ชีวิต ความรัก กับจักรวาล : เสียงหัวเราะกับการเลือกคู่
  
  
ColumDetail
21
ชีวิต ความรัก กับจักรวาล : เสียงหัวเราะกับการเลือกคู่
 

HUG Magazine ปีที่ 7 ฉบับที่ 11
ชีวิต ความรัก กับจักรวาล

 


เสียงหัวเราะกับการเลือกคู่

 

เสียงหัวเราะกับการเลือกคู่

    อารมณ์ขัน เสียงหัวเราะกับการเลือกคู่ผลการศึกษาวิจัยใหม่ตอกย้ำความสำคัญของอารมณ์ขันต่อเรื่องความพยายามของผู้ชายกับผู้หญิงในการคบหาสมาคมกัน
    ที่สำคัญผลการศึกษาวิจัยใหม่ตอกย้ำเคล็ด (ไม่) ลับของผู้ชาย ในการใช้อารมณ์ขันกับผู้หญิงที่อยากรู้จักมากกว่าความเป็นเพื่อน ขณะเดียวกันก็มีผลเตือนว่าเทคนิคเดียวกันที่ใช้อย่างได้ผลโดยผู้ชาย กลับใช้ไม่ได้โดยผู้หญิง
    เป็นที่ทราบและยอมรับกันโดยทั่วไป มีข้อมูลหลักฐานทางด้านวิทยาศาสตร์สนับสนุนด้วย สำหรับเรื่องความสำคัญของอารมณ์ขันต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจของคนเรา จนกระทั่งมีคำกล่าวที่ไม่ปฏิเสธกันว่า ‘อารมณ์ขันหรือเสียงหัวเราะเป็นยาวิเศษ’ แต่สำหรับเรื่องของอารมณ์ขันต่อเรื่องความพยายามสร้างความสัมพันธ์กันระหว่างชายกับหญิง มีผลงานการศึกษาวิจัยออกมาจริงๆ ไม่มากนัก
    เมื่อปี ค.ศ. 2008 มีรายงานผลการศึกษาวิจัยโดยนักมานุษยวิทยาและจิตวิทยาชาวแคนาดาประจำทำงานอยู่ที่มหาวิทยาลัยในนิวเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา รายงานผลการศึกษาวิจัยทำในอังกฤษชื่อ กิล กรีนกรอสส์ (Gil Greengross) เรื่อง 'Dissing Oneself: The Sexual Attractiveness of Self-Deprecating Humour' ตีพิมพ์ในวารสาร Evolutionary Psychology เดือนสิงหาคม
เสียงหัวเราะกับการเลือกคู่    ชื่อเรื่องผลงานวิจัยของกิล กรีนกรอสส์ มีคำที่ไม่คุ้นเคยกันนักโดยทั่วไป คือ Dissing มาจาก Disrespecting มีความหมายถึง ‘ไม่ยกย่อง’ หรือ ‘ไม่ยกตน’ หรือ ‘ถ่อมตน’ ผู้เขียนจึงขอถอดชื่อเรื่องเป็นพากษ์ไทยว่า ‘การไม่ยกตน: เสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้าม’
    ข้อสรุปสำคัญของกิล กรีนกรอสส์ที่เขาทำในอังกฤษเป็นเวลา 2 ปี คือ อิทธิพลของอารมณ์ขันต่อความพยายามของผู้ชายในการ ‘จีบ’ ผู้หญิง แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ มิใช่เพียงอารมณ์ขันธรรมดา หรือการเล่าเรื่องตลก หรือทำตัวตลกอะไรหรืออย่างไรก็ได้ อย่างเป็นรูปธรรมก็คือ การเล่าเรื่องที่ดู ‘โง่หรือเชย’ ของตนเอง ผลการศึกษาวิจัยบอกว่าได้ผลเสมอ!
    ทว่า ก็มิใช่นักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆ จะเห็นด้วยกับกิล กรีนกรอสส์ไปเสียทั้งหมด บางคนก็เห็นว่าการเล่าเรื่องแสดงความโง่ๆ เปิ่นๆ เชยๆ ของตนเอง น่าจะยิ่งทำให้อีกฝ่ายหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘ผู้หญิง’ หนีห่างเสียมากกว่า เพราะผู้หญิง (น่าจะ) ชอบผู้ชายที่เก่ง สมาร์ต ที่ ‘เหนือกว่า’ คนอื่นๆ มากกว่า
    มาล่าสุดมีผลการศึกษาวิจัยเรื่อง ‘Sexual Selection And Humor In Courtship: A Case For Warmth And Extroversion’ ตีพิมพ์ในวารสาร Evolutionary Psychology เดือนกันยายน ค.ศ. 2015 โดยนักจิตวิทยาและนักวิทยาศาสตร์การสื่อสารชื่อ เจฟฟรีย์ ฮอลล์ (Jeffrey Hall) มหาวิทยาลัยแห่งแคนซัส ในสหรัฐอเมริกา
    สำหรับเรื่องของ เจฟฟรีย์ ฮอลล์ ผู้เขียนขอถอดพากษ์ไทยเป็น ‘การเลือกคู่และอารมณ์ขัน: กรณีศึกษาความอบอุ่นและการนึกถึงคนอื่น’
    ผลการศึกษาของเจฟฟรีย์ ฮอลล์ ซึ่งโจทย์เริ่มต้นจริงๆ คือ การศึกษาวิจัยเรื่องของอารมณ์ขันกับความฉลาด (Intelligence) แต่ผลที่เขาตีพิมพ์เผยแพร่ ที่เป็น ‘ว่า’ ได้รับความสนใจเป็นพิเศษคือ บทบาทของอารมณ์ขันกับผลของความพยายามในการรวมกันของชายกับหญิง ที่โดยบทสรุปใหญ่ๆ สอดคล้องกับผลการศึกษาวิจัยของกิล กรีนกรอสส์ เมื่อปี ค.ศ. 2008 แต่ก็มีการค้นพบใหม่ในเรื่องของอารมณ์ขันกับความฉลาด และความแตกต่างของการใช้อารมณ์ขันระหว่างผู้ใช้ที่เป็นชายหรือหญิงด้วย
    การศึกษาวิจัยใหม่อาศัยนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยแคนซัสเป็นอาสาสมัครตัวอย่างการศึกษา ใช้วิธีการให้อาสาสมัครประเมิน ‘บุคลิก’ ของคนแปลกหน้าจำนวนประมาณ 100 คน ในส่วนของอารมณืขันจากเฟซบุ๊ค และการทดลองให้นักศึกษาชายหญิงที่ไม่รู้จักกันมาก่อน จำนวน 51 คู่ ได้ทดลองทำความรู้จักกันในห้องเพียงลำพังประมาณ 10 – 19 นาที แล้วให้ทั้งคู่กรอกแบบสำรวจ มีผลการทดลองที่น่าสนใจและบางอย่างก็เป็นความรู้ใหม่ เช่น
    - ในเรื่องของ ‘บุคลิก’ เกี่ยวกับอารมณ์ขัน พบว่าคนมีอารมณ์ส่วนใหญ่ เป้นคนที่คิดถึงคนอื่น ให้ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่าตนเอง
    - สำหรับความสัมพันธ์ระหว่าง ‘อารมณ์ขัน’ กับ ‘ความฉลาด’ เจฟฟรีย์ ฮอลล์พบว่า ไม่เกี่ยวพันกัน นั่นคือคนเก่งกับอารมณ์ขันเป็นคนละเรื่องกัน
    - แล้วความแตกต่างระหว่างชายกับหญิงต่อเรื่องของอารมณ์ขันล่ะ? พบว่าไม่ต่างกัน
    แล้วก็มาถึงส่วนของผลการศึกษาที่สำคัญมากเป็นพิเศษ คือผลของการที่ผู้ชายกับผู้หญิงแปลกหน้าพบกันเป็นครั้งแรก เจฟฟรีย์ ฮอลล์พบว่าโดยทั่วไปทั้งผู้ชายและผู้หญิง ไม่มีใครพยายามจะ ‘ตลก’ มากกว่าอีกคนหนึ่ง...
    แต่สิ่งสำคัญที่พบคือ ผู้ชายที่พยายามใช้เวลาเล่าเรื่องตลกหรือทำตัวให้ตลกมากเท่าไหร่ และผู้หญิงก็ตอบสนองโดยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะมากขึ้นด้วย เป็นตัวชี้บ่งได้ว่าผู้หญิงสนใจอยากจะคบหากับผู้ชายต่อไปอีก ยิ่งถ้าทั้งชายและหญิงต่างก็หัวเราะด้วยกันมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งชัดว่าทั้งสองต่างก็อยากจะสานสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาก็พบอีกด้วยว่า เมื่อผู้หญิงเป็นฝ่ายพยายาม ‘ตลก’ ไม่มีผลต่อผู้ชายเท่ากับผู้ชายพยายาม ‘ตลก’
    จากการเปรียบเทียบผลการศึกษาของเจฟฟรีย์ ฮอลล์ (ค.ศ. 2015) กับของกิล กรีนกรอสส์ (2008) ในประเด็นเรื่องของอารมณ์ขันกับการเลือกคู่ มีข้อสังเกตหรือความเห็นของนักจิตวิทยาบางคนต่อผลของกิล กรีนกรอสส์ว่าน่าจะใช้ได้เฉพาะกับสังคมคนอังกฤษหรือไม่
    ข้อสังเกตนี้ส่วนหนึ่งมาจากตัวอย่างคือ ภาพยนตร์โรแมนติกเรื่อง Notting Hill ที่หนุ่มอังกฤษฮิวจ์ กรานต์ จีบสาวอเมริกันคนดังจูเลีย โรเบิร์ตส์ โดยหนุ่มฮิวจ์ทำตัวเป็นคน ‘ตลก เปิ่น’ ในการจีบสาว ไม่ใช่ทำตัวให้ ‘แมน’ ใช้คำพูด ‘เท่ๆ สมาร์ต’ และก็ได้ผล
    อีกส่วนหนึ่งมีการกล่าวถึงหลักคิดของนักมานายวิทยาสังคม (Social Anthropologist) ชาวอังกฤษชื่อ เคต ฟอกซ์ (Kate Foxe) ผู้เขียนหนังสือดัง ‘Watching The English’ (ค.ศ. 2004: เฝ้าดูคนอังกฤษ) ที่สำหรับคนอังกฤษแล้วการยกย่องตนเองเป็นเสมือนกับการทำผิดกฎหมายทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ชาย
    ผลการศึกษาของกิล กรีนกรอสส์ที่ให้ความสำคัญของ ‘ความเป็นสุภาพบุรุษ’ หรือ ‘คนเก่ง’ ที่ควรจะ ‘ถ่อมตน’ ‘ไม่โอ้อวด’ จึงไม่น่าจะใช้ได้กับสังคมประเทศอื่น ที่ไม่มีวัฒนธรรมเด่นชัดในเรื่องของ ‘ความถ่อมตน’
    แต่การศึกษาของเจฟฟรีย์ ฮอลล์ ทำในสหรัฐอเมริกา ซึ่งผลออกมาโดยภาพรวมสอดคล้องกับของกิล กรีนกรอสส์ที่ทำในอังกฤษ และจริงๆ แล้วก็ทำงานและการวิจัยเป็นหลักอยู่ในสหรัฐอเมริกา
    ดังนั้นเรื่องของอารมณ์ขันกับการเลือก จึงเหมือนกันในสหรัฐอเมริกากับในอังกฤษ หรือว่าสังคมอเมริกันกับในอังกฤษมีวัฒนธรรมที่ใกล้เคียงกัน ผลจึงออกมาเหมือนกัน?
    หรือว่าผลของการศึกษาวิจัยนี้เป็นเรื่องพื้นฐานร่วมกันของสังคมคนทั้งโลก ไม่ว่าจะเป็นคนผิวขาว ผิวเหลืองหรือผิวดำ สำหรับผู้เขียนก็เชื่อว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น
    ดังนั้นบทสรุปเรื่องนี้ของผู้เขียน จึงขอมอบให้กับผู้ชายทั้งโลกว่า ถ้าตั้งใจจะ ‘จีบ’ ผู้หญิงให้ได้ผล วิธีหนึ่งที่น่าจะลองใช้คือ สร้างความสนใจของเธอด้วย ‘อารมณ์ขัน’ หรือเรื่องตลกขบขัน แต่ต้องไม่ใช่ประเภท ‘ยกตนข่มท่าน’ หรือ ‘แสดงปมเขื่อง’ ของตน
    ความจริงพื้นฐานอย่างหนึ่งของผู้หญิงคือ ความเห็นใจ สงสารคนที่ดูจะ ‘น่าสงสาร’ แต่ก็ต้องเป็นความน่าสงสารที่ไม่ใช่ ‘น่าสมเพช’ หรือ ‘ปัญญาอ่อน’
    บางทีถ้าคุณสามารถทำให้ผู้หญิงที่คุณสนใจตอบเพื่อนผู้หญิงที่ถามเธอว่า ‘ทำไมเธอจึงชอบเขา’ แล้วเธอตอบว่า ‘ก็เขาเป็นคนตลกดี’ คุณก็ยิ้มได้แล้ว แต่ที่สำคัญต้องตีความหมายคำว่า ‘ตลกดี’ ให้แตกว่าแตกต่างกับ ‘ตลกร้าย’ อย่างไร!
  

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);