เรื่องเล่าสะใภ้เกาหลี : ฝ่าด่านพ่อแม่สามี
  
  
ColumDetail
07
เรื่องเล่าสะใภ้เกาหลี : ฝ่าด่านพ่อแม่สามี
 

HUG Magazine ปีที่ 7 ฉบับ 8
เรื่องเล่าสะใภ้เกาหลี

 


 ฝ่าด่านพ่อแม่สามี

 

ฝ่าด่านพ่อแม่สามี

    หลังๆ มานี้แม่บ้านรู้สึกอบอุ่นขึ้นมามากอย่างบอกไม่ถูก ไม่ใช่เป็นเพราะสภาพอากาศที่เกาหลีที่ย่างเข้าสู่หน้าร้อน แต่เป็นเพราะจำนวนสมาชิก‘แม่บ้านเกาหลีมือใหม่’ที่ทยอยเข้ามาทักทายในเพจมีจำนวนมากขึ้นจนเป็นที่น่าภาคภูมิใจว่า เสน่ห์สาวไทยใจงามสยามเมืองยิ้ม สามารถทลายอุปสรรครักระยะทางไกล เข้ามายึดครองหัวใจหนุ่มเกาหลีได้สำเร็จแล้ว
    แต่กว่าจะมาปักธงชัยแสดงความเป็นเจ้าของหนุ่มเกาหลีสักคนได้ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอน นอกจากจะต้องเกิดมาเพื่อคู่กัน กว่าจะข้ามน้ำข้ามทะเลมาหากันจนเจอ สื่อสารกันเข้าใจอยู่รอดตลอดฝั่ง ก็ยังเหลืออีกหนึ่งอุปสรรคใหญ่ที่ต้องฟันฝ่ากันไปให้ได้ นั่นคือฝ่าด่านพ่อแม่สามีนั่นเอง
    ถ้าจะบอกว่าเราสองรักกัน ฉันไม่แคร์หัวใคร ก็คงจะเป็นไปได้ยากในสังคมคนเกาหลีเพราะประเทศนี้สถาบันครอบครัวนั้นมาอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะถ้าบ้านไหนเป็นสไตล์เกาหลีจ๋าอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ๆ ที่ต้องเรียกรวมญาติทุกสัปดาห์ หรือมีการทำพิธีไหว้บรรพบุรุษตามธรรมเนียมปีละสามครั้งแล้วละก็ ถ้าไม่ชิงเข้าหา ไปผูกญาติผูกมิตรกันไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ อาจจะถูกกีดกัน หรือกลายเป็นเหยื่อสงครามเย็นในตระกูลที่จะหลีกเลี่ยงไม่ได้ไปตลอดชีวิตเหมือนในละครน้ำเน่ากันเลยทีเดียว
    ในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้รับตำแหน่งลูกสะใภ้เกาหลี อยากบอกว่าเคล็ดลับเอาชนะหัวใจผู้ใหญ่เกาหลีที่นี่ไม่ได้ยากเลย เพียงแค่ทำความเข้าใจวัฒนธรรม และลักษณะนิสัยของคนที่นี่ ต่อให้เจอญาติเป็นสิบเป็นร้อยคนก็    อันดับแรก หลังจากรู้วันที่จะนัดดูตัวกับผู้ใหญ่ครั้งแรกแล้ว สิ่งที่ต้องเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ คือ ‘วางแผนเรื่องเสื้อผ้าหน้าผม' ปกติการพบปะผู้ใหญ่ครั้งแรกในยุคปัจจุบันนี้มักจะเกิดขึ้นที่ร้านอาหาร แต่ในบางรายมักจะถูกเชื้อเชิญไปเยือนถึงบ้านตามธรรมเนียมเกาหลี ที่ว่าถ้าพาผู้หญิงเข้าถึงบ้านเกิดเพื่อพบผู้ใหญ่แปลว่าคนนี้เป็นคนพิเศษ
    ซึ่งบ้านคนเกาหลีส่วนมากต่อให้มีโซฟาสำหรับนั่ง แต่เวลารับประทานอาหาร มักจะนิยมรับประทานกันบนโต๊ะเตี้ยๆ บนพื้น นอกจากจะต้องใส่ชุดที่สะดวกแก่การนั่งบนพื้นแล้ว ควรจะฝึกสกิลนั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิมาราธอนกันมาให้พร้อม เพราะนอกจากจะรับประทานอาหาร ตามด้วยผลไม้แล้ว เผลอๆ อาจต้องนั่งพูดคุยตอบคำถามเป็นเวลานานด้วย
    การเลือกเสื้อผ้าคล้ายๆ กับตอนไปออกเดทครั้งแรก เน้นภาพลักษณ์ใสๆ เรียบร้อย ผมเผ้าหวีเก็บให้เข้าที่ แนะนำว่าทางที่ดีตอนเจอครั้งแรกไม่ควรทำผมสีทอง สีแดง รวมถึงแต่งหน้าจัดจนเกินงาม ให้เน้นงานหน้าสด เผยผิวธรรมชาติให้มากทำให้ดูอ่อนกว่าวัยค่ะ
    อันดับต่อมาคือ ‘ของฝาก’ เป็นธรรมเนียมของคนเกาหลีที่จะมีของติดไม้ติดมือมาให้กันอยู่เสมอเป็นการทักทาย ซึ่งคนที่ควรจะเอาของไปให้เพื่อเอาใจมากที่สุดคือ ‘แม่สามี’ ใช่ว่าจะไปซื้อกระเช้าผลไม้เข้าไปไหว้ส่งๆ แล้วจบง่ายๆ คงจะไม่ได้กลับมาเห็นหน้าแฟนอีก การให้ของขวัญครั้งนี้ก็เหมือนใบเบิกทางดีๆ นี่เอง ถ้าของฝากถูกใจ คุณก็ได้ไปต่อ
    คนเกาหลีมีอายุส่วนใหญ่จะใส่ใจเรื่องสุขภาพมาก ส่วนเสื้อผ้าจะนิยมใช้แต่ของเกาหลี กระเป๋าก็เป็นของแบรนด์เนม แถมเรื่องของกินไม่ได้นิยมผลไม้อบแห้งหรือขนมไทยหวานๆ อย่างที่พวกเราคาดเดา แต่ลำพังจะลงทุนของแพงๆ เพื่อนัดครั้งแรกที่ไม่รู้ว่าผลจะออกมาเป็นยังไงก็คงจะไม่ไหว แนะนำว่า ‘อย่าคิดมาก’ เลือกของที่ดีที่สุดเหมือนกับที่เราอยากได้รับจากลูกเขยลูกสะใภ้ในอนาคต แล้วบรรจงห่อสวยๆ อลังการ ไปมอบให้ด้วยความจริงใจ คนได้รับเขาก็รู้สึกได้เองค่ะว่าเรามาดี และจริงจัง อยากจะได้ลูกชายคุณจริงๆ ฮ่าๆ
    พอเมื่อท่านมาถึงแล้วสิ่งที่เราควรต้องทำไม่ใช่การยกมือไหว้แบบไทยๆ แต่เป็นการโค้งตัวก้มหัวลงประมาณ 45 องศา พร้อมกับกล่าวว่า 안녕하세요 ’อัน – นยอง – ฮา – เซ – โย’ ซึ่งแปลว่า สวัสดีค่ะ/ ครับ นั่นเอง
    อ้าว! ทำไมเราเป็นคนไทยถึงจะทักทายด้วยการไหว้ไม่ได้ล่ะ? การไหว้นั้นเป็นมารยาทที่ควรทำถ้าทักทายกันที่ประเทศไทย แต่ถ้าอยู่ที่เกาหลี เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม ทำตามธรรมเนียมชนชาตินั้นไป แล้วจะได้ดี ยิ่งโค้งคำนับมากเท่าไหร่ แปลว่านอบน้อมมากเท่านั้น ส่วนการยกมือไหว้สำหรับคนเกาหลีมีอยู่ 2 ความหมาย ถ้ายกมือไหว้แล้วเขย่าๆ ใช้สำหรับสวดมนต์แบบชาวพุทธ แต่ถ้ายกมือไหว้แล้วเฉยๆ หรือถูมือด้วย แปลว่าขออภัยอย่างสูง ขอให้ใครยกโทษให้ แบบที่ในซีรีส์เกาหลีมีให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ เวลาขอไม่ให้ถูกประหาร
    หากคุณพ่อคุณแม่ท่านรับทักทาย ยื่นมือออกมาจะจับมือเรา อย่าได้ตกใจวิ่งหนี นั่นถือเป็นสัญญาณที่ดีแสดงถึงความสนิทสนม ให้ยื่นมือขวาไปจับ แล้วเอามือซ้ายประคองมือท่าน หรือจะประคองใต้แขนเรา ใกล้ๆ กับข้อมือข้างขวาเพื่อเป็นการรับการทักทาย รวมไปถึงการให้ของและรับของจากผู้ใหญ่ที่นี่ ต้องใช้มือทั้งสองข้างเสมอเพื่อเป็นการเคารพ
    เคล็ดลับการรับประทานอาหารอย่างไรให้ถูกใจผู้ใหญ่ที่นี่ อันดับแรกต้องรอให้ผู้อาวุโสสุดในโต๊ะกล่าวเชิญให้เริ่มรับประทาน หรือให้ท่านรับประทานก่อนเราถึงจะเริ่มทานได้ สำหรับใครที่ไม่คุ้นชินอาจจะตกใจที่คนเกาหลีกินอาหารเร็ว และส่งเสียงเคี้ยว หรือซดน้ำซุปดังซู้ดๆ ซึ่งนั่นแปลว่าเอ็นจอยกับมื้ออาหาร โดยมักจะไม่พูดคุยระหว่างรับประทานแต่จะไปคุยทีเดียวหลังจากรับประทานเสร็จ
    เพื่อความพึงพอใจของคุณแม่ผู้ปรุงอาหาร อย่าปฏิเสธที่จะลองกินของที่ท่านส่งมาให้ หรือทำตัวเรื่องมากเลือกกิน ประสบการณ์ที่อยู่ที่เกาหลีสอนว่า ยิ่งกินเก่ง กินดูอร่อย บรรดาแม่ๆ ญาติๆ จะรักและทะนุถนอมสุดๆ ไม่ได้มองว่าเราเป็นคนกินเยอะมูมมามแต่อย่างใด ยิ่งเอ่ยปากชมว่า 맛있어요 ’มา – ชิส – ซอ – โย’ แปลว่า อร่อย พูดบ่อยๆ รับรองคุณแม่จะปลื้มแล้วจะประทับใจที่สาวไทยถูกใจอาหารเกาหลี เอาไปเม้าท์อวดให้เพื่อนๆ ฟังไม่หยุดไม่หย่อนแน่นอน
    สุดท้ายเสน่ห์หนึ่งเดียวที่หาจากชาติใดไม่ได้คือ รอยยิ้มสยาม ที่ออกมาจากใจและดวงตาของพวกเรานี่เอง ถึงแม้จะเผชิญกับสถานการณ์ที่พูดไม่ได้ฟังไม่รู้เรื่อง อย่าได้กังวลขอแค่ยิ้มสู้ และทำตัวนอบน้อม คอยช่วยเหลือ แสดงความมีน้ำใจ อีกหนึ่งเสน่ห์ของสาวไทยที่หาแทบไม่ได้จากสาวเกาหลี รับรองว่าโอกาสจะได้มงกุฏลูกสะใภ้เกาหลีดีเด่นอยู่ไม่ไกลเกินฝันจ้ะ
 

 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);