เล่าเรื่องรัก : รักเมียคนไทยดีที่สุด
  
  
ColumDetail
22
เล่าเรื่องรัก : รักเมียคนไทยดีที่สุด
 

เล่าเรื่องรัก
HUG Magazine ปีที่ 6 ฉบับที่ 8

 


รักเมียคนไทยดีที่สุด

 

รักเมียคนไทยดีที่สุด

     ปัจจุบันมีคู่สามีต่างชาติกับภรรยาไทย มีการหย่าร้างกันมากขึ้น สาเหตุมาจากหลากหลายเรื่องราว สามีต่างชาติหลายรายบอกว่า ฉันเข็ดหลาบกับผู้หญิงไทยจริงๆ จนแอบหวาดๆ อยู่ว่า ในอนาคตผู้หญิงไทยคงฝืดแน่
      แต่ช้าก่อน... ไม่แน่เสมอไป เพราะยังมีผู้ชายต่างชาติอีกมากมายที่อยากจะแต่งงานกับผู้หญิงไทย อย่างเช่นสามีสาวไทยรายนี้ ถึงกับบอกว่า ‘เกิดอีกกี่ชาติขอมีเมียไทย!‘
      ชื่อ ‘Klaus Rittmann‘ (เคล้า ริทมานน์) วัย 57 ปีภรรยาสาวไทยชื่อ ‘สุที Rittmann’ (สุธี ริทมานน์) วัย 49 ปี ทั้งสองมีลูกสาว 1 คน ต่อมาได้ไปขอหลานสาว (ลูกของน้องชาย) มาเป็นลูกบุญธรรมอีก 1 คน คุณเคล้ามีอาชีพเป็นช่างไฟ ส่วนคุณสุทีมีอาชีพค้าขายและแม่บ้าน ครอบครัวนี้ปกติสุขมาตลอด จนกระทั่งคุณเคล้าล้มป่วยลงด้วยโรคหัวใจล้มเหลว ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ คุณสุทีเลยเกิดอาการห่วงหน้าพะวงหลัง โชคดีที่ลูกสาวบุญธรรม สามารถช่วยดูแลพ่อแทนได้ในบางขณะ
      ลูกสาวของครอบครัวนี้ ชื่อเด็กหญิงพิมพ์ชมพู กับเด็กหญิงพลอยชมพู คุณสุทีไม่ได้เก่งด้านธุรกิจอย่างเดียว เธอยังเลี้ยงลูกเก่งอีกด้วย ลูกสาวทั้งสองเรียนหนังสือเก่ง เป็นเด็กว่านอนสอนง่ายมั่นใจตัวเอง ทั้งสองพี่น้องตั้งความหวังในอนาคตไว้ถึงระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่ก็ไม่ไกลเกิดเอื้อม เพราะความพร้อมของพ่อแม่ของตัวเด็ก และการส่งเสริมสนับสนุนจากรัฐบาล
หัวหน้าครอบครัวจากคนที่เคยแข็งแรง ต้องมาล้มหมอนนอนเสื่อ นอนอยู่แต่บนเตียง ทำให้สุขภาพจิตไม่ค่อยจะดีนัก หวั่นไหวต่อความเป็นอยู่ของตนเอง เคยถามคุณสุทีว่า “ฉันป่วยหนักขนาดนี้ เธอคงต้องทอดทิ้งฉันแน่ๆ ”
      แต่คุณสุทีสาวไทยใจห้าวหาญคนนี้ ตอบสามีไปว่า “ฉันไม่มีวันทอดทิ้งเธออย่างแน่นอน เพราะเธอป่วย แต่ถ้าเธอแข็งแรงดีสิ ไม่แน่นะ ถ้าเธอไม่รักฉันเมื่อไร ฉันจะเลิกกับเธอแน่”
      คุณเคล้าประทับใจผู้เป็นภรรยามาก ถึงกับบอกว่า ‘ฉันเกิดกี่ชาติขอมีเมียคนไทย’ ใช่เลย รักเมียคนไทยดีที่สุด
     คุณเคล้าเป็นคนชอบทานอาหารไทย ขอเพียงอย่าเผ็ดมากแบบคนไทยกินกันชอบความเป็นไทยๆ ของคนไทย แต่ถ้าเห็นใครมาทำดัดจริตเปลี่ยนท่าทีท่าทางผิดไปจากที่เคยเห็น คุณเคล้าจะตำหนิแบบไม่เกรงใจใคร ชอบเมืองไทยจนมีคำถามระหว่างกันในครอบครัวว่า ในวัยรับบำนาญสองสามีภรรยาคู่นี้จะไปอยู่เมืองไทยหรือไม่ ทั้งคู่ยอมรับว่าอยากไปอยู่เมืองไทยมาก แต่ติดอยู่ตรงที่ลูกสาวทั้งสองคงใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศเยอรมนี เพราะเนื่องจากอาชีพและครอบครัว
      เมื่อเหตุผลมาจนมุมตรงเรื่องลูกสาวทั้งสองคนนี้ แน่นอนว่าพ่อกับแม่คงต้องไปๆ มาๆ ระหว่างประเทศไทยกับประเทศเยอรมนี ซึ่งในเหตุผลเดียวกันนี้หลายๆ ครอบครัวไทย - เยอรมันก็ประสบอยู่ แต่ถ้าจะมองอีกในแง่มุมหนึ่ง การได้เปลี่ยนสิ่งแวดล้อม อากาศ และผู้คนก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับผู้สูงอายุ คิดถึงญาติทางเมืองไทยก็บินไปเยี่ยม คิดถึงลูกหลานในเยอรมันก็ได้พบหน้ากัน
เรื่องความภาคภูมิใจในตัวลูกสาว (บุญธรรม) คุณสุทีอยากจะพูดถึงมากที่สุด น้องตองสอง (ชื่อเล่นของพลอยชมพู )อายุแค่10ขวบ (ปัจจุบันโตเป็นสาวแล้ว)แต่มีความกตัญญูรู้คุณพ่อแม่ พ่อนอนป่วยอยู่แม่ออกไปติดต่อค้าขาย ภาระในการดูแลพ่อ น้องตองสองทำได้หมด ไม่ว่าจะเป็นการจับพ่อพลิกตัว อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เปลี่ยนผ้าอ้อมกันเปื้อนที่คนป่วยใส่อยู่ ปรุงอาหาร ทำอาหารมาป้อนพ่อ น้องตองสองทำได้หมด ซึ่งงานจำพวกนี้แม้แต่ผู้ใหญ่บางคนก็ยังทำไม่ได้ แต่ด้วยความรักพ่อห่วงพ่อเขาทำได้หมด เรื่องนี้เป็นที่กล่าวขวัญยกย่องชื่นชมกันในหมู่คนไทยในเมืองเบรเมน
      การเลี้ยงลูกที่บ้านเมืองนี้ ยากกว่าการเลี้ยงลูกที่เมืองไทย รัฐบาลเขาให้ความสำคัญกับเด็กมาก มิใช่ว่าลูกของเราจะเลี้ยงอย่างไรก็เรื่องของเรา เพราะในสายตาของรัฐบาลเขาจ้องมองตามเข้าไปตรวจสอบดู ถึงในห้องนอนของเด็กว่าจะอยู่อย่างไร กินนอนอย่างไร ห้องนอนมีเป็นสัดส่วนหรือไม่ ถูกสุขลักษณะหรือไม่ มีข้าวของเครื่องใช้เพียงพอไหม การเรียนเป็นอย่างไร การอบรมทุกอย่างรัฐบาลจับจ้องหมด อย่างเด็กที่เมืองไทย พ่อแม่ไม่ถูกใจ หรือเด็กทำผิด พ่อแม่อาจตีสั่งสอนได้ แต่การตีเด็กของประเทศนี้ต้องระวัง! เพราะมีตัวอย่างให้เห็นอยู่บ่อยๆ ว่าพ่อแม่ต้องถูกฟ้องศาล... เหตุเพราะตีลูก
      พ่อแม่มีเรื่องในการเลี้ยงดูลูก นอกจากจะมีความผิดแล้ว อาจต้องเสียสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูก ผู้ปกครองหลายรายก็ติดคุกถูกปรับเพราะตีลูก แค่เด็กมีร่องรอยถูกตีถูกทำร้าย ครูพบเจอเข้าหรือเด็กไปฟ้องครูว่าถูกตี ครูก็โทรไปแจ้งหน่วยงานที่คุ้มครองเด็ก ที่เรียกว่า ‘ยูงอัม’ การเลี้ยงลูกที่นี่จะใช้อารมณ์ไม่ได้เลย ต้องพูดชี้แจงกับเขาดีๆ หาเหตุผลมาบอกเขา พ่อแม่ต้องอดกลั้นมากๆ เหมือนกับว่าเราช่วยรัฐบาลเลี้ยงดูลูกตัวเองอย่างไรอย่างนั้น
      ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องสองสาวนี้ เธอรักกันดี มีปัญหาอะไรเธอก็ช่วยกันคิดช่วยกันแก้ไข อีกอย่างหนึ่งคือ เด็กทั้งสองคนก็รู้ดีว่าถึงแม้จะไม่ใช่ลูกพ่อแม่เดียวกัน แต่เธอทั้งสองก็เป็นญาติสนิทกัน เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องเลยไม่มีปัญหา เรื่องงานบ้านงานเรือนนี่ น้องพลอยจะช่วยเหลือพ่อแม่ได้มากกว่า เพราะเด็กไทยโดยเฉพาะเด็กผู้หญิง จะผ่านการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนมาแบบให้ช่วยทำงานบ้านตั้งแต่เด็กๆ ส่วนเด็กเยอรมันเขามีกฏเกณฑ์ว่าอายุเท่าไรถึงจะทำงานได้...
เรื่องสังคมไทยในต่างแดนบางถิ่นบางที่มีปัญหากัน บางครั้งมีข่าวถึงขนาดว่าคนไทยขึ้นโรงขึ้นศาลกัน เรื่องที่มีปัญหากันก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่อะไร เรื่องเก่าเรื่องเดิมๆ เช่นการนินทาว่าร้ายซึ่งกันและกัน คดโกงกัน ล่อลวงกัน ลักขโมยข้าวของกันเอง นับว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าใจที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย สำหรับความเห็นของคุณสุที
      สังคมไทยไม่ว่าที่ไหนๆ ในโลกนี้ เมื่อมีคนไทยมากกว่าสองคนอยู่รวมกัน ย่อมมีทั้งความรักความอบอุ่น การนินทาว่าร้ายซึ่งกันและ สำหรับคุณสุทีสาวนักธุรกิจไทยรายนี้ เธอปฎิบัติตัวดีมาก ทำตัวเสมอต้นเสมอปลายกับทุกคน ไม่แบ่งพรรคแบ่งพวกกับใคร ใครโกรธกันเธอจะพยายามให้ทั้งสองฝ่ายดีกัน บางครั้งเป็นกรรมการห้ามคู่ทะเลาะวิวาทกันก็บ่อย นอกจากนี้เธอยังบอกกับคนไทยทุกๆ คนเสมอว่า เราคนไทยด้วยกัน อย่ามาทะเลาะกันให้คนต่างชาติเขาดูถูกเอาเลยนะ มีปัญหาอะไรก็ให้ค่อยๆ พูดคุยกัน
      สำหรับตัวเธอเองนั้นทำดีกับทุก คนเพราะถือว่าเราเป็นคนไทยด้วยกัน มีบ้างคนที่ไม่ค่อยจะกินเส้นกัน ขัดใจกันเล็กๆ น้อยๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปทุกอย่างก็เหมือนเดิม เวลามีคนไทยเดือดร้อนเจ็บป่วย เธอก็จะเป็นหัวเรือใหญ่ในการช่วยเหลือกัน เรียกว่าคนไทยมาพึ่งพาอาศัยกันได้ ถึงเทศกาลงานบุญอะไรก็ให้ความร่วมมืออย่างดี แต่ถ้าจะไปเจาะลึกถึงเรื่องคนไม่ดีคตโกงกันเบี้ยวกัน มันก็มีบ้างเป็นธรรมดา
      เชื่อว่าที่ไหนๆ ในโลกนี้ก็มีเหมือนกันใช่ไหมคะ

 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

  
  
new laws

จากเพื่อนเลื่อนเป็นแฟน :: ปันปัน - สุทัตตา

 

  
  
 
  
  
 

โสดสุกสโมสร

Facebook

 

 อ่านHUGในแบบE-BOOK ได้แล้ว คลิ๊กเลย!!!

 
Copyright © 2007 by HUG Magazine   
Login  |  
   
);