รักษ์สุขภาพ : กลิ่นปากนี้มีปัญหา
  
  
ColumDetail
09
รักษ์สุขภาพ : กลิ่นปากนี้มีปัญหา
 

HUG magazine ปีที่ 7 ฉบับที่ 10
รักษ์สุขภาพ : หมอแมว

 



กลิ่นปากนี้มีปัญหา

 

กลิ่นปากนี้มีปัญหา

    ถ้าหากเราเดินเข้าไปในร้านค้าหรือร้านสะดวกซื้อ จะพบว่าจะมีสินค้าจำนวนไม่น้อยเลยที่มีส่วนเกี่ยวพันกับการลด ระงับ หรือป้องกันกลิ่นปาก ไม่ว่าจะเป็นหมากฝรั่ง ลูกอม สเปรย์พ่นช่องปาก หรือยาสีฟัน ซึ่งบ่งบอกถึงความสำคัญของกลิ่นปากต่อบุคลิกภาพและการเข้าสังคมของคนในยุคปัจจุบัน
    แต่ถ้าลองสังเกตดูดีๆ ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นปากทั้งหลายส่วนใหญ่ต่างก็มีลักษณะคล้ายๆ กันคือใช้กลิ่นหอมสดชื่นเข้ามาเพื่อกลบกลิ่นไม่พึงประสงค์ เท่ากับว่าบางครั้งเราซื้อสินค้ามาใช้โดยที่อาจจะไม่ได้ช่วยรักษากลิ่นปากจริงๆ
    เมื่อปัญหาไม่ได้แก้ไข ต่อไปเราก็ต้องซื้อสินค้านั้นมาใช้ไปเรื่อยๆ อีกทั้งบางครั้งภาวะกลิ่นปากและลมหายใจเหม็นก็อาจจะไม่ใช่แค่โรคในช่องปากอย่างเดียวก็ได้ ดังนั้นเมื่อเรามีกลิ่นปากก็ควรจะหาสาเหตุและแก้ไข

    สาเหตุของกลิ่นปากที่พบได้มีหลายอย่างดังนี้ครับ

    1. สุขภาพช่องปากที่ไม่ดี : การเกิดกลิ่นปากจากสุขภาพช่องปากไม่ดีนั้นเกิดได้จากทั้งเหงือก ฟัน และลิ้นครับ เชื้อแบคทีเรียในช่องปากและฟันเมื่อลงไปที่ฟันจนเกิดฟันผุอักเสบก็ทำให้เกิดกลิ่นได้ หากมีเศษอาหารติดอยู่ระหว่างฟันหรือมีหินปูนลงไปที่เหงือกก็สามารถเกิดเหงือกอักเสบและมีกลิ่นปากได้ รวมไปถึงลิ้นซึ่งมีตุ่มเล็กๆ ทำให้สะสมเชื้อโรคที่ก่อกลิ่นปากได้
    การแก้ไขทำได้โดยหมั่นแปรงฟันอย่างถูกวิธีอย่างน้อยวันละสองครั้งด้วยยาสีฟันชนิดผสมฟลูโอไรด์ ใช้ไหมขัดฟันเพื่อขจัดเศษอาหารที่ไปติดตามซอกฟัน แปรงลิ้นหลังการแปรงฟัน และไปพบหมอฟันตามกำหนดระยะ ทั้งนี้สำหรับผู้ที่ใช้น้ำยาดับกลิ่นปาก ต้องระลึกไว้เสมอว่าน้ำยาดับกลิ่นปากไม่สามารถทดแทนการแปรงฟันได้

    2. อาหาร : อาหารหลายชนิดจะมีกลิ่นออกมาหลังจากรับประทานได้โดยเกิดได้ทั้งอาหารในกลุ่มแป้ง น้ำตาล เนื้อสัตว์ ที่เมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว เชื้อแบคทีเรียในช่องปากจะไปทำให้เกิดกลิ่นหรือการอักเสบของเหงือกได้ และอาหารกลุ่มที่มีกลิ่นในตัวเอง เช่น กระเทียม หัวหอม ทุเรียน และเครื่องเทศต่างๆ ซึ่งนอกจากกลิ่นเกิดได้ทั้งจากอาหารที่ติดค้างที่ฟัน รวมไปทั้งเมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว สารบางชนิดถูกขับกลับมาในน้ำลายและเกิดเป็นกลิ่นปากได้

    3. การใส่ฟันปลอมและวัสดุยึดติดกับฟัน : ฟันปลอมและวัสดุยึดติดผิวฟันทั้งหลายจะมีส่วนซอกหลืบที่เศษอาหารเข้าไปติดค้างอยู่ได้ หากทำความสะอาดไม่ดีพอก็จะทำให้เกิดกลิ่นปากหรือเกิดเหงือกอักเสบตามมาได้ ดังนั้นเมื่อไปใส่อุปกรณ์ทางทันตกรรมเข้าไปในช่องปาก ควรขอคำแนะนำการทำความสะอาดจากทันตแพทย์ทุกครั้ง
    ทั้งนี้ระมัดระวังอย่าซื้ออุปกรณ์มาใส่เองแทนการไปพบทันตแพทย์เด็ดขาด เพราะการใส่อุปกรณ์อย่างไม่ถูกต้อง หรือการใช้ของที่ไม่มีคุณภาพ ก็จะทำให้ช่องปาก เหงือก และฟันเกิดการบาดเจ็บ นอกจากจะเกิดกลิ่นปากแล้วอาจจะเกิดการติดเชื้ออย่างรุนแรงได้ 

    4. แผลในช่องปาก : แผลในช่องปากจะทำให้เกิดปัญหาเรื่องกลิ่นปากได้จากการติดเชื้อที่บริเวณที่เป็นแผล นอกจากนี้ยังทำให้เกิดอาการเจ็บเวลาแปรงฟัน ทำให้บางคนเลี่ยงการแปรงฟันในบริเวณที่เป็นแผลไป จึงทำให้เกิดกลิ่นปากมากขึ้นกว่าเดิม
    เมื่อเกิดแผลในปาก ควรจะแปรงฟันต่อไปตามปกติ แต่ใช้แปรงที่มีขนอ่อนนุ่มหรือมีขนาดเล็กเพื่อจะได้หลีกเลี่ยงการเจ็บแผล นอกจากนี้หากแผลที่เป็นหายช้า มีหนอง หรือมีอาการเจ็บไปที่ใต้คางหรือใบหู ก็ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจรักษา

    5. ปากแห้ง  : อีกหนึ่งกระบวนการในการควบคุมภาวะกลิ่นปากเหม็นของร่างกาย คือการปล่อยน้ำลายออกมา โดยน้ำลายที่ออกมาอย่างสม่ำเสมอจะทำให้จำนวนเชื้อโรคในปากไม่มากจนเกินไป ทั้งจากสารที่ช่วยลดการเจริญเติบโตของเชื้อโรค ช่วยพัดพาเชื้อโรคให้ถูกกลืนลงท้องไป นอกจากนี้น้ำลายยังช่วยลดความเข้มข้นของกรดที่เชื้อโรคปล่อยออกมาทำลายฟันด้วย
    ภาวะปากแห้งสามารถพบได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นยาบางชนิด การนอนกรน การมีโรคในช่องจมูกจนต้องหายใจทางปาก โรคที่ทำให้ต่อมน้ำลายทำงานน้อยลง (เช่น โรคหนังแข็ง) ซึ่งต้องรักษาที่สาเหตุจึงจะลดกลิ่นปากได้

    6. เศษอาหารตกค้างที่ทอนซิล : ที่ต่อมทอนซิลซึ่งอยู่ภายในลำคอ จะมีบางส่วนที่มีช่องซอกหลืบเล็กๆ ที่อาหารสามารถไปตกค้างได้ เมื่ออาหารตกลงไปแล้วก็จะถูกเชื้อโรคย่อยสลาย บางส่วนจะเปลี่ยนเป็นก้อนแข็งเรียกว่านิ่วทอนซิล (Tonsillolith) ติดอยู่ในร่องของต่อมทอนซิล เจ้าก้อนนิ่วทอนซิลนี้เองบางครั้งจะทำให้เศษอาหารตกค้างง่ายขึ้นทำให้เกิดกลิ่นปากง่ายขึ้น รวมทั้งตัวมันเองเมื่อถูกบี้แล้วก็จะมีกลิ่นเหม็นด้วย
    วิธีจัดการกับนิ่วทอนซิลนี้ทำได้ด้วยการหมั่นกลั้วคอด้วยน้ำทุกครั้งหลังอาหารเพื่อป้องกันไม่ให้เศษอาหารตกลงไปอยู่ในร่องของทอนซิลได้

    7. บุหรี่ : บุหรี่ทำให้เกิดกลิ่นปากได้จากหลายกลไก เริ่มตั้งแต่ตัวบุหรี่ทำให้ทางเดินหายใจและช่องปากแห้งกว่าปกติ ตัวบุหรี่มีสารหลายชนิดที่มีกลิ่นเหม็น (สำหรับคนที่ไม่ได้สูบ) และเข้าไปติดอยู่ตามฟันและลิ้นได้ นอกจากนี้บุหรี่เองก็ทำให้เยื่อบุช่องปากอ่อนแอลง เกิดแผลในปากหรือเหงือกอักเสบได้ง่ายขึ้น จึงทำให้เกิดกลิ่นปากเหม็นได้มากกว่าปกติ    สำหรับผู้ที่สูบบุหรี่ด้วยเหตุผลว่าต้องการระงับกลิ่นปากอาจจะต้องระวัง เพราะว่านอกจากจะไม่ช่วยลดกลิ่นปากแล้วยังอาจจะทำให้กลิ่นปากแย่ยิ่งกว่าเดิม

    8. โรคในระบบทางเดินหายใจ : บางครั้งกลิ่นปากก็ไม่ได้เกิดจากในช่องปากโดยตรง หากแต่เกิดจากความผิดปกติในทางเดินหายใจ โรคที่พบได้บ่อยก็คือโรคไซนัสอักเสบ เพราะว่าในไซนัสอักเสบจะมีหนองและน้ำมูกที่มีกลิ่นเหม็น ทำให้เกิดเป็นลมหายใจที่เหม็นได้เวลาพูดออกมา นอกจากนี้โรคใดๆ ที่ทำให้เกิดแผลเรื้อรังและเกิดเป็นการติดเชื้อในทางเดินหายใจก็ทำให้เกิดกลิ่นได้เช่นเดียวกัน
    ในกรณีที่มีกลิ่นปากโดยที่กลิ่นที่ออกมาจากจมูกทางการหายใจเหม็นมากกว่า หรือมีเลือด หนอง น้ำมูกผิดปกติ ก็ควรจะต้องรับการตรวจหาโรคที่อาจจะซ่อนในช่องจมูกด้วยครับ

    9. โรคระบบทางเดินอาหาร : โรคทางเดินอาหารบางชนิด เช่น กรดไหลย้อน ทำให้เกิดการขย้อนของน้ำย่อยขึ้นมาได้ ทำให้สภาพในช่องปากเป็นกรดมากกว่าปกติและเกิดโรคของปากและฟันได้ง่ายขึ้น ทำให้เกิดกลิ่นปากได้

    10. โรคที่ส่งผลต่อการขับของเสียของร่างกาย : ในบางครั้งกลิ่นปากอาจจะเป็นสัญญาณเตือนว่าโรคประจำตัวที่เป็นอยู่นั้นกำลังแย่ลง เช่น ในผู้ป่วยโรคตับหรือโรคไตวาย เมื่อเริ่มมีการทำงานของตับหรือไตแย่ลง ก็จะขับของเสียจากร่างกายได้น้อยกว่าปกติ ทำให้กลิ่นปากเปลี่ยนแปลงไป

    สิ่งที่ควรทำเพื่อจัดการกับอาการมีกลิ่นปาก
    สิ่งที่ยากที่สุดอย่างหนึ่งของการจัดการกับกลิ่นปากคือการรู้ตัวว่าตนเองมีกลิ่นปาก โดยอาจจะทดสอบด้วยการใช้เป่าลมหายใจใส่มือที่ป้องปากอยู่แล้วลองหายใจเข้าไป หรือถ้าจะให้แน่ชัดกว่านั้นก็คือถามหรือให้คนใกล้ตัวดมกลิ่นดู เพื่อจะได้รู้ว่ามีกลิ่นปากหรือไม่ และหากพบว่ามีกลิ่นปากแล้วก็ควรแก้ไขทันทีโดย
    1. แปรงฟันและลิ้นเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และใช้ไหมขัดฟัน
    2. ไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน
    3. งดการสูบบุหรี่
    4. ใช้ผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นปากช่วยในช่วงแรก โดยเลือกชนิดที่ใช้แล้วไม่เกิดอาการระคายเคืองหรืออักเสบของช่องปากเพิ่มเติม
    5. หากมีเลือด หนอง หรืออาการปวดที่บริเวณช่องปาก ลำคอ และโพรงจมูกร่วมกับอาการกลิ่นปากเหม็นผิดปกติ ควรไปพบแพทย์ เพราะมักเป็นภาวะที่ไม่หายไปเองด้วยการทำความสะอาดช่องปาก
    6. หากแก้ไขด้วยวิธีการต่างๆ แล้วกลิ่นปากไม่หายไป ควรไปพบแพทย์... ไม่ควรใช้สารดับกลิ่นปากอย่างเดียวโดยไม่ค้นหาสาเหตุ
    กลิ่นปากนับว่าเป็นสิ่งที่ทำลายความมั่นใจในการใช้ชีวิตในสังคมได้ รวมทั้งมีโรคหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับอาการนี้ จึงเป็นสิ่งที่เราควรจะให้ความสำคัญครับ
 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);