กฎหมายสามัญประจำบ้าน : การท้าสาบานในศาล
  
  
ColumDetail
08
กฎหมายสามัญประจำบ้าน : การท้าสาบานในศาล
 
 

 การท้าสาบานในศาล

การท้าสาบานในศาล

    การสาบานนั้นเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร... “ข้าพเจ้าขอสาบานว่า ข้าพเจ้าไม่ได้ข่มขืนกระทำชำเรานางสาวสวย ถ้าข้าพเจ้าโกหกขอให้ข้าพเจ้าตายภายในสามวันเจ็ดวัน” นี่คือตัวอย่างการสาบานทั่วๆ ไป ทางกฎหมายก็มีการสาบานกันในศาล คือ ก่อนที่พยานจะเบิกความต่อศาลจะต้องสาบานตามลัทธิศาสนา ดังที่เขียนไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 112... “มาตรา 112 ก่อนเบิกความพยานทุกคนต้องสาบานตนตามลัทธิศาสนาหรือ จารีตประเพณีแห่งชาติของตน หรือกล่าวคําปฏิญาณว่าจะให้การตามความสัตย์จริงเสียก่อน เว้นแต่พระมหากษัตริย์พระราชินีพระรัชทายาท หรือผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์
(2) บุคคลที่มีอายุต่ำกว่าสิบห้าปีหรือบุคคลที่ศาลเห็นว่าหย่อนความรู้สึกผิดและ ชอบ        
(3) พระภิกษุและสามเณรในพุทธศาสนา                                
(4) บุคคลซึ่งคู่ความทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่าไม่ต้องให้สาบานหรือกล่าวคําปฏิญาณ” 
        
ตัวอย่างการกล่าวคำสาบานในศาล
    “ข้าพเจ้าขอสาบานต่อพระแก้วมรกตว่า ข้าพเจ้าจะเบิกความด้วยความจริงต่อศาล ถ้าโกหกขอให้ข้าพเจ้าตายภายในสามวันเจ็ดวัน” อย่างน้อยก็เป็นการเตือนสติพยานว่า ‘อย่าโกหกนะ ไม่งั้นจะถูกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ลงโทษ’ แต่พยานที่สาบานจะกลัวสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ จะกล้าโกหกหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง   
    แต่ถ้าพยานไม่ได้สาบานก่อนเบิกความตามกฎหมาย ผลก็คือ คำเบิกความของพยานทั้งหมดที่ให้การต่อศาลนั้นรับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้เลย เพราะพยานไม่ได้ปฏิบัติ ตามกฎหมายซึ่งอาจทำให้คดีแพ้ชนะกันได้ เพราะพยานไม่ได้สาบานก่อนเบิกความ แต่ถ้าเกิดมีการท้าสาบานกันระหว่างคู่ความในศาล ดังนี้ ศาลจะรับฟังคำท้าสาบานของคู่ความได้หรือไม่ ต้องแยกพิจารณาเป็น 2 ทาง คือ คดีอาญากับคดีแพ่ง
     คดีอาญา เช่น หนึ่งใช้อาวุธปืนยิงสองถึงแก่ความตาย มีสามเป็นประจักษ์พยาน ในชั้นศาลหนึ่ง จำเลยแถลงต่อศาลว่า จำเลยไม่ได้กระทำผิดตามฟ้อง แต่ถ้าสาม พยานกล้าสาบาน ต่อพระแก้วมรกต ว่าสามเห็นจำเลยฆ่าสองจริง จำเลยก็จะรับสารภาพ” ท่านลองพิจารณาดู ถ้าศาลยอมให้สาม พยานรับคำท้าสาบานของจำเลยโดยไปสาบาน ต่อพระแก้วมรกตแล้วศาลจึงลงโทษจำเลยจะถูกต้องหรือไม่
    คำตอบคือ ไม่ถูกต้อง เพราะจำเลยยืนยันว่าเขาไม่ได้ทำผิดแล้วศาลจะลงโทษคนบริสุทธิ์ได้ยังไง ดังนั้น การท้าสาบานกันในคดีอาญาซึ่งมีโทษอันตรายร้ายแรงแก่จำเลยจึงทำไม่ได้ในศาล กฎหมายไม่อนุญาตให้คู่ความท้าสาบานกันได้ในศาล แต่ในคดีแพ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิทธิและทรัพย์สินต่างๆ เป็นเรื่องสิทธิส่วนตัวของบุคคล ไม่มีผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ศาลจึงอนุญาตให้มีการท้าสาบานกันได้ในคดีแพ่ง
    แต่เป็นการท้าสาบานเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงในเรื่องที่คู่ความมีคดีกันในศาลเท่านั้น ถ้า สาบานอย่างอื่นไม่เกี่ยวกับข้อเท็จจริงในคดี เช่น ท้าสาบานว่า “ถ้าจำเลยกล้าสาบานว่าโจทก์เป็นคนบ้าแล้ว โจทก์จะยอมแพ้คดี” ดังนี้ เป็นการสาบานที่ไม่เกี่ยวกับคดี ท้าสาบานไม่ได้   
    คดีตัวอย่างการท้าสาบานในศาล เหตุเกิดที่กรุงเทพมหานคร ประมาณ พ.ศ. 2505 – 2506 นางซ่งเอ็งเป็นโจทก์ฟ้องนายเฮาะกับนางจีรวรรณ จำเลยต่อศาลแพ่งว่า นายเฮาะได้สั่งจ่ายเช็ค 2 ฉบับ เป็นเงิน 17,500 บาท เพื่อชำระหนี้ให้แก่นางซ่งเอ็ง (โจทก์) แต่เช็คเด้ง และจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ นายเฮาะและนางจีรวรรณ จำเลยให้การว่า เช็คที่ออกเกิน 10 ปี ขาดอายุความฟ้องร้องแล้ว ศาลแพ่งพิจารณาและไกล่เกลี่ยคดี   
     จำเลยแถลงว่า ได้จ่ายดอกเบี้ยให้โจทก์แล้วเป็นเงินสามแสนบาท โจทก์แถลงว่า ไม่เคยได้รับดอกเบี้ยจากโจทก์เลย ทั้งสองฝ่ายจึงตกลงท้าสาบานกัน ถ้าโจทก์สาบานต่อหน้าพระแก้วมรกตว่า โจทก์ไม่เคย รับดอกเบี้ยจากจำเลยเป็นเงินแสนบาท จำเลยทั้งสองยอมแพ้ แต่ถ้าโจทก์ไม่สาบาน โจทก์ยอมแพ้ ปรากฏว่าโจทก์กล้าสาบานต่อพระแก้วมรกตตามคำท้าของจำเลยทั้งสอง ศาลแพ่งจึงพิพากษาให้จำเลยทั้งสองแพ้คดีตามคำท้าของโจทก์ จำเลย
    โดยให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินแก่โจทก์เป็นเงิน 17,500 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จ่ายค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายให้โจทก์เป็นเงิน 300 บาท นี่คือคำพิพากษาของศาลแพ่ง คดีแดงที่ 3031/2517 ระหว่าง นางซ่งเอ็ง โจทก์ นายเฮาะกับพวกจำเลย เห็นรึยังว่า การท้าสาบานกันในศาลก็ทำให้คดีแพ้ชนะได้เหมือนกัน       
    มีคดีแปลกเรื่องหนึ่ง ภริยาฟ้องหย่าสามีว่าสามีมีเมียน้อย สามีปฏิเสธว่าไม่มีเมียน้อย ชั้นศาลสามีภริยาท้าสาบาน โดยภริยาท้าว่า ถ้าสามีกล้าสาบานต่อศาลหลักเมืองว่า สามีไม่มีเมียน้อย ภริยาจะถอนฟ้องหย่า ปรากฏว่าสามีกล้าสาบานต่อศาลหลักเมืองว่า “ถ้าลูกช้างมีเมียน้อยจริง ขอให้ลูกช้างตายโหงในเจ็ดวัน” ภริยาก็ถอนฟ้องหย่าตามคำท้า วันนั้นสามีก็ซื้อดอกไม้ธูปเทียนไปกราบศาลหลักเมือง พนมมือแล้วกล่าวว่า “...เจ้าพ่อครับ ที่ลูกช้างสาบานเมื่อกลางวันนี้ ผมมาขอถอนคำสาบานครับ”

ชมรมช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย
ยินดีรับปรึกษาปัญหากฎหมายฟรี
โทร.089-897-1334, 088-617-5445, 089-688-8902

 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);