เล่าเรื่องรัก : รักแค่เขาคนนั้น
  
  
ColumDetail
09
เล่าเรื่องรัก : รักแค่เขาคนนั้น
 

HUG Magazine ปีที่ 6 ฉบับที่ 9
เล่าเรื่องรัก

 


รักแค่เขาคนนั้น

 

รักแค่เขาคนนั้น

    การที่คนสองคนมาพบกัน รักกัน จนกระทั่งมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันนั้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนซับซ้อน ของคนสองคนที่ได้สร้างบุญ หรือสร้างบาปมาด้วยกัน ซึ่งยากเกินกว่าจะนำมาอธิบายได้ในที่นี่ ขอปัดภาระอันใหญ่หลวงนี้ไปให้ท่านผู้รู้ ระดับเกจิอาจารย์ช่วยอธิบายให้แก่ผู้ที่อยากจะรู้และเข้าใจให้มากยิ่งขึ้น เราไปรู้จักสาวเมืองนครฯ กับคู่ชีวิตของเธอดีกว่าค่ะ
.......................................................................................................................................................
     ชื่อคุณเพ็ญนภา ดาห์นเค่น (โย) อายุ 38 ปี เป็นชาวอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช เธอเป็นสาวไทยที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง ไม่ค่อยจะแคร์ผู้ชายมากนัก เธอจึงมาใช้ชีวิตคู่กับหนุ่มชาวเยอรมันก่อนหลายปี ฝ่ายชายนั้นร้อนรน อยากจะแต่งงานเพื่อให้เกิดความมั่นใจ แต่สาวไทยก็ขอดูไปก่อน จนฝ่ายชายต้องยื่ยคำขาดว่า “ฉันต้องการแต่งงานเพื่อจะมีลูก เธอผลัดฉันมานานพอแล้ว”
    ปัจจุบันคุณโย ได้เปลี่ยนมาเป็นมาดามดาห์นเค่น เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา รวมเวลาที่คุณโยผลัดวันประกันพรุ่งมารวมแล้วก็ 13 ปี ระยะเวลาสิบสองปีที่ใช้ชีวิตร่วมกันมา นับว่าเป็นระยะเวลาที่สามารถพิสูจน์ความดี ความไม่ดีในตัวตนของแต่ละคนได้หลายอย่างทีเดียว แต่โอกาสของคนเราไม่เหมือนกัน ผู้หญิงไทยหลายๆ คน จำต้องเลือกผู้ชายที่รู้จักกันได้ไม่กี่วัน เพราะมีความจำเป็นเรื่องความเป็นอยู่ โดยเฉพาะเรื่องวีซ่า
      คุณฮั้น ดาห์นเค่น Hans Dahnken อายุ 46 ปี อาชีพ ผู้อำนวยการด้านการวางแผน ของบริษัทมีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ปัจจุบันครอบครัวของคุณโยกับคุณฮั้น ไปประจำอยู่ที่ เมืองมิชค๊อด (Miskolc) ประเทศฮังการี่ รวมทั้งอีกหลายประเทศในยุโรปตะวันออก ในโอกาสเทศกาลสำคัญๆ ทั้งคู่ก็กลับมาเมืองเบรเมน ประเทศเยอรมนี บ้านเกิดของคุณฮั้น เพื่อเยี่ยมเยียนญาติผู้ใหญ่สักครั้ง รวมทั้งพักผ่อนให้เต็มอิ่ม เพื่อที่จะได้มีพลังเต็มสำหรับการไปลุยงานหนักต่อไป
       คุณโยสาวเมืองนครรายนี้ เธอพกพาความมั่นใจมาเต็มร้อย แต่งงานกับสามีต่างชาติ แต่ไม่ได้หมายความว่า เธอจะเปลี่ยนวิถีชีวิตเป็นฝรั่งไปด้วย เรื่องการกินการอยู่เธอยังคงความเป็นไทยไว้อย่างเหนียวแน่น ผู้เขียนอาศัยความคุ้นเคยกันเลยถามแบบทีเล่นทีจริงว่า คุณฮั้นเป็นผู้ชายในฝันของเธอหรือเปล่า? เธอตอบแบบสาวมั่นว่า คุณฮั้นไม่ใช่ผู้ชายในฝันของเธอ เมื่อสมัยเป็นสาวรุ่นเลย แต่ระยะเวลาหลายปีที่อยู่ร่วมกันมาทำให้พิสูจน์ได้ว่า คุณฮั้นเป็นสามีที่ดีมาก เลยไม่ค่อยจะแน่ใจนักว่าเจ้าผู้ชายในฝันของเราเมื่อสมัยเด็กนั้น พอมาใช้ชีวิตคู่กันจริงๆ แล้ว มันจะดีเท่ากับสามีตัวจริงคนนี้หรือเปล่า
        เรื่องความสุขในครอบครัวนั้น สาวโยเป็นคนไม่ประมาท  ชีวิตคู่เปรียบได้อย่างการปรุงอาหาร เธออธิบายให้ฟังว่า เราต้องมีวิธีเฉพาะของเรา วันนี้คนกินบอกว่าอร่อย วันหน้าไม่รู้ว่าเขายังจะบอกว่าอร่อยหรือเปล่า จึงอยากให้ผู้หญิงเราทุกคน อย่าประมาทในชีวิตคู่ จงปรับปรุงตัวเราให้เหมือนการปรุงอาหารอยู่เสมอ อย่าคิดว่าสามีฉันไม่ไปไหนหรอก เขาอยู่มือฉันแล้ว ถ้าคิดอย่างนี้ละก็เป็นความคิดของคนประมาทในการใช้ชีวิตคู่
       โดยเฉพาะเป็นชีวิตคู่ที่ต่างภาษาและวัฒนธรรม ประสบการณ์ชีวิตในการติดตามสามีไปปฏิบัติหน้าที่ในต่างแดนมามากมายหลายประเทศ ถ้าเปรียบประเทศเหมือนดอกไม้งาม คุณโยเธอเปรียบเทียบ เมืองปราค ประเทศเช็กเชน Tschechien บ้านเมืองสวยงามแบบไม่เหมือนที่อื่นๆ แค่ชอบไปท่องเที่ยวเท่านั้น ไม่ได้ชอบมากขนาดจะไปตั้งหลักปักฐานอยู่ เพราะประเทศไหนๆ ที่เคยไปมาแล้ว สู้ประเทศไทยไม่ได้สักประเทศเดียว
     ประเทศที่ไปแล้วไม่อยากจะไปอีกเลยก็คือ ประเทศคิวบา! ประเทศเขายากจนมากๆ คนทำงานได้ค่าตอบแทนแค่เดือนละ 255 บาท เลยทำให้ยิ่งรักประเทศไทยมากขึ้นร้อยเท่าทวีคูณ และขอบคุณเหลือเกินที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย ในประเทศคิวบาข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ก็นำเข้ามาจากประเทศจีน ราคาถูกคุณภาพก็คงสมกับราคา คุณภาพชีวิตของประชาชนส่วนใหญ่แย่มาก
      การได้ไปใช้ชีวิตอยู่ในประเทศต่างๆ ทำให้เราได้เรียนรู้กฎหมายของแต่ละประเทศว่า มีอะไรบ้าง ก่อนที่เราจะไปใช้ชีวิตในบ้านเมืองนั้นๆ เราจะต้องเตรียมตัวอย่างไร ได้ไปพบเห็นเพื่อนมนุษย์ในรูปแบบต่างๆ ได้ไปกินอาหารรสชาติแปลกๆ ไปได้ยินภาษาพูดของชาติต่างๆ ที่นอกเหนือจากภาษาของเรา และภาษากลางคือภาษาอังกฤษ ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้ เราจะหาจากที่สถาบันการศึกษานั้นไม่มีแน่ นี่คือผลกำไรที่นอกเหนือจาก รายได้ทีรับจากการทำงาน
      เมื่อถูกถามว่าในบั่นปลายชีวิตจะอยู่ที่ไหน เธอตอบอย่างไม่ลังเลว่า ประเทศไทยแน่นอน เพราะสามีของเธอก็ชอบเมืองไทย เว้นไว้แต่ว่า ถ้าเธอมีลูกก็จะต้องรอจนกว่า ลูกจะโตจนดูแลตัวเองได้ เด็กเยอรมันเลี้ยงมีวันโต พออายุครบ18 ปีพวกเขาก็ดูแลตัวเองได้แล้ว ไม่เหมือนเด็กไทย ไม่ว่าเราจะโตจนแก่แล้ว พ่อแม่ก็ยังมองเราด้วยสายตาห่วงใย เราคนไทยไม่เคยโตในสายตาของพ่อแม่เลย เรียกว่าเลี้ยงไม่รู้จักโตคือคนไทย
      เมื่อถามว่ามีความคิดเห็นอย่างไร เมื่อได้ยินว่าคนไทยทะเลาะกัน เธอตอบว่า ในฐานะที่เราเป็นคนไทยไกลบ้านเหมือนๆกัน ทำไมไม่ค่อยจะรักกันเสียเลย คอยแต่จะนินทาว่าร้ายกัน เอารัดเอาเปรียบกันคดโกงกัน มองเห็นใครพลาดใครล้มเป็นไม่ได้เหยีบย่ำทันที แม้แต่ตัวเธอเองยังโดนบ่อยๆ การที่เรามีความเป็นอยู่ดีกว่าคนอื่นมันผิดด้วยหรือ เธออยากมีเพื่อนที่จริงใจ เพื่อนที่เป็นที่ปรึกษาหารือ แต่ผลที่ได้รับกลับมาคือ การถูกนินทาว่าร้าย จนทุกวันนี้คุณโยค่อนข้างจะกลัวคนไทย
      ในฐานะที่คุณโยโชคดีในการมีคู่ครองที่ดี ทางผู้เขียนได้ขอให้เธอแนะนำอะไรบางอย่างให้กับสาวไทยคนอื่นๆ ที่อยากจะมาหาคู่ครองชาวต่างชาติกัน แต่เธอไม่ค่อยจะเต็มใจนัก แต่ได้บอกเหตุผลว่า ขอเป็นคนเห็นแก่ตัวดีกว่า ยอมให้คนอื่นว่าครั้งเดียว ดีกว่าจะถูกสาปแช่งไปตลอดชีวิต ไม่อยากให้ใครมาลำบากด้วยเลย ผู้ชายดีๆ สมัยนี้หายากยิ่งกว่าเพชรทอง ถึงแม้ว่าได้สามีดีๆ อย่างนี้ อย่าคิดว่าสบาย ต้องทำงานบ้านเองหุงหาเอง ดูแลเสื้อผ้า และเตรียมความพร้อมทุกอย่างให้กับสามี ซึ่งงานจำพวกนี้ที่เมืองไทยบางคนไม่ต้องทำเอง
     การปรับตัวในการใช้ชีวิตคู่ กับผู้ชายที่แตกต่างทางวัฒนธรรมกับเราก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เราต้องมาเรียนรู้ซึ่งกันและกันนานพอสมควร เราคนไทยเกิดมากับความอุดมสมบูรณ์ เราต้องมาอดทนกับอาหาร กับอากาศ รวมทั้งอารมณ์ของมนุษย์ที่เกิดมาคนละประเพณี คนละภาษา ชีวิตที่เมืองไทยดีกว่าร้อยเท่าพันเท่า อย่างน้อยๆ เราก็ไม่ต้องจากพ่อแม่พี่น้องไปไกล
                นี่คืออีกมุมมองหนึ่งของสาวไทยในต่างแดน
 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);