หมากล้อมกับชีวิต : กฎ – กติกา การเล่นหมากล้อม (ตอนที่ 1)
  
  
ColumDetail
12
หมากล้อมกับชีวิต :  กฎ – กติกา การเล่นหมากล้อม (ตอนที่ 1)
 

HUG Magazine ปีที่ 7 ฉบับที่ 3
หมากล้อมกับชีวิต

 


กฎ – กติกา การเล่นหมากล้อม (ตอนที่ 1)

 

กฎ – กติกา การเล่นหมากล้อม (ตอนที่ 1)

   โกะ หรือหมากล้อมเป็นหมากกระดานชนิดหนึ่งที่มีประวัติความเป็นมาเก่าแก่มากกว่า 3,000 ปี และ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นมาก จนกระทั่งได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 4 ของศิลปะประจำชาติจีน ซึ่งได้แก่ ดนตรี  หมากล้อม การเขียนตัวอักษร และการวาดภาพ
    กระดานโกะจะมีเส้นตั้ง 19 เส้น ตัดกับเส้นนอน 19 เส้น เกิดเป็นจุดตัด 361 จุด ผู้เล่นมี 2 ฝ่าย
ฝ่ายหนึ่งถือหมากดำ อีกฝ่ายหนึ่งถือหมากขาว ผลัดกันวางหมากของตนครั้งละ 1 เม็ด ตรงจุดตัดจุดใด ๆ ก็ได้ที่ว่างอยู่บนกระดาน (ปกติฝ่ายดำจะเป็นฝ่ายเริ่มวางหมากเม็ดแรกบนกระดาน ซึ่งฝ่ายขาวจะได้รับชดเชยความเสียเปรียบนี้โดยได้รับแต้มต่อ 6.5 จุด เมื่อนับคะแนนตอนจบเกม)


                  กฎ – กติกา การเล่นหมากล้อม (ตอนที่ 1)

รูปที่ 1 แสดงกระดานโกะ และ STAR POINT ทั้ง 9 ซึ่งเป็นจุดที่จะใช้วางหมากดำสำหรับเกมที่มีแต้มต่อ ซึ่งฝ่ายขาวอาจต่อให้ดำได้ตั้งแต่ 1 ถึง 9 เม็ด

กฎและกติกาของการเล่น สามารถแบ่งออกเป็น 3 ข้อใหญ่ๆ ได้ดังนี้

1. เป้าหมายของการเล่น เล่นเพื่อยึดครองพื้นที่บนกระดานให้ได้เกินครึ่ง (คือมากกว่า 180.5 จุดขึ้นไป)
    1.1 การนับแบบจีน จะนับรวมทั้งพื้นที่ว่างและหมากทุกเม็ดที่อยู่บนกระดาน (ไม่คำนึงถึงเม็ดที่ถูกกินเป็นเชลย ไปแล้ว) โดยจะนับเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็พอ เพราะถ้าฝ่ายหนึ่งได้คะแนน (คือจำนวนเม็ดรวมกับพื้นที่ว่าง) มากกว่า 180.5 จุด อีกฝ่ายหนึ่งจะต้องได้คะแนนน้อยกว่า 180.5 จุด แน่นอน


กฎ – กติกา การเล่นหมากล้อม (ตอนที่ 1)

    รูปที่ 2 แสดงภาพตอนจบเกมบนกระดานขนาด 11 x 11 เส้น โดยต่างฝ่ายต่างมีเชลยที่กินไปแล้วฝ่ายละ 3 เม็ด และเราจะนับคะแนนของฝ่ายดำเริ่มต้นโดยเก็บหมากที่ตายอยู่ออกให้หมด (คือหมากที่มีเครื่องหมาย Δ) ปรากฏผลดังรูปที่ 2.1 จากนั้นจึงขยับหมากดำให้เกิดพื้นที่ภายในเป็น 10, 20 หรือเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าดังในรูป 2.2 จะพบว่าดำได้
พื้นที่ 16 จุดที่ขอบกระดานด้านซ้าย กับอีก 12 จุดที่มุมขวาบน รวมเป็น 28 จุด
    จากนั้นจึงนับจำนวนเม็ดของดำทั้งหมดบนกระดาน (วิธีนับให้แยกเป็นกองๆ กองละ 10 ) จะได้อีก 29 เม็ดรวมกับพื้นที่ 28 จุด คิดเป็นคะแนนรวมทั้งสิ้น 57 จุด แต่บนกระดานขนาด 11 x 11 มีจุดทั้งหมด 121 จุด ซึ่งครึ่งหนึ่งก็คือ 60.5 จุด ดำจึงเป็นฝ่ายแพ้ เพราะได้คะแนนน้อยกว่า 60.5 จุด อยู่ 3.5 จุด ซึ่งขาวก็จะได้คะแนนเกินครึ่งอยู่ 3.5 จุด รวมแล้วขาวชนะ 7 จุด
    1.2 การนับแบบญี่ปุ่น มีลำดับขั้นตอนเริ่มต้นจากรูปที่ 2 ดังนี้
        1.1.1 ต่างฝ่ายต่างหยิบเชลยที่ตายอยู่บนกระดาน (คือหมากขาวและดำที่มีเครื่องหมาย Δ
    ในรูปที่ 2) ออกไปรวมกับกองเชลยเดิม เกิดผลดังรูป 2.1
        1.1.2 ฝ่ายขาว นำเชลยดำไปถมในพื้นที่ของดำ (พยายามถมให้เกิดพื้นที่ว่างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า หรือเป็นทวีคูณของ 10 ได้จะยิ่งดี)
            - เชลยเดิม 3 เม็ด (คือหมากดำที่มีเครื่องหมาย O ในรูปที่ 3)
            - และเชลยที่หยิบออกมาจากขั้นตอนที่ 1 อีก 11 เม็ด (คือหมากดำที่มีเครื่องหมาย Δ)
        1.1.3 ขณะเดียวกัน ฝ่ายดำ ก็นำเชลยขาวไปถมในพื้นที่ของขาว
            - เชลยเดิม 3 เม็ด (คือหมากขาวที่มีเครื่องหมาย O)
            - เชลยที่หยิบออกมาจากขั้นตอนที่ 1 อีก 3 เม็ด (คือหมากขาวที่มีเครื่องหมาย Δ)
            - พร้อมขยับหมากขาวที่กระจัดกระจายอยู่ ให้เกิดพื้นที่ว่างภายในเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า หรือทวีคูณของ 10
        1.1.4 ขณะนี้จำนวนเม็ดของหมากขาวและหมากดำจะเท่ากันพอดี เพราะในระหว่างการเล่นต่างผลัดกันวางครั้งละ 1 เม็ด และได้นำเม็ดที่ถูกกินเป็นเชลยไปกลับคืนลงสู่กระดานหมดแล้ว
        1.1.5 ดังนั้นจึงนับเฉพาะพื้นที่รวมของดำ ซึ่งปรากฏว่าได้ 14 จุด เปรียบเทียบกับพื้นที่รวมของขาว ซึ่งปรากฏว่าได้ 21 จุด ขาวจึงชนะดำ 7 จุด

หมายเหตุ : การนับทั้ง 2 วิธี จะได้ผลลัพธ์เท่ากัน คือ ขาวชนะดำ 7 จุด

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);