เรื่องเล่าสะใภ้เกาหลี : ผู้ชายเกาหลี ดีจริงหรือ
  
  
ColumDetail
18
เรื่องเล่าสะใภ้เกาหลี : ผู้ชายเกาหลี ดีจริงหรือ
 

HUG Magazine ปีที่ 7 ฉบับที่ 4
เรื่องเล่าสะใภ้เกาหลี : มาดามคิม

 


ผู้ชายเกาหลี ดีจริงหรือ

 

ผู้ชายเกาหลี ดีจริงหรือ

    ภาพลวงตา เกมที่สร้างขึ้นมาภายใต้รูปภาพที่น่าดึงดูดใจ ชวนให้จดจ่ออยู่กับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า หากมองแค่เพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ ก็อาจจะหลงเชื่อว่าทั้งหมดที่เห็นนั้นมันใช่อย่างที่เราคิด แต่หากได้ลองใช้เวลาเพ่งพิจารณาลึกลงไปนานอีกสักนิด อาจจะเห็นว่ายังมีรูปภาพอื่นอีกมากมายที่หลบซ่อนอยู่
    เปรียบแล้วก็เหมือนกับเด็กสาวสมัยใหม่ที่มีอาการ ‘โลกสวย’ หลังจากได้เสพรายการ และละครเกาหลีจำนวนมาก แล้วมโนกันไปเองว่าผู้ชายเกาหลีทุกคนในจักรวาล จะต้องสุภาพบุรุษสุดโรแมนติครูปงามประหนึ่งในละคร คอยตามง้อเอาอกเอาใจ ตัดสินไปเองว่าใช่ เพียงเพราะข้อมูลจากสื่อที่สร้างสรรค์เน้นขายความบันเทิง เรียกเรตติ้งสร้างกระแสเพื่อธุรกิจ
    นำเสนอแต่สิ่งดีๆ ให้ดูด้านเดียว แต่จะมีใครบ้างที่จะมีโอกาสได้ไปผ่าพิสูจน์เนื้อใน กว่าจะมองออกว่าระหว่างภาพลวงตาที่แสนสวยงาม กับภาพความเป็นจริงมันต่างกันมากแค่ไหน ถึงตอนนั้นอาจจะสายเกินไป จนมีคนต้องเปลืองเงินหรือเปลืองตัวให้ผู้ชายที่แค่ขึ้นชื่อว่าเป็น‘คนเกาหลี’
    ตั้งแต่เข้าสู่วงการแม่บ้านเกาหลี แล้วมีโอกาสได้ไปพบปะพี่น้องที่อยากผันตัวเองมาเป็นสะใภ้เกาหลีรุ่นเยาว์แต่ละท่านก็แอบตกใจ เพราะคนส่วนใหญ่คิดว่าผู้ชายเกาหลีจะต้องนิสัยดีสุภาพบุรุษเหมือนในซีรีส์ กว่าจะได้จูบนางเอกทั้งทีต้องตอนนางร้องไห้ ใครอกหักอยากเมามายต้องไปนั่งร้องไห้ดื่มโซจูในเต็นท์พลาสติก โทรตามพระรองมาอยู่เป็นเพื่อนแก้เหงา ต่อให้เธอเมาอิ๊บอ๋ายก็พากลับไปส่งบ้านนอนอย่างปลอดภัย จุ๊บหน้าผากแล้วเดินจากไปแบบเงียบๆ
    ความเข้าใจผิดคิดมโนไปเองว่าโคเรียนเวิล์ดนั้นสวยสดใสคงจะไม่ทำร้ายใคร หากมันจะจบอยู่เพียงแค่จินตนาการแต่เพียงลำพัง แต่ทุกวันนี้โลกของเราถูกย่อให้เล็กลงด้วยอินเตอร์เน็ต และสารพัดโปรแกรมแชทออนไลน์ที่ทำให้การพบปะระหว่างชาวไทย – เกาหลีนั้นแสนง่ายดายยิ่งกว่าส่งบอลไทยไปบอลโลก เพียงแค่ปลายนิ้วมือสไลด์ไปมาบนหน้าจอมือถือไม่กี่ที กับทักษะภาษาอังกฤษนิดๆ หน่อยๆ ก็ทำให้รู้จักพูดคุยกับผู้ชายเกาหลีได้แล้ว
    การพบปะพูดคุยพบรักต่างเชื้อชาติผ่านโลกออนไลน์นั้นไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร หากบุคคลทั้งสองฝ่ายต่างมีความคิดที่ดีและจริงใจต่อกัน หลังจากรู้สึกสนิทสนมเชื่อใจ อยากจะนัดเจอกันบ้างก็ไม่เสียหาย โชคดีหน่อยเข้ากันได้ก็กลายมาเป็นแฟน แต่งงาน เลื่อนขั้นมาเป็นแม่บ้านเกาหลีก็หลายคู่ แต่ส่วนมากที่เห็นๆ อยู่นั้นมักไม่ได้จบด้วยงานวิวาห์ แต่มักเป็นงานเลิกราที่ฝ่ายหญิงเสียน้ำตาแต่เพียงฝ่ายเดียว
    หลายๆ คนคิดว่า การได้มีโอปป้าเป็นของตัวเอง จะเป็นเครื่องช่วยยกระดับฐานะให้ดูเก๋ไก๋สูงส่ง เหมือนได้รับมงกุฎนางงาม ยิ่งมีผู้เกาในแค็ตตาล็อกมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งชูคอเชิดใส่เพื่อนฝูงว่าระดับฉัน สวยอินเตอร์ ขนาดผู้เกายังต้องมาตามติด แต่ถามจริงๆ เคยรู้กันบ้างไหมว่าผู้ชายเกาหลีเขาคิดกับคนไทยสมัยนี้อย่างไร?
    ปกติผู้ชายเกาหลีช่วงวัยเรียน ถือเป็นช่วงพีคของชีวิตที่จะหาคู่ ทั้งเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัย กลุ่มทำกิจกรรม ยันเลิกเรียนพากันไปสังสรรค์ จัดนัดบอด หรือ Blind date (ไบลนด์ เดท) ที่ต่างฝ่ายต่างพาเพื่อนของตัวเองมานัดเจอเพศตรงข้าม กินดื่มด้วยกัน คุยถูกคอก็สานต่อได้เป็นแฟน พอโตมาหน่อยคล้อยเข้าสู่ช่วงทำงาน  เวลาเที่ยวเล่นหดหาย ทำโอทีทุกวัน เผลอๆ โดนเจ้านายลากไปดื่ม จะหนีกลับก่อนก็ไม่ได้ กว่าจะเสร็จเกือบตีสอง แต่ต้องตื่นมาเข้างานเวลาเดิม
    งานก็เครียด ร่างกายก็โทรมลง ก้มหน้าก้มตาทำงานไต่เต้าหาความก้าวหน้าทางการงาน จนไม่มีเวลาหาแฟน เลยต้องสะกิดให้เพื่อนช่วย ‘โซเกทิ่ง’ หรือการแนะนำเพื่อนของเพื่อน โดยที่ต่างฝ่ายต่างแลกกันดูรูปถ่าย กับรู้โปรไฟล์หน้าที่การงานคร่าวๆ ถ้าชอบใจก็จะนัดมาดูตัว ถ้าเป็นคนที่ใช่ก็มักจะคบกันยาวยันแต่ง
    ฟังดูเหมือนจะง่ายในการหาคู่ของคนเกาหลี แต่เอาจริงๆ มันมีเรื่องละเอียดยิบย่อยอีกมาก นอกจากรูปลักษณ์ภายนอกที่สะดุดตาฝั่งตรงข้าม ยังมีเรื่องอายุ หน้าที่การงาน อาชีพ ศาสนา ลามไปถึงสมาชิกครอบครัวและงานอดิเรก ที่เป็นตัวแปรสำคัญในการเลือกคู่ หากเลือกมากไปจนอายุเกิน 35 ปี ผู้หญิงเกาหลีหลายคนก็ยินยอมขึ้นคาน
    ด้วยเหตุผลกินเด็กไม่ได้เป็นอมตะ แถมแลดูไม่งามในสังคมเกาหลี คร้านจะคว้าชายแก่คราวลุงมาทำสามีก็คงไม่เวิร์ก แต่ผู้ชายเกาหลีวัยสามสิบกว่าๆ นี่สิ อยู่จนถึงป่านนี้ยังหาภรรยาเกาหลีไม่ได้ก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรมากมาย เพราะหากหาสาวเกาหลีแต่งงานด้วยไม่ได้ สาวประเทศอื่นที่คลั่งไคล้เกาหลีอย่างเช่นสาวไทย ก็ยังมีถมเถ!
    สมัยก่อนการท่องเที่ยวของคนไทยไปเกาหลี ส่วนมากเน้นตามรอยซีรีส์ บุกเกาะนามิ กินซุปกิมจิ แขวนแม่กุญแจบนหอคอยนัมซาน กว้านเครื่องสำอางอีทูดี้ กินหมูย่างกับโซจู ยืนทำท่าซารางเฮโยไอเลิฟยูหน้าวังเคียงบกกุง แค่นี้ก็พอไปโม้กับเพื่อนๆ แล้วว่าฉันได้มาถึงเกาหลี แต่พอหลังๆ มานี้ค่านิยมเปลี่ยนไปกลายเป็นตามรอยผับ และล่าหัวโอปป้า ซึ่งน้องๆ ที่ไปออกล่าอายุยังไม่ถึงยี่สิบ
    ส่วนผู้ชายเกาหลีที่เริ่มรู้ทางว่าถ้าเป็นสาวต่างชาติ โดยเฉพาะคนไทย ซึงคงจะคลั่งไคล้เกาหลีเป็นทุนเดิม เจอที่ไหนถ้าเข้าไปคุยดู แกล้งชวนไปเที่ยวต่อ พาไปกินข้าวเล็กๆ น้อยๆ หัดพูดภาษารักเน่าๆ เทคแคร์เอาใจซึ้งๆ แบบในซีรีส์นิดหน่อย เดี๋ยวสาวเจ้าก็หลวมใจจนสุดท้ายก็หลวมตัวให้แค่เพียงข้ามคืน หรือคนที่รู้จักผ่านอินเตอร์เน็ต คุยถูกคอกัน ตกลงเป็นแฟนทั้งๆ ที่ไม่เคยเจอตัวกัน รักชายแปลกหน้าจนยอมลงทุนจองตั๋ว บินมาหาผู้ชายถึงเกาหลี แล้วพบว่าเจ้าตัวเขามีครอบครัวแล้ว หรือแค่คุยเล่นๆ แก้เหงาก็เยอะ
    ก่อนหน้านี้ที่ผู้ชายเกาหลี หันมาเลือกคบสาวไทยมากกว่าคนชาติเดียวกัน หรือชาติอื่นๆ เพราะหญิงไทยร่าเริง คุยสนุก ไม่เรื่องมาก เอาใจง่าย ใจเย็น และไม่งี่เง่า แต่ปัจจุบันหลายๆ คนได้ไปลบภาพดีงามเหล่านั้น แต่กลับไปวิ่งตาม เพียงแค่เพราะอยากได้ขึ้นชื่อว่ามีแฟนเกาหลี ทำให้ทุกวันนี้ผู้ชายเกาหลีหน้าบ้านๆ หลงตัวเองว่าหล่อ ไม่ต้องฟูลออฟชั่นมีงานมีเงินดียังไงหญิงไทยก็มาชอบ จะเข้าไปเล่นด้วยหรือทิ้งตอนไหนก็ได้ ได้ยินแบบนี้พวกเรายอมได้หรอคะ?
    อย่าเลือกปฏิบัติ ยอมผ่อนพัน ใช้คำว่าไม่เป็นไร เพียงเพราะเขาเป็นสัญชาติที่เราชื่นชอบ แล้วจึงยอมตามใจทุกอย่าง ยอมรับพฤติกรรมถึงเนื้อถึงตัวเพียงเพราะคิดว่าเป็นต่างชาติ คงเป็นเรื่องธรรมดาไม่เสียหาย ผู้ชายไม่ว่าเชื้อชาติใด มุมมองการเลือกผู้หญิงด้านสรีระผิวพรรณอาจจะมีต่างกันบ้าง แต่คงไม่มีใครอยากลงหลักปักฐานกับอะไรที่ได้มาง่ายๆ แน่นอน
 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);