เรื่องเล่าสะใภ้เกาหลี : เนื้อคู่มีอยู่... แค่ออกตามหา
  
  
ColumDetail
10
เรื่องเล่าสะใภ้เกาหลี : เนื้อคู่มีอยู่... แค่ออกตามหา
 

HUG Magazine ปีที่ 7 ฉบับที่ 9
เรื่องเล่าสะใภ้เกาหลี : มาดามคิม


 


เนื้อคู่มีอยู่... แค่ออกตามหา

 

เนื้อคู่มีอยู่... แค่ออกตามหา

    คำถามยอดฮิตจากบรรดาสาวๆ ที่ถามกันมามาก เพราะดูเป็นเหมือนเรื่องราวอมตะ ฟังกี่ทีก็ไม่เบื่อ แถมอดไม่ได้ที่จะเผลออมยิ้มมุมปากทุกครั้งที่ได้ฟัง คือเรื่องราวที่ใครสักคนเจอคนรักของเขาได้ยังไง ซึ่งคำตอบของแต่ละคนก็จะแตกต่างกันไปทั้งสถานที่ เวลา และเหตุการณ์
    การเจอคนรักมันไม่มีสูตรคำนวณเหมือนคณิตศาสตร์ ที่จะได้ผลลัพธ์ออกมาอย่างที่เราคาดหวัง และไม่ได้กำหนดได้ตามใจฉันเหมือนอย่างเกมเดอะซิมส์ ที่จะสร้างเนื้อคู่ของเราได้อย่างที่เราชอบ ออกแบบหน้าตา รูปร่าง อายุ หน้าที่การงานดีๆ แล้วสั่งให้ตัวละครสองตัวมาเจอกัน วู้ฮู รวบหัวรวบหาง จับแต่งเข้าบ้าน จบเกมเป็นอันแฮ็ปปี้เอ็นดิ้ง
    การที่ใครหลายๆ คนที่สมหวัง ได้เจอคนรัก หรือในเชิงโรแมนติคต้องเรียกว่า ‘เนื้อคู่’ ของพวกเขาได้นั้น ไม่มีคนไหนที่เขานั่งอยู่บ้านเฉยๆ แล้วเนื้อคู่เดินมากดกริ่งเรียกที่หน้าบ้าน (ยกเว้นเนื้อคู่คุณจะมาในร่างบุรุษไปรษณีย์ หรือชายหนุ่มส่งพิซซ่า)
    เพราะนั่นนอกจากจะปิดโอกาสไม่ให้เนื้อคู่โฉบเฉี่ยวเข้ามาใกล้ตัวคุณแล้ว เผลอๆ ยังจะทำให้ตัวคุณเองกลัวการที่จะเข้าหาสังคมมากขึ้น พอไม่กล้าจะไปไหน กลัวการที่จะเจอใคร ก็เชิญรับคานทองเป็นของสมนาคุณไปซ้อมปีนเล่นที่บ้านพลางๆ ไปก่อนแล้วกัน
    ในขณะที่หลายๆ คนกลัวที่จะเริ่มต้น เปิดโอกาสให้กับตัวเองพบกับสิ่งใหม่ๆ ขาดความมั่นใจ เลยต้องอยู่คนเดียวเหงาๆ จนเป็นทุกข์ ยังมีอีกกลุ่มคนที่พยายามค้นหาเนื้อคู่อย่างเอาเป็นเอาตาย พุ่งชนทุกเป้าหมาย จนบางครั้งยอมเปลี่ยนตัวเองเพื่อเขา ฝืนพยายามมากเกินไป คว้าได้มาแต่คนที่ไม่ใช่ สุดท้ายก็ต้องปล่อยเขาหายไปตามทาง…
    อย่าคิดอะไรมากกับวิธีการ อย่าหาเหตุผลเป็นล้านมาคิดให้รกสมอง ไม่ต้องมองดูนาฬิกา นั่งหาฤกษ์ นับอายุ หรือเงินในกระเป๋า เพราะความรัก มันจะวิ่งเข้าหาคนที่กล้าลุกขึ้นมาผจญโลกใหม่ๆ กล้าก้าวออกมาจากโซนปลอดภัยที่คุณคุ้นเคยแต่อยู่มาจนปูนนี้แล้วไม่มีใคร ลองเสี่ยงทำอะไรที่แตกต่างจากเดิมดูสิ เขาคนนั้นอาจจะอยู่ใกล้ๆ เปิดโอกาสให้เขาเดินมากระทบไหล่กับคุณง่ายกว่าเดิมก็ได้นะ
    อย่างเช่นเรื่องราวของเรา หลายๆ คนถามมาว่า เจอกับสามีเกาหลีได้ยังไง อยู่กันคนละประเทศ พูดกันคนละภาษา มันดูเป็นเรื่องมหัศจรรย์อภินิหารล้านแปดมากที่บังเอิญมาเจอกันแล้วดั๊นมารักกันได้ เหมือนกับคู่รักคนไทย – เกาหลีหลายๆ คู่ที่เค้าไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะมีวันนี้ที่ได้มาเป็นสะใภ้เกาหลี อาจมีบางคนที่คาดหวังตั้งใจมาก่อนแล้วสมหวัง แต่หลายๆ คนที่เคยพูดคุยถามไถ่กันมา ก็เจอกับสามีด้วยพรมลิขิตนำพาล้วนๆ
    พอมานั่งนึกย้อนกลับไปสมัยก่อนที่จะได้มาเจอกับสามี ก็ไม่รู้จะต้องขอบคุณใครบ้าง ที่ผ่านเข้ามาสอนอะไรหลายๆ อย่าง แล้วก็เดินจากหายไป แต่ที่แน่ๆ ต้องชมเชยความกล้าของตัวเองที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้วันหนึ่งในชีวิตได้มายืนถึงตรงนี้และเอาเรื่องราวเกาหลีๆ มาเล่าเม้าท์มอยให้ทุกคนฟัง
    ถ้าวันนั้นเรามัวแต่กลัวว่าตัวเองไม่มีความสามารถมากพอ ก็คงไม่กล้าไปสมัครงาน ถ้าไม่ได้ทำงานที่โรงแรมแห่งนั้นก็คงไม่มีโอกาสได้เจอกับผู้ชายเกาหลีคนนี้ แล้วตอนที่เจอกับเขาแล้วเพื่อนแกล้งให้เราเข้าไปคุยด้วย ถ้าเรามัวแต่เขิน หรือขี้ขลาด แม้แค่คำๆ เดียวถ้าเราไม่มีโอกาสได้เอ่ย ก็คงไม่ทำให้เขาสนใจที่อยากจะเริ่มบทสนทนา
    ต่อให้ภาษาเรายังสื่อสารกันไม่เข้าใจ แต่ถ้าเราไม่พยายามศึกษาก็คงไม่สานต่อกันไปได้เรื่อยๆ และถ้าไม่กล้าขอพ่อแม่ไปเรียนภาษาต่อที่เกาหลีก็คงไม่ได้มีโอกาสได้รู้จักกับเขาและชีวิตสังคมเกาหลีมากไปกว่านี้ และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ถ้ามัวแต่ไม่เชื่อใจต่อกัน และกลัวว่ารักแท้จะแพ้ระยะทาง ก็คงไม่มีเรื่องเล่าสะใภ้เกาหลีให้อ่านกัน ฮ่าๆ
    นอกจากนี้พี่ๆ น้องๆ หลายคนที่ได้พบรักกับคนเกาหลี บางคนก็ได้เจอกันตอนไปเรียนที่ต่างประเทศ ที่มหาวิทยาลัย จากเคยเป็นเพื่อนร่วมชั้น ไม่ถูกชะตากันแต่แรก แต่คุยกันนานเข้าก็กลายมาเป็นแฟน บางคนแค่ไปนั่งอยู่ในร้านกาแฟ เขาก็เดินเข้ามาทำความรู้จัก บางคนก็มาจากน้ำใจที่เราไปช่วยเหลือเขาตอนที่เขามาเที่ยวไทย แล้วหลงทางเลยได้แลกเบอร์ติดต่อคุยแชทกันมาจนพัฒนามาเป็นแฟน บางคนเป็นครูสอนภาษาเกาหลีให้เรา หรือมีเพื่อนแนะนำมาให้ บางรายก็เจอผ่านแอพฯ แชทหาคู่ เจอในผับบ้าง ที่สนามบินบ้าง ป้ายรถเมล์ หรือแม้กระทั่งระหว่างทางธรรมดาที่เราเดินผ่าน
    ที่ยกมาเล่า มาเชียร์ให้ทุกคนมีแรงฮึดสู้ หลีกหนีความโสดทั้งหมดทั้งมวล ถ้าแปลมาเป็นทฤษฎีง่ายๆ ก็เหมือนกับการ ‘ตามหาแว่นตาที่หายไป’ ที่แม่บ้านได้แง่คิดจากเน็ตไอดอล แอดมินเพจ ‘หมอตุ๊ด’ ซึ่งเปรียบเรื่องราวนี้ไว้ง่ายๆ ว่าเหมือนเวลาเราถอดแว่นตาวางลืมไว้สักที่ พอจะหยิบมาใส่ อ้าว! แว่นหายไปไหน ลองนึกดูว่าก่อนหน้านี้เคยวางไว้ในห้องนอน ก็เดินวนๆ หาอยู่แต่ที่เดิมๆ ตั้งนาน ตะโกนให้คนมาช่วยหาก็แล้วแต่ยังไม่เจอ
    สิ่งที่คนนั้นควรจะทำต่อไปคือ เริ่มออกไปเดินตามหาที่ห้องอื่น ส่วนอื่นของบ้าน ก็เหมือนกับเนื้อคู่นั่นแหละเธอ หาที่เดิมๆ ไม่เจอ ก็แค่ลองไปหาที่อื่นบ้าง ไม่ใช่เรื่องยาก แค่เปลี่ยนที่เปลี่ยนทาง ง่ายนิดเดียว
    แต่ที่สำคัญคือ หลังจากที่เจอคนที่คิดว่าใช่ บางทีบางครั้งมันอาจจะยังไม่ใช่ หรือเจอเขาผิดเวลา เจอเร็วเกินไปอะไรยังไม่เข้าที่เข้าทาง หรือเจอกันสายเกินไป เผลอหลงรักคนมีเจ้าของอันนั้นทั้งผิด ทั้งเจ็บยิ่งกว่า เนื้อคู่ของเราอาจไม่ใช่หนุ่มๆ รูปหล่อ หุ่นดี หล่อรวย ทายาทเงินล้าน แต่อาจเป็นแค่ผู้ชายบ้านๆ คนหนึ่งที่ทำให้คุณหัวเราะได้ทุกวัน รักในสิ่งที่คุณเป็น และทำให้คุณรู้สึกว่าเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลกคนหนึ่ง
    ถ้าเจอคนนั้นเมื่อไหร่ ก็อย่าปล่อยให้เขาหลุดมือไป ขุดทุกความสามารถออกมามัดใจไว้ให้อยู่หมัด เนื้อคู่กันแล้วไม่แคล้วกันก็จริง แต่จะครองรักอย่างมีความสุขได้ คนทั้งสองต้องเข้าใจและเห็นใจซึ่งกันและกัน พักเวลาเสพเรื่องดราม่า ข่าวรุนแรงๆ ไร้สาระ มาอ่าน Hug Magazine นิตยสารที่เต็มไปด้วยความรัก ผลักดันตัวเองให้ก้าวออกไป หาแว่นตาของตัวเองที่หายไปกันเถอะ!

 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);