เรื่องเล่าสะใภ้เกาหลี : ภาษาบอกความในใจ
  
  
ColumDetail
23
เรื่องเล่าสะใภ้เกาหลี : ภาษาบอกความในใจ
 

HUG Magazine ปีที่ 7 ฉบับที่  7
เรื่องเล่าสะใภ้เกาหลี : มาดามคิม

 


ภาษาบอกความในใจ

 

ภาษาบอกความในใจ

    ‘ภรรยา’ ตำแหน่งยศถาบรรดาศักดิ์ทางสังคมที่สาวโสดหลายๆ คน ใฝ่ฝันถึงว่าสักวันหนึ่งฉันจะมี ‘สามี’ ดีเด่นเป็นของตัวเองสักคนมาควงเคียงข้างกายอย่างใครเขา ซึ่งการที่จะได้มาซึ่งสถานะสมรสในสมัยนี้ดูเหมือนจะยิ่งยากขึ้นทุกวัน นอกจากจะต้องแก่งแย่งกันเองกับเพศเดียวกัน ยังเสียดุลประชากรชายไทยรูปงามที่หันไปหลงรักเพศเดียวกันบ้าง หรือผันกลายร่างไปเป็นสาวสวยสะพรั่งจนผู้หญิงยังอิจฉา
    แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ต้องกังวลที่จะขึ้นคานอีกต่อไป เพราะยุคสมัยนี้โลกการสื่อสารคมนาคมนั้นกว้างไกล ในเมื่อมองหาชายไทยแล้วไม่ถูกใจ ก็ยังมีหนุ่มๆ ต่างชาติที่ปลื้มสาวไทยอีกเพียบ
    การได้หัวใจของหนุ่มต่างชาตินั้นไม่จำเป็นต้องสวย ขาว หน้าเรียววีเชฟ จมูกโด่ง ตาโตแบบพิมพ์นิยม เพราะหากท่านได้เป็นที่ถูกตาต้องใจหนุ่มต่างชาติสักคน แสดงว่าเรามีดี มีสเน่ห์หน้ามนแบบไทยๆ ที่เขาค้นพบ แต่ถึงจะสวยหรือรวยมาก เท่านั้นก็คงจะไม่เพียงพอที่จะช่วยฉุดรั้งหนุ่มหน้าไหนไว้ได้ เพราะหลังจากที่ตกหลุมรัก คบหาดูใจกันได้ไม่นาน ปัญหาหลักที่ตามมา และทำเอาคนมากมายต้องเลิกราหย่าร้างนั้นกลับกลายเป็นแค่ ‘พูดจากันไม่รู้เรื่อง’
    ฉะนั้นสาวใดที่วาดฝันจะเป็น‘สะใภ้อินเตอร์’ส่งตัวเองไปสร้างครอบครัวกับชาวต่างชาติจึงต้องคิดให้หนัก ก่อนจะทะยานลัดฟ้าไปหารัก นอกจากอุปสรรคระยะทางที่สั่นคลอนความรักของคุณและเขาจะเป็นปัญหาใหญ่ หากสื่อสารพูดคุยกันไม่เข้าใจ เกิดทะเลาะกันขึ้นมาวันใดต่างคนต่างพูดภาษาบ้านเกิดปนภาษาอังกฤษแบบงูๆ ปลาๆ ใส่ ฟังไม่ได้ศัพท์ก็จับกันไปกระเดียด คิดมากไปเองจากเรื่องง่ายๆ จะบานปลายถึงขั้นแตกแยก ต้องแบกหน้ากลับบ้านเก่าไปนั่งน้ำตาเช็ดหัวเข่า อายที่ชาวบ้านเขานินทา
    ก่อนจะริเริ่มคิดพบรักแท้ในแดนไกล ทักษะติดตัวที่ขาดไม่ได้คือ ‘ภาษา’ซึ่งในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ภาษาพูดที่ใช้สื่อสารเท่านั้นที่สำคัญ ภาษากายและวัฒนธรรมของชาตินั้นๆ ก็ต้องหมั่นศึกษาเอาไว้ด้วย
    มีคนเคยส่งข้อความมาถามในแฟนเพจ‘แม่บ้านเกาหลีมือใหม่’ ว่า ‘ถ้าพูดภาษาอังกฤษ กับภาษาเกาหลีไม่ได้ จะมีสามีเกาหลีกับเขาได้ไหมคะ’
    แม่บ้านขอฟันธงตรงนี้เลยว่า ‘ได้’ หากเสียว่าท่านมีบุญวาสนาไปพบรักกับชายเกาหลีที่พูดภาษาไทยได้ ซึ่งบอกได้เลยว่าน้อยคนนักที่ยังโสด (คนพูดได้เขาก็มีแฟนคนไทยกันหมด ไม่ทันได้ตกมาถึงเราหรอก)
    ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง จะแข่งเรื่องความรักด้วยความสวยอย่างเดียว เอาวิธีศัลยกรรมเข้าช่วย งบประมาณอาจไม่พอให้บินมาตามหารักแท้ จะมัวแต่รอสวดมนต์พึ่งไสยศาสตร์กันอยู่ทำไม อยากได้ลูกเสือต้องเข้าถ้ำเสือ อยากได้สามีเกาหลี ต้องบุกให้ถึงถิ่น เหยียบกันถึงหน้าบ้าน ไปซื้อตำราเรียนมาฝึกปรือวิทยายุทธเอาไว้ พูดเกาหลีคล่อง ถือไพ่เหนือกว่าเมื่อไหร่ ชายแซบอยู่ไม่ไกลแค่ปลายนิ้วมือค่ะคุ้ณ
    แต่รู้แค่ภาษาพื้นๆ อาจจะยังไม่พอ ยังต้องรู้เท่าทันทั้งสำนวนการพูดจา ยันไปยังคารมของเหล่าบรรดาโอปป้า ว่าที่ตอนนี้พูดออกมานั้นมีสื่อลับซับซ้อนอะไรแอบแฝงด้วยหรือไม่ เพราะวัฒนธรรมชาตินี้นอกจากชอบพูดจาแบบปากไม่ตรงกับใจ หยอดคำหวานลื่นหูชวนฟัง เหมือนว่ามีใจให้ แต่ความหมายนั้นกลับไม่มีอะไร เล่นเอาสาวไทยมโนคิดเพ้อจินตนาการไปไกล แต่สุดท้ายต้องหงายเงิบหน้าแหก เพราะผู้ชายเขาบอกว่าที่พูดไปแค่ลมปาก
    ยกตัวอย่างเช่น 나중에식사한번하자 (นาจุเงชิกซา ฮันบอน ฮาจา) วันหลังกินข้าวด้วยกันนะ หากได้ยินจากปากคนที่เราไม่ได้คิดอะไรด้วย ก็คงไม่ได้ใส่ใจใยดี แต่จากใครสักคนที่เราปลื้มปริ่มแล้ว ประโยคนี้ถือเป็นเหมือนคำเชิญชวนไปออกเดทรับประทานอาหาร ตั้งตารอเขาโทรมานัดแทบตาย ที่ไหนได้เป็นแค่คำลา บ๊ายบายแค่นั้นเอง (อ้าววว)
    รวมไปถึง 언제한번놀러갈게요 (ออนเจ ฮันบอน โนลรอ คัลเกโย) ไว้ฉันจะแวะไปหานะ근처에가면연락할게요 (คึนช่อ เอ คามยอน ยอนลัก ฮัลเกโย) ถ้าฉันไปแถวนั้นจะติดต่อไปหานะ 전화해요 (ชอนฮวาเฮโย) โทรมาหาฉันด้วยนะ และประโยคที่สาวโสดที่ต้องรีบควักหัวใจออกมามอบถวาย หากได้เจอลูกอ้อนจากหนุ่มเกาหลี อย่าง 나를안보고싶었어? (นารึล อัน โพโกชิพอซอ) เธอไม่คิดถึงฉันบ้างเลยเหรอ?
    สารพัดประโยคที่พวกท่านเอื้อนเอ่ย เคยรู้บ้างไหมว่ามันทำให้สาวไทยใจคอไม่ค่อยจะดี ขนาดคนไม่โรแมนติคอย่างดั๊น ฟังยังใจสั่น ต้องเอามืออุดหู ดึงสติท่องจำกันเอาไว้ให้ขึ้นใจ ว่าที่เขาพูดมานั้นมันไม่มีความหมายใดๆ นอกจากเพียงคำทักทายสไตล์โคเรียนก็เท่านั้นเอง
    เมื่อภาษาสื่อสารของสาวๆ ไฉไล พัฒนาก้าวไกลจนได้มีชายเกาหลีเป็นของตนก็อย่าเพิ่งชะล่าใจ ว่าเธอเป็นแฟนฉันแล้ว จะทำตัวยังไง ดึงเอานิสัยงี่เง่า เอาแต่ใจแบบไทยๆ มาใช้เท่าไหร่ก็ได้ เพราะผู้ชายชาติเกาหลี หรือชาติไหนๆ ก็เป็นคน มีหัวจิตหัวใจ อารมณ์เสีย ขี้หึง น้อยใจ หงุดหงิด รำคาญกันได้ทั้งนั้น แค่อยู่ที่ความอดทนส่วนตัว ความเป็นผู้ใหญ่ของคนๆ นั้นจะมีขีดจำกัดแค่ไหน
    เป็นที่รู้กันในกลุ่มคนเกาหลีที่กล่าวขานถึงนิสัยคนไทย ว่านอกจากจะเอาแต่ใจตัวเอง ขี้หึงขี้น้อยใจมากแล้ว ยังเจ้าชู้สุดๆ อีกต่างหาก สาเหตุเป็นเพราะสาวไทยหลายๆ คน ไม่ได้ศึกษาวัฒนธรรมการใช้ชีวิตประจำวันของคนเกาหลี ในขณะที่บรรดาโอปป้าแหกขี้ตาตื่นแต่เช้าไปทำงาน โดนเจ้านายโขกสับ ปั่นเอกสารจนมึนหัว ทำโอทีเลิกดึกดื่นโซซัดโซเซ โหนรถใต้ดินต่อรถเมล์เป็นชั่วโมงกว่าจะกลับมาถึงบ้าน ยังโดนแฟนคนไทยเฟสไทม์มางอนต่อว่า
    โอปป้าหายไปไหนทั้งวัน ทำไมโอปป้าไม่ส่งข้อความมาหา ไม่รักฉันแล้วหรอ ประชดบ้าง เหวี่ยงบ้าง แถมบางคนยังแอบนอกใจไปสับรางหัวใจให้กับคนที่มีเวลาส่งข้อความมาให้บ่อยกว่าซะอีก
    ผู้ชายเกาหลีทุ่มเทกับงาน และอนาคตมากกว่าที่จะเสียเวลามาตามง้อใคร บทที่คนเกาหลีเขาตัดใจแล้วเมื่อไหร่ อย่าหวังว่าจะง้อแล้วอะไรๆ จะกลับมาเป็นเหมือนเก่า
    รู้จักใช้ทักษะภาษาพูดให้กำลังใจ รู้จักภาษาใจเขาใจเรา เรียนรู้วัฒนธรรมการเป็นอยู่ของเขา    ประคองรักระยะทางไกลของเราให้เป็นมากกว่าความฝัน แล้ววันนั้นตำแหน่ง ‘สะใภ้เกาหลี’ จะมาเป็นของท่านอย่างแน่นอน

 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);