กฎหมายสามัญประจำบ้าน : ตัดกิ่งไม้ รากไม้ บ้านใกล้เรือนเคียง
  
  
ColumDetail
12
กฎหมายสามัญประจำบ้าน : ตัดกิ่งไม้ รากไม้ บ้านใกล้เรือนเคียง
 

HUG Magazine ปีที่ 7 ฉบับที่ 5
กฎหมายสามัญประจำบ้าน

 


ตัดกิ่งไม้ รากไม้ บ้านใกล้เรือนเคียง

 

ตัดกิ่งไม้ รากไม้ บ้านใกล้เรือนเคียง                 

     ‘บ้านอยู่ใกล้กันรั้วกั้นอยู่แค่กึ่งกลาง แอบมองน้องทางหน้าต่าง พี่แอบรักนางทุกคืนทุกวัน...’ นั่นคือเสียงเพลงแห่งความรักใคร่ของคนที่อยู่บ้านใกล้ชิดติดกัน เพื่อนบ้านรักกัน สันติก็เกิด แต่ถ้าร้องเพลงต่อไปนี้...
    ‘บ้านอยู่ใกล้กันรั้วกั้นอยู่แค่กึ่งกลาง แอบยิงน้องทางหน้าต่าง พี่แอบฆ่านางทุกคืนทุกวัน...’ เพื่อนบ้านแบบนี้ มีแต่ความฉิบหายวายวอด ความตายและคุกตะราง เราจะเลือกแบบไหนดี เพื่อนบ้านของเราจึงจะอยู่เย็นเป็นสุขด้วยกัน
    กฎหมายว่าด้วยบ้านใกล้เรือนเคียงเขาก็เขียนไว้มากมายเพื่อเอาไว้พิพากษาคดีเมื่อ เกิดคดีบ้านใกล้เรือนเคียง ตัวอย่างเช่น เรื่องต้นไม้บ้านใกล้เรือนเคียง เป็นต้น โปรดดูตัวอย่างที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเรื่องต้นไม้บ้านใกล้เรือนเคียง ต่อไปนี้   
   
ตัวอย่างที่ 1                                           
    หนึ่งกับสองอยู่บ้านใกล้กันมีรั้วกั้นเป็นเขตแดน หนึ่งเป็นคนไม่ชอบต้นไม้ (ใจไม่ร่มเย็น) สองรักต้นไม้ (เป็นคนมีจิตใจร่มเย็น) ปลูกมะม่วง ขนุน ส้มโอไว้ในบริเวณบ้าน ปรากฏว่ากิ่งมะม่วงพร้อมลูกมะม่วงยื่นเข้าไปในบ้านหนึ่งประมาณครึ่งเมตร หนึ่งเห็นกิ่งมะม่วงพร้อมลูกมะม่วงยื่นเข้ามาในบ้านตนก็รำคาญ ถือว่าเป็นเขตบ้านของตนจึงเอามีดฟันกิ่งมะม่วงทิ้ง แต่เอาลูกมะม่วงไปกิน
    สองก็ว่า “กิ่งมะม่วง ลูกมะม่วงเป็นของกู มึงไม่มีสิทธิ์ตัดกิ่งมะม่วง เอาลูกมะม่วงของกูไปกิน” ฝ่ายหนึ่งก็ว่า “กูมีสิทธิ์ในบ้านของกู กิ่งไม้ใครมารบกวน กูก็มีสิทธิ์ตัดทิ้ง” อย่างนี้หนึ่งกับสองใครจะมีความผิดอะไรบ้าง แล้วคดีนี้จะมีใครติดคุกบ้างหรือไม่

ตัวอย่างที่ 2                                           
    หนึ่งกับสองบ้านอยู่ใกล้กันมีรั้วบ้านกั้นเป็นเขตแดนเหมือนตัวอย่างที่ 1 แต่คราวนี้ไม่ใช่กิ่งมะม่วงและลูกมะม่วงยื่นเข้าไปในบ้านของหนึ่ง แต่เป็นรากต้นมะม่วงชอนไชเข้าไปในบ้านของหนึ่งประมาณ 1 วาเศษ หนึ่ง (ไม่ชอบต้นไม้) จึงเอามีดฟันรากต้นมะม่วงจนต้นมะม่วง 1 ต้นพร้อมลูกมะม่วงเต็มต้น ราคา 2,000 บาทตาย สองก็อ้างว่า “ต้นมะม่วงของกู มึงไม่มีสิทธิ์ตัด” หนึ่งก็ว่า “ที่ดินของกู รากไม้มึงเสือกเข้ามาในบ้านกู กูก็ตัดได้...” ดังนี้ ใครจะรับผิดชอบต้นมะม่วงต้นนั้น หรือจะมีใครติดคุกฐานทำให้เสียทรัพย์หรือไม่
    แน่นอน... ท่านไม่ต้องห่วง กฎหมายเขาเขียนไว้หมดแล้ว ผมจะยกตัวอย่างกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ท่านดู     
    ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คุ้มครองการรอนสิทธิของเจ้าของที่ดิน แดนกรรมสิทธิ์ในที่ดิน (มาตรา 1335) “มาตรา 1335 ภายในบังคับแห่งบทบัญญัติในประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น ท่านว่าแดนแห่งกรรมสิทธิ์ที่ดินนั้นกินทั้งเหนือพื้นดินและใต้พื้นดินด้วย” หมายความว่า ทั้งเหนือพื้นดินและใต้พื้นดินเจ้าของเป็นเจ้าของทั้งนั้น สิทธิของกรรมสิทธิ์ในที่ดินเมื่อมีใครมารบกวนกรรมสิทธิ์ในที่ดิน (มาตรา 1337)   
    “มาตรา 1337 บุคคลใดใช้สิทธิของตนเป็นเหตุให้เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้รับความเสียหาย หรือเดือดร้อนเกินที่ควรคิดหรือคาดหมายได้ว่าจะเป็นไปตามปกติและเหตุอันควรในเมื่อเอาสภาพและตําแหน่งที่อยู่แห่งทรัพย์สินนั้นมาคํานึงประกอบไซร้ ท่านว่าเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ มีสิทธิจะปฏิบัติการเพื่อยังความเสียหายหรือเดือดร้อนนั้นให้สิ้นไป ทั้งนี้ไม่ลบล้างสิทธิที่จะเรียกเอาค่าทดแทน” คือ นอกจากเจ้าของที่ดินจะมีสิทธิที่ปฏิบัติการเพื่อให้ความเสียหายสิ้นไปแล้วยังมีสิทธิจะเรียกค่าทดแทนจากผู้รบกวนกรรมสิทธิ์ได้ด้วย เกี่ยวกับเรื่องกิ่งไม้และรากไม้ที่รุกเข้ามาในที่ดินของผู้อื่น (มาตรา 1347)       
    “มาตรา 1347 เจ้าของที่ดินอาจตัดรากไม้ซึ่งรุกเข้ามาจากที่ดินติดต่อและเอาไว้เสีย ถ้ากิ่งไม้ยื่นล้ำเข้ามา เมื่อเจ้าของที่ดินได้บอกผู้ครอบครองที่ดินติดต่อให้ตัดภาย ในเวลาอันสมควรแล้ว แต่ผู้นั้นไม่ตัด ท่านว่าเจ้าของที่ดินตัดเอาเสียได้” คงจะถึงบางอ้อแล้วว่า ระหว่างนายหนึ่งกับนายสองที่บ้านใกล้กัน ใครจะเป็นผู้รับผิด ชอบที่นายหนึ่งไปตัดกิ่งมะม่วง เอาลูกมะม่วงของนายสองไปกิน และตัดรากต้นมะม่วงของเขา คำตัดสินข้อโต้เถียงว่าใครจะเป็นฝ่ายรับผิดชอบ เรื่องนี้อยู่ในมาตรา 1347 คือ
    “เจ้าของที่ดินต้องบอกให้เจ้าของต้นไม้ที่กิ่งไม้ รากไม้รุกล้ำเข้ามาในที่ดินของคนอื่น ให้เจ้าของต้นไม้จัดการตัดกิ่งไม้ รากไม้ก่อน ถ้าเขาไม่ตัดเจ้าของที่ดินก็ตัดได้ไม่ผิดกฎหมาย” แต่เรื่องนี้นายหนึ่ง (ไม่ชอบต้นไม้) ก็ตัดกิ่งต้นมะม่วง รากต้นมะม่วงของนายสองโดยพละการ ซ้ำยังแถมเอาลูกมะม่วงของเขาไปกินด้วย โดยไม่บอกสองเจ้าของต้นมะม่วง    แน่นอน... ในทางแพ่ง หนึ่งต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่สอง แต่... ในทางอาญาจะมีใครติดคุกฐานทำให้เสียทรัพย์หรือไม่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ซึ่งเขียนไว้ว่า...                   
    “มาตรา 358 ผู้ใดทําให้เสียหาย ทําลาย ทําให้เสื่อมค่าหรือทําให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย ผู้นั้นกระทําความผิดฐานทําให้เสียทรัพย์ต้องระวาง โทษจําคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ” สำหรับเรื่องกระทำผิดกฎหมายอาญาฐานทำให้เสียทรัพย์นี้ต้องพิจารณาเป็นเรื่องๆ ไป เพราะที่เจ้าของที่ดินตัดกิ่งไม้ รากไม้ที่รุกล้ำเข้ามานั้น เป็นการป้องกันกรรมสิทธิ์ในที่ดินของเขาเท่านั้น ถ้ามีเจตนากระทำผิดนอกเหนือจากการป้องกันสิทธิในที่ดิน ก็อาจมีความผิดอาญาฐานลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ซึ่งเขียนไว้ดังนี้                   
    “มาตรา 334 ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่น หรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริต ผู้นั้นกระทําความผิดฐานลักทรัพย์ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสามปีและปรับ ไม่เกินหกพันบาท” เพราะฉะนั้น รายนายหนึ่งนี้เห็นจะไม่รอดคุกฐานลักทรัพย์ลูกมะม่วงของนายสองไปกินอย่างแน่นอน
    ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตัดรากและกิ่งต้นมะม่วงของนายสองนั้น นายหนึ่งอาจไม่ผิดอาญา ตามแนวคำพิพากษาฎีกาที่ 1846/2500 (ประชุมใหญ่) ซึ่งพิพากษาไว้เป็นตัวอย่าง ดังนี้                    “ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยได้ตัดกิ่งงิ้วของโจทก์ร่วมโดยไม่ได้บอกกล่าวโจทก์ร่วมเสีย ก่อน ศาลฎีกาเห็นว่า การที่โจทก์ปล่อยให้กิ่งงิ้วของโจทก์รุกล้ำเข้ามาในที่ของจำเลยนั้น เป็นการละเมิดสิทธิเหนือพื้นดินของจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1335 ประกอบด้วยมาตรา 420 ซึ่งตามมาตรา 1337 อนุญาตไว้ว่าเจ้าของอสังหาริมทรัพย์เช่นจำเลย มีสิทธิจะปฏิบัติการเพื่อยังความเสียหาย หรือเดือดร้อนให้สิ้นไปได้ หากแต่มาตรา 1347 บัญญัติเงื่อนไขต่อไปว่าก่อนที่จะตัดกิ่งไม้ที่ยื่นล้ำเข้ามา เจ้าของที่ดินต้องบอกให้ผู้ครอบครองที่ดินติดต่อตัดเสียภายในเวลาอันสมควรเท่า นั้น การที่จำเลยไม่ได้บอกกล่าวโจทก์ร่วมเสียก่อน จึงเป็นเพียงการละเว้นที่จะปฏิบัติ
    ตามเงื่อนไขที่กฎหมายแพ่งวางไว้เท่านั้น ส่วนการที่จะเอาผิดทางอาญาแก่บุคคลซึ่ง อยู่ในฐานะอย่างจำเลยในคดีนี้ ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ต้องพิจารณาเจตนาของจำเลยเป็นเรื่องๆ ไปอีกชั้นหนึ่ง สำหรับเรื่องนี้ตามพฤติการณ์ที่ปรากฏเห็นว่า ยังไม่พอฟังว่าจำเลยมีเจตนากระทำผิดทางอาญาเพราะจำเลยเพียงแต่กระทำการป้องกันกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของตนตามที่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้โดยทั่วๆ ไป หากแต่จำเลยมิได้ปฏิบัติการให้ครบถ้วนตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1347 เท่านั้น”                               
    ดังนั้น นายหนึ่ง (คนไม่รักต้นไม้) ก็อาจรอดคุกฐานทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ไปได้ แต่...ความผิดฐานลักลูกมะม่วงของนายสอง เห็นทีนายหนึ่งจะรอดยาก บ้านอยู่ใกล้กัน รั้วกั้นอยู่แค่กึ่งกลาง แอบมองน้องทางหน้าต่าง พี่แอบรักนางทุกคืนทุกวัน...” ดีกว่าครับ สวัสดี

ชมรมช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย (ชมรม “ชชก.”) ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายฟรี โทร.088-617-5445, 089-688-8902, 089-897-1334

 

 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);