนิดที่มักพบในผู้ใหญ่มากกว่าในเด็ก มีอาการที่เป็นอย่างเฉียบพลัน เกิดจากการกดไขกระดูก นั่นคือทำให้เกิดอาการซีด ไข้ติดเชื้อ เลือดออกหรือมีจ้ำเลือดตามตัวหรือประจำเดือนมามากในผู้หญิง สำหรับอาการของตับม้ามโตหรือต่อมน้ำเหลืองโตพบได้น้อยกว่า
    มะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังชนิดลิมโฟไซท์: เกือบทั้งหมดพบในผู้ใหญ่ เป็นชนิดที่ไม่ค่อยมีอาการ โดยส่วนมากจะพบโดยบังเอิญจากการเจาะเลือด แล้วพบว่าเม็ดเลือดชนิดลิมโฟไซท์สูงมาก ในรายที่มีอาการอาจจะมีอาการไข้ต่ำๆ น้ำหนักลด เหงื่อออก หรือตรวจร่างกายพบว่าตับม้ามและต่อมน้ำเหลืองโต
    มะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังชนิดไมอิลอยด์: เช่นเดียวกันคือเกือบทั้งหมดพบในผู้ใหญ่ อาการมักจะมีอาการไข้ น้ำหนักลด เหงื่อออกกลางคืน และตรวจร่างกายพบว่ามีม้ามโต
    การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
    การตรวจทางห้องปฎิบัติการจะมีหลายวิธี ทั้งทำเพื่อการยืนยันการวินิจฉัยหรือการจำแนกชนิดเพื่อการรักษา
    1. ตรวจเม็ดเลือด: เป็นการเจาะเลือดแล้วนำไปตรวจนับปริมาณเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด และการย้อมสีส่องกล้องจุลทรรศน์เพื่อตรวจรูปร่างลักษณะของเม็ดเลือด เพื่อจำแนกชนิดของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว
    2. การเจาะไขกระดูก: เป็นการเจาะเข็มขนาดใหญ่ลงไปที่กระดูก โดยมากจะเป็นที่กระดูกสะโพก เพื่อนำเอาเนื้อไขกระดูกไปย้อมสีเพื่อตรวจลักษณะของเซลล์มะเร็งภายใน และการดูดเซลล์จากไขกระดูกเพื่อไปตรวจพิเศษอื่นๆ
    3. การตรวจโครโมโซม/ ดีเอ็นเอ/ ผิวเซลล์: เป็นการนำเอาเลือดหรือไขกระดูกไปทำการตรวจ โดยการหาส่วนที่จำเพาะต่อเซลล์มะเร็งแต่ละชนิด เพื่อจำแนกชนิดและวางแผนการรักษา
    การรักษา
    เมื่อตรวจพบว่าเป็นแล้วและตรวจทราบชนิดเรียบร้อยแล้ว แพทย์ด้านโลหิตวิทยาหรือมะเร็งก็จะทำการรักษา โดยวิธีการรักษาก็จะพิจารณาจากชนิดของมะเร็ง จากอายุ และสภาพร่างกาย โดยวิธีการรักษาก็มีหลายวิธีด้วยกันคือ
    1. การให้ยาเคมีบำบัด ถือเป็นการรักษาหลักของโรคนี้ โดยมักจะเป็นยาหลายชนิดประกอบกันเพื่อเข้าไปทำลายเซลล์ผิดปกติ โดยชนิดของยาก็จะแตกต่างกันไปตามชนิดของมะเร็ง
    2. การฉายรังสี เป็นการใช้รังสีฉายไปยังส่วนที่ต้องการเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง ใช้ทั้งในกรณีลดจำนวนเซลล์มะเร็งในบางอวัยวะ เพื่อป้องกันการแพร่กระจาย และฉายทั่วร่างกายเพื่อเตรียมในการปลูกถ่ายไขกระดูก
    3. การรักษาแบบจำเพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็ง (targeted therapy) เป็นการใช้ยาที่มีความจำเพาะต่อเซลล์มะเร็ง โดยจะเข้าไปยับยั้งกระบวนการสร้างและแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง ซึ่งรบกวนเซลล์ปกติไม่มาก
    4. การปลูกถ่ายไขกระดูก ทำโดยการให้ยาเคมีบำบัดและฉายแสงทั่วร่างกาย ทำลายเซลล์ในไขกระดูกทั้งหมด จากนั้นนำเซลล์ไขกระดูกจากผู้อื่นใส่เข้าไปในร่างกาย เพื่อให้เป็นแหล่งกำเนิดของเม็ดเลือดใหม่ที่ไม่มีมะเร็ง
    เนื่องจากผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวอาจจะมีอาการหรือโรคอื่นแทรกซ้อนในขณะที่มา จึงมักจะต้องมีการรักษาอื่นๆ ควบคู่กันไปด้วยครับ ไม่ว่าจะเป็นการให้สารประกอบของเลือด ในกรณีที่มีเลือดออกหรือมีอาการของโลหิตจาง ให้ยาปฏิชีวนะในกรณีที่มีการติดเชื้อ ซึ่งก็มักจะทำก่อนหรือควบคู่กันไปกับการรักษามะเร็ง

    ผลข้างเคียงของการรักษา
    ในการรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวจะมีผลข้างเคียงได้หลายอย่าง ซึ่งแพทย์จะเตรียมระมัดระวังไว้ตั้งแต่ก่อนการรักษา ได้แก่
    1. ภาวะ Tumor Lysis Syndrome เป็นภาวะที่เมื่อให้ยาเคมีบำบัดหรือฉายรังสีแล้วได้ผลดีมาก จนเซลล์มะเร็งเกิดการตายเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อเซลล์มะเร็งตายก็จะปล่อยสารหลายๆ ชนิดออกมา ทำให้เกิดภาวะเกลือแร่และสารเคมีในเลือดผิดปกติ ซึ่งจะต้องป้องกันด้วยการให้สารน้ำให้เพียงพอ เพื่อป้องกันภาวะไตวาย และการให้ยาเพื่อขับเกลือแร่ส่วนเกินออกจากร่างกาย
    2. การติดเชื้อ เป็นสิ่งที่พบได้เนื่องจากยาเคมีบำบัดบางชนิดจะมีฤทธิ์ในการกดไขกระดูก ดังนั้นหลังจากได้ยาไปแล้วระยะหนึ่ง แพทย์ก็จะนัดเจาะตรวจเลือดหรือให้ระมัดระวังอาการไข้
    3. อาการผมร่วง คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง ผิวหนังแห้ง เบื่ออาหาร เป็นอาการที่พบได้เนื่องจากยาเคมีบำบัดและรังสี จะมีผลกับเซลล์ที่โตเร็วทุกชนิด ดังนั้นนอกจากเซลล์มะเร็งแล้ว เซลล์ปกติของร่างกายที่มีการแบ่งตัวเร็ว เช่น ผิวหนัง เส้นผม และทางเดินอาหาร ก็จะเกิดอาการผิดปกติได้
    มะเร็งเม็ดเลือดขาวจัดเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยและมีการตอบสนองกับการรักษาค่อนข้างดี เมื่อเทียบกับมะเร็งชนิดอื่นๆ ดังนั้นหากตรวจวินิจฉัยพบว่าเป็นแล้ว ก็ควรอยู่ในความดูแลและรักษาทันทีครับ
 

 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);